บทที่ 32 ‘เหล้าเลว’ กับ ‘เหล้าดี’
"ท่านอาจารย์ ท่านอยากจะลองชิมดูสักหน่อยไหม?"
เมื่อเห็นกู้หนิงอันนิ่งเงียบ จินซิงหวังจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวังเพื่อหยั่งเชิง
กู้หนิงอันยิ้มแล้วส่ายหน้า "ไม่ล่ะ ข้าไม่ค่อยถนัดเหล้าแบบนี้ ตอนพวกเ้ากลับไปก็นำมันกลับไปด้วยเถอะ"
ได้ยินแบบนั้น จินซิงหวังก็หน้าเสียเหมือนทำความผิดทันที "ท่านอาจารย์ ข้าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า... ท่านต้องรับเหล้านี้ไว้นะ ไม่ฉะนั้นปู่กับทวดต้องด่าข้าแน่ ๆ ว่าทำท่านโกรธ"
กู้หนิงอันส่ายหน้าแล้วตอบอย่างมีเลศนัย "วางใจเถอะ อย่างน้อยย่าทวดของเ้าคงไม่โกรธเ้าหรอก..."
จินซิงหวังยังเป็แค่เด็กสิบขวบ เขาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมพอจะรับมือเื่มารยาทสังคมเหมือนจินว่าน พอเลียนแบบคำพูดปู่ไม่สำเร็จก็นึกคำไม่ออก ได้แต่ตอบรับอย่างหัวเสียแล้วนั่งลงที่เดิม
คราวนี้ไม่มีใครกวนกู้หนิงอันตอนกินข้าวอีก เขาจัดการโจ๊กกับผักดองจนหมดอย่างรวดเร็ว
จินซิงหวังที่ให้ของขวัญไม่สำเร็จ มองกู้หนิงอันที่กินแค่โจ๊กขาวกับผักดองอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย เพราะก่อนจะมา เขาจินตนาการว่า "ที่อยู่ของเซียน" ต้องหรูหราโอ่อ่า มีบรรยากาศเซียนล่องลอย และเซียนก็ควรจะกินแต่อาหารเลิศรสเท่านั้น
แต่พอเข้ามาในเรือนน้อยอันซือ นอกจากจะไม่หรูหราแล้ว ของมีค่าหรืองานศิลปะชื่อดังที่เขาคิดไว้ก็ไม่มีเลย ห้องโถงมีแค่โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง กับถ้วยชาไม่กี่ใบเท่านั้น หรือว่าคนเป็เซียนจะไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อแจกันมาแต่งบ้านสักใบ?
นาทีนั้นจินซิงหวังเริ่มไม่อยากกราบคนผู้นี้เป็อาจารย์แล้ว เขาคิดว่าถ้าเก่งจริง ทำไมต้องใช้ชีวิตซอมซ่อแบบนี้
"ท่าน... ข้าได้ยินว่าท่านซื้อบ้านหลังนี้มาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว ่ที่หายไปท่านไปอยู่ที่ไหนมาหรือ?" จินซิงหวังแกล้งถามลองเชิง
กู้หนิงอันเหลือบมองทีหนึ่งแล้วตอบเรียบ ๆ "คิดเื่หนึ่งอยู่"
เหอะ!
คิดเื่เดียวตั้งยี่สิบกว่าปี เป็ไปได้ที่ไหนกัน! ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก เห็นข้าเป็เด็กหลอกง่ายหรือไง!
จินซิงหวังร้อง "อ้อ" คำเดียว พอรู้สึกว่าไม่มีอะไรสนุกก็นิ่งไป
จังหวะนั้นเอง มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกลานบ้าน พอหันไปมองตรงประตูที่เปิดอยู่ ก็เห็นหูชือเอ๋อร์หัวกลมโต มือหนึ่งหิ้วไหเหล้าดินเผาสีเหลือง วิ่งตึง ๆ เข้ามาในห้องโถง
"ไอ้งั่ง..." จินซิงหวังเกือบหลุดปากรีบตะครุบปากตัวเองทันที แล้วแอบมองกู้หนิงอัน พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาก็โล่งอก เกือบไปแล้ว ดีที่เบรกทัน!
"ท่านอาจารย์... ข้าเอาเหล้ามาส่งให้ เป็เหล้าที่ปู่หมักเอง!" หูชือเอ๋อร์เห็นจินซิงหวังนั่งอยู่ แต่เขาเลือกที่จะเมินไปเลยเพื่อไม่ให้รบกวนการพูดของตัวเอง
หูชือเอ๋อร์พูดพลางวางไหเหล้าดินเผาที่ดู "มอมแมม" สองไหไว้บนพื้น ปากไหปิดด้วยดินหยาบ ๆ กับผ้าสีแดงเข้ม ดูออกทันทีว่าเป็เหล้าต้มเองตามบ้าน
จินซิงหวังเห็นแล้วแอบขำในใจ เหล้าห่วย ๆ แบบนี้ยกมาครั้งหนึ่งยังไม่พอ ยังจะเอามาอีก คนอย่างท่านอาจารย์กู้ขนาดเหล้าเฟินราคาโถละสองตำลึงเงินยังไม่เอา แล้วจะมาแลเหล้ากาก ๆ ที่เด็กโง่นี่เอามาให้ได้ยังไง?
"ไปวางไว้มุมห้องนั่นเถอะ ฝากขอบใจผู้เฒ่าหูแทนข้าด้วยนะ" กู้หนิงอันชี้ไปที่มุมห้องพลางยิ้มบอก
"อื้ม!" หูชือเอ๋อร์รับคำแล้วรีบยกเหล้าไปวางทันที
พอเห็นกู้หนิงอันรับ ‘เหล้ากาก’ ของหูชือเอ๋อร์แต่ไม่ยอมรับเหล้าดีของบ้านตัวเอง จินซิงหวังก็หน้าตึงขึ้นมาทันที
"จินซิงหวัง เ้าก็อยู่ด้วยเหรอ... สวัสดีตอนเช้า!" พอวางเหล้าเสร็จ หูชือเอ๋อร์ก็ทักทายจินซิงหวังที่เขาเมินไปเมื่อครู่ เพราะปู่สอนว่าคนเราต้องมีมารยาท ครั้งก่อนล้างครูกันไปแล้ว เจอหน้าก็ต้องทักทายเป็ธรรมดา
แต่ในสายตาจินซิงหวัง ท่าทางนั้นคือการเยาะเย้ยชัด ๆ เขาแค่นเสียงหึ แล้วถามกู้หนิงอันอย่างไม่พอใจ "ท่านอาจารย์ เหล้าของเขาท่านเคยดื่มเหรอ?"
กู้หนิงอันส่ายหน้า "ไม่เคย"
จินซิงหวังได้ทีขึ้นเสียงทันที "ในเมื่อไม่เคยดื่มทั้งคู่ ทำไมท่านไม่เอาของบ้านข้า แต่กลับเอาของหูชือเอ๋อร์? ที่บอกว่าเหล้าบ้านข้าดื่มไม่ชิน ท่านยังไม่ได้ลองชิมเลย จะรู้ได้ไงว่าชินไม่ชิน?"
ตึง!
"ห้ามดูิ่ท่านอาจารย์นะ!" หูชือเอ๋อร์กระทืบพื้นเสียงดังปึก เขาพับแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะมีเื่ ทั้งที่เขาเพิ่งห้าขวบ ตัวกลมแขนอวบเป็ปล้อง ๆ สูงแค่อกจินซิงหวังเท่านั้น แต่ท่าทางที่กล้าออกตัวแทนกู้หนิงอันทำให้คนดูอดขำไม่ได้
"หูชือเอ๋อร์ แขนเ้ายังเล็กกว่าขาเขาเลย อย่าเพิ่งวู่วาม" กู้หนิงอันโบกมือห้าม แล้วหันไปถามจินซิงหวัง "เหล้าบ้านเ้าเป็เหล้าต้มเองจริง ๆ หรือ?"
จินซิงหวังใจฝ่อด้วยความผิด แต่ยังแข็งใจตอบ "จริงสิ ปู่ข้าชอบต้มเหล้ามาตลอด ฝีมือดีกว่าใครเพื่อนเลย!"
กู้หนิงอันชี้ไปที่ไหเหล้าข้างตัวแล้วพูดนิ่ง ๆ "แล้วทำไมข้าถึงเห็นรอยฉลากของพ่อค้าติดอยู่บนไหสุราล่ะ?"
"เป็ไปไม่ได้ ข้าขูดฉลากออกจนเกลี้ยงแล้วนะ!" จินซิงหวังโพล่งออกมาโดยไม่ทันคิด แถมยังชี้ให้ดูที่ไหเหล้า "ดูสิ ตรงไหนที่มีรอยฉลากเหลืออยู่บ้าง?"
กู้หนิงอันพยักหน้า "อืม จริงด้วย ขูดออกสะอาดดีมาก"
"แล้วท่าน..." จินซิงหวังชะงักคำพูดกลางคัน เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตกหลุมพรางคำพูดเข้าเต็มเปา เขาอึ้งไปเหมือนกลายเป็หิน พอสบตากับกู้หนิงอันก็รู้สึกร้อนที่ใบหูทันที
"ถ้าเป็เหล้าหมักเองที่บ้าน ทำไมต้องขูดฉลากทิ้งด้วยล่ะ?"
คำถามนี้มาจากหูชือเอ๋อร์ เขาไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลยถามไปตรง ๆ แต่สำหรับจินซิงหวัง มันเหมือนโดนตบหน้ากลางศาลา เขาไม่มีหน้าจะอยู่ต่อ จึงคว้าไหเหล้าบนโต๊ะแล้ววิ่งหนีออกไปทันที โดยลืมไปสนิทว่าปู่เขายังทำซุปแกะอยู่ในครัว และลืมเื่ที่อุุตส่าห์เตรียมการมาตั้งนานเพื่อให้ได้กราบเป็ศิษย์ด้วย…