“หมายความว่ายังไงวาอิน ก็แค่เวทมนตร์…นั่นมันเวทมนตร์เลยนะ!” อาเธอร์หันขวับมามองวาอิน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ
วาอินกระพริบตาปริบๆ สีหน้าของเขาดูงุนงงราวกับอาเธอร์เพิ่งพูดอะไรแปลกๆ ออกมา “ก็เป็เื่ปกตินี่ขอรับ ที่อาณาจักรของท่านอาเธอร์ไม่มีหรือขอรับ?”
อาเธอร์อ้าปากค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะยกมือกุมขมับ “จะไปมีได้ยังไงกันเล่า! แล้วทำไมที่ผ่านมาทั้งตอนสู้กับพวกโจร หรือแม้แต่พวกเ้าเอง ไม่เห็นมีใครใช้เวทมนตร์เลยล่ะ?”
วาอินพยักหน้าเบาๆ ก่อนอธิบายอย่างใจเย็น “เพราะหน่วยของพวกเรามีหน้าที่สืบเื่ของพวกโจร แล้วก็รายงานไปที่ป้อมปราการ จึงไม่ได้พกอุปกรณ์เวทมนตร์ไปด้วย ส่วนพวกโจร กระผมคิดว่าหน้าที่หลักของพวกมันคือปล้นและเผาหมู่บ้าน ไม่ใช่ทำา เลยไม่ได้พกอุปกรณ์เวทมนตร์ติดตัวมาเช่นกัน”
อาเธอร์เลิกคิ้ว “อุปกรณ์เวทมนตร์งั้นเหรอ?”
วาอินพยักหน้าอีกครั้ง “โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ไม่มีพลังเวทมนตร์ในตัวขอรับ ทำได้แค่ใช้อุปกรณ์เวทมนตร์เพื่อชักนำเวทมนตร์ตามที่อุปกรณ์เวทนั้นๆ ทำได้”
“ยกตัวอย่างชายชรานักบวชจากซิลเวรัสคนนั้นก็ได้ขอรับ เวทรักษาของเขาเมื่อกี้เกิดจากการชักนำเวทผ่านแหวนของเขาน่ะขอรับ” วาอินพูดพลางชี้ไปที่กลุ่มนักบวชจากซิลเวรัสที่กำลังเดินจากไปไกลๆ
อาเธอร์มองตามสายตาของวาอิน “งั้นนอกจากเวทรักษาแล้ว นักบวชพวกนั้นทำอะไรได้อีก?”
“ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์หรือวัตถุเวทที่พวกเขาใส่ขอรับ ว่ากันว่าพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์สามารถมีโล่ที่สามารถสร้างโล่แห่งแสงได้ มีดาบที่สร้างเปลวเพลิงได้ แต่เื่หลักการทำงานของมันเป็อย่างไร ตัวข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับ” วาอินตอบอย่างจนปัญญา ยักไหล่เล็กน้อย
“งั้นรึ…แล้วที่ตลาดมีพวกอุปกรณ์หรือวัตถุเวทขายรึเปล่า?” อาเธอร์ยังงงๆ กับคำอธิบายเื่อุปกรณ์และวัตถุเวท จึงอยากได้มาให้เดวิดวิเคราะห์
“สินค้าที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ถูกทางสภาควบคุมอย่างเข้มงวดขอรับ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของเมือง” วาอินกล่าว น้ำเสียงจริงจัง
“งั้นก็แย่เลยสิ หวังว่าราเมซคงมีเก็บไว้บ้างนะ” อาเธอร์ถอนหายใจ หันมาพูดกับวาอินด้วยความคาดหวัง
“เื่นี้คงต้องไปถามท่านราเมซด้วยตนเองขอรับ…เพียงแต่” วาอินกล่าวแล้วหยุดคิดสักพัก
อาเธอร์เลิกคิ้ว “แต่?”
วาอินมองไปรอบตัวก่อนจะโน้มตัวเข้ามากระซิบใกล้หูอาเธอร์ “มันก็ยังมีที่ๆ สามารถหาอุปกรณ์หรือวัตถุเวทได้อยู่ขอรับ เพียงแต่ราคาไม่ใช่ถูกๆ เลยขอรับ ด้วยเงินที่เรานำมาด้วยตอนนี้ ซื้ออะไรไม่ได้สักอย่างเลยแน่ขอรับ”
“ที่ไหน?” อาเธอร์ถามกลับทันที
“ ‘ตลาดมืด’ ขอรับ” วาอินกระซิบใกล้ๆ หูของอาเธอร์
“ตลาดมืด?” อาเธอร์กระซิบตาม
“เป็ที่ๆ ขายของผิดกฎหมายต่างๆ ของทารอนขอรับ” วาอินอธิบายต่อ
“แล้วทางสภาไม่จัดการพวกตลาดมืดนี้หรือไง…อ่อ” อาเธอร์ถามไปได้ครึ่งหนึ่ง ก็ทำหน้าอ่อ เหมือนพึ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง
วาอินเห็นหน้าอาเธอร์แล้วพยักหน้า “ถูกต้องแล้วขอรับ ทางสภาก็มีส่วนในตลาดมืดด้วยเช่นกัน เช่น พวกอาวุธ ทาส อุปกรณ์หรือวัตถุเวท ของที่ถูกขโมยมาจากเมืองต่างๆ”
“งี้เอง” อาเธอร์พยักหน้าเบาๆ
วาอินมองขึ้นไปบนฟ้า พบว่านี่ก็ใกล้ยามเย็นแล้ว จึงหันมาบอกอาเธอร์ “ท่านอาเธอร์ ท่านเดวิดขอรับ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว พวกเรากลับไปที่คฤหาสน์ของท่านราเมซก่อนดีไหมขอรับ”
“ตกลงตามนั้น” อาเธอร์พยักหน้า “แต่เดี๋ยวก่อน” เขานึกอะไรบางอย่างได้ ขอถุงหนังที่ใส่เงินจากวาอิน จากนั้นวิ่งไปหาเด็กชายที่ถูกชนคนนั้น ซึ่งกำลังเก็บของที่ทำตกด้วยน้ำตาคลอ
อาเธอร์หยิบเหรียญทองหนึ่งเหรียญ ยื่นให้เด็กคนนั้น เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงง ราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมคนแปลกหน้าคนนี้ถึงให้เงินกับตน แต่อาเธอร์ยิ้มแล้วเดินจากไป
ขณะที่อาเธอร์ เดวิด และวาอินกำลังเดินออกจากตลาด มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตามไป เป็นักบวชชราจากซาราทิสนั่นเอง
“สืบเื่ของสามคนนั้นมา” นักบวชชราพูด น้ำเสียงนิ่ง
“ขอรับ ท่านนักบวช” องครักษ์ที่แต่งกายกึ่งนักบวชกึ่งอัศวินขานรับ
ณ หน้าคฤหาสน์ของราเมซ
วาอินกำลังพูดคุยกับยามหน้าประตู อาเธอร์และเดวิดยืนรออยู่ด้านหลัง
“นายคิดว่าไง เดวิด เื่เวทมนต์น่ะ” อาเธอร์ถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมยังวิเคราะห์ข้อมูลอะไรไม่ได้เลย รู้แค่ว่ามันเป็คลื่นพลังงานแปลกๆ ที่ส่งมาจากแหวนของนักบวชคนนั้น มันสามารถรักษาาแได้ทันที ทั้งที่ไม่มีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างพวกหุ่นยนต์ระดับนาโน (Nanobots) หรือเครื่องพิมพ์เนื้อเยื่อ 3 มิติ (3D Bioprinter) เลย” เดวิดอธิบาย
“ถ้าไม่นับ ‘ตัวประหลาด’ แบบนายแล้ว ผมก็พึ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรกนี้ละ” เดวิดกล่าวเสียงเรียบ มองมาที่อาเธอร์
อาเธอร์ขมวดคิ้ว แต่ไม่ทันได้ตอบ เดวิดพูดต่อ “มีทางเดียวที่จะรู้ได้คือ ผมได้อุปกรณ์หรือวัตถุเวทพวกนั้นมาวิเคราะห์”
“ฉันก็คิดงั้น” อาเธอร์พยักหน้าเห็นด้วย
วาอินเดินกลับมาหาทั้งสอง “ท่านราเมซถูกเรียกตัวไปสภาอยู่ขอรับ ท่านอาจจะกลับดึกๆ ไม่ก็พรุ่งนี้เลยขอรับ แต่ท่านราเมซได้สั่งการคนที่คฤหาสน์เอาไว้แล้วขอรับ ท่านทั้งสองทำตัวตามสบายเลยขอรับ” เขากล่าว พร้อมทำมือทาบอกแล้วโค้งคำนับ
“วันนี้ขอบใจเ้ามาก วาอิน” อาเธอร์กล่าวขอบคุณ
“เป็เกียรติของข้าที่ได้รับใช้ท่านทั้งสองขอรับ” วาอินตอบ
“ไว้เจอกันใหม่” อาเธอร์กล่าว เดินเข้าคฤหาสน์พร้อมเดวิด เดวิดหันมามองวาอินเล็กน้อยแล้วพยักหน้าขอบคุณ
เมื่อเข้ามาในคฤหาสน์ เหล่าคนรับใช้ต้อนรับอาเธอร์และเดวิดเป็อย่างดี ทั้งสองขอตัวไปที่ห้องนอนเพื่อพักผ่อน อาเธอร์รู้สึกอยากนอนสุดๆ
บนเตียงนอน อาเธอร์นอนอยู่ ส่วนเดวิดนั่งบนเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่าง
“เวทมนตร์งั้นเหรอ…” อาเธอร์พึมพำ ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่เพดานของห้อง
“ตอนแรกที่เห็นอัคคาวิสก็ใอยู่เหมือนกัน” อาเธอร์พูดขึ้นลอยๆ “แต่ก็แค่สัตว์สายพันธุ์แปลกที่อาจจะมีอยู่บนดาวดวงนี้… แต่เวทมนตร์? เวทมนตร์เลยนะเดวิด นี่มันไม่เป็ไปตามหลักวิทยาศาสตร์เลยสักนิด”
“โลกนี้ชักจะมีเื่ลึกล้ำมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ แถมยังเื่ของมิดเทอราอีก ทำไมมีแต่ทวีปนี้ที่แห้งแล้งแล้วกลายเป็ทะเลทรายกัน…การลงโทษจากพระเ้างั้นหรอ? หรือบนโลกนี้พระเ้ามีอยู่จริงกัน?” อาเธอร์กล่าวต่อ
“ผมก็คิดแบบนั้นั้แ่มาถึงที่นี่แล้ว พวกกับการได้เห็นสินค้าต่างๆ ของทวีปตะวันตกและตะวันออก ที่ยืนยันได้ว่าทั้งสองทวีปนั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์ดีอยู่” เดวิดกล่าวเสริม
“ช่างมันเถอะๆ คิดมากไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ค่อยๆ เรียนรู้โลกแห่งนี้ไปเรื่อยๆ แล้วกัน” อาเธอร์กล่าวแบบขอไปที แล้วหลับตา
“ฝันดีเดวิด” อาเธอร์พูด
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนเดวิดได้ยินเสียงกรนจากอาเธอร์ และรู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่คงที่ ยืนยันว่าอาเธอร์หลับแล้ว เดวิดลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองท้องฟ้า จากนั้นหันไปหาอาเธอร์ที่นอนอยู่อย่างสบายใจ
“ฝันดีอาเธอร์” เดวิดกล่าว แล้วหันไปมองท้องฟ้าต่อ