ตอนที่ 10
หาข่าว
“เทวรูปอะไรเหรอครับ”พวกเก่งและไบรท์พอได้ยินกวีพูดถึงเทวรูปองค์ที่ 5 ก็แสดงท่าทีสงสัยออกมาทันที ตอนนี้ควรเป็เวลาที่พวกเขาตกลงกันเื่เดินทางไปยังเทวรูปกันยังไงแล้วมากกว่า แต่กวีกลับพูดเื่เทวรูปองค์ที่ 5 ออกมาทั้ง ๆที่เทวรูปมีกันแค่ 4 องค์เท่านั้น
“ไหน ๆพวกเราก็อยู่ปาร์ตี้เดียวกันแล้วบอกกันเอาไว้ก็คงไม่เป็ไร จริง ๆผมได้ข่าวเกี่ยวกับเทวรูปองค์ที่ห้าบนเกาะเริ่มต้นมาพอดี ว่ากันว่านอกจากเทพทั้งสี่แล้วยังมีเทพอีกองค์ที่เป็เทพแห่งความตาย และการรับพรจากเทวรูปองค์นั้นยังมีโอกาสที่จะนำพาไปเจออาชีพลับอีกด้วย”กวีเล่าเื่ที่ตนอ่านมาให้เพื่อนร่วมปาร์ตี้ฟัง จริง ๆแล้วเื่นี้ไม่ได้เป็ความลับอะไร เพราะผู้เล่นยุคเก่าที่รู้จักบอร์ดเกมที่กวีใช้หาข้อมูลก็คงรู้ข้อมูลนี้กันแล้ว ปัญหาคือเทวรูปที่ว่าอยู่ที่ไหนมากกว่า
“พวกเราจะไปหาเทวรูปที่ว่าเหรอคะ”มีนถามพลางเอียงคอสงสัย เธอไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าเทวรูปมีกี่องค์ บอกตามตรงตอนนี้เธอต้องไปเคารพเทวรูปองค์ไหนยังไม่ทราบเลย
“มันก็น่าสนใจ บางทีมันอาจจะทำให้พวกเราได้เปรียบก็ได้”กวีตอบด้วยรอยยิ้มเช่นเคย อาชีพลับเป็สิ่งที่ทุกคนในเกมเอคโค่้า แม้จะการันตีไม่ได้ว่าจะเก่งกว่าอาชีพปกติ แต่อาชีพลับก็สร้างความได้เปรียบหลายอย่างที่อาชีพปกติไม่มี
“ผมไม่บังคับทุกคนให้มาช่วยตามหาหรอกนะ ถ้าใครอยากจะลงไปยังแผ่นดินเบื้องล่างตอนนี้เลยก็ไม่ว่ากัน”กวีพูดข้อเสนอของตนออกไปก่อนเพราะเื่เทวรูปองค์ที่ 5 นั้นเป็ความสนใจส่วนตัวของกวี ทำให้เขาไม่คิดจะรั้งคนอื่นให้ต้องมาเหนื่อยกับความ้าของตน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็ลูกกิลด์ของเขาเองด้วย
“จริง ๆแล้วข้างล่างมีเพื่อนของผมรออยู่”ไบรท์พูดออกมาด้วยท่าทียิ้ม ๆ ผู้เล่นใหม่หลาย ๆคนก็มาเล่นเพราะเพื่อน ๆชวนมา แต่เพราะเพื่อน ๆไม่สามารถขึ้นมาช่วยบนเกาะเริ่มต้นได้ทำให้กว่าจะเล่นด้วยกันได้ก็ต้องผ่านเลเวล 10 ไปก่อน
“แต่ผมเลเวลสิบไวกว่าที่คิดเอาไว้ อยู่หาความลับสนุก ๆกับพี่กวีก็ดีเหมือนกัน”ไบรท์ยิ้มออกมาด้วยท่าทีร่าเริง บอกตามตรงว่าตอนนี้เขาเริ่มไว้ใจกวีมากกว่าเดิมหลายเท่า
“ผมเองก็เหมือนกัน ลงไปช้าหน่อยเพื่อน ๆก็ไม่ว่าหรอก”เก่งเองก็เหมือนกับไบรท์ที่มีเพื่อนรออยู่ข้างล่าง แต่เื่นี้ก็น่าสนใจเกินกว่าจะมองข้าม แล้วหากได้คำอวยพรลับแล้วลงไปหาเพื่อน ๆก็อาจจะดูเท่ไม่น้อยเลย
“ผมว่าจะตามพี่กวีอยู่แล้ว”เจตอบออกมาหน้าตาเฉยเพราะเจแต่เดิมก็จะมาสมัครเข้ากิลด์แล้วก็พลาดอย่างที่เห็น ตอนนี้หากแยกจากกวีอีกก็ไม่รู้จะไปไหนต่อแล้ว
“มีนก็จะตามพี่กวีไปเหมือนกัน”มีนตอบด้วยท่าทีมั่นใจ กวีรับปากแล้วว่าจะสอนเธอนี่นา แล้วก็ไม่ใช่แค่นั้นมีนรู้สึกว่าอยู่กับกวีเป็เื่ที่ถูกต้องมากกว่าไปมั่วเอาเองเป็ไหน ๆ
“ดี งั้นกลับหมู่บ้านกัน”กวียิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ตอนนี้กวียังไม่มีเบาะแสว่าจริง ๆแล้วเทวรูปของเทพแห่งความตายอยู่ที่ไหน แต่ก็พอจะเดาได้บ้าง และสถานที่ที่เทวรูปจะอยู่ก็อันตรายมากเสียด้วย ต่อให้เป็กวีก็ไม่ทราบว่าจะรอดหรือไม่ การมีพวกพ้องอยู่ก็ถือว่าช่วยได้เยอะเหมือนกัน
.
.
“ทำไมรู้สึกเหมือนทุกคนมองมาที่เราล่ะ”เจถามออกมาขณะเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ไม่ทราบทำไมสายตาของพวกคนที่อยู่หน้าเมืองถึงมองมาทางพวกกวีกันเป็ตาเดียวเลย
“เพราะเ้านี่ไง”กวีจับไปที่ดาบของตนเองที่แขวนอยู่ข้างเอว ตอนนี้ปาร์ตี้ของกวีมีอาวุธของทหารตัวหนอนกันครบทุกคน และมันก็เป็อาวุธเลเวล 8 ที่ดีที่สุดที่หาได้บนเกาะเริ่มต้นแล้ว แถมลำพังดาบยังไม่เท่าไรเพราะสังเกตได้ยาก แต่ในปาร์ตี้ของกวีตอนนี้มีทั้งโล่ หอก และขวานใหญ่ที่เด่นสะดุดตาอย่างมากอยู่ด้วย ไม่แปลกเลยที่คนอื่น ๆจะมองกัน
“หวา เหมือนเป็คนดังเลย”เก่งกลืนน้ำลายลงคอด้วยท่าทีประหม่า แต่สำหรับกวีที่เคยชินอยู่แล้วกลับเดินต่อด้วยท่าทีสบาย ๆ
“เดี๋ยวพวกเราต้องแยกย้ายกันไปคุยกับพวก npc พยายามหาข้อมูลของเทพแห่งความตายมาให้ได้ ไม่ใช่แค่เื่เทวรูปไม่ว่าจะเป็ตำนาน เื่เล่าหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเทพของโลกใบนี้พยายามเก็บมาให้หมด”กวีสั่งพลางเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาหมู่บ้านไม่ได้ใหญ่มาก เพียงแต่ระบบสมองกลของ npc ในเกมเอคโค่ค่อนข้างฉลาดมาก การคุยแต่ละครั้งอาจจะได้ข้อมูลมาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า npc จะเลือกพูดอะไร แม้แต่กับเ้าของร้านขายอาวุธที่พวกกวีเข้าไปรบกวนหลายครั้งยังชวนกวีคุยเื่การสร้างอาวุธเลย
“เข้าใจแล้ว งั้นผมจะไปลองถามพวกคนเลี้ยงวัวนะ”เก่งได้รับคำสั่งก็วิ่งออกไปที่แถว ๆทุ่งหญ้ารอบนอกหมู่บ้านทันที แน่นอนว่าไบรท์กับเจก็แยกกันไปอีกทางด้วยท่าทีขยันขันแข็ง เพียงแต่...
“งั้น มีนจะลองดูนะ”มีนตอบออกมาด้วยท่าทีไม่มั่นใจ แถมแต่เดิมความสามารถด้านสื่อสารของมีนก็ไม่ค่อยดีเท่าไร บอกตามตรงว่ากวีอดเป็ห่วงไม่ได้จริง ๆ
“ขอโทษนะคะ ขอถามอะไรหน่อยได้หรือเปล่าคะ”มีนเดินเข้าไปหาชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้านขายยา นับว่าเธอทำได้ดีที่เข้าไปทักสำเร็จ แต่ว่า
“มีอะไรให้ช่วยเหรอคนสวย”ชายคนนั้นหันมายิ้มให้มีนทันทีด้วยท่าทางดีใจ มีสาวสวยเข้ามาทักแบบนี้ผู้ชายที่ไหนจะไม่รู้สึกตื่นเต้นบ้างเล่า
หมับ...
อยู่ ๆกวีก็เดินเข้าไปหามีนก่อนจะเอาแขนโอบไหล่มีนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ขอโทษทีนะ เธอแค่กำลังหลงทางก็เลยหาผมไม่เจอ”กวีตอบพลางลากตัวมีนออกมาช้า ๆ แต่มีนที่โดนลากออกมากลับทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก ทำไมกวีต้องเข้ามาขวางแล้วยังมาโอบไหล่เธอแบบนี้ด้วยล่ะ
“เ้านั่นมันผู้เล่นนะ”กวีถอนหายใจออกมาก่อนจะเฉลยให้มีนฟัง เพราะกลัวว่าจะต้องอธิบายยืดยาวกวีเลยตีมึนเอามีนออกมาจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดแทน
“เอ๊ะ ผู้เล่น...”มีนมองกลับไปที่ชายคนนั้นด้วยท่าทีอึ้ง ๆ npc ในเกมนี้ทำได้เหมือนจริงมากจนแยกไม่ออกเลย บอกตามตรงถ้าไม่มีเขางอกออกมาหรือมีเกล็ดตามตัวมีนก็แยกไม่ออกจริง ๆว่าคนไหน npc คนไหนเป็ผู้เล่น
“ฟังนะ ผู้เล่นจะมีแหวนวงนี้ที่นิ้วชี้ข้างซ้ายเสมอ ต่อให้ใส่ถุงมือมันก็จะโผล่ออกมาข้างนอก ระวังอย่าไปทักผิดล่ะ”กวียกมือขึ้นมาให้มีนดู แหวนวงนี้คือไอเทมพื้นฐานของผู้เล่น เพราะแหวนวงนี้คือตัวสำหรับเปิดหน้าต่างเมนูในเกมนั่นเอง โดยแหวนของทุกคนจะมีลักษณะเหมือนกัน มันเป็แหวนที่สลักลายอย่างสวยงามพร้อมประดับเพชรน้ำดีเม็ดใหญ่เอาไว้อีกด้วย เพียงแต่สีจะไม่เหมือนกัน อย่างของมีนเป็สีเงินประดับด้วยเพชรสีน้ำเงิน ส่วนของกวีเป็สีดำประดับด้วยเพชรสีเื และหากจำไม่ผิดของ เก่ง ไบรท์ และ เจ จะเป็แหวนทองประดับด้วยเพชรสีใส
“เข้าใจแล้วค่ะ”มีนตอบพลางพยักหน้าช้า ๆ คราวนี้เธอจะไม่ทำพลาดอีกแล้ว
“..........”หลังจากปล่อยให้มีนลองไปคุยกับ npc อีกครั้งกวีก็มองตามจนแน่ใจว่าเธอจะไม่ไปถามข้อมูลเอาจากผู้เล่นอีกรอบเสียก่อน เมื่อมั่นใจแล้วว่าเธอสามารถแยกผู้เล่นกับ npc ออกแล้วกวีก็มองไปที่ซากวิหารที่อยู่ทั่วหมู่บ้านก่อนจะเดินเข้าไปช้า ๆ
ตัวซากวิหารนั้นเก่าแก่มาก ทำให้ลวดลายที่ควรจะสลักอยู่ตามเสาวิหารเลือนหายไปจนหมด ในเกมที่ทำละเอียด ๆ ตามกำแพงของวิหารหรือปราสาทที่ได้เข้าไปก็จะเล่าเื่ราวของโลกในเกมนั้น ๆด้วย แต่กลัวว่าวิหารเหล่านี้จะไม่เหลืออะไรอีกเลยนี่สิ
จ๋อม..
ระหว่างกำลังเดินสำรวจวิหารเก่าที่พังไม่เหลือชิ้นดีอยู่นั้น กวีก็ได้ยินเข้ากับเสียงบางอย่างเหมือนมีอะไรตกลงไปในน้ำไม่มีผิด ไม่สิไม่ใช่ตกมันเบากว่านั้นมาก แต่ในหมู่บ้านไม่มีแม่น้ำนี่นาทำไมถึงมีเสียงน้ำได้
“............”กวีเดินตามเสียงไปอย่างรวดเร็วก่อนจะมาเจอเข้ากับซากวิหารส่วนหนึ่งที่มีลักษณะเป็โดนหลังคาที่พังลงมาครอบพื้นเอาไว้ หน้าต่างที่ควรจะเป็หน้าต่างสำหรับรับแสงแดดจากโดมกลับกลายเป็ประตูไปเสียแล้ว และภายในโดมก็ยังมีบ่อน้ำพุที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ดีอยู่ด้านใน และเสียงน้ำที่กวีได้ยินก็มาจากน้ำพุแห่งนี้เอง
“สวัสดีค่ะ ท่านมาตักน้ำเหมือนกันงั้นหรือ”หญิงชาวเผ่าวัยกลางคนผู้หนึ่งพูดพลางมองมาทางกวีด้วยท่าทีอ่อนโยน เธอเป็ npc ที่กวีไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แถมเธอก็กำลังใช้ขวดแก้วตักน้ำจากน้ำพุอย่างระมัดระวังอีกต่างหาก มันไม่เหมือนการตักน้ำไปใช้แต่มันเหมือนเป็การตักน้ำในพิธีอะไรสักอย่าง
“ที่นี่มัน...”กวีมองไปรอบ ๆด้วยท่าทีใ อาจจะเพราะมันมีสภาพเป็โดมหลังคาทำให้ภายในได้รับผลกระทบจากแดดฝนน้อยกว่าซากข้างนอกทำให้ภาพวาดและงานแกะสลักข้างในยังเหลือร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง และภาพเหล่าทวยเทพทั้ง 5 ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากวีแล้วจริง ๆ
“ท่านเองก็สนใจเื่ราวของโลกใบนี้หรือเ้าคะ”พอเห็นกวีมองภาพวาดของวิหาร หญิงวัยกลางคนก็ยิ้มออกมาด้วยท่าทีพึงพอใจก่อนจะนำน้ำในขวดแก้วใส่ลงไปในกระเป๋าอย่างบรรจง
“ช่วยเล่าให้ฟังได้หรือเปล่า เื่ของเหล่าทวยเทพ”กวีถามออกไปพลางมองไปทางหญิงวัยกลางคนผู้นั้นอย่างคาดหวัง บรรยากาศรอบตัวเธอไม่ว่าจะดูอย่างไรก็ไม่เหมือนหญิงชาวบ้านธรรมดา ทั้งการแต่งตัวที่ดูหรูหรากว่าชาวบ้านคนอื่น ๆ รวมทั้งการตักน้ำของเธอก่อนหน้านี้ด้วย
“ได้อยู่แล้วเ้าค่ะ หน้าที่นั้นเป็หน้าที่ข้าอยู่แล้ว”หญิงวัยกลางคนยิ้มก่อนจะประสานมือเอาไว้ที่อกก่อนจะทำท่าเหมือนกำลังขอพรต่อรูปวาดบนผนังอย่างนอบน้อม เธอดู....มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าเลย
“ข้าชื่อ วินย่า เป็หัวหน้าของชาวเผ่าโรเร็น นานมากแล้วที่ไม่มีนักผจญภัยเข้ามาพบข้าแบบนี้”วินย่าตอบพลางเดินเข้าไปหากวีด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอหัวหน้าหมู่บ้านในส่วนลึกของวิหารแบบนี้ หวังว่าเธอจะมีข้อมูลของเทวรูปของเทพแห่งความตายนะ