'คลิก...'
เสียงดาลประตูห้องนอนส่วนตัวของนิชาปิดสลักลงอย่างแผ่วเบา ทว่าในความรู้สึกของผม มันกลับเปรียบประดุจเสียงลงกลอนกรงขังที่ปิดตายอิสรภาพและศักดิ์ศรีของผมไว้ข้างในอย่างสมบูรณ์แบบ
ผมก้าวเท้าเดินโซเซออกมาตามโถงทางเดินชั้นบนของคฤหาสน์หรูยามเที่ยงคืน บรรยากาศรอบกายมืดสลัว เงียบสงัด และเย็นเยือก ราวกับความมืดมิดกำลังกลืนกินทุกสิ่งอย่างช้าๆ ร่างกายของผมอ่อนล้าแสนสาหัส ขาบิดเกร็งจนสั่นเทา ผิวกายเปลือยเปล่าใต้เสื้อผ้าชุดนอนยังคงหลงเหลือความอบอ้าว คราบน้ำรัก และกลิ่นหอมดอกไม้ราตรีซ่อนกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของนิชาที่ติดตรึงซึมลึกตามผิวกายและมโนสำนึก กลิ่นหอมหวานซ่อนพิษร้ายที่ตอกย้ำว่าผมเพิ่งผ่านพายุรักชู้สาวดุเดือด และยินยอมตกเป็น 'ทาสอารมณ์' ใต้เรือนร่างของลูกสาวคนโตแท้ๆ ของภรรยาตนเอง...
หัวใจข้างในอกซ้ายของผมรัวกระหน่ำด้วยความหวาดผวาพรั่นพรึง ร่างกายทุกส่วนคดเกร็งด้วยความตึงเครียดอันมหาศาล ความรู้สึกขัดแย้งโถมทับตีรวนกันอยู่ในมโนสำนึกลึกซึ้ง ความรู้สึกผิดบาปต่อพี่เกด—ภรรยาผู้แสนดีที่ผมรักยิ่งกว่าชีวิต—ทบทวีขึ้นมาจนอกแทบแตกสลาย ยิ่งคิดถึงคำกระซิบเตือนสติทิ้งท้ายอันแสนเย็นเยือกและร้ายกาจของนิชาก่อนออกจากห้อง เสียงนั้นก็ยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของผมราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางอก
'ฉันกำลังรวบรวมหลักฐานเด็ดชิ้นใหม่... ข้อมูลบัญชีการเงินลับ และรูปถ่ายลับชู้สาวลึกซึ้งระหว่างเกดแม่ของฉัน กับกิตติธัชพ่อแท้ๆ ของฉัน!'
คำพูดตอกย้ำนั้นประทับลงในความทรงจำของผมประดุจเข็มพิษอาบยาพิษที่ทิ่มแทงเข้ากลางหัวใจ ร่างกายของผมเกร็งสะท้านด้วยความหวาดกลัวสายใหม่ที่เพิ่งก่อตัวขึ้น หากสิ่งที่นิชาพูดเป็นความจริง... หากพี่เกดภรรยาของผมมีความสัมพันธ์ชู้สาวลึกซึ้งลับหลังผมกับอดีตสามีมหาเศรษฐี และหากนิชานำหลักฐานเด็ดเหล่านั้นมาใช้บีบบังคับในกระดานเดิมพันครั้งถัดไป ทั้งผมและพี่เกดก็จะต้องตกเป็นทาสใต้โอวาทของลูกสาวคนโตอย่างไม่อาจดิ้นหลุดได้เลย
ผมเดินก้มหน้า พาร่างกายที่ซาบซ่านไปด้วยคราบน้ำรักและความรู้สึกผิดบาป มุ่งหน้าตรงไปยังประตูห้องนอนใหญ่ของผมกับพี่เกด ฝ่ามืออันสั่นเทายกขึ้นจับลูกบิดประตูโลหะเย็นเฉียบ ค่อยๆ ออกแรงหมุนบิดอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง
'กริ๊ก...'
บานประตูเปิดออกแผ่วเบา ผมแทรกตัวย่องกลับเข้าห้องนอนใหญ่ท่ามกลางความมืดมิด แสงดวงจันทร์นวลตาจากภายนอกทอดฉายผ่านม่านโปร่งพลิ้วไหว ส่องกระทบเรือนร่างอันคุ้นเคยของพี่เกด ที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงขนาดใหญ่หนานุ่ม ผ้าม่านและผ้าห่มแพรมันลื่นสะท้อนเงาความสงบเงียบ แว่วเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเธอในความเงียบสงัด
ละอองน้ำหอมกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นดอกไม้ไทยอันอ่อนโยนประจำตัวของพี่เกด อบอวลเข้าปะทะนาสิกประสาทของผมทันที กลิ่นหอมอันแสนอบอุ่นและคุ้นเคยที่เคยทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยเสมอมา ทว่าในเวลานี้ กลิ่นหอมนั้นกลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดบาปและความละอายใจอย่างลึกซึ้ง ยามที่กลิ่นหอมของภรรยาปะทะสอดประสานกับกลิ่นดอกไม้ราตรีซ่อนกลิ่นของนิชาที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวกายของผม
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างยากลำบาก ค่อยๆ ล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง นุ่ม และสอดแขนสวมกอดพี่เกดจากด้านหลังอย่างแผ่วเบาด้วยความรักและความสงสารอันเปี่ยมล้น
พี่เกดเคลื่อนไหวตัวช้าๆ ในความฝัน เธอครางเบาๆ ในลำคอด้วยความเคลิบเคลิ้ม ขยับสะโพกเบียดแนบเข้าหาอ้อมกอดของผม ร่างกายอุ่นนุ่มและทรวดทรงอันเย้ายวนของภรรยาชิดใกล้กับผม ส่งมือเรียวสวยมาวางทับมือของผมที่กุมเอวคอดของเธอไว้ ซบแผ่นหลังนุ่มนิ่มเข้ากับอกของผมอย่างไว้วางใจ
ผมซุกใบหน้าลงกับแผ่นหลังอุ่นนุ่มของพี่เกด หลับตาลงแน่น ทว่าจิตใจกลับตื่นกลัวจนไม่อาจสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกผิดบาปจากการยอมตกเป็น 'ทาสอารมณ์' ของนิชา ปะทะกับความรัก ความสงสาร และความหวาดผวาว่าความลับจะถูกเปิดโปง ตีรวนอยู่ในอกจนจุกแน่น
ผมจินตนาการถึงภาพความจริงอันมืดดำที่นิชาข่มขู่ไว้ ภาพของพี่เกดที่อาจจำใจแอบไปพบกิตติธัช ภาพข้อตกลงลับและพันธะสัญญาทางธุรกิจที่กำลังกลืนกินครอบครัวของเรา... ทำไมภรรยาที่แสนดีและงดงามของผมถึงต้องมาเผชิญกับเรื่องราวอันเลวร้ายเช่นนี้? และตัวผมเอง ในฐานะสามี กลับไม่อาจช่วยเหลืออะไรเธอได้เลย แถมยังต้องตกเป็นเครื่องมือและทาสอารมณ์ของลูกสาวภรรยาเพื่อแลกกับการปกปิดความลับและรักษาคฤหาสน์หลังนี้ไว้
ตลอดทั้งคืนนั้น ผมนอนลืมตาโพลงในความมืดมิด จ้องมองฝ้าเพดานสลัวด้วยจิตใจที่ฟุ้งซ่านและตื่นกลัว เสียงหัวใจเต้นถี่ระทึกทุกลมหายใจเข้าออก ทุกลมพัดผ่านหน้าต่างทำให้ผมสะดุ้งหวาดระแวง ไม่ไม่อาจข่มตาหลับลงได้เลยแม้แต่เสี้ยวนาที จนกระทั่งแสงทองแห่งรุ่งอรุณค่อยๆ จับขอบฟ้าและทอดฉายผ่านม่านเข้ามาในห้องนอน...
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามาสู่โถงทางเดินและห้องทำงานชั้นบนของคฤหาสน์หรู ทว่าแสงสว่างเหล่านั้นกลับไม่อาจขับไล่ความมืดมนในจิตใจของผมออกไปได้เลยแม้แต่น้อย
ผมเดินลงมาจากห้องนอนใหญ่ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนล้าแสนสาหัส ขอบตาทึบอิดโรย หน้าซีดเซียว และจิตใจฟุ้งซ่านจนไม่อาจจดจ่อกับสิ่งใดได้ พี่เกดตื่นก่อนผมเล็กน้อยและขอตัวลงไปช่วยงานในครัวชั้นล่าง ผมจึงฉวยโอกาสนี้เดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานชั้นบนเพื่อหวังจะรวบรวมเอกสารงานโปรแกรมเมอร์และตั้งสติ
ทว่า ทันทีที่ผมเดินผ่านมุมสลัวของโถงบันไดหน้าห้องทำงาน เงาร่างเพรียวระหงของใครบางคนก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด ดักหน้าผมไว้ทันควัน
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... คุณพ่อเลี้ยง"
เสียงหวานเรียบต่ำทว่าแฝงด้วยกระแสความทรงอำนาจและเยือกเย็นดังขึ้นเบาๆ ผมสะดุ้งสุดตัว หยุดก้าวเท้าเกร็งแข็งไปทั้งร่าง ยามสบสายตากับ **นิชา** ลูกสาวคนโตแท้ๆ วัยยี่สิบสี่ปีของพี่เกด
เช้าวันนี้ นิชาสวมชุดทำงานผ้าแพรมันลื่นสลับสีสุภาพ เรียวขางามสวมกางเกงเรียบหรูทอดตัวยาว เรือนผมสยายเรียบร้อยประดุจนักบริหารสาวเสน่ห์แรง ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่กระตุกขึ้นตรงเรียวปากบางเฉียบกลับแฝงด้วยความเย้ยหยันและอันตรายยิ่งกว่าพิษร้าย
"นิชา..." ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงพร่าแหบ คอแห้งผากด้วยความหวาดระแวง "คุณ... มาทำอะไรตรงนี้?"
นิชาไม่ตอบคำถามทันที เธอค่อยๆ เยื้องก้าวเข้ามาหาผมทีละนิด เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้ขัดมันดังแผ่วเบาแต่ฟังดูทรงพลัง นิชายกยิ้มเย้ยหยันแสนเสน่หา ก่อนจะยื่นมือเรียวสวยหยกขาวเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทำงาน หยิบมือถือที่หรูหราออกมา
"เมื่อคืนนี้... หน้าที่ทาสอารมณ์ของคุณทำได้ไม่เลวเลยนะคะภัทร" นิชาเอ่ยกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมทอดมองผมด้วยสายตาผู้ถือครองอำนาจเหนือกว่า "แต่คุณคงกำลังสงสัยสินะคะ... ว่าสิ่งที่ฉันพูดเรื่อง 'หลักฐานเด็ด' เมื่อคืนนี้ มันเป็นเรื่องจริง หรือแค่คำขู่?"
หัวใจของผมกระตุกวูบ! "คุณหมายความว่ายังไง..."
นิชาไม่พูดเปล่า เธอยกเครื่องมือสื่อสารขึ้น นิ้วเรียวสวยแตะปลดล็อกหน้าจอแสงสีสดใส แล้วเอียงหน้าจอเข้าหาสายตาของผมในมุมมืดสลัวของห้องทำงาน
"ดูกับตาของคุณเองสิคะ..." นิชาเอ่ยเสียงเรียบ
สายตาของผมจ้องมองไปยังหน้าจอเครื่องมือสื่อสารของเธอทันที และในวินาทีนั้นเอง ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็ดังประดุจสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางอกของผมอย่างจัง!
ภาพแรก... คือภาพถ่ายสลัวยามค่ำคืน ภาพของพี่เกด ภรรยาของผม สวมชุดสวยหรูทรงเสน่ห์ แอบก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของห้องชุดหรูชั้นบนสุด แห่งหนึ่ง โดยมีชายวัยกลางคนรูปร่างภูมิฐาน แต่งกายด้วยชุดสูทสากลราคามหาศาล อย่าง **กิตติธัช** อดีตสามีมหาเศรษฐี ยื่นมือไปโอบประคองไหล่ของเธอเข้าด้านในด้วยท่าทีสนิทสนมลึกซึ้ง!
ภาพที่สอง... คือภาพถ่ายหน้าจอเอกสารบันทึก บัญชีการเงินลับ และสเตตเมนต์การโอนเงินลับก้อนโตจำนวนหลายล้านบาท ระหว่างบัญชีส่วนตัวของกิตติธัชและบัญชีลับในนามของพี่เกด!
"นี่มัน..." ผมตะลึงงัน ร่างกายเกร็งแข็งจนชาไปทั้งตัว ดวงตาขยายกว้างด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด หัวใจข้างในอกซ้ายแทบหยุดเต้น!
นิชายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาตกตะลึงของผม เธอขยับยื่นเครื่องมือสื่อสารเข้ามาใกล้สายตาของผมมากขึ้น เพื่อให้ผมเห็นรายละเอียดของภาพถ่ายและเอกสารโอนเงินลับเหล่านั้นอย่างชัดเจน ก่อนจะเอียงใบหน้าเข้ามาประชิดข้างหูของผม แล้วเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำทว่าทรงอำนาจและเยือกเย็นที่สุด
"ความลับทั้งหมดของแม่... อยู่ในมือของนิคนเดียวค่ะ"
คำกระซิบนั้นดังก้องสะท้อนอยู่ในมโนสำนึกของผมประดุจเสียงพิพากษา นิชาละใบหน้าออกเล็กน้อย จ้องมองผมด้วยสายตาแวววาวแห่งชัยชนะอันเด็ดขาด
"รูปถ่ายลับชู้สาวลึกซึ้ง... และเอกสารบันทึกบัญชีการเงินลับพวกนี้ นิเป็นคนสืบและรวบรวมมาไว้ในมือเองกับมือ" นิชาเอ่ยตอกย้ำ ทุกคำพูดเต็มไปด้วยพิษร้าย "ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วสินะคะภัทร... ว่าทำไมคุณถึงไม่มีทางดิ้นหลุดจากพันธะสัญญาและสถานะ 'ทาสอารมณ์' ของนิได้เลย เพราะถ้าคุณกล้าแข็งข้อ หรือกล้าเปิดเผยเรื่องของเราให้แม่รู้... นิก็จะปล่อยหลักฐานเด็ดชุดนี้ออกไปทันที!"
ผมยืนตัวสั่นระริก ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเจ็บปวดขมขื่นลึกซึ้ง ภาพของพี่เกดที่แอบไปพบกิตติธัชในห้องชุดหรูชั้นบนสุด และภาพเอกสารการโอนเงินลับเหล่านั้น ทิ่มแทงหัวใจของผมจนแหลกสลายเป็นชิ้นๆ
ทว่า ในความเจ็บปวดแสนสาหัสนั้น ความคิดในหัวของผมกลับคิดไปเองด้วยความรักและความสงสารพี่เกดอย่างจับใจ... ผมคิดไปเองว่า พี่เกดภรรยาของผมคงต้องจำใจขายตัว จำใจยินยอมสยบใต้เงื่อนไขอันบิดเบี้ยวของกิตติธัช เพื่อแลกกับเงินกู้ก้อนมหาศาลมาใช้กอบกู้บริษัทและคฤหาสน์หลังนี้! ผมไม่ระแคะระคายหรือเฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่า พี่เกดอาจยินดีตอบแทนกิตติธัชด้วยความเต็มใจและเสน่หาชู้สาวลึกซึ้ง...
'พี่เกด... ทำไมพี่ต้องยอมทำถึงขนาดนี้เพื่อเงินกู้ด้วย?' ผมคิดในใจด้วยความขมขื่นและน้ำตาคลอเบ้า ความสงสารและความรักที่มีต่อภรรยาทำให้ผมเจ็บปวดจนแทบขาดใจ
"และจำไว้นะคะ..." นิชาเอ่ยกระซิบตอกย้ำข้างหูผมอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอเด็ดขาดและไร้ความเมตตา "ถ้าไม่อยากให้เรื่องอื้อฉาวนี้ทำลายชีวิตของแม่... และทำลายครอบครัวของเรา คุณก็ต้องเจียมตัว อยู่ในสถานะเบี้ยล่างและทาสอารมณ์ของนิอย่างว่าง่ายตลอดไป!"
ผมกรามแน่น กลืนน้ำลายเหนียวเหนอะลงคอที่แห้งผาก ข่มใจปิดปากเงียบสนิท ยอมรับความเจ็บปวดและความตกเป็นเบี้ยล่างไว้เพียงลำพัง เพื่อปกป้องพี่เกดภรรยาที่รัก ไม่ให้เรื่องอื้อฉาวอันเลวร้ายนี้กะพือออกไปทำลายชีวิตของเธอ...
ขณะที่ผมยืนตัวเกร็งช็อกและสับสนกับหลักฐานเด็ดในเครื่องมือสื่อสารของนิชา หัวใจจมลึกอยู่กับความเจ็บปวดและความตื่นกลัวอันมหาศาล...
'กรับ... กรับ...'
เสียงก้าวเท้าเบาๆ บนบันไดไม้ขัดมันดังก้องขึ้นจากโถงบันไดด้านหลัง พร้อมกับเสียงหวานนุ่มอันคุ้นเคยที่เอ่ยขึ้น
"ภัทรจ๊ะ... นิชา... ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้นเหรอจ๊ะ?"
ทั้งผมและนิชาสะดุ้งเล็กน้อย! ผมเกร็งลำคอแน่น หัวใจตกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตื่นตระหนก สายตาหันไปมองยังต้นเสียงทันที
**พี่เกด** เดินถือแก้วกาแฟอุ่นๆ ก้าวขึ้นมาจากโถงบันได เธออยู่ในชุดเหย้าอยู่บ้านผ้าแพรมันลื่นสีหวาน ทรวดทรงอวบอิ่มวัยสี่สิบสองปีสะท้อนแสงแดดยามเช้าอย่างงดงาม ทว่าใบหน้าสวยหวานของเธอกลับแฝงด้วยความสงสัยและแววตาที่มองมายังเราสองคนอย่างผิดสังเกต
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... นิชาลับกลับแสดงทักษะการปรับตัวอันน่าทึ่งและร้ายกาจออกมาทันที!
เรียวปากบางเฉียบที่เคยยกยิ้มอันตราย ปรับสลับโหมดเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส น่ารัก และเป็นปกติทันควันอย่างมืออาชีพ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย นิชาเก็บเครื่องมือสื่อสารลงในกระเป๋าเสื้อทำงานอย่างราบรื่นและเปรียบประดุจไม่มีสิ่งใดแอบซ่อนไว้
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแม่..." นิชาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหวานนวล ทว่าสายตากลับเหลือบมาจ้องมองผมด้วยความเย้ยหยันและแฝงนัยลับ ก่อนจะพูดยั่วเย้าสองแง่สองง่ามแฝงนัยลับใส่ทั้งพี่เกดและผมขึ้นมาทันที
"นิกำลังช่วยดู 'หลักฐานลับ' เรื่องบัญชีบริษัทให้พี่ภัทรอยู่น่ะค่ะ..." นิชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ แต่ทุกลูกคำกลับบาดลึก "เห็นช่วงนี้คุณแม่กับพี่ภัทรดูเครียดๆ เรื่องตัวเลขและธุรกรรมการเงินกับผู้ใหญ่... นิเลยช่วยดูหลักฐานลับๆ ให้ จะได้ไม่มีใครถูกหลอก หรือโดนใครแอบเอาข้อตกลงลับไปขายยังไงล่ะคะ"
คำพูดพูดยั่วเย้าสองแง่สองง่ามของนิชาดังก้องในความเงียบยามเช้า!
ประโยคที่ฟังดูเหมือนเรื่องงานบัญชีทั่วไป ทว่าสำหรับพี่เกดและผม มันกลับแฝงนัยลับอันน่าพรั่นพรึงอย่างยิ่ง!
พี่เกดที่ยินคำพูดนั้น ชะงักก้าวเท้าไปทันที! แก้วกาแฟในมือของเธอสั่นคลอนเล็กน้อย ใบหน้าสวยหวานที่เคยสงสัยเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ประหม่า และเลิกล่กลิบลับอย่างเห็นได้ชัด! ดวงตาคู่สวยของภรรยาวัยสี่สิบสองปีขยายกว้างด้วยความรู้สึกผิดและหวาดระแวงว่าลูกสาวคนโตอาจจะรู้ความลับเรื่องข้อตกลงลับและการรับเงินกู้จากกิตติธัช
"นิ... นิชา..." พี่เกดเอ่ยเสียงสั่นพร่า พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน "พูดเรื่องอะไรกันจ๊ะ... บัญชีบริษัทแม่กับภัทรจัดการเรียบร้อยดีอยู่แล้วนะ..."
นิชายิ้มหวานแสนเสน่หา ทว่าดวงตาคู่คมกลับฉายประกายแวววาวแห่งชัยชนะ เธอเดินเข้าไปใกล้พี่เกด ยื่นมือไปแตะไหล่ของแม่เบาๆ แล้วเอ่ยยั่วเย้าเพิ่มขึ้น
"เหรอคะคุณแม่? แต่นิว่า... บางทีความลับบางอย่างที่คุณแม่ซ่อนไว้ อาจจะไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คุณแม่คิดก็ได้นะคะ" นิชาเอ่ยเสียงนวล ก่อนจะหันมาส่งรอยยิ้มยั่วเย้าให้ผม "จริงไหมคะ... พี่ภัทร?"
ผมรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกหยุดไปชั่วขณะ! หัวใจเต้นรัวตูมตามด้วยความตื่นเต้นและตื่นกลัวสุดขีด ร่างกายเกร็งแข็งใต้สายตาที่จ้องมองมาจากทั้งลูกสาวและแม่
ทว่า เพื่อปกป้องพี่เกดไม่ให้จับพิรุธได้ และเพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายจนความลับแตก ผมจำต้องข่มความเจ็บปวด ความตื่นกลัว และความรู้สึกอับอายไว้ลึกที่สุดในจิตใจ ผมสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับสีหน้าให้เรียบเฉยเมย พยายามส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดไปให้พี่เกด
"ไม่มีอะไรหรอกครับพี่เกด..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่ามั่นคง กลบเกลื่อนความสั่นพร่า "นิชาแค่ช่วยตรวจทานเอกสารบัญชีทั่วไปน่ะครับ พี่เกดอย่าคิดมากเลยนะครับ"
พี่เกดมองหน้าผม สลับกับมองหน้านิชาอย่างระมัดระวัง แม้เธอจะพยายามพยักหน้ารับคำกลบเกลื่อนของผม ทว่าในดวงตาคู่สวยของภรรยายังคงแฝงด้วยความประหม่า ลังเล และรู้สึกผิดสังเกตในท่าทีของลูกสาวคนโตอย่างยิ่ง ความตึงเครียดสามเส้าครอบคลุมบรรยากาศโถงทางเดินชั้นบนจนอึดอัดแทบหายใจไม่ออก...
ช่วงสายของวันเดียวกัน
บรรยากาศภายในคฤหาสน์หรูยังคงอบอวลไปด้วยความอึดอัดและเงียบสงบอย่างแปลกประหลาด นิชาขอตัวออกไปทำงานข้างนอกตามปกติ ทิ้งให้ผมและพี่เกดอยู่ร่วมกันในห้องรับรองชั้นล่าง
พี่เกดนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่เนื้อผ้านุ่ม สวมชุดทำงานผ้าแพรสีอ่อนเรียบหรู ในมือถือเครื่องมือสื่อสารไว้แน่น ท่าทางของเธอประหม่า กระสับกระส่าย และไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอคอยเหลือบมองหน้าจอเครื่องมือสื่อสารอยู่ตลอดเวลา ราวกับกำลังรอคอยสายสำคัญบางสายด้วยความหวาดหวั่น
ผมยืนแอบมองเธออยู่ห่างๆ จากมุมโถงห้องนั่งเล่น หัวใจของผมจุกแน่นด้วยความเจ็บปวดและความสงสัย ภาพหลักฐานเด็ดจากมือของนิชาเมื่อเช้ายังคงลอยวนเวียนอยู่ในหัว... ภาพของพี่เกดกับกิตติธัชในห้องชุดหรูชั้นบนสุด และสเตตเมนต์บัญชีโอนเงินลับเหล่านั้น ยิ่งเห็นพี่เกดทำท่าทางมีพิรุธ หัวใจของผมก็ยิ่งแหลกสลาย
และแล้ว... ในช่วงเวลานั้นเอง
'ครืด... ครืด... ครืด...'
สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ของพี่เกดก็ส่งเสียงสั่นและดังขึ้นกะทันหัน!
พี่เกดสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำเครื่องมือสื่อสารหลุดมือ! เธอรีบยกหน้าจอขึ้นดู และทันทีที่เห็นชื่อหรือหมายเลขที่โทรเข้ามา ดวงตาคู่สวยของเธอก็ขยายกว้าง ใบหน้าหวานซีดสลดลงในฉับพลัน!
เธอรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้นวม สายตาเหลือบมองมาทางผมชั่วครู่ด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินแยกตัวมุ่งหน้าไปยังมุมกระจกบานใหญ่ริมสวนเพื่อความกระจ่างและเป็นส่วนตัวที่สุด
ผมไม่ได้เดินตามไป ทว่าประสาทสัมผัสที่ไวต่อเหตุการณ์ทำให้ผมค่อยๆ ขยับตัวไปยืนอยู่หลังเสาหินอ่อนใกล้ๆ แอบฟังและสังเกตท่าทีของภรรยาอย่างเงียบเชียบ
พี่เกดใช้นิ้วมืออันสั่นเทากดรับสาย นำเครื่องมือสื่อสารขึ้นแนบใบหูด้วยน้ำเสียงสั่นพร่ากลบเกลื่อน
"สวัสดีค่ะ... คุณกิตติธัช..."
คำว่า 'กิตติธัช' ที่หลุดมาจากเรียวปากของพี่เกด ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ! อกข้างซ้ายเย็นวาบประดุจถูกน้ำแข็งกัด
เสียงจากปลายสายของ **กิตติธัช** อดีตสามีมหาเศรษฐี ดังลอดออกมาจากลำโพงเครื่องมือสื่อสารแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาทรงพลัง ราบเรียบ และเต็มไปด้วยความถือดีของผู้ถือครองอำนาจทางการเงิน
"เกด... ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้คุณทราบ" เสียงกิตติธัชเอ่ยผ่านสาย "เงินกู้ก้อนสุดท้ายสำหรับการกอบกู้บริษัทของคุณ... ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว"
พี่เกดสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างตื่นเต้น มือที่ถือเครื่องมือสื่อสารสั่นระริก "จริง... จริงเหรอคะคุณกิตติธัช? ขอบคุณ ขอบคุณมากนะคะ..."
ทว่า ก่อนที่พี่เกดจะได้แสดงความดีใจ เสียงของกิตติธัชก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง และแฝงเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้บรรยากาศพลิกผันทันที
"แต่มีข้อตกลงสำคัญ..." กิตติธัชเอ่ยเน้นเสียงเด็ดขาด "เงินกู้ก้อนสุดท้ายนี้... ผมต้องการให้คุณมารับด้วยตัวเอง และเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของพันธะสัญญาของเรา ผมขอนัดหมายให้คุณเดินทางไปพบผมที่ **บ้านพักตากอากาศพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว (วิลล่าส่วนตัวหรู)** ที่เขาใหญ่ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้"
ดวงตาของพี่เกดขยายกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด! "เขาใหญ่... บ้านพักตากอากาศพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวเหรอคะ?"
"ใช่..." เสียงกิตติธัชตอบราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจ "เป็นบ้านพักตากอากาศส่วนตัวของผม บรรยากาศเงียบสงบ เราจะได้พูดคุยรายละเอียดและฉลองรับเงินกู้ก้อนสุดท้ายกันอย่างเป็นส่วนตัว... และจำไว้นะเกด ผมต้องการให้คุณมาคนเดียวเท่านั้น 'ห้ามมีใครติดตามมาเด็ดขาด' โดยเฉพาะ... สามีใหม่ของคุณ"
ประโยคกำชับเด็ดขาดของกิตติธัชกระแทกเข้ากลางใจของพี่เกดและผมพร้อมๆ กัน!
พี่เกดใบหน้าซีดเผือด สั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย เธอตื่นตระหนกและลำบากใจอย่างที่สุด! การต้องเดินทางไปหาอดีตสามีที่บ้านพักตากอากาศพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวที่เขาใหญ่เพียงลำพังในวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อฉลองและรับเงินกู้ก้อนสุดท้าย เป็นพันธะสัญญาที่อันตรายและบีบบังคับหัวใจของเธออย่างแสนสาหัส ทว่าด้วยภาระหนี้สินและเงินกู้ก้อนสุดท้ายที่จำเป็นต้องใช้กอบกู้บริษัท พี่เกดจึงไม่อาจปฏิเสธข้อตกลงลับนี้ได้เลย
"ฉัน... ฉัน..." พี่เกดเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ลังเลใจสุดขีด ก่อนจะจำใจเอ่ยตอบรับปากออกไปในที่สุด "...ตกลงค่ะคุณกิตติธัช วันหยุดสุดสัปดาห์นี้... ฉันจะไปพบคุณที่เขาใหญ่ค่ะ"
"ดีมากเกด... แล้วเจอกันนะ" กิตติธัชเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะตัดสายไป
'ติ๊ด...'
สัญญาณโทรศัพท์ตัดลง พี่เกดค่อยๆ ลดเครื่องมือสื่อสารลงจากใบหู มืออันสั่นเทายังคงกุมเครื่องมือสื่อสารไว้แน่น เธอยืนนิ่งเกร็งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ ลมหายใจหอบถี่ ทรวดทรงอวบอิ่มเกร็งสะท้าน สมองของเธอกำลังหมุนเคว้งด้วยความวิตกกังวลและตื่นตระหนกอย่างหนัก
ความคิดของพี่เกดในวินาทีนี้... คือเธอต้องเร่งคิดหาคำโกหกอันสมเหตุสมผลและเนียนที่สุด เพื่อนำมาบอกผม (สามีใหม่) ว่าเธอจำเป็นต้องเดินทางไปเขาใหญ่ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ โดยไม่อาจให้ผมรู้ความจริงเรื่องกิตติธัชและเงินกู้ก้อนสุดท้ายได้เลย!
ขณะเดียวกัน... ผมที่แอบยืนมองเรือนร่างสั่นสะท้านของพี่เกดอยู่หลังเสาหินอ่อน ก็รู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสประดุจมีมีดคมกริบมาแทรกทะลวงหัวใจ!
ผมได้ยินคำตอบรับของพี่เกดเต็มสองหู ได้รู้ว่าเธอกำลังจะเดินทางไปพบกิตติธัชที่บ้านพักตากอากาศพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวที่เขาใหญ่ในวันหยุดนี้เพียงลำพัง ความสงสัย ความเจ็บปวด และความขมขื่นทบเท่าทวีคูณในอกของผม ทว่า ผมกลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยถามความจริง หรือพูดถึงหลักฐานเด็ดชู้สาวและบัญชีโอนเงินลับที่ผมเพิ่งเห็นจากมือของนิชาออกไปได้เลย...
ผมจำต้องข่มใจปิดปากเงียบสนิท แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราวใดๆ ขณะจ้องมองภรรยาที่รักกำลังเตรียมคำโกหกมากลบเกลื่อนผม ปูทางไปสู่ทริปเดินทางแห่งความลับและความตึงเครียดดุเดือดที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!