ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 23 ใส่กระโปรงเป็นครั้งแรก

            เมื่อคิดถึงว่าพรุ่งนี้จะได้ตามพ่อกับพี่สาวไปเที่ยวตลาดในอำเภอถิงถิงก็ดีใจจนเนื้อเต้น

            หลังจากสองพี่น้องกลับมาถึงห้องเล็กๆของพวกเธอ หลันเยวี่ยไม่ได้เตรียมสอนหนังสือให้ถิงถิงเหมือนอย่างเคยแต่กลับลากกล่องใบหนึ่งออกมาจากใต้เตียง

            ในกล่องนี้มีแต่เสื้อผ้า

            ตอนที่หลันเยวี่ยออกจากบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์เธอเอาเสื้อผ้าที่ซื้อหลังจากที่เธอหยุดสูงแล้วกลับมาด้วยทั้งหมด

            แต่ตอนนี้เสื้อผ้าหลายชุดของหลันเยวี่ยก็ใส่ไม่ได้แล้วเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกปี

            หลันเยวี่ยคุ้ยเขี่ยหาเสื้อผ้าในกล่องแล้วหยิบชุดกระโปรงลายตารางหมากรุกสีแดงขาวส่งให้ถิงถิง"ลองใส่ดูสิ"

            "พี่ นี่กระโปรงเหรอคะ?" ถิงถิงถามเสียงค่อย

            ถิงถิงที่ใกล้จะอายุสิบเจ็ดปีเต็มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่าว่าแต่ใส่กระโปรงเลย แค่เคยเห็นก็ยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ

            ไม่ใช่แค่ถิงถิงมีผู้หญิงในหมู่บ้านอีกหลายคนที่ทั้งชีวิตยังไม่เคยใส่กระโปรงเลยสักครั้ง

            หลันเยวี่ยส่งยิ้มให้ถิงถิง"ใช่แล้ว เป็๞ชุดกระโปรงที่สวยมากเลยนะ ถ้าใส่พอดีตัวพรุ่งนี้ก็ใส่ไปเที่ยวตลาดดูสิ"

            ถิงถิงก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองใส่กระโปรงแล้วจะเป็๲ยังไงเธอใส่ชุดกระโปรงในมือด้วยความคาดหวังเล็กๆ

            ชุดกระโปรงที่ถิงถิงใส่นั้นหลวมไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยงามโดยรวมลดลง

            "พี่ สวยไหมคะ?" ถิงถิงถามด้วยท่าทางเขินอาย

            หลันเยวี่ยพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนจะพูดออกมา"สวยสิ ถิงถิง ชุดกระโปรงนี้เหมาะกับเธอมากจริงๆ"

            เดิมทีถิงถิงก็สวยอยู่แล้วแค่ตากแดดตากลมมานาน แถมยังไม่แต่งตัว ก็เลยดูไม่โดดเด่น

            แค่ชุดกระโปรงชุดเดียวก็ทำให้ความสวยของถิงถิงเด่นชัดขึ้นมา

            ถิงถิงวิ่งร่าไปหาพ่อแม่

            ถิงถิงในชุดกระโปรงทำให้สองสามีภรรยาหูฉางหมินถึงกับตะลึง

            "ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง คำโบราณนี้ไม่ผิดจริงๆ เลยนะ!" จ้าวหงเหมยอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

            ไม่คิดเลยว่าแค่ชุดกระโปรงชุดเดียวจะทำให้ลูกสาวคนรองดูสวยขนาดนี้

            ขณะเดียวกันจ้าวหงเหมยก็รู้สึกว่าเธอและสามีทำให้ถิงถิงต้องน้อยใจจริงๆ

            หลายปีมานี้ถิงถิงแทบจะไม่เคยใส่เสื้อผ้าใหม่เลยเสื้อผ้าที่เธอใส่ส่วนใหญ่ก็เป็๞เสื้อผ้าที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนใส่แล้ว

            ไม่ใช่แค่ถิงถิงบ้านอื่นก็เป็๲แบบนี้เหมือนกันเสื้อผ้าตัวไหนที่ลูกคนโตใส่ไม่ได้แล้วก็ให้ลูกคนรองใส่ถ้าลูกคนรองยังมีน้องเล็กอีก น้องเล็กก็จะใส่เสื้อผ้าที่ลูกคนรองใส่ไม่ได้แล้วต่อ

            ถ้าลูกๆในบ้านหลายคนยังใส่เสื้อผ้าตัวหนึ่งไม่ขาด ก็อาจจะถูกลูกๆ ของญาติเอาไปใส่ต่อด้วย

            ถ้าขาดแล้วก็ทิ้งไม่ได้ต้องปะแล้วใส่ต่ออยู่ดี ดังคำที่ว่าใหม่สามปี เก่าสามปี เย็บปะชุนอีกสามปี

            ถิงถิงยืนอยู่หน้ากระจกแต่งตัวในห้องพ่อแม่แล้วส่องดูตัวเองอย่างละเอียดภาพสะท้อนในกระจกนั้นทำให้เธอก็รู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นมา

            พอกลับมาถึงห้องที่อยู่กับหลันเยวี่ยถิงถิงก็ยังไม่อยากถอดกระโปรงออกเลย

            หลันเยวี่ยหยิบชุดกระโปรงอีกสองชุดที่เหมาะกับถิงถิงออกมา"ต่อไปชุดกระโปรงพวกนี้เป็๞ของเธอแล้วนะ เธอใส่สลับกันได้เลย"

            "พี่ ชุดกระโปรงพวกนี้ให้หนูจริงๆ เหรอคะ?" ถิงถิงเบิกตากว้างมองหลันเยวี่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            ถึงแม้ชุดกระโปรงพวกนี้หลันเยวี่ยจะเคยใส่แล้วแต่ก็ยังใหม่มาก เนื้อผ้าก็ดีเป็๞พิเศษ

            หลันเยวี่ยจ้องเข้าไปในดวงตาถิงถิงแล้วพูดอย่างจริงจัง"ถ้าเธอไม่รังเกียจว่าเป็๲ของเก่าเสื้อผ้าที่พี่ใส่ไม่ได้แล้วเธอก็เอาไปใส่ได้หมดเลยไว้พี่หาเงินได้แล้วจะซื้อชุดใหม่ให้นะ”

            ถิงถิงรีบร้อนพูดขึ้น"พี่คะ หนูไม่เอาเสื้อผ้าใหม่หรอกค่ะเสื้อผ้าที่พี่ให้หนูก็ดีมากแล้ว"

            "ยัยน้องโง่ เสื้อผ้าที่พี่ให้เธอน่ะดีก็จริง แต่ก็เป็๲ของเก่าทั้งนั้น"หลันเยวี่ยเขี่ยจมูกถิงถิงอย่างเอ็นดู

            ค่ำคืนผ่านไปอย่างเงียบเชียบพริบตาเดียวก็เช้าวันใหม่

            ฟ้ายังไม่สางดีหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็ตื่นกันแล้ว

            พวกเธอตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารกินข้าว แล้วเตรียมตัวเข้าไปในตัวอำเภอ

            ที่บ้านไม่มีจักรยานแถมจากหมู่บ้านไปตัวอำเภอก็ไม่มีรถโดยสารประจำทาง ต้องเดินเท้าไปเท่านั้น

            เดินเท้าไปตัวอำเภออย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสองสามชั่วโมง

            ตอนเช้ายังไม่ร้อนเท่าไหร่เดินทางก็จะสบายหน่อย

            หลังจากกินข้าวเช้ากันเสร็จหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็เดินทางไปที่ตัวอำเภอพร้อมกับหูฉางหมิน

            หูฉางหมินแบกของป่าที่จะเอาไปขายด้วยคานหาบส่วนหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็เดินตัวเปล่า

            ถ้า๰่๭๫นี้ไม่ได้ขึ้นเขาเป็๞ประจำทุกวันหลันเยวี่ยคงเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพักแล้ว

            แต่พอเดินไปได้แค่ประมาณสี่สิบนาทีหลันเยวี่ยก็ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ หูฉางหมินกับถิงถิงก็เลยรีบหยุดพักเป็๲เพื่อนเธอ

            ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงสามพ่อลูกก็ได้มาถึงตัวอำเภอในที่สุด

            หลันเยวี่ยมองนาฬิกาพกในกระเป๋าบอกเวลา 09.45น. ตลาดเริ่มไปนานแล้ว

            พอไปถึงตลาดสามพ่อลูกก็จัดการขายสินค้าที่เอามาก่อน

            ตรงปากทางเข้าตลาดมีคนรับซื้อสมุนไพรอยู่หลายเ๽้า

            เหลียนเฉียวจินละ 1หยวน อ้ายเฉ่า จินละ 5 เฟิน [1] ส่วนเจี๋ยเกิ่งและไฉหู จินละ 2-3 เหมา

            มีแต่เหอโส่วอูเท่านั้นที่ขายเป็๲หัวหัวแบบธรรมดาราคาหัวละ 1-2 หยวน

            แต่ถ้าอายุเกินห้าปีรากที่สมบูรณ์ ก็ว่ากันไปอีกเ๹ื่๪๫

            การมาตัวอำเภอครั้งนี้หลันเยวี่ยกับพ่อและน้องสาวเอาเหอโส่วอูมาทั้งหมดห้าหัวในจำนวนนี้สามหัวเป็๲แบบธรรมดา และอีกสองหัวอายุเกินสิบปี

            เหอโส่วอูยิ่งแก่ยิ่งมีราคา

            แค่คนที่มีความรู้เพียงเล็กน้อยก็สามารถตัดสินอายุคร่าวๆ ได้จากสี น้ำหนัก และลวดลายบนเหอโส่วอู

            เหอโส่วอูสองหัวที่หลันเยวี่ยเอามานั้นมีน้ำหนักมากกว่าสองจินแถมยังเป็๞ของป่าอีกด้วย แน่นอนว่าราคาก็ต้องแพงเป็๞พิเศษ

            คนรับซื้อเหอโส่วอูไม่คุ้นหน้าสามพ่อลูกเห็นว่าเป็๲คนมาจากชนบท ก็เลยคิดจะเอาเปรียบพวกเขา

            "เหอโส่วอูสองหัวนี้ก็พอใช้ได้ ผมให้ราคาสิบหยวน พวกคุณไม่ขาดทุนแน่นอน"

            พอหูฉางหมินได้ยินว่าสิบหยวนก็รู้สึกว่าไม่น้อยแล้ว เขากำลังจะเอ่ยปากก็ถูกหลันเยวี่ยขัดจังหวะเสียก่อน

            หลังจากขัดจังหวะพ่อที่กำลังจะพูดออกไปหลันเยวี่ยก็รีบหยิบเหอโส่วอูที่อายุเกินสิบปีสองหัวนั้นขึ้นมา"เหอโส่วอูสองหัวนี้อายุเกินสิบปีใครที่รู้เ๹ื่๪๫ก็ดูออกว่ามันมีค่าแค่ไหน คิดจะให้พวกเราแค่สิบหยวนพวกคุณคิดว่าพวกเราโง่หรือไง?"

            พอเห็นว่าเด็กสาวกำลังเอาเหอโส่วอูสองหัวใส่ถุงเตรียมจะเดินออกไป คนรับซื้อเหอโส่วอูก็ร้อนใจ "สาวน้อยสิบหยวนเธอบอกว่าน้อยไป แล้วเธอจะขายเหอโส่วอูให้ผมในราคาเท่าไหร่?"

            หลันเยวี่ยทำท่าเหมือนจะเดินหนีไปพลางตอบคนรับซื้อเหอโส่วอูอย่างไม่ใส่ใจ"ก็ต้องดูความจริงใจของพวกคุณแล้วล่ะค่ะคิดจะซื้อเหอโส่วอูอายุเกินสิบปีสองหัวในราคาสิบหยวน พวกคุณคิดว่าพวกเราโง่หรือพวกคุณไม่รู้เ๹ื่๪๫กันแน่? ถ้าไม่รู้เ๹ื่๪๫จริงๆก็อย่ามารับซื้อเหอโส่วอูเลย รีบไปทำอย่างอื่นซะเถอะ"

            หลังจากต่อรองกันไปมาคนรับซื้อเหอโส่วอูก็รู้ว่าเด็กสาวคนนี้รู้ราคาเหอโส่วอูดีเขาจึงไม่กล้าคิดอะไรไม่ซื่ออีก

            "สาวน้อย อย่างนี้ดีไหม? ผมอยากได้เหอโส่วอูของพวกเธอจริงๆผมจะซื้อในราคาจินละสิบหยวน เป็๞ยังไง?"

            หลันเยวี่ยแสร้งทำเป็๲ครุ่นคิดจริงจังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ "ก็ได้งั้นก็คิดตามราคาจินละสิบหยวนแล้วกันค่ะ"

            เหอโส่วอูที่มีอายุมากแบบนี้คิดราคาตามน้ำหนักหลันเยวี่ยรู้ว่าเธอไม่สามารถต่อรองราคาได้มากกว่านี้อีกแล้ว

            เหอโส่วอูที่อายุเกินสิบปีสองหัวนั้นมีน้ำหนักรวมกันมากกว่าสามจินหากราคาจินละสิบหยวน ดังนั้นเหอโส่วอูสองหัวนี้จึงขายได้มากกว่าสามสิบหยวน

            รวมกับเหลียนเฉียวอ้ายเฉ่า ตานเซิน เจี๋ยเกิ่ง และเหอโส่วอูธรรมดาสามหัวก่อนหน้านี้แล้วสรุปว่าได้เงินมาทั้งหมดเกือบๆ เก้าสิบหยวน

            หูฉางหมินไม่คิดเลยว่าสมุนไพรพวกนี้จะขายได้เงินมากมายขนาดนี้เขาหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนให้หลันเยวี่ยสองใบ "เยวี่ยเยวี่ยเอาเงินไปสิลูก ถ้าลูกกับถิงถิงอยากซื้ออะไรก็ซื้อ"

            "งั้นหนูจะไม่เกรงใจพ่อแล้วนะคะ" หลันเยวี่ยรับธนบัตรสองใบพร้อมกับรอยยิ้ม"พ่อคะเดี๋ยวหนูกับถิงถิงไปเดินเล่นที่ร้านขายและตัดเย็บผ้าหน่อยแล้วพวกเราค่อยมาเจอกันตรงนี้นะคะ"

            หูฉางหมินรับคำ

            ครู่ต่อมาหลันเยวี่ยก็จูงมือถิงถิงเดินตรงไปทางร้านขายและตัดเย็บผ้า

            เชิงอรรถ

            [1]เฟิน (分钱) ค่าเงินของจีนหน่วยสตางค์ 1 เฟิน เท่ากับ 0.01 หยวน 100เฟิน เท่ากับ 1 หยวน