บทที่18 ประกาศกติกาในการประลอง
หลังจากที่จวินซีนางเข้าพบผู้าุโทั้งห้าของเผ่าจอมเวทย์และหารือเกี่ยวกับพิธีบูชาสัตว์เทพทั้งสี่กว่าจะเสร็จฟ้าด้านนอกก็มืดแล้วนางจึงกลับเรือนไผ่หยกของตนทันที
เมื่อกลับมาถึงก็พบกับต้าจงกับหลี่เซียนรอนางอยู่ก่อนแล้ว
" ธิดาเทพ/จวินซี " ทั้งสองเห็นผู้เป็นายของตนกลับมาแล้วก็ตรงเข้าไปหาอย่างดีใจ จวินซีเองก็ดีใจไม่แพ้กัน นางคิดถึงทั้งสองคนมากหลายเดือนมานี้นางรู้สึกเงียบเหงาพอสมควรถึงแม้จะมีมู่หลงเซียนคอยมาอยู่เป็เพื่อนยามว่างก็ตาม ทว่าก็ดีไม่เหมือนกับทั้งสองคนอยู่ด้วย
" ไม่เจอกันนาน พวกเ้าสบายดีหรือไม่ " จวินซีเอ่ยถามทั้งสองคนขณะเดียวกันก็จูงมือของทั้งสองไปนั่งยังโต๊ะกลางห้องโถงเล็ก
" ข้าสบายดี ส่วนหลี่เซียนนี่สิลำบากอยู่ไม่น้อยเลย " ต้าจงตอบ
จวินซีได้ยินดังนั้นก็มองไปยังหลี่เซียนอย่างสงสัย " ที่ต้าจงพูดมาหมายความว่าเช่นไร หลี่เซียนหรือว่ามีคนรังแกเ้างั้นหรือ "
" ไม่..ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเ้าค่ะ ข้าแค่ไม่อยากเป็ตัวถ่วงของธิดาเทพก็ไปของฝึกวิชากับผู้าุโเจินซูเ้าค่ะ " หลี่เซียนเอ่ยตอบ
" หืม...เ้าคงลำบากมาไม่น้อยจริงๆ " จวินซีเอ่ยขึ้นมาอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ต้าจงบอกนางเมื่อสักครู่ วิธีการฝึกวิชาของผู้าุโเจินซูเป็เช่นไรมีหรือนางจะไม่รู้ ก่อนหน้านี้ที่นางก็ได้รับการฝึกฝนวิชาจากผู้าุโเจินซูเช่นกัน นางบอกได้คำเดียวว่าเืตาเเทบกระเด็นเลยทีเดียว หลี่เซียนผ่านมันมาได้ถือว่าสุดยอดแล้ว นางมองกวาดสายตาสำรวจหลี่เซียนครู่หนึ่งก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจพลังบำเพ็ญของหลี่เซียนเพิ่มขึ้นไม่น้อยดูท่าว่าต้าจงก็คงไม่ต่างกันเสียเท่าไร ไม่ได้เจอกับหลายเดือนทั้งสองพัฒนาขึ้นมากว่าเมื่อก่อน " จริงสิข้ายังไม่ได้บอกพวกเ้า ระหว่างที่ข้าอาศัยอยู่ที่นี่ได้รับลูกศิษย์ไว้คนหนึ่งด้วย
ต้าจงกับหลี่เซียนได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความใธิดาเทพรับศิษย์! แสดงว่าเด็กคนนั้นไม่ธรรมดาต้าจงจึงเอ่ยขึ้นถาม " ผู้ใดกันทำให้เ้ายอมรับเป็ศิษย์ได้ "
จวินซีนางรู้สึกคอแห้งเลยรินชาขึ้นดื่มแล้วก็ขึ้นอย่างยิ้มเเย้ม " องค์หญิงสิบสามแห่งแคว้นหลงซี ' มู่หลงเซียน ' "
" เื่นี้มันจะ...ไม่ส่งผลกระทบระหว่างเ้ากับคนผู้นั้นหรือ " ต้าจงเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็กังวล เื่ที่จวินซีหาเื่หลบหน้ามู่หลงซีของก็พอรู้เื่อยู่บ้าง เพราะคนผู้นั้นเป็ถึงคู่ครองแห่งโชคชะตาของจวินซีทว่าที่จวินซีนางหลบหน้าคนผู้นั้นก็เป็เพราะมีเื่บางอย่างที่นางไม่สามารถเอ่ยบอกแก่พวกเขาได้มีแค่ผู้าุโไป๋หลงคนเดียวที่รู้ความเป็มาเกี่ยวกับเื่นี้
เมื่อจวินซีได้เห็นท่าทีไม่สบายใจของสหายของตนก็พอจะเดาได้แล้วว่าต้าจงรู้เื่ที่นางหลบหน้ามู่หลบซีไม่มากก็น้อยนางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง " ต้าจง เื่นี้มันเป็เื่ระหว่างข้ากับเขา ส่วนอาเซียนนางไม่ได้เกี่ยงข้ากับเื่นี้ แต่เ้าไม่ต้องเป็ห่วงไปเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเข้ากับคนผู้นั้น " ข้าไม่ยอมให้เป็เช่นอดีตที่พามาเด็ดขาด ทว่าประโยคเมื่อครู่นางไม่ได้ออกออกมา
" เื่นี้...ก็แล้วแต่เ้าจะตัดสินใจเถอะ " ต้าจงเอ่ยขึ้น ส่วนหลี่เซียนก็แค่พยักหน้าเห็นด้วยแต่ถ้าคนผู้นั้นทำให้ธิดาเทพผู้สูงส่งของนางต้องเสียน้ำตา ' ข้าหลี่เซียนของสาบานว่าจะทำให้คนผู้นั้นอยู่ไม่เป็สุขอีกต่อไป ' หลี่เซียนสาบานกับตนเองไว้ในใจไม่ได้เอ่ยออกมา
จวินซีเห็นท่าทางของทั้งสองคนต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อยก็พลันถอดหายใจเเล้วเอ่ยขึ้น " เื่นี้ปล่อยให้เป็เื่ของอนาคตเถอะ พวกเข้าเดินทางมาไกลคงเหนื่อยมากแล้วกลับไปพักผ่อนเถอะ " จากนั้นทั้งสามก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน จวินซีเองก็กว่าจะหลับไปนางพลิบตัวไปมาอย่างกระสับกระส่ายไม่รู้มาเหตุใดถึงรู้สึกไม่สบายใจเลยเป็นานกว่าที่นางหลับลงได้
พอวันต่อวันทางสำนักพยัคฆ์เมฆาก็เริ่มจัดเตรียมงานสำหรับพิธีบูรชาสัตว์เทพทั้งสี่ได้เเก่ ชินหลง(มังการฟ้า) ไป๋หู่(เสือขาว) จูเชว่(หงส์แดง) และเสวียนอู่(เต่าดำ)
ยิ่งไปกว่านั้นงานประลองยุทธในครั้งนี้พิเศษว่าครั้งใหญ่เพราะในรอบห้าสิบปีประตูมิติว่างเปล่าจะเปิดขึ้นหลังพิธิบูชาสัตว์เทพทั้งสี่และจะเปิดแค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น เป็ที่รู้กันว่ามิติว่างเปล่าเเห่งนี้เป็สมบัติอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็เงินทอง ตำราฝึกยุทธ สมบัติเซียนหรือแม้กระทั่งสมุนไพรเซียนก็ยังมี
กติกาเลยเปลี่ยนไปจากเดิมคือเปลี่ยนจากการประลองฝีมือเป็การแข่งขันล่าสมบัติ ซึ่งการเปลี่ยนกติกาการประลองก็พึ่งประกาศออกมาหลังจากตอนที่ประชุมหารือ่เช้าของวันต่อมา และมันก็สร้างความแตกตื่นกันเป็อย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นคือการแข่งขันล่าสมบัติในครั้งนี้มีเผ่าจอมเวทย์เข้ารวมด้วยผู้นำก็คือธิดาเทพผู้สูงศักดิ์ ธิดาเทพเป็ใคร! ธิดาเทพคือผู้ได้ได้รับการนับถือของทั้งห้าแค้นถึงฝีมือไม่เป็ที่ประจักษ์แต่ก็คงเป็ไปไม่ได้ว่าจะเป็คนธรรมดาไร้ฝีมือ
อีกทั้งครั้งนี้ซีอ๋องเทพาแห่งแคว้นหลงซียังเข้าร่วมอีกด้วย การแข่งขันล่าสมบัติในครั้งนี้ถือว่าไม่ง่ายเลย ไหนจะยอดฝีมือจากสำนักฝึกยุทธต่างๆการแข่งขันคงดุเดือดกันน่าดูส่วนคนที่ไม่มีสิทธิ์ของร่วมการแข่งการก็พากันตั้งหน้าตั้งตารอชมกันอย่างตื่นเต้น
ก่อนที่จะถึงวันธิธีบูรชาสามวัน
อี้จวินฮ่องเต้แห่งแคว้นหลงซีก็เสด็จมาถึงยังจวนของซีอ๋องที่ชายแดน โดยมีทั้งองค์ไท่จื่อมู่หลงเสวียน องค์ชายเจ็ดมู่หลงเทียนอี้และองค์หญิงเก้ามู่หลงเฟิงอวี้ สองในสามคนนี้ก็เข้าร่วมการเเข่งขันล่าสมบัติในครั้งนี้อีกด้วย
ในขณะที่ทั้งหมดอยู่ในโถงรับรองเฝิงเซี่ยอี้ก็มาที่โถงรับรองทันที " ถวายพระพรฝ่าา องค์ไท่จื่อ องค์ชายห้า องค์หญิงเจ็ด "
" ตามสบายเถิด คุณหนูเฝิง " อี้จวินฮ่องเต้เอ่ยขึ้น
" ขอบพระทัยเพคะ ฝ่าา " แล้วเฝิงเซี่ยอี้ก็ขึ้นนั่งไปนั่งข้างกับมู่หลงเฟิงอวิ้ตรงข้ามกับมู่หลงซีพอดี อี้จวินฮ่องเต้กวาดสายตามองรอบๆโถงรับรองแห่งนี้ ก็สังเกตเห็นว่าบุตรชายคนโตของตนมองไปยังคุณหนูตระกูลเฝิงผู้นั้นแปลกไป ส่วนคุณหนูตระกูลเฝิงก็มองไปยังบุตรของที่สามของตน
เื่นี้ตัวเขาเองก็หนักใจเช่นกันถ้าได้คุณหนูตระกูลเฝิงมาเป็ชายาเอกขององค์รัชทายาทตำแหน่งของมู่หลงเสวียนจะมั่นคงขึ้น ทว่าคุณหนูเฝิงผู้นั้นกลับมีใจให้กับมู่หลงซีดูจากท่าทีที่ผ่านมาแล้วทั้งสองคนมีใจกันแก่กัน เื่นี้ทำให้อี้จวินฮ่องเต้หนักพระทัยอยู่พอสมควร
ทันใดนั้นเองทหารองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าโถงรับรองก็เข้ามา " ทูลฝ่าาผู้าุโไป๋หลงแห่งเผ่าจอมเวทย์มาขอเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ "