ขอเถอะ..ขยะที่ทิ้งแล้วไม่เก็บคืน!

    Chapter 2 : สีเขียวพาสเทล

    Chapter 2

    สีเขียวพาสเทล



    "เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น เหมือนจะได้ยินเสียงผู้ชายเลย" น้ำเสียงที่ถามเจือแววตื่นเต้นจนปิดไม่มิด

    จิ้งอีมุมปากกระตุก ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย "คุณนายมัมให้มันน้อยหน่อยเถอะ ไว้ค่อยคุย รีบมา"

    "เดี๋ยวสิ ชิ" หลูเว่ยอยากถามอะไรต่อ แต่ช้าไปก้าวเดียว ปลายสายชิงวางตัดหน้าไปแล้ว

    "ไม่อร่อยเหรอครับ"

    "เปล่าค่ะ"

    "งั้นไม่ชอบ? " น้ำเสียงแฝงแววกังวล

    "ไม่ใช่ค่ะ คุณคงชอบดื่มกาแฟมาก" แค่ดูก็รู้ว่าเป็๲เมนูไหน ประโยคหลังจิ้งอีไม่ได้พูดออกไป

    ชายหนุ่มยิ้มตาหยี "ไม่เชิงครับ"

    จิ้งอีพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก เพียงก้มมองแก้วกาแฟในมือพร้อมตักวิปครีมกินอย่างสบายใจ

    ช่างเถอะ หน้าก็เสียแล้ว อย่าให้ต้องเสียของอีกเลย

    พวกเขาเดินไปตามทางลัดเลาะทางเชื่อมผ่านสวนร่มรื่นที่ตอนนี้ถูกเกาะเต็มไปด้วยหิมะ สายลมฤดูหนาวพัดเอื่อย กระทบถูกใบหน้าจนชาไปหมด

    ไม่น่าซื้อเมนูเย็นมาเลย จิ้งอีอดบ่นในใจไม่ได้ ตอนอยู่ในอาคารไม่รู้สึกหนาวขนาดนี้ เพราะมีเครื่องทำความร้อนขนาดใหญ่ ทำให้อากาศอบอวลอุ่นสบาย

    ชายหนุ่มเอื้อมมือมาดึงแก้วกาแฟออกไป พูดอย่างใส่ใจ "หนาวเกินไป อย่ากินเลยครับ"

    "อือ" จิ้งอีตอบรับอย่างเป็๞ธรรมชาติ ไม่มีอาการเขินอายแม้แต่น้อย

    ดีที่เธอตักของโปรดกินหมดแล้ว ไม่งั้นเสียดายแย่ จิ้งอีคิดพลางก้มหน้า เลยไม่เห็นสายตาที่เหลือบมองของใครบางคน

    ระหว่างเดินผ่านถังขยะ ชายหนุ่มหย่อนแก้วกาแฟทิ้ง

    "ร้านอยู่ไกลเหมือนกันนะคะ" จิ้งอีถามทำลายความเงียบ

    "ครับ ไม่มีทางอื่น นอกจากต้องเดินผ่านทางเชื่อมนี้" ชายหนุ่มหลุบตามอง

    "อืม ถ้าเป็๲ฤดูใบไม้ผลิที่นี่คงสวยน่าดูเลยนะคะ"

    "นั่นสิครับ" กวาดตามองรอบด้าน สวนนี้ปลูกต้นไม้เยอะมาก ถ้าไม่ถูกหิมะกลบฝังคงสวยมากอย่างที่พูด

    จิ้งอีเอียงคอมองอีกฝ่าย "คุณมาเฝ้าไข้หรือเป็๲บุคลากรที่นี่คะ"

    จะถามแบบนี้ไม่นับว่าแปลกนัก คนที่ลงเครื่องตรงดิ่งมาอย่างรีบร้อน ถ้าไม่มีใครที่ห่วงใยเจ็บป่วย ก็เหลือเพียงเหตุผลหลัง แต่จะให้เจาะจงถามอย่างใดอย่างหนึ่งเกรงเป็๞การเสียมารยาท อีกอย่างเธอเพียงหาเ๹ื่๪๫คุยทำลายความเงียบ ไม่จำเป็๞ต้องทำให้ใครเกลียด

    "วันนั้นคุณแม่ผมถูกรถชน ดีที่จองตั๋วได้เลยรีบบินกลับมา" ชายหนุ่มตอบตามตรง

    "เป็๞อะไรมากไหมคะ ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง" มิน่าล่ะถึงรีบร้อนนัก

    "โชคดีที่การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีครับ"

    "..งั้นตอนนี้"

    "ไม่เป็๲ไรแล้ว มีคนเฝ้าอยู่ ผมเลยออกมาหาอะไรกิน"

    "ฉันทำคุณเสียเวลา รู้สึกผิดเลยค่ะ" ต่อให้ไม่ใช่ญาติตัวเอง แต่คนเรามีสิ่งที่เรียกว่าความเห็นใจอยู่ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกบางอย่างร่วม

    "อย่าคิดมากครับ ถึงพอดี" จิ้งอีมองตามทิศทางที่ชายหนุ่มพยักเพยิด

    กระดิ่งลมที่ห้อยตรงประตูส่งเสียงกังวานตามการเคลื่อนไหว

    "สวัสดีค่ะ เชิญด้านในค่ะ" เสียงสดใสของพนักงานขายดังขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงกระดิ่งลม สายตาจับจ้องมองคล้ายคาดหวัง

    จากนั้นเดินยิ้มแย้มเข้ามาหาพร้อมเสนอความช่วยเหลือ "สนใจสินค้าชิ้นไหน สอบถามได้นะคะ"

    จิ้งอีตอบรับ บอกสิ่งที่๻้๵๹๠า๱ทันที "เสื้อผ้าผู้ชายอยู่ตรงไหนคะ"

    "ทางนี้ค่ะ" พนักงานเดินนำไปยังพื้นที่ด้านหนึ่ง

    "ขอบคุณค่ะ"

    พนักงานขายมองเสื้อเปื้อนคราบกาแฟของชายหนุ่ม "ด้านนี้จะเป็๞เสื้อยืด ส่วนเสื้อเชิ้ตทางร้านมีแบบให้เลือกไม่มากค่ะ คุณผู้ชายสนใจแบบไหนคะ"

    "เสื้อยืดก็ได้ครับ" ชายหนุ่มตอบพลางเลือกสี

    จิ้งอีที่ไม่มีอะไรทำ เดินดูสินค้าอื่นในร้าน สายตาสะดุดเสื้อยืดสีเขียวตัวหนึ่ง รู้สึกชอบความพาสเทลของมัน ตัดสินใจหยิบขึ้นมาทาบก่อนหันบอกพนักงาน

    "เอาตัวนี้ค่ะ"

    พนักงานรับเสื้อไปถือไว้รอชายหนุ่ม

    "คุณชอบสีฟ้าเหรอคะ" หันไปเห็นชายหนุ่มจับสีนั้นพอดี

    "ครับ สีสวยไหม"

    "อืม สวยดีค่ะ" เห็นเขาถามความเห็นอย่างเป็๲ธรรมชาติ เธอก็ตอบโดยไม่เคอะเขิน

    "งั้นเอาตัวนี้ครับ"

    "หรือซื้อสองตัวเลยไหมคะ"

    จู่ๆ ถูกจิ้งอีถาม ชายหนุ่มจึงดึงสายตากลับ ตอบปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม "ไม่ครับ"

    จิ้งอีพยักหน้า ไม่ถามอะไรต่ออีก

    "คุณผู้ชายจะเปลี่ยนเลยไหมคะ" ความช่างสังเกตของพนักงานช่างน่านับถือ ดูใส่ใจจนรู้สึกดี

    "ห้องลองอยู่ไหนครับ"

    "ทางนี้ค่ะ" หลังตัดป้ายแล้วจึงส่งเสื้อให้ชายหนุ่ม

    เพื่อไม่เป็๲การเสียเวลา "คิดเงินเลยค่ะ"

    พนักงานชะงักเล็กน้อย อาจเพราะไม่คิดว่าคนจ่ายจะเป็๞หญิงสาว "ทางนี้ค่ะ"

    จิ้งอีหยิบโทรศัพท์ออกมาสแกนจ่ายเงิน รับถุงเสื้อจากพนักงาน คนที่เปลี่ยนเสื้อก็เดินออกมาพอดี

    "ตัวนี้จะให้ใส่ถุงไหมคะ"

    "ครับ ขอบคุณครับ"

    ซื้อของเสร็จจึงพากันเดินออกจากร้าน ตอนนั้นเองโทรศัพท์ในกระเป๋ามีสายเรียกเข้า จิ้งอีหยิบออกมาดู ก่อนหันบอกชายหนุ่ม "ถ้างั้นขอตัวก่อนนะคะ"

    ปากกับมือทำงานประสานกัน ทางหนึ่งบอกลา ทางหนึ่งรับสาย "ว่าไงเพื่อน"

    หลูเว่ยกำลังอ้าปากพูดกลับได้ยินบางอย่างก่อน ความสนใจพุ่งทะยานไปหาสิ่งนั้นแทบทันที

    "จางเหยียนครับ"

    "คะ? " จิ้งอีเอียงคอมอง

    "จางเหยียน ชื่อของผม"

    "อ๋อ เอ่อ..ยินดีที่รู้จักค่ะ..จิ้งอีค่ะ" จิ้งอีรู้สึกสับสนเล็กน้อย แต่ไม่ลืมแนะนำตัวเองกลับ

    "งั้นไปก่อนนะคะ" บอกลาอีกครั้งตามมารยาท

    "ครับ" จางเหยียนยิ้มกว้าง โบกมือ



    คนพี่รุกไปไหม รีบเหรอ

    หากชอบ อย่าลืม กดหัวใจ ❤️ กด ติดตาม

    เพื่อเป็๲กำลังใจให้นักเขียนด้วยน้า (^_<)

    ติดตามข่าวสาร พูดคุยได้ที่เพจ เสี่ยวเฉินถงไฉ

    https://web.facebook.com/xiaocentongcai