เช้าวันถัดมาช่วงสายวันเสาร์ ริสาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียเพราะเธอแทบจะนอนไม่หลับทั้งคืน ทันทีที่ลืมตาตื่นภาพฉากสวาทระหว่างเธอและชายหนุ่มเพื่อนเก่าแว่บเข้ามาในหัวเป็นสิ่งแรกจนหน้าเธอเริ่มร้อนผ่าวในใจของสาวสวยเต้นระรัวจากเหตุการณ์คืนก่อนเสมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ เธอสะบัดความคิดออกจากหัวพลางใช้มือน้อยดันร่างบางพยายามลุกขึ้นจากเตียงหนาขนาดคิงส์ไซส์พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
20Missed Call from Sky
สายที่ไม่ได้รับจากกาย ปรากฏเป็นสิ่งแรกบนหน้าจอ ตามด้วยข้อความในไลน์ที่เขาระดมส่งคำขอโทษมารัวๆพร้อมสติ๊กเกอร์ร้องไห้หวังง้อให้เธอหายโกรธ
สาวสวยชั่งใจในคำตอบอย่างครุ่นคิด พลางไถนิ้วเรียวเปิดแอป IG ขึ้นมาหน้าแรก เธอรีบกดเข้าไปที่หน้า IG ของกายเพื่อดูว่าเขาลงรูปที่ไปเที่ยวกับเธอที่พัทยาบ้างไหม แต่แล้วใบหน้าสวยกลับราบเรียบพร้อมฉายแววฉงนเธอเลื่อนดูจนหมดทุกรูปแต่กลับไม่พบวี่แววแม้แต่รูปที่เธอ Tag หาเขา...
‘ไม่ลงเลยซักรูปสินะ’
เธอบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความผิดหวังเล็กๆ ก่อนรีบปิดล็อคโทรศัพท์วางลงข้างเตียงแต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเช้าวันหยุดสัปดาห์
กริ๊งงงงงงง !!
“ฮัลโหลค่ะ พี่ปลา”
หน้าจอโชว์เบอร์ที่คุ้นเคย ‘พี่ปลา’นั่นเอง ริสารับสายพลางสงสัยปกติเธอไม่ค่อยได้รับสายจากที่ทำงานในวันหยุดมากนัก
“ฮายยยยยย ริสา ตื่นแล้วใช่ไหมจ๊ะ วันนี้พี่ปลามีข่าวดีกับข่าวร้ายมาบอกเธออยากฟังข่าวไหนก่อนดีจ๊ะ”
พี่ปลาแผดเสียงสูงมาตามสาย พลางหยอกล้อริสาอย่างอารมณ์ดีตามสไตล์เพื่อนสาวคนสนิท
“ข่าวร้ายมาก่อนเลยค่า”
ริสารีบพูดตัดบทโดยไม่สนใจในคำพูดของเลขาสาวมากนักพลางลุกหยิบผ้าเช็ดตัวผืนขาวเตรียมอาบน้ำ
“ข่าวร้ายคือ วันนี้คุณธวัชเรียกเธอ และทีมเข้าออฟฟิสด่วนเพื่อไปเตรียมงานประชุม Conference ที่จะถึงในวันจันทร์นี้อ่ะชั้นบอกข่าวดีไปด้วยเลยละกันว่าหนุ่มหล่อนักธุรกิจแฟนเธอจะเข้ามาด้วยนะจ๊ะ อิอิอ่ะๆ ชั้นวางก่อนนะ”
พี่ปลารวบคำสั่งงานเสร็จสรรพด้วยน้ำเสียงระรื่น พลางรีบกดวางสายจากเธออย่างรวดเร็วเพราะเธอต้องไล่จิกโทรหาทีมทุกคนเพื่อส่งข่าวดีในวันหยุด
ริสาวางสายอย่างงงๆ แต่เธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่างานประชุมใหญ่ที่กำลังจะถึงในต้นสัปดาห์นี้ที่เธอเป็นเจ้าของโปรเจคหญิงสาวรีบลุกพรวดไปแต่งตัวสวยพลางรีบขับรถตรงดิ่งไปที่ออฟฟิสทันที
----------------------------------------------
10.00 น.
เธอสาวเท้าที่สวมรองเท้าบูทหนังสีดำหุ้มข้อเดินตรงเข้าห้องประชุมใหญ่วันนี้เธอมาในลุคชิวๆ ในวันหยุด ร่างบางสวมเสื้อชีฟองแขนตุ๊กตาสีขาวสะอาดตาลำคอเรียวระหงโดดเด่นด้วยสร้อยมุกสีขาวล้อมรอบเธอมัดผมยาวลอนสีน้ำตาลอ่อนเป็นหางม้าต่ำไว้ด้านหลัง พร้อมกับกระโปรงลายสก๊อตสีขาวดำเหนือเข่ามา2 คืบ
“อ้าว ริสา มาแล้วหรอ คุณมาช่วยผมดูสไลด์จุดนี้หน่อย”
คุณธวัชเจ้านายของเธอยืนเท้าเอวอยู่ตรงหัวโต๊ะทรงรีรูปไข่พลางกวักมือเรียกเธออย่างว่องไว ริสากวาดสายตาไปรอบๆห้อง เธอพบว่าทีมนักพัฒนาทุกคนมาถึงกันบ้างแล้ว ก่อนจะค่อยๆ ไล่ตาสำรวจไปเรื่อยๆจนดวงตากลมโตของเธอสะดุดหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มหลังห้องที่นั่งพิงเก้าอี้อย่างเคร่งขรึม‘เฟยหลง’ นั่นเอง…
เขาอยู่ในชุดสบายๆผมไม่เซ็ต มีเพียงเสื้อโปโลสีกรมเข้มรัดกล้ามแขนกำยำพร้อมกางเกงยีนส์ที่มีริ้วขาดเล็กน้อย ประกอบกับหนวดรำไรอยู่รอบริมฝีปากบางลุคเซอร์ๆ ในมาดนักธุรกิจหนุ่มแบบนี้ยิ่งทำให้เขาดูดีกว่าเคย
‘มาไวเหมือนกันนะเนี่ย’
สาวน้อยคิดในใจก่อนละสายตาจากหนุ่มหล่อเดินตรงไปช่วยเจ้านายเธอดูสไลด์ ท่ามกลางกองเอกสารมากมายที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ
“ผมว่างานคราวนี้เราต้องดึงดูดนักลงทุนให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเราถึงจะทำยอดได้ตามเป้า”
“ริสาคุณลองพรีเซนต์นวัตกรรมใหม่ของเราบนเวทีที่งานเลยเป็นไงผมว่าไม่มีใครจะรู้จักโซลูชั่นของบริษัทเราดีไปมากกว่าคุณที่เป็น ProjectManager แล้ว คุณว่ายังไง ?”
คุณธวัชพูดก้องพร้อมหันมองเธอด้วยสายตาทรงอำนาจด้วยความที่เขาเป็น CEO ใหญ่สุดของบริษัทไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งเขาแม้แต่น้อย
“อ่ะ เอ่อ จะให้ริสาพรีเซนต์เองหรอคะ”
สาวน้อยถามเจ้านายใหญ่อย่างลังเลเธอเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ท่าทีประหม่าชวนอึดอัดของเธอทำให้เฟยหลงสังเกตเห็นได้ชัดทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากหลังห้อง…
“ผมว่าไอเดียนี้ดีครับคุณริสาก็ดูมีความรู้ด้านโปรดักส์ละเอียด เดี๋ยวผมช่วยโค้ชเตรียมตัวก่อนให้ได้นะ”
ชายหนุ่มตอบเรียบๆเพื่อเสนอตัวช่วยเธอ จนสาวสวยรีบหันมามองพลางเลิกคิ้วนิดๆ แต่ใบหน้าหล่อเหลาของเขานิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ออก
“ดีเลยเอาเป็นว่าตกลงตามนั้น ริสา คุณคิดสตอรี่บอร์ดคร่าวๆมาให้ผมดูภายในวันพรุ่งนี้นะ”
นายใหญ่ตอบอย่างพอใจพร้อมหันไปกำชับสาวสวยที่ยืนนิ่งอยู่หน้าจอโปรเจอเตอร์ใหญ่ ก่อนเขาจะรีบออกจากห้องไปประชุมต่อกับพาร์ทเนอร์อย่างรวดเร็ว
เฟยหลง ลุกขึ้นจากหลังห้องเขาสาวเท้ายาวเดินตรงมาที่เธอพลางหยิบเอกสารที่วางซ้อนทับกันขึ้นมาอ่านอย่างพิจารณา ด้วยความที่เขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีประสบการณ์การทำงานมาอย่างโชกโชนเขาใช้เวลาคิดเพียงชั่วครู่ก่อนเสนอไอเดียธุรกิจกับเธอ
“ผมว่าคุณพรีเซนท์เรื่องโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับนักลงทุนดีไหมครับ? ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ยังไม่เคยมีบริษัทไหนในวงการที่พัฒนาระบบได้ดีกว่าบริษัทของคุณ”
ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจพลางหันไปเขียนสตอรี่บอร์ดอย่างชำนาญโดยมีสาวน้อยคอยช่วยอยู่ข้างๆ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงเหลือเพียงเขาและเธอง่วนอยู่กับการเตรียมงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยอยู่ในห้องประชุมสี่เหลี่ยมสองคน
“แก้ตรงนี้หน่อยครับเสริมจุดนี้แทน”
ริสานั่งพิมงานอย่างตั้งใจโดยมีชายหนุ่มยืนเท้าโต๊ะโอบอยู่ด้านหลังเธอในระยะประชิด เขาโน้มตัวลงมาใกล้เธอเพื่อมองรายละเอียดบนหน้าจอคอมแต่หารู้ไม่ด้วยท่าทีที่เป็นกันเองของเขาผนวกกับความใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขายิ่งทำให้สาวสวยใจเต้นรัวไม่เป็นอันทำงาน
ทว่าชายหนุ่มไม่ทันได้ระวังกับท่าทีของเขามากนักเฟยหลงกลับโน้มตัวเข้าใกล้เธอมากขึ้นไปอีกจนแผงอกกำยำแนบชิดกับแผ่นหลังของเธอมีเพียงแค่ผ้าบางคั่น
“ไฮไลท์ตรงนี้ครับ”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มใกล้จนแทบจะกระซิบข้างหูเธอจนริสาต้องรีบขยับหนีเล็กน้อยเพราะกลัวเขาได้ยินเสียงใจที่เต้นโครมคราม
‘เป็นอะไรไปริสาทำไมใจเต้นรัวแบบนี้’
สาวน้อยคิดในใจพลางเม้มปากแน่นเธอเริ่มไม่มีสมาธิโฟกัสกับงานตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ ปรายตามองเขาอย่างช้าๆซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับนัยน์ตาเข้มสบตาเธอเข้าพอดีเขาอมยิ้มกริ่มที่มุมปากเพราะเริ่มสังเกตเห็นถึงความประหม่าบนสีหน้าเธอ
“แหมทีตอนหอมแก้มผมในลิฟท์คราวนั้นยังไม่เห็นจะเขินเลย 555”
เฟยหลงพูดแซวอย่างหยอกล้อ พลางยกมือใหญ่ขึ้นลูกผมเธออย่างอ่อนโยนเหมือนลูกแมวน้อย
“อะอะไรคะ ริสาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
ริสาพูดแก้ต่างติดๆขัดๆ หน้ามุ่ยเป็นเด็กน้อย พลางเบือนหน้าหนีเขาหันไปทางอื่น
“ผมว่าเราพักกันแป๊ปนึงละกันเดี๋ยวผมจะลงไปซื้อกาแฟคุณจะไปด้วยกันไหม”
เฟยหลงถามเธอพลางยกมือขึ้นดูนาฬิกานี่ก็เกือบจะ3 ทุ่มแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะริสายังไม่หิวเท่าไหร่”
ริสาปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวลเพราะเธออยากรีบทำงานตรงหน้าให้เสร็จก่อนที่จะดึกไปมากกว่านี้
---------------------------------------
ผ่านไป10 นาที เฟยหลงเดินกลับเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟสตาร์บัคส์ 2ใบในมือ เขาวางลงตรงหน้าเธอพร้อมแซนวิชทูน่าด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะหิว
“นี่ครับ ลาเต้ร้อนไม่หวาน ไม่ใส่วิปครีม และเปลี่ยนเป็นนมSoy Milk”
สาวสวยเงยหน้าขึ้นจากจอคอมคิ้วขมวดเล็กน้อย พลางจ้องหน้าเขาอย่างงุนงงว่าเขารู้ได้ยังไงว่าเธอสั่งกาแฟแบบไหนแต่ทว่าก่อนที่เธอจะเอ่ยปากถาม เฟยหลงรีบตอบคำถามจากสีหน้าเธออย่างรวดเร็ว
“ประชุมคราวก่อนผมเห็นพนักงานติ๊กที่ช่องบนแก้วกาแฟของคุณน่ะผมเลยพอจำได้”
เขาพูดสบายๆพลางยักไหล่นิดนึง ความใส่ใจของเขาเป็นเหมือนความรู้สึกอบอุ่นที่เติมเต็มในหัวใจที่ผิดหวังจากกายเสียสนิท
“อ่อ ขอบคุณค่ะ”
เธอยกกาแฟขึ้นจิบพลางอมยิ้มน้อยๆเอาเข้าจริงเขาก็ดูเป็นคนดีอยู่เหมือนกัน แถมเพรียบพร้อมไปซะแทบจะทุกเรื่องทั้งหน้าตา ความสามารถ สาวน้อยเผลอคิดเรื่อยเปื่อยไปไกลพลางแอบช้อนตามองหน้าหล่อของเขาจากไกลๆและแล้วเธอก็เกิดความคิดซนๆ ขึ้นมาได้ ริสาแอบเข้า Google search ชื่อเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
‘Fei Lhong Shang hai’
ไหนขอเช็คโปรไฟล์หน่อยซิพ่อหนุ่มนักธุรกิจ สาวน้อยพิมพ์เสร็จรีบกดค้นหาพลางกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ประวัติของเขาปรากฏขึ้นบนหน้าจอมากมายทั้งชื่อเสียงการทำธุรกิจ ภาพถ่ายตอนไปร่วมงานรับรางวัล หรือภาพขึ้นปกนิตยสาร Forbes อีกทั้งเขายังติดอันดับ Top 100 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอีกด้วย !
‘โหหห ตาคนนี้ไม่เบาเลยนะเนี่ย’
สาวน้อยถลึงตาโตพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางไล่กดอ่านประวัติเขาทุกเว็บไซต์ จนเธอสะดุดกับรูปถ่ายของเขาและผู้หญิงจีนหน้าตาสะสวยคนหนึ่งใต้ภาพเขียนบรรยายเอาไว้ว่า…
‘นักธุรกิจหนุ่มหล่อไฟแรงจากตะกูลเฉียว พร้อมคู่หมั้นคุณหนูลี่ถิงจากตระกูลหวัง’
ประโยคสั้นๆแต่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ ความรู้สึกแปลกจนเธอเริ่มสงสัยในความรู้สึกของตัวเองสาวน้อยชะงักเล็กน้อยพลางเงยหน้ามองเฟยหลงที่กำลังง่วงลุยงานต่อให้เสร็จภายในคืนนี้
..
….
……
‘หรือเราจะชอบเขาขึ้นมาแล้ว ?’
-----------------------------------------------