่สายอิงอิ้งมาพบจีมกับดร.จักรินทร์ที่บ้านพักเธอทักทายดร.จั๊กพร้อมยกมือไหว้ “ลุงจั๊กสวัสดีค่า จีมหวัดดีนะแก...อิอิ”จีมมองเพื่อนยิ้มด้วยสายตาค้อนใส่ อิงอิ้งจึงหัวเราะเสียงดังออกมา
“แหม...ยัยอิ้งเพิ่งแยกกันยังไม่ถึงสิบสองชั่วโมงเลยนะ”
“หวัดดีจ้าอิ้ง หนูสบายดีนะ เป็ไงมั่งลุงได้ข่าวว่ารับบทหนักสิสู้ๆ นะหนู” อิงอิ้งจึงยิ้มให้ลุงจั๊กแสดงความขอบคุณ“ยังได้อยู่ค่ะลุงจั๊ก แค่มีเื่กวนใจปวดหัวนิดหน่อยค่ะ”
“ไม่เป็ไรลูก เื่ที่สงสัยเดี๋ยวลุงจั๊กช่วยนะ มาสาวๆ เรามาทำงานกัน”
ดร.จักรินทร์เคยตรวจทางฟิสิกส์ดูลักษณะกายภาพและวิเคราะห์สารเคมีของดาบเมื่อสองปีก่อน เพื่อใช้ประกอบขึ้นทะเบียนวัตถุโบราณในพิพิธภัณฑ์ ได้ข้อสรุปว่าดาบโบราณตกทอดมาจากยุคท่านพญาภูคา เ้าหลวงสุริยะพงษ์ฯเป็ผู้เก็บรักษาในฐานะทายาทรุ่นล่าสุด
ดร.ผู้เชี่ยวชาญขยับแว่นกรอบสีน้ำตาลของตน ส่องดูดาบผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์ตรวจวัดอนุภาคอายุคาร์บอนของดาบที่อายัดจากขุนฟองใช้เวลาครึ่งค่อนวัน
“อื่ม...เสร็จแล้วสาวๆมาฟังผลกัน ดาบของพ่อหนุ่มนี้ ดูจากรอยบากที่เอียง 30 องศาจากแนวยาวของดาบเหมือนถูกของมีคมบนฝักดาบบน ยังใหม่เหมือนเพิ่งเกิด ไม่พบคราบสนิมมีแค่สนิมออกไซด์บางๆ ไม้ด้ามจับ อายุคาร์บอนแค่สิบสองปีเอง” พูดจบเขาเปิดไฟล์จากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หาไฟล์บันทึกการตรวจเมื่อสองปีก่อนเพื่อเทียบเคียง
“ข้อมูลเดิม มีรอยบากที่เอียง 30องศา เป็รอยเก่ามากๆ เนื้อดาบคราบสนิมออกไซด์หนา อายุคาร์บอนของไม้ที่ด้ามดาบ อายุประมาณ เจ็ดร้อยแปดสิบกว่าปีนะ สรุปว่าเป็ดาบเล่มเดียวกันแต่ต่างเวลากัน” เขาใช้มือขยับแว่น ใบหน้าเคร่งเครียดบดบังความเป็คนอารมณ์ดีในยามปกติ
“หมายความว่าอย่างไรคะลุงจั๊ก” อิงอิ้งขมวดคิ้วด้วยความสงสัยโพล่งถามทันที
“หมายความว่าดาบนี้เพิ่งตีขึ้นมาไม่เกินสิบสองปีเท่านั้นยังใหม่กิ๊กถอดด้ามเลยจ้า” ลุงจั๊กตอบเพื่อนรักหลายสาวสุดที่รัก
แท้จริงแล้วรอยบากบนฝักดาบเกิดจากการใช้ดาบและฝักดาบปัดป้องห่าธนูที่ระดมยิงเข้าใส่ขุนฟองที่คุ้มตน ในวันที่เขาเดินทางข้ามเวลามา
“ลุงจั๊กขา...จีมงงทำไมวัตถุสองชิ้นเหมือนกันเป๊ะแต่มีอายุต่างกันคะ” จีมเผลอเอียงคอแววตามีเครื่องหมายคำถามมากมาย อาการของหลานรัก ทำให้ภาพจีมสมัยเป็เด็กสี่ขวบผุดขึ้นในความทรงจำจนอดรำพึงในใจไม่ได้
“เหมือนตอนเป็เด็กน้อยเ้าหนูจำไม เลยนะตอนนั้นลุงทั้งรักทั้งหลงแก ถ้าวันนี้แกยังเป็เด็กน้อยอยู่ชั้นจะกอดแกให้ขาดใจตายไปเลยแต่ตอนนี้ไม่น่ารัก น่าเกลียด 5555” เขายิ้มออกมา เอามือแตะหัวจีมหนึ่งทีด้วยความอ็นดู จนหลานรักมองด้วยสายตางุนงง
“คือ..สรุปง่ายๆ ดาบสองเล่มเป็เล่มเดียวกันแน่นอน แต่ดาบของพ่อหนุ่มใหม่กว่าของในพิพิธภัณฑ์ พวกหนูๆ สงสัยใช่ไม๊ว่า เป็ไปได้ยังไงที่วัตถุชิ้นเดียวกัน แต่สภาพต่างกัน”
“ลุงจั๊กอิ้งอยากให้ดูคลิปจากกล้อง CCTV ในพิพิธภัณฑ์ดาบกับหลุกและปิ่นทองคำค่อยๆ เลือนหายไปค่ะ”
ดร.จักรินทร์มีสีหน้าเคร่งเครียดตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ “หลักการทางฟิสิกส์ สสารไม่มีวันหายไปจากโลกเฉยๆเว้นแต่ถูกเปลี่ยนเป็พลังงาน ตามหลักของไอน์ไตน์ มวลจากวัตถุขนาดใหญ่นี้ถ้าแปลงเป็พลังงาน จะเกิดพลังงานมหาศาลมากกว่าะเิปรมาณูลูกใหญ่กว่าถล่มฮิโรชิม่าอีก...เว้นซะแต่...อื่ม..”
ดร.จักรินทร์ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่เสียสมาธิทันทีจากเสียง “ลุงจั๊ก...เลิกกั๊กแล้วรักก่อน อิอิ 55555 ลุงจะบอกก็รีบบอกจีมอยากรู้” ดร.จักรินทร์ใช้มือเขกหัวหลานสาวสุดที่รักเบาๆ “มาเป็เพลงฮิตเชียวนะลูกคือ..ตามหลักของควันตั้มฟิสิกส์ วัตถุหนึ่งไม่อาจอยู่สองที่ในเวลาเดียวกัน นึกออกไม๊ ถ้ามันสลายไปต่อหน้า ก็จะกลายเป็พลังงานในรูปแบบอื่น หรือไม่ มันก็ต้องไปโผล่ที่อื่นในเวลาที่ต่างกันนึกออกไม๊”
“หมายความว่า วัตถุเดิมในพิพิธภัณฑ์มีอายุมากกว่าเก่ากว่า สลายหายไปแล้วมาโผล่อีกทีแล้วใหม่ขึ้น มันหายไปไหนไปชุบตัวเรอะ??!!!! เป็ไปไม่ได้..นึกออกไม๊”จีมล้อเลียนคำพูดซ้ำที่ติดปากของลุงจั๊ก จนทำให้ลุงจั๊กมองตาคว่ำแสดงเป็โกรธแต่อดอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“แล้วตอนที่หนูเจอดาบมันมายังไงจ๊ะอิงอิ้ง”
“ตอนนั้นมีแสงสว่างวาบเป็วงกว้างประมาณสามเมตรคลุมตัวคุณขุนฟองกับคุณคำเขาก็ถือดาบมา พร้อมบนหัวก็มีหลุกกับปิ่นทองอยู่แล้วนะคะ”
ดร.จักรินทร์ครุ่นคิดชั่วขณะจึงพูดว่า “อื่ม..จากคลิปวัตถุโบราณทั้งสามชิ้น สลายไปตอน 22.10 น.เหตุการณ์ที่พ่อสองหนุ่วาร์ปมา เกิดตอนกี่โมง ใช่ตอนสี่ทุ่มสิบนาทีไม๊จ๊ะอิงอิ้ง”
“ประมาณนั้นค่ะเพราะอิ้งได้รับรายงานจากสายสืบว่าผู้ต้องสงสัยนัดเอเย่นต์ส่งมอบยาเสพติดตอนสี่ทุ่มค่ะ”
ดร.จักรินทร์ดีดนิ้วเปาะ “รู้ละ...ถ้าดาบนั้นเดินทางผ่านเวลามาแบบปกติมันจะเก่าไปตามเวลาแบบที่วางไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ดาบและวัตถุโบราณ เดินทางลัดข้ามเวลาจากอดีตมาปัจจุบัน ดาบจึงยังใหม่อยู่”
“ตามหลักควอนตั้มฟิสิกส์ หลัก E=MC² ของไอน์สไตน์ เมื่อมวลสลายไปบางส่วนจะกลายเป็พลังงานได้ มวลนั้นต้องมีความเร็วสูง ต้องมีเครื่องมือบางอย่างสลายมวลให้มีอนูละเอียดลง แล้วถ้ามีความเร็วสูงใกล้แสงจะสามารถเดินทางข้ามเวลาจากการบิดโค้งของกาลอวกาศได้ ลุงจึงไม่ค่อยแปลกใจมากถ้าสรุปว่าพ่อหนุ่มเดินทางข้ามเวลามา”
“แสดงว่าทุกอย่างมันพุ่งชี้ว่าคุณขุนฟองเป็ตัวจริง เขาเดินทางข้ามเวลามา ใช่ไม๊ยัยอิ้ง” อิงอิ้งเอามือสองข้างจับบนศีรษะตน“โอ้ยปวดหัว...เป็ไปได้ไงเนียะจีม นี่คือเื่จริงใช่ไหมคะลุงจั๊ก” “แน่น๊อน..หลานสาวทั้งสอง”
เมื่อได้ข้อสรุป หมวดอิงอิ้งจึงถอนหายใจ ขมวดคิ้วด้วยความกังวลว่าใครจะเชื่อเื่การเดินทางข้ามเวลาของขุนฟองกับไอ้คำ
“แล้วเราจะหาทางส่งขุนฟองกลับไปอดีตยังไงคะ”
“เป็คำถามที่ดีมากนะหนูอิ้งตอบง่ายมาก มาด้วยวิธีอะไรก็กลับไปแบบนั้นจ้า แต่..ทำได้ยากมาก ที่ลุงเข้าใจนะเขามาเพราะมีเครื่องเปลี่ยนมวลให้เป็พลังงานที่ละเอียดขึ้นกว่ากายเนื้อปกติตอนมามีวงกลมขนาดใหญ่คลุมตัวเขาใช่ไม๊?....
....ถ้าเราสร้างสองตัวแปรได้ก็เดินทางกลับได้แต่อะไรจะเป็ตัวทำให้เกิดวงกลมขนาดใหญ่คลุมร่างเขาได้ละ และจุดเวลาที่จะกลับไปสู่ณ เวลาเดิมจะกำหนดอย่างไร เราไม่มีเครื่องมือตั้งจุดของเวลา ลุงยังคิดไม่ออก. ขอลุงไปค้นหรืออาจจะต้องปรึกษาอาจารย์โปรเฟสเซอร์ของลุงอีกทีนะ ขอเวลาไม่เกินเจ็ดวันนะลูก แค่พิสูจน์วัตถุว่าข้ามเวลามาลุงก็มึนแล้วลูก”
“ได้ค่าลุง ระหว่างนี้อิ้งจะหาทางคุยกับผู้ใหญ่ว่าจะให้เขาอยู่ที่ไหน ถ้าไปรายงานว่าคุณขุนฟองกับคุณคำเดินทางข้ามเวลามาจากอดีต เขาจะหาว่าหนูเป็คนสวยที่ไร้สติ อิอิ จีม..แกว่าชั้นควรทำไงดีจ๊ะ”
จีมทำหน้ามึนเย้าเพื่อน “ม่ายรุช้านงง...ชั้นสมองเสื่อม 5555 เอางี้ที่รัก เธออ้างว่าคุณขุนฟองมีข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเ้าหน้าที่ในการตรวจค้นผู้ต้องสงสัยคดีค้ายาเสพติดได้มะ...แหมแกเป็ผู้หมวด ทำไมต้องให้ชั้นคิดยะ” พลางมองหน้าเพื่อนรักสลับกับมองต่ำแสดงสายตาเยาะเย้ย
“ม่ายช่าย..ข้อหาที่เธอบอก มันต้องส่งฟ้องศาลทันที ประวัติทะเบียนราษฎร์ก็ไม่มีเดี๋ยวเขาก็เจออีกกระทงนึงหรอก ชั้นว่ากันไว้เป็พยานน่าจะเหมาะกว่า ไม่ต้องดำเนินคดีใดๆ รอเวลาเผื่อลุงจั๊กจะหาวิธีส่งทั้งสองคนกลับอดีต แกว่าดีมะ ชั้นทำเื่ขอกักตัวทั้งสองคนผ่านเ้านายชั้นตามสายงานปราบปรามยาเสพติดง่ายกว่า ขอกับรองผู้กำกับนริศฝ่ายสืบสวนสอบสวนไม่น่าจะเหมาะ นางจ้องเล่นงานชั้นอยู่ด้วย”
จีมท้วงเพื่อนรักทันที“อ้าว..ก็คิดเองได้แล้วมาถามชั้นทำไมจ๊ะ”
หมวดสาวจึงต้องทำเื่ขออนุมัติให้ขุนฟองเป็พยานพร้อมทั้งเอาไอ้คำออกจากโรงพยาบาลเพื่อคุมตัวอยู่ด้วยกัน โดยให้พักที่เซฟเฮาส์ภายใต้การดูแลของดาบบุญช่วย