"ท่านนายพลจางครับ ทหารบนโลกของเรามีทั้งหมดกี่นายครับ" เด็กชายจูหงเฟยถามท่านนายพลจางที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ทั้งกำลังพลทหารประจำการและกำลังพลทหารสำรองของทุกประเทศทั่วโลกมีประมาณ 100 ล้านนายครับ"
"ส่วนกำลังพลทหารประจำการและกำลังพลทหารสำรองของประเทศที่เป็นสมาชิกทั้ง 50 ประเทศขององค์กร UN : SW ก็มีประมาณ 40 ล้านนายครับ" ท่านนายพลจางเฉินตอบคำถามของจูหงเฟย
ท่านผู้นำแห่งประเทศจีนาจึงกล่าวขึ้นมาว่า "ท่านผู้อาวุโสจู ท่านไม่ต้องเป็นห่วงครับ เรายังมีผู้ฝึกปราณยุทธ์ทั่วโลกอีกกว่า 8,5000 คน"
"รวมถึงในขณะนี้ทางองค์กร UN : SW เพื่อที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้คนบนโลกในภาพรวม จึงได้เริ่มเผยแพร่วิธีการฝึกปราณยุทธ์ โดยการกำหนดลมหายใจตามลักษณะของกายาปราณแต่ละประเภทออกไปทั่วโลกแล้วครับ"
"สงครามกับพวกอสูรจากต่างโลกในครั้งนี้ ทางองค์กร UN : SW ได้คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าจะเป็นสงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน ถ้าหากว่าเราไม่สามารถทำลายหรือปิดประตูมิติทั้ง 7 ประตูพวกนี้ลงได้ครับ"
"รวมถึงถ้าหากเราสามารถทำลายหรือปิดประตูมิติพวกนี้ลงได้แล้ว แต่พวกอสูรมันก็อาจจะสามารถเปิดประตูมิติประตูใหม่ขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นไปได้เช่นกันครับ"
"ครับผม..ผมรับทราบแล้วครับผม ท่านผู้นำ" จากนั้นจูหงเฟยก็ทำความเคารพท่านผู้นำด้วยการยืนตรงแล้ววันทยาหัตถ์
คือว่า..จูหงเฟยไม่เคยพบกับท่านผู้นำมาก่อน จูหงเฟยจึงไม่รู้พิธีการว่าเขาควรที่จะป้องมือคารวะ หรือว่าควรที่จะโค้งคำนับให้กับท่านผู้นำ จูหงเฟยก็เลยตัดสินใจทำวันทยาหัตถ์เลียนแบบบรรดาเหล่านายพลที่อยู่ในห้องวอร์รูมนี้เสียเลย..ง่ายดี..
อันที่จริงแล้วในตอนนี้จูหงเฟยก็อยากที่จะเอาโทรศัพย์มือถือของเขามาเปิดค้นหาข้อมูลเรื่องการเผยแพร่เคล็ดดูดซับพลังปราณด้วยการกำหนดลมหายใจให้กับผู้คนบนโลก เพราะจูหงเฟยก็อยากรู้ว่าการกำหนดลมหายใจของคนที่มีกายาปราณชนิดอื่นๆนั้น จะเหมือนหรือว่าแตกต่างกับการกำหนดลมหายใจจากเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลของเขายังไงบ้าง
แต่ในห้องวอร์รูมก็ห้ามนำเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวทุกชนิดเข้ามา จูหงเฟยจึงได้แต่รอตอนที่เขาออกไปจากห้องวอร์รูม แล้วค่อยไปค้นหาข้อมูลดู
ในตอนนี้จูหงเฟยจึงได้แต่เดินดูรอบๆโต๊ะกลมสีขาวตัวใหญ่ที่ทำการฉายภาพ 3 มิติของประตูมิติทั้ง 7 ประตูขึ้นมา
จูหงเฟยเดินดูประตูมิติทั้ง 7 ประตูอย่างตั้งอกตั้งใจ ประตูมิติที่ลอยอยู่เหนือแผ่นดินทั้ง 5 ประตูนั้น ยังคงมีอสูรสายพันธุ์ผึ้งแดงมรณะบินออกมาอย่างต่อเนื่อง
แต่ประตูมิติอีก 2 ประตูที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรกลับมีฝูงอสูรที่มีรูปร่างคล้ายกับนกนางนวลซึ่งมีสีดำสนิท พากันทยอยบินออกมาจากประตูมิติแทนที่จะเป็นพวกอสูรผึ้งแดงมรณะ
จูหงเฟยจึงเดินไปถามลุงอัคคีหลินของเขาว่า "ลุงอัคคีหลินครับ นกนางนวลสีดำพวกนั้นมันเป็นอสูรสายพันธุ์อะไรเหรอครับ แล้วทำไมประตูมิติในมหาสมุทรถึงได้เป็นพวกมันที่บินออกมากันครับ"
"พวกมันคืออสูรสายพันธุ์นกนางนวลทมิฬขอรับ พวกมันเป็นอสูรประเภทนกน้ำและพวกมันสามารถที่จะใช้ชีวิตรวมถึงนอนหลับอยู่บนผิวน้ำได้ โดยที่ไม่ต้องขึ้นบกเลยขอรับ" ลุงอัคคีหลินของจูหงเฟยตอบออกมา
จูหงเฟยทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักครู่แล้วจึงพูดขึ้นว่า "งั้นก็แสดงว่าพวกอสูรจากโลกวิถีปราณมันสามารถมองทะลุประตูมิติมาเห็นสภาพพื้นที่ทางฝั่งโลกของเราได้สินะครับ มันถึงส่งฝูงอสูรนกนางนวลทมิฬให้บินออกมาจากประตูมิติที่อยู่ในมหาสมุทร"
"แต่พวกเรากลับมองไม่เห็นทางฝั่งของโลกวิถีปราณเลยว่ามันมีสภาพเป็นยังไงบ้าง มองเห็นก็แต่ผิวกระเพื่อมคลื่นน้ำสีม่วงของประตูมิติเท่านั้น"
"ใช่แล้วขอรับ ท่านผู้อาวุโสจู" ชายคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ หน้าตาใสปิ๊ง ผิวพรรณผุดผ่อง ดูแล้วน่าจะมีอายุประมาณ 25 ปี สวมเสื้อฮาวายแขนสั้นสีสันฉูดฉาดกับกางแกงขาสั้นสีขาวและสวมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อยี่ห้อคอนเวิร์สรุ่นออลสตาร์สีขาว เดินเข้ามาหาจูหงเฟย จากนั้นเขาก็คุกเข่าลง แล้วป้องมือค้อมศีรษะทำการคารวะให้กับจูหงเฟย
"ข้าน้อย..อี้คุน กายาปราณแห่งพฤกษา ขอคารวะท่านผู้อาวุโสจูขอรับ" ชายหนุ่มอ้วนหน้าตาใสปิ๊งแนะนำตัว
จูหงเฟยเคยเห็นชายอ้วนคนนี้มาแล้วจากบนจอ LED ในห้องวอร์รูมที่เมืองเฉิงตู จูหงเฟยจึงเข้าไปประคองให้ปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า "ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุน ผมยินดีที่ได้พบกับท่านตัวเป็นๆครับ ผมมีคำถามมากมายอยากที่จะถามเกี่ยวกับโลกวิถีปราณ แต่ลุงอัคคีหลินก็ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ต้องประสานงานกับคนโน้นคนนี้อยู่ตลอดเวลา"
"ส่วนลุงเฉินนั้นไม่ต้องพูดถึง มาเร็วไปเร็ว ผมจะถามอะไรก็ไม่ทันสักทีครับ ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุน พอที่จะช่วยบอกข้อมูลเกี่ยวกับโลกวิถีปราณให้ผมรู้ได้ไหมครับ" จูหงเฟยพูดกับท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุณ พร้อมทั้งแขวะลุงเฉินของเขาไปด้วย 1 ดอก
"เอ้อ..ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ ข้าน้อยมิบังอาจอวดตัวว่าเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ต่อหน้าท่านผู้อาวุโสหรอกขอรับ ท่านผู้อาวุโสเรียกข้าน้อยว่าอี้คุณก็พอขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุน ตอบคล้ายๆกับที่ลุงอัคคีหลินเคยตอบออกมาก่อนหน้านี้
"งั้นผมเรียกว่า *พี่พฤกษาอี้* ก็แล้วกันนะครับ จะได้เหมือนกับลุงอัคคีหลิน แล้วพี่พฤกษาอี้ก็ยังดูเป็นหนุ่มหน้าตาใสๆอยู่มากๆ เอาตามนี้ก็แล้วกันนะครับ" จูหงเฟยพูดออกไปแบบสบายๆโดยหารู้ไม่ว่าพี่พฤกษาอี้ของเขานั้นมีอายุถึง 500 กว่าปีแล้ว เมื่อเทียบกับเวลาของโลกสีน้ำเงินใบนี้..