ทะลุมิติมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์

    ตอนที่47 เปิดตัวสินค้าใหม่

            ก่อนที่จะถึงเหมันตฤดู เฟยเจินคิดว่าจะพาครอบครัวกลับไปอยู่บ้านในหมู่บ้านต้าซู เธอจึงต้องทำระบบทำความร้อนรอบบ้านเสียก่อน มิเช่นนั้นทุกคนคงหนาวตายกันเป็นแน่ ดูท่าแล้วภัยหนาวมาเยือนครานี้จะหนาวเหน็บอย่างแน่นอน


            อีกอย่างหนึ่งก็คือตอนนี้หมิงซินเทียนได้ลงขายผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เป็นจำนวน 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ยาทาบำรุงหน้าชนิดพิเศษสำหรับหน้าหนาวโดยเฉพาะ กระปุกสีม่วงอ่อน ต่อมาคือถุงร้อนที่ใส่หินไฟวิเศษ หินนั้นโดนไฟจากเสี่ยวฮว่าคลุมเอาไว้ มันจะให้ความอบอุ่นได้ราว 2 เดือน และอย่างสุดท้ายคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณที่้ใช้สำหรับแช่ในอ่างอาบน้ำ หรือที่ภพก่อน ผู้คนเรียกกันว่า ‘บาธบอม’ เมื่อหย่อนลงไปในน้ำ ก็จะเกิดเป็นฟองฟู่ อีกทั้งยังมีสีสันสวยงามและมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลาย บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่มไม่แห้งแตกในหน้าหนาวนี้


            เฟยเจินกับเฟยเทียนช่วยกันออกแบบระบบทำความร้อนรอบบ้าน ส่วนสำคัญที่เป็นตัวช่วยวิเศษก็คือ หินไฟนั่นเอง ซึ่งหินนี้ก็เป็นหินเดียวกับที่ใส่ในถุงร้อน แต่เมื่อนำมาใช้กับบ้านมันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นหลายเท่า งานนี้เจ้าจิ้งจอกแดงก็ถึงกับใช้พลังวิเศษไปเยอะเช่นกัน


            ทุกคนช่วยกันนำหินไฟไปวางตามจุดต่างๆ ตามแบบแปลนของบ้านที่พวกเธอคิดขึ้นมาแล้วว่าเหมาะสม


            ใช้เวลาทั้งวัน ในที่สุดระบบทำความร้อนก็ถูกติดตั้งจนเสร็จสิ้น เฟยเจินได้แอบเก็บหินไฟส่วนหนึ่งและเขียนแบบวิธีการติดตั้งให้คนไปมอบให้ที่โรงน้ำชาเจียวจู เพื่อฝากส่งให้ลู่เสียนอีกด้วย


            “คุณหนูขอรับ มีจดหมายส่งมาถึงขอรับ” หมางกั่ว เด็กหนุ่มผิวคล้ำยื่นจดหมายส่งให้เจ้านาย


            “ครอบครัวหลิงหลิงจะมาอยู่กับพวกเราในช่วงหน้าหนาวงั้นหรือ!” เฟยเจินพูดด้วยความตื่นเต้น


            “ครอบครัวบุญธรรมของเจ้างั้นหรือน้องรอง” เด็กชายคนโตหันมาถาม


            “ครอบครัวบุญธรรมของพวกเราต่างหากเจ้าค่ะ”


            “อ้อ ใช่แล้ว ข้ารู้สึกตื่นเต้นมาก ทำอย่างไรดี บ้านของพวกเราจะขาดเหลืออันใดหรือไม่” เฟยเทียนเกาหัวเล็กน้อย


            “ข้าจะได้เจอน้องชายตัวน้อยแล้วใช่หรือไม่ขอรับพี่รอง!” เฟยหมิงชูมือขึ้นทำท่าดีใจ


            “พวกเจ้ารีบจัดทำความสะอาดห้องรับแขกเถิด อีกมินานแขกของพวกเราคงจะใกล้ถึงแล้วกระมัง” หันไปบอกพ่อบ้านทั้งสอง เธอคาดว่าอีกวันสองวันพวกเขาน่าจะเดินทางมาถึง หากถึงเหมันตฤดู เมืองลู่เจ๋อน่าจะหนาวเหน็บยิ่งกว่าเมืองไฉเฟิง เพราะมันมีลมทะเลด้วย


            วันต่อมา รถม้าครอบครัวตระกูลเซียวก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ของพวกเธอ


            “คุณหนู คุณชายขอรับ แขกมาถึงแล้วขอรับ!!” สิ้นเสียง เฟยเจินกับทุกๆ คนก็รีบออกมาต้อนรับแขกผู้มาใหม่


            “ท่านแม่ ท่านพ่อ ท่านปู่ หลิงหลิง ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ” เฟยเจินรีบวิ่งออกไปหาพวกเขาด้วยความดีใจ ไม่เจอกันนาน เธอคิดถึงพวกเขายิ่งนัก


            “พี่ พี่” หลิงหลิงที่โดนฮูหยินเซียวอุ้มอยู่เห็นพี่สาวก็ยื่นแขนป้อมพยายามจะเข้าไปหาให้ได้


            “ทีพ่อกับแม่ล่ะไม่ยอมเรียก เจ้าเด็กตัวแสบนี่” ฮูหยินจำต้องส่งเจ้าเด็กน้อยให้ลูกสาวบุญธรรมอุ้มต่อ


            “หลิงหลิง ที่ผ่านมาเจ้าเป็นเด็กดีหรือไม่” เฟยเจินชูเด็กน้อยขึ้นสูง หลิงหลิงหัวเราะชอบใจ แต่เพราะอากาศเริ่มหนาว เขาจึงพยายามมุดเข้าไปในอ้อมกอดเธอ


            “ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ” พี่ใหญ่กับน้องเล็กนัดแนะกันมาแล้วว่าจะเข้าไปทักทายพร้อมกัน พวกเขายืนตัวตรงประหม่าอย่างมาก


            “ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ พวกเจ้าคือพี่ชายใหญ่และน้องชายเล็กของเจินเจินใช่หรือไม่ พวกเจ้าเรียกข้าว่า แม่ เถิด” ฮูหยินเซียวจับมือเด็กชายทั้งสองคนพร้อมส่งยิ้มด้วยความอบอุ่น


            “เรียกข้าว่า พ่อ ด้วยล่ะเด็กๆ” สามีนางไม่น้อยหน้า รีบเข้ามาจับตัวลูกชายบุญธรรมทั้งสอง


            “ข้าด้วยๆ ปู่ของพวกเจ้าอย่างไรล่ะ โอ้ ข้าเคยพบเด็กหนุ่มคนนี้ จำข้าได้หรือไม่” ชายชรารีบเข้ามาร่วมวง เขามองเฟยเทียนก็จำได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มที่เคยเจอที่ภัตตาคารไห่หง


            เฟยเจินชักชวนทุกคนเข้าบ้าน มิเช่นนั้นเกรงว่าพวกเขาคงจะยืนคุยกันตรงนี้เป็นเวลานานอย่างแน่นอน


            “บ้านของพวกเจ้าช่างอบอุ่นยิ่งนัก คิดถูกแล้วที่พวกข้ามาหาช่วงนี้” ชายชราพูดอย่างเบิกบานใจ ใช้ไม้เท้าเดินดูรอบบ้านด้วยความสนใจ ไม่เพียงภายนอกที่ทันสมัย การตกแต่งภายในก็ทันสมัยเช่นกัน


            “เชิญทุกท่านไปแช่น้ำอุ่นๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นก่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้ามีผลิตภัณฑ์ใหม่อยากให้พวกท่านลองใช้ด้วย” เฟยเจินโบกมือ ไป๋หลาน หวงหลานก็ถือถาดไม้ด้านบนวางก้อนกลมสีสันสดใสหลายก้อนเข้ามา


            เฟยเจินสอนวิธีใช้ให้แก่พวกเขา หลังเธอพูดจบ พวกเขาก็รีบเข้าไปแช่น้ำอุ่น ลองใช้ผลิตภัณฑ์วิเศษนี้ด้วยความตื่นเต้น อ่างน้ำที่บ้านเธอนั้นมีขนาดใหญ่ เวลาลงแช่จึงรู้สึกเหมือนแช่ในบ่อน้ำพุร้อน ทั้งผ่อนคลายและสบายใจ


            พวกเฟยเจินก็พาเด็กน้อยหลิงหลิงไปแช่น้ำเล่นฟองสบู่ด้วยเช่นกัน เฟยหมิงดูจะชอบน้องชายตัวน้อยเป็นพิเศษ เขาพยายามจะอุ้มเด็กน้อยหลายครั้ง แต่หลิงหลิงมิยอมออกห่างจากพี่สาวเลย


            สามวันถัดมา เริ่มเข้าสู่ช่วงเหมันตฤดูแล้ว ภัยหนาวได้มาเยือนของจริง ลมหนาวคล้ายพายุมาอย่างรุนแรงและดูหิมะจะตกหนักกว่าทุกปี ทุกพื้นที่ตอนนี้กลายเป็นสีขาวโพลน


            ทางด้านครอบครัวใหญ่ อากาศหนาวครานี้ทำให้ชายชรา หัวหน้าตระกูลซูล้มป่วยหนัก เขามิมีแรงขยับตัว นอนตัวร้อนอยู่อย่างนั้น นางเฉียวได้ให้คนไปตามท่านหมอสกุลโยวมาตรวจผู้เป็นสามีแล้ว แต่กินยาก็แล้ว เขากลับไม่ดีขึ้นแถมดูเหมือนจะเป็นหนักกว่าเดิม


            “ท่านแม่ หรือเราจะพาท่านพ่อไปรักษาในเมืองดีขอรับ” ซูฉิง ลูกชายคนรองเห็นสภาพของพ่อตนก็รับมิได้ ถามนางเฉียวสองจิตสองใจ


            “รักสง รักษาอะไรกันล่ะ เงินเก็บก็จะไม่มีอยู่แล้ว!” หญิงชราอาละวาดขึ้น


            “ท่านย่า ข้าเห็นอาหญิงสี่มาแล้วเจ้าค่ะ!” ซูจวนรีบวิ่งเข้ามาหานางเฉียว


            “ไอหยา ลูกสาวของข้ามารับข้าไปอยู่บ้านอุ่นๆ แล้ว!” หญิงชรารีบวิ่งออกไปหน้าบ้าน หาซูฮวา ลูกสาวคนเล็กด้วยความเร็ว


            “ขึ้นรถม้าเลยเจ้าค่ะ เราต้องออกแล้ว พายุหิมะจะมาแล้ว!” หญิงสาวรูปร่างอวบเล็กน้อย แต่งตัวยั่วยวน รีบดันหลังผู้เป็นแม่ขึ้นรถม้า


            “น้องเล็ก พาพวกข้าไปด้วย!” ซูฉิงรีบตะโกนก่อนที่รถม้าจะออก


            “หึ! ข้างในนั่งไม่เพียงพอ หากจะมาก็ไปนั่งตรงที่เก็บของซะ” หญิงสาวชี้ไปด้านหลังส่วนที่ไม่มีหลังคา


            “ได้ๆๆ เร็ว รีบขึ้นไปนั่ง” ซูฉิงอุ้มลูกทั้งสองขึ้นไปก่อน


            “ท่านพี่ ข้าขอไปเอาของสักเล็กน้อยก่อนเจ้าค่ะ” ซูชิว ภรรยาซูฉิง รีบวิ่งเข้าไปหยิบเงินที่แอบเก็บไว้และเครื่องประดับบางชิ้นติดตัวไปอย่างว่องไว


            “ชักช้าอยู่นั่น ถ้าพายุหิมะมา ข้าจะทิ้งเจ้าไว้กลางทาง!” ซูฮวาตะโกนบอกซูชิวเสียงดัง


            “มาแล้วๆๆ” หลังจากที่ซูชิวขึ้นไปนั่งด้านหลังกับลูกๆ รถม้าก็ออกตัวทันที 


            รถม้ามาจอดหน้าเรือนหลังเล็ก มันเป็นเรือนที่ไม่ค่อยสะดุดตานัก และหายากอีกด้วย พวกเขารีบลงจากรถม้าเข้าไปอยู่ในบ้านทันที เพราะเวลานี้พายุหิมะได้พัดผ่านมาอีกแล้ว


            “แค่ก แค่ก” ชายชรานอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความสงบ หลังจากเสียงวุ่นวายภายนอกได้หายไป เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดที่เกิดขึ้น ภรรยาและลูกของเขาได้ทิ้งเขาไปเสียแล้ว…


            ชายชรานอนหลับตาแน่นิ่ง น้ำตาไหลออกมาทางหางตาเป็นทางยาว เขาคิดถึงหลานๆ ที่ถูกภรรยาเขาไล่ออกไป ทั้งครอบครัวลูกชายสามและลูกชายคนโต ป่านนี้เด็กๆ จะเป็นอย่างไรกันบ้าง หากเขาไม่ได้รับรู้ว่าหลานๆ กำลังมีชีวิตที่ดี เขาก็คงนอนตายตามิหลับ

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ที่คุณอ่าน