ตุ๊กตาจากแดนหมีขาว

    ตอน 16.2 / 20 - ....... แสนรัก (จบตอน)


    ตอน 16

    ....... แสนรัก

    (ส่วนตอนท้าย)



    ตราบเช้าวันใหม่ไม่สดใส ฟ้าหม่นฝนพรำพาใจหดหู่ มองนอกห้องกระจกดูไร้ชีวิตชีวาสิ้นเชิง


    ลอริสได้รับดูแลเหมือนวันก่อนเก่า หลังรับมื้อเช้าจึงนั่งถักนิตติ้งบนเก้าอี้นวมตัวเดิม


    “เก่งจังเลย ลอริส...” พี่เลี้ยงเอ่ยชมยกใหญ่ “ถักมาตั้งแต่ต้นปีจะเสร็จแล้ว เหลือแค่ส่วนปลายผ้าพันคอเท่านั้น”


    “ใช่ ถักสวยมาก เดือนหน้าก็วันเกิดลอริสแล้วสินะ จะครบสิบหกปี”


    เกริกไกรรู้สึกตื่นเต้น ลูกสาวเพิ่งระลึกขึ้นได้ “ถ้าของขวัญให้ลอริสที่ยิ่งใหญ่ คือได้หัวใจใหม่ที่แข็งแรงนะคะ หนูอยากให้เป็นแบบนั้น”


    “ใช่แล้ว...” ชายวัยสี่สิบเอ็ดก้มหน้าสิ้นหวัง “ความหวังที่พวกเรารอ ช่างยากเย็นเหลือเกิน...”


    “พ่อคะ...” ลูกสาวประคองมือพ่อปลอบ “ต้องมีวันนั้นค่ะ...”


    ยามผินมองลอริสคอยสบตาสองพ่อลูก ไยช่างเงื่องหงอยสร้อยเศร้ายิ่งนัก น่าสงสารน่ากอดปลอบโยนเป็นที่สุด


    เดรสขาวยาวคลุมเท้าแม้งดงาม กลับกลายเป็นตุ๊กตารัสเซียต้องเจ็บป่วย ยิ่งตอนลูกสาวช่วยประคองนอนบนเตียงฟองน้ำยิ่งน่าเห็นใจ


    “สปาซิบะ...” ลอริสไม่เคยลืมคำพูดขอบคุณ เอื้อนคำรัสเซียทุกครั้งที่ได้รับดูแล แม้ต้องกลายเป็นเสียงเอื้อนสั่นเครือก็ตาม


    บางครั้งเห็นน้ำตาพรากอาบสองแก้ม ไม่รู้ว่ากำลังสลดรันทดเรื่องใด หรือซาบซึ้งตื้นตันบางสิ่งที่ไม่อาจพรรณนา สองพ่อลูกได้แต่จนใจเดาความหมายไม่ออก


    อาจคิดถึงพ่อแม่ที่จากไป รูปถ่ายครอบครัวยังเห็นชัดยามนอนป่วย


    “แปลกจัง ติดต่อวนัสไม่ได้” เกริกไกรรำพันท้อแท้


    “สงสัยติดงานราชการสำคัญมั้งคะ” ลูกสาวช่วยเอ่ยปลอบโยน


    มื้อกลางวันและมื้อเย็นก็ไม่เจริญอาหาร ลอริสยังซึมเซาเศร้าสร้อยเช่นเดิม อาการไม่ได้ผิดแผกไปจากทุกวันนับแต่ป่วยหนัก


    งานถักนิตติ้งยังค้างคา แม้ใกล้เสร็จแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จ คนป่วยต้องนอนพักรักษาหัวใจสุดอ่อนแอ


    ลอริสใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน เป็นตุ๊กตาเจ็บป่วยบนเตียงฟองน้ำเก่า น่าสังเวชน่าสงสารจนสองพ่อลูกแอบไปร้องไห้นอกห้อง


    เวลาค่ำมืดล่วงมาถึง ช่างเปลี่ยวเหงาอ้างว้างแม้อยู่กันถึงสามชีวิต


    พี่เลี้ยงดูแลลอริสช่วยเปลี่ยนอิริยาบถ พามานั่งเคียงคู่กันบนโซฟานวมตัวยาว ช่วยติดกิ๊บโบผ้าขาวแสนน่ารัก ทั้งชวนดูรูปถ่ายอดีตวันวานสุดประทับใจ รูปถ่ายที่ทั้งสามชีวิตเคยมีความสุขร่วมกัน


    ดูครบทุกรูปหวังให้ตุ๊กตาป่วยมีความสุขที่สุด แม้ลอริสยังซึมเซาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากผู้ดูแลย่อมมีคุณค่าทางใจเสมอ


    สองพ่อลูกนั่งขนาบข้างร่างหญิงสาวฝรั่ง ต่างผลัดกันประคองมือนวลขาวส่งกำลังใจ ไร้วาจาใดได้แต่สื่อภาษากายและภาษาใจเท่านั้น


    ได้ยินเสียงสั่นเครือพลางก้มผงกสุดอ่อนโยนจากหญิงสาวตุ๊กตา


    “ปาปะ... มาย ซิสเตอร์... สปา... ซิบะ... สปา... ซิบะ...”


    เกริกไกรลูบหลังปลอบโยน สลับกับพี่เลี้ยงช่วยไล้ศีรษะประโลมใจ


    “สปา... ซิบะ...” ลอริสก้มผงกงดงาม เอื้อนเสียงเครืออีกคราหนึ่ง


    หญิงสาวรัสเซียนั่งสงบบนโซฟายาวที่เดิม อัลบั้มภาพถ่ายวางเคียง มือนวลขาวเปิดดูเพื่อระลึกความหลังผ่านรูปถ่ายทรงคุณค่าอีกครั้ง


    สุรีย์รัตน์นั่งชื่นชมไม่ห่าง ดูแลชิดใกล้ไม่อยากให้ว้าเหว่เดียวดาย


    ดูภาพรำลึกวันเก่าจบสองหน ลอริสนั่งนิ่งสงบไม่ลุกย้าย


    เดรสขาวยาวคลุมเท้า แววตาละห้อยสีคราม ผมน้ำตาลถักเปียสวย กลายเป็นภาพที่สองพ่อลูกอยากเก็บเป็นความทรงจำให้นานที่สุด


    ถึงแม้ลอริสยังอ่อนแอและรันทดชีวิตก็ตาม


    เกริกไกรเปิดเพลง 'อีสเตอร์' และเป็นเพลงเดียวครั้งเดียวที่เปิดในคืนนี้ ไม่รู้เพราะอะไรแต่อยากฟังเหลือเกิน รู้เพียงว่าเป็นเพลงเศร้าเหมาะกับลอริสที่นั่งสงบอยู่ตอนนี้


    “ไอ วิล คัม แบ็ก...” พี่เลี้ยงกล่าวลาชั่วคราวเมื่อเพลงเศร้าจบลง


    ตุ๊กตารัสเซียก้มผงกอ่อนโยน ส่งเสียงครางผ่านลำคอ “ด๊า...”


    “หนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ เสร็จแล้วจะพาลอริสอาบน้ำชั้นล่าง”


    เกริกไกรพยักหน้าตอบไร้วาจา เมื่อลูกสาวลับตาขึ้นบันได ได้แต่นั่งมองเหม่อรอบห้องใจคอเลื่อนลอย สุดท้ายจึงมองที่หญิงสาวรัสเซียที่เหลียวมองมาสบตาเช่นกัน


    แววตาละห้อยน่าสงสาร สองมือวางแนบตักอ่อนโยน นั่งนิ่งงดงามเหมือนวันแรกรับดูแล ช่างเป็นหญิงสาวผู้อดทนสู้ชีวิตแท้จริง


    อดทึ่งไม่ได้ที่เห็นลอริสยืนหยัดชีวิตจนถึงวันนี้


    สิบนาทีที่พี่เลี้ยงสาวยังไม่ลงมา เกริกไกรลุกจากโซฟาเดินไปยังโต๊ะโทรศัพท์ หยิบกระดาษโน้ตที่ลูกสาวเขียนเมื่อคืนก่อน ยกหูหมุนหมายเลขติดต่อเพื่อนรัก


    “ฮัลโหล ดีใจติดต่อนายได้แล้ว มีเรื่องขอถามหน่อย...”


    ปลายสายที่คุ้นเคยทักทาย “ว่ามาเลยเพื่อนรัก”


    เกริกไกรเริ่มอ่านคำที่สุรีย์รัตน์จดมา “ลอริสพูดสองครั้ง ไม่รู้แปลว่าอะไร ยา ทีแบ ลูบู...”


    “อะไรนะ...” วนัสอุทาน “พูดสองครั้งเลยหรอ...”


    “ใช่” ชายวัยสี่สิบเอ็ดพูดหนักแน่น “แปลว่าอะไร...”


    “ยา ทีแบ ลูย์บลูย์ ก็ ไอ เลิฟ ยู ไง” วนัสเฉลยหมดจดจนเกริกไกรอ้าปากค้าง “ตะกี๊นายบอกอะไรนะ... น้องเค้าพูดสองครั้งเลยหรอ...”


    เกริกไกรพลั้งทำหูโทรศัพท์หลุดจากมือ ได้ยินเสียงจากเบื้องหลังทางโซฟายาว เสียงคล้ายบางสิ่งตกร่วงลงสู่พื้น


    พลันหันไปทางต้นเสียง ชั่วขณะเดียวกันกับที่ลูกสาวก้าวลงบันได


    “ลอริส!ลอริส!... ฮือ... ลอริส...” สุรีย์รัตน์ร้องตะโกนเสียงหลง วิ่งเข้ามาโอบร่างล้มนอนพื้นแทบสิ้นลมหายใจ


    “ลอริส... ลูกพ่อ!” เกริกไกรแตกตื่นวิ่งเข้าหาสองลูกสาว


    “ฮัลโหล เกิดอะไรขึ้น...” เสียงวนัสผ่านหูโทรศัพท์งุนงงถามไถ่


    “ลอริส!ได้โปรด... ฟื้นสิ!ฟื้นสิ... ลอริส... โฮ...” พี่เลี้ยงสาวร่ำไห้ปานจะขาดใจ โผกอดตุ๊กตารัสเซียที่ไร้อาการตอบรับสิ้นเชิง


    “ต้องไปโรง'บาลแล้ว ต้องปั๊มหัวใจ น้องหัวใจล้มเหลว!” บุรุษผู้เสียขวัญร้องอุทานเสียงสั่นพร่า “พ่ออุ้มเอง ลูกไขกุญแจรถได้ใช่ไหม...”


    สุรีย์รัตน์คลายสวมกอด ร่ำไห้ตอบละล่ำละลัก “ได้ค่ะ... พ่อ...”


    ลูกสาววิ่งไปไขกุญแจเปิดประตูรถ วิ่งไปไขประตูเหล็กเลื่อนออกจนสุด ร้องฟูมฟายกลับมาช่วยพ่ออุ้มประคองร่างสิ้นสติพาเข้าเบาะหลัง


    “หนูจัดการเองค่ะพ่อ...” ลูกสาวยกประคองศีรษะลอริสนอนหนุนตัก ครวญคร่ำร่ำไห้เรียกไม่หยุด “ฟื้นสิ!ลอริส!ฟื้นสิ... ได้โปรด... ฮือ...”


    รถสตาร์ตแล้วเคลื่อนออกจากเขตบ้าน แต่อุปสรรคหนึ่งยังกั้นขวาง


    “พ่อเลื่อนประตูปิดเอง...” เกริกไกรจัดการสิ่งสุดท้ายที่ถ่วงรั้ง


    สุรีย์รัตน์น้ำตานองหน้า ร้องเสียงหลงไม่หยุด “ลอริส... ได้โปรด...”


    คนขับกลับเข้ามาในรถแล้วเหยียบคันเร่ง มุ่งสู่โรงพยาบาลโรดสามศูนย์สอง


    “ต้องทันสิ ต้องทันสิ แบบตอนนั้น ต้องทันสิ” เกริกไกรอุทานระคนหวาดพรั่น ขับช้าเพียงเสี้ยวอึดใจอาจสายเกิน ตุ๊กตามีชีวิตกำลังจะสิ้นชีวิต


    “ทำไมไม่ฟื้น ทำไม... ฮือ... ลอริส... ได้โปรด อย่าจากฉันไป...”


    สุรีย์รัตน์ฟูมฟายปานใจสลาย ก้มมองลอริสที่ยังลืมตาแต่ไร้ตอบรับทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว


    “ขอให้ทันเถิด... ขอให้ทัน ขอร้องละ...” บุรุษผู้อ่อนโยนภาวนาตลอดทาง น้ำตาอาบใหลไม่อาจหักห้าม “ลอริส... ลูกพ่อ...”


    ลูกสาวจมน้ำตากอดร่างฝรั่งสิ้นสติ “ได้โปรด ลอริส... ฮือ...”


    รถคันขาวเข้าจอดหน้าห้องฉุกเฉิน เกริกไกรเปิดประตูรถร้องตะโกน “ช่วยด้วย ลูกสาวหัวใจวาย ช่วยลูกสาวผมด้วย”


    เจ้าหน้าที่สองคนเร่งรี่เข็นรถเตียงเข้าเทียบ ช่วยประคองร่างหญิงสาวฝรั่งออกจากเบาะหลัง ลูกสาวร่ำไห้โฮช่วยพาส่งจนวาระสุดท้าย


    ไม่กี่อึดใจ ลอริสนอนนิ่งบนรถเข็นถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน


    สุรีย์รัตน์วิ่งตามรถเข็นร่ำไห้โฮ สุดท้ายทำได้แค่รอหน้าห้องเมื่อเจ้าหน้าที่ปิดประตู


    เกริกไกรจอดรถแล้วเดินกลับมา ลูกสาวโผกอดพ่อครวญคร่ำร่ำร้อง


    คนเป็นพ่อได้แต่ลูบหลังปลอบโยน น้ำตาผู้ชายบ่าไหลอาบแก้ม


    “ลอริส... ลูกพ่อ...”


    เกริกไกรรำพันเสียงสั่นเครือ ลูกสาวเงยหน้าน้ำตานอง “ฮือ... ได้โปรด... อย่าจากหนูไป... หนูกลัว...”


    “น้ำ... ลูกพ่อ...”


    ชายวัยสี่สิบเอ็ดได้แต่ลูบศีรษะลูกรักคนเดียวในสายเลือด สุรีย์รัตน์รำพันสลด “น้องไม่ได้หลับตา... แต่น้อง... ฮือ...”


    “ขอให้หมอช่วยทันทีเถิด ขอให้ฟื้น...” เกริกไกรเฝ้าแต่ภาวนา


    สองพ่อลูกมองหน้าห้องฉุกเฉินที่ปิดสนิท ทุกห้วงรู้สึกสุดปวดร้าวลึกเกินพรรณนา สารพันมโนภาพภายในคงวุ่นวาย ทุกคนคงระดมวิถีทางช่วยหนึ่งชีวิตที่แขวนบนเส้นด้ายเป็นหรือตาย


    น้ำตาอาบไหลไม่อาจยับยั้ง เช็ดน้ำตาสักกี่ครั้งก็ไม่อาจเหือดแห้ง ได้แต่รอความหวังเพียงให้ลอริสยังมีชีวิต


    เกริกไกรพลันระลึกที่วนัสเคยพูดไว้ คนถูกปั๊มหัวใจมันทรมานมาก


    “ลอริส คงเจ็บปวดมาก ถูกปั๊มหัวใจ... สงสาร ลอริส... ลูกพ่อ...”


    “ฮือ... ลอริส...” สุรีย์รัตน์ร้องโฮอีกครั้ง “หนูสงสารน้อง... ฮือ...”


    สองพ่อลูกได้แต่กอดปลอบโยนต่อกัน ไม่รู้ชะตาลิขิตจะให้ลอริสอยู่ต่อไปหรือต้องตายจากกัน


    ครึ่งชั่วโมงล่วงผ่าน เนิ่นนานจนรวดร้าวจิตใจ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเปิดประตูแจ้งผลช่วยชีวิต


    พ่อและลูกสาวยืนเฝ้าหน้าประตูไม่ย่นย่อท้อแท้


    สุรีย์รัตน์ร้องสะอื้นไม่หยุด เกริกไกรได้แต่ลูบศีรษะไปมา


    หยาดน้ำตาผู้ชายไหลเอ่อรดสองแก้ม แม้เป็นลูกสาวนอกสายเลือดแต่กลับรักดั่งแก้วตาดวงใจ ผูกพันลึกซึ้งจนไม่อยากพรากจากกัน


    ไร้เสียงปลอบโยนใดช่วยคลายหวาดกลัว แม้ยังเหลือเจ้าหน้าที่อยู่ละแวกใกล้รอผู้ป่วยฉุกเฉินถัดไป


    สี่สิบนาทีเศษล่วงเลย ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก บุรุษแพทย์ชุดขาวก้าวออกมาเบิกสีหน้าเคร่งเครียด


    สองพ่อลูกพลันแตกตื่นระคนพรั่นพรึง รอฟังคำบอกจากบุรุษแพทย์


    “เจ้าของคนไข้ฝรั่งใช่ไหมครับ... ผม... ขอแสดงความเสียใจด้วย...”


    “อะ... อะไรนะครับ...” เกริกไกรหน้าชาหน้าซีด


    “ไม่... ไม่จริงใช่ไหมคะ... หมอ...” สุรีย์รัตน์ละล่ำละลักสลดขีดสุด


    แพทย์ได้แต่พูดปลอบ “พวกเรา... ผม... พยายามเต็มที่แล้วครับ... น้อง... กลับมาหัวใจเต้น แล้วก็หัวใจวายอีก เราพยายามปั๊มหัวใจไปสองรอบแล้ว... น้องก็หัวใจวายอีกครั้ง แล้วก็... ไม่ฟื้นอีกแล้ว...”


    “ฮือ... ลอริส... ทำไม...” สุรีย์รัตน์ปล่อยโฮปานขาดใจ


    “ลอริส... ลูกพ่อ...” เกริกไกรโอบกอดลูกสาวปลอบโยน


    “เข้าไปดูน้อง อำลาน้องได้นะครับ... ขอแสดงความเสียใจจริง ๆ ครับ” แพทย์หนุ่มกล่าวสุดสุภาพ


    สองพ่อลูกประคองกายอ่อนล้าก้าวเข้าห้องฉุกเฉิน ร่ำร้องสะอื้นสุดรันทดตลอดทาง พลันเห็นสภาพหญิงสาวตุ๊กตาน่าสังเวชยิ่ง นอนนิ่งสิ้นทุกสิ่งตอบรับแม้ยังลืมตา


    “ลอริส... ฮือ...” สุรีย์รัตน์จับประคองมือผ่องที่ไม่เหลือเรี่ยวแรง


    “ลอริส... ลูกพ่อแสนรัก...” เกริกไกรไล้แก้มนวลหญิงสาวรัสเซีย


    แพทย์เอ่ยคำปลอบอ่อนโยน “บอกลาน้องนะครับ หัวใจใกล้หยุดเต้นเต็มทีแล้ว... เราช่วยทุกทางแล้วจริง ๆ น้องหัวใจวายถาวรแล้วครับ”


    “ลอริส... ไอ วิล ออลเวย์ส มิส ยู...” เกริกไกรรำพันสลด น้ำตาอาบไหลปานใจอ่อนแอ “สปาซิบะ... กู๊ด... บาย... ลอริส...”


    “สปาซิบะ... ลอริส... โดนต์ วอร์รี... อัส... พลีส มีต ยัวร์ แด๊ด แอนด์ มัม... ไอ วิล มิส ยู ฟอร์เอเวอร์... กู๊ด... บาย... ลอริส...”


    สุรีย์รัตน์สะอื้นคร่ำครวญ เอื้อนร่ำลาสุดตื้นตันจากใจพี่เลี้ยงสาว


    คลื่นหัวใจหยุดนิ่งในที่สุด... ยี่สิบเอ็ดนาฬิกาห้าสิบสองนาที


    มองโฉมหน้าตุ๊กตารัสเซียผู้จากไปแล้ว แววตาหม่นเศร้าทว่างดงามน่าทะนุถนอม แม้ไร้ชีวิตแต่ช่างน่าเอ็นดูเหมือนวันแรกพบ...


    ผ้าขาวคลุมมิดร่าง สองพ่อลูกโผกอดจมน้ำตาสุดอาดูร



    เช้าวันใหม่ช่างหม่นเทา ห้องดับจิตกลายเป็นที่หมายนัดพบ สุรีย์รัตน์สวมเดรสสีดำดั่งคราวงานศพแม่ภา เกริกไกรสวมเชิ้ตแขนยาวกางเกงขายาวดำสนิท ตระเตรียมหลายสิ่งมอบให้เจ้าหน้าที่แต่งศพที่รออยู่


    ผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง หน้าห้องดับจิตจัดแจงเรียบร้อย เตรียมห่อผ้าขาวให้ร่างสงบนิ่งเพื่อลำเลียงสู่จุดหมายใหม่ เจ้าหน้าที่เรียกทั้งสองเข้าพบเพื่อให้ตรวจสอบศพครั้งสุดท้าย


    ภาพที่ไม่อยากเห็นกลับต้องเห็น สุรีย์รัตน์ร่ำไห้โฮ ก้มซบร่างอบอุ่นของพ่อผู้ให้กำเนิด เกริกไกรลูบศีรษะปลอบขวัญสุดอ่อนโยน


    “ลอริส... ฮือ... จากไปเร็วเหลือเกิน...” ลูกสาวละล่ำละลักสะอื้น


    “น้ำ... ลูก...” เกริกไกรรำพันสั่นพร่า “ลอริส... ไปสุขสบายแล้ว...”


    “น้อง... คงไม่ต้องเจ็บปวดรวดร้าวอีกแล้ว... ฮือ... คิดถึงน้อง...”


    ลูกสาวยังฟูมฟาย เงยหน้าเหลียวมองร่างไร้วิญญาณ เจ้าหน้าที่แต่งศพบอกเตือน


    “ระวังน้ำตาตอนเดินเข้าใกล้นะคะ”


    “ขอบคุณมากครับ...” เกริกไกรเอ่ยเอื่อย “แต่งศพน้องได้สวยมาก ขอบคุณมาก”


    “หนู... ให้ลอริสสวมเดรสขาวที่น้าไหวเคยตัดให้ เสื้อขาวตัวใน กางเกงขายาวพอง ๆ ที่น้องชอบ ใส่ครบทุกตัว กิ๊บโบปีกซ้อนจากรัสเซีย ถุงมือลูกไม้และรองเท้าคัชชูจากรัสเซีย น้องจะได้พบพ่อแม่... แล้วก็...”


    ลูกสาวเอื้อนระคนสะอื้น เกริกไกรช่วยพรรณนา


    “พ่อกำชับพี่แต่งศพ ทำตามที่ลูกขอหมดแล้วละ หมดห่วงนะ...”


    “หนู... คิดเพียงว่า... น้องคงได้พบพ่อแม่ที่สาบสูญ แล้วน้องก็... คงนำเรื่องราวของพวกเราที่ช่วยเหลือ เล่าให้พ่อแม่ฟังผ่านชุดเดรสขาวที่พวกเราตั้งใจมอบให้...”


    ยามผินมองลอริสผู้ปราศจากชีวิตช่างสุดปวดร้าว แต่อีกใจก็อยากระลึกภาวนา อยากให้สุขสบายไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกแล้วในภพหน้า คนนับถือคาทอลิกคงได้เยือนสู่ดินแดนใกล้ชิดพระเจ้า...


    ลอริสสิ้นใจแม้ยังลืมตา...


    แววตางดงามทว่าแสนหม่นเศร้า เดรสขาวผ่องอ่อนโยนดุจนางฟ้า กิ๊บโบประดับน่ารักอย่างวันแรกพบ ผมน้ำตาลถักเปียสลวยดั่งเจ้าหญิง นอนสงบนิ่งจากโลกนี้ชั่วนิรันดร์


    ผ้าขาวห่อคลุมทั้งร่าง ปิดฉากตุ๊กตางดงามจากสายตาสองพ่อลูก


    สุรีย์รัตน์ร่ำไห้โฮแทบขาดใจ เกริกไกรโอบประโลมน้ำตาซึม


    “ร้องไห้เพื่อรักษาแผลใจรวดร้าว ร้องออกมาเถอะนะลูก...”


    วนัสเยี่ยมเยือนห่วงใย ปลอบใจตบบ่าเพื่อนรักที่ท้อแท้


    “ธุระแจ้งตายเสร็จหมดแล้วเนอะ ทีนี้ฉันจะช่วยเองนะเพื่อน”


    สุรีย์รัตน์ยกมือไหว้ทั้งสะอื้น เกริกไกรเอ่ยเอื่อยจากใจ “ขอบใจนะเพื่อนรัก...”


    “ฉันจะช่วยพาลอริสไปสู่สุคติยังสุสานที่งดงามที่สุด” วนัสพรรณนาจากใจจริง “ฉันรู้จักเพื่อนต่างชาติหลายคนคอยช่วยเหลือ มีคริสตจักรแถวย่านสุขุมวิทจัดการพิธีศพให้ น้องจะได้ไปสู่แดนที่พระผู้เป็นเจ้าโอบอุ้ม”



    รถลำเลียงศพหญิงสาวตุ๊กตาสู่คริสตจักร ดินแดนอันสุขสงบและศักดิ์สิทธิ์


    พิธีส่งดวงวิญญาณช่างเรียบง่ายและหม่นเศร้า บาทหลวงผู้เมตตากล่าวคำพรสดุดีแด่พระผู้เป็นเจ้า โปรดโอบรับดวงวิญญาณหญิงสาวอ่อนโยนผู้นี้ด้วยเถิด


    หลากขั้นตอนช่างไม่คุ้นเคยต่อทุกคนที่ไม่ได้นับถือคริสต์


    บรรยากาศอาดูรขีดสุด สองพ่อลูกหลั่งรินน้ำตาพรากยากหักห้าม สุรีย์รัตน์ครวญคร่ำร่ำไห้โผกอดพ่อปานจะขาดใจ


    แม้แต่สองเพื่อนตำรวจวนัสและสานิตย์ยังต้องน้ำตาซึม ส่วนน้าไสวร่ำไห้โฮสุดเสียดาย เพราะรักลอริสแทบเหมือนลูกแท้ ๆ ในสายเลือด


    โลงศพไม้มันเงาแบบชาวตะวันตก งดงามเรียบง่ายและสมเกียรติแด่ผู้ตาย ดอกไม้ขาววางประดับสมกับความบริสุทธิ์อ่อนโยนของผู้จากไป


    “หนู... มอบตุ๊กตาฝรั่งเศส ตุ๊กตากระต่ายขาวที่ลอริสชอบกอด... น้องจะได้คิดถึงหนู...” สุรีย์รัตน์รำพันเศร้า เกริกไกรลูบศีรษะปลอบขวัญ


    “ลอริสจะได้ไม่เหงา...”


    เสียงสั่นพร่าจากพ่อผู้อ่อนโยนช่างรวดร้าว ลูกสาวยังกล้ำกลืนน้ำตาริน ตราบจนพิธีสุดท้าย...


    โลงไม้มันเงาถูกลำเลียงลงหลุมศพ ดอกไม้ขาวโปรยส่งผู้ตายสู่อ้อมกอดพระผู้เป็นเจ้า จากกันนิรันดร์นับแต่นี้...


    สองพ่อลูกหลั่งน้ำตาสุดท้ายในพิธี ร่ำไห้ฟูมฟายทั้งเสียใจและยินดี พร่ำรำพันอวยพรจากหัวใจ


    “หลับนิรันดร์นะลูกรัก... ลอริส...” เกริกไกรส่งลาคำเศร้าสุดท้าย


    “หลับให้สบายนะ ลอริส... ลาก่อนนะตุ๊กตาของฉัน... สปาซิบะ...” สุรีย์รัตน์สะอื้นโศกเศร้าระคนตื้นตัน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่วมชีวิตกันมา


    ตราบดินกลบฝัง หลงเหลือเพียงภาพทรงจำอันงดงาม...



    บรรยากาศห้องกระจกดูหม่นเทาเงียบเหงา เกริกไกรผินมองเก้าอี้นวมสีไข่ช่างว่างเปล่า ไม่มีอีกแล้วตุ๊กตารัสเซียสุดสวยงาม ไม่มีอีกแล้วตุ๊กตามีชีวิตเคยมอบความสุข


    หยิบรูปถ่ายครอบครัวที่มอสโกแล้วรำพันเศร้าซึม


    “จากโลกนี้กันหมดแล้ว... ทั้งสาม...”


    สุรีย์รัตน์สะอื้นแผ่ว ยกหูโทรศัพท์แล้วหมุนหมายเลข รอจนปลายสายรับแล้วเอื้อนสุดสลด


    “ปูหรอ... ลอริส... ฮือ...” หญิงสาวพลันปล่อยโฮ “ตุ๊กตาของพวกเรา... จากไปแล้ว...”



    ----------

    *** เนื้อเรื่องของตอนนี้ยังไม่จบ มีฉากพิเศษเพิ่มเติมที่ต่อจากเนื้อหานี้ แต่จะมีให้อ่านได้เฉพาะแบบรูปเล่ม (พิมพ์เล่ม) จำนวน 2 หน้าเท่านั้น ***

    ----------


    -จบตอน-




    คล้ายกับเรื่องตุ๊กตาจากแดนหมีขาว ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730