บทที่ 7: วิวาห์คนกับผี
ข่าวการกว้านซื้อที่ดินเนินร้อยบุปผาและของมงคลจำนวนมหาศาลแพร่สะพัดไปทั่วเมืองจินหัวราวกับไฟลามทุ่ง ชาวบ้านต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเศรษฐีแซ่ไป๋ผู้ลึกลับที่ทุ่มเงินไม่อั้นจัดงานมงคลที่ไม่มีใครรู้ว่าเ้าบ่าวเ้าสาวเป็ใคร
อาเจาท์วิ่งวุ่นทั้งวัน เหงื่อกาฬไหลย้อยจนเสื้อเปียกชุ่ม รถลากนับสิบคันขนส่งสิ่งของขึ้นไปยังเนินเขา ทั้งผ้าแพรสีแดงสดหลายร้อยพับ เทียนมงคลเล่มั์สลักลวดลายัหงส์ กระดาษเงินกระดาษทองกองพะเนิน และสุราชั้นเลิศอีกนับร้อยไห
"นายน้อยนะนายน้อย... จะแต่งงานคนกับผีทั้งที จำเป็ต้องอลังการขนาดนี้ด้วยหรือ?" อาเจาท์บ่นพึมพำขณะแบกกระถางธูปทองคำใบั์เดินขึ้นเขา "ทีตอนข้าจะแต่งเมีย ให้แค่สินสอดทองหมั้นห้าตำลึง"
ณ เนินร้อยบุปผา ยามราตรี
บรรยากาศบนยอดเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากป่าเขาที่เงียบสงัด บัดนี้ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงนับพันดวง สว่างไสวราวกับเป็วิมานบนดิน ผ้าแพรสีแดงผูกโยงระย้าไปตามต้นไม้ สร้างบรรยากาศที่ทั้งขลังและงดงามจับใจ
ตรงกลางลานกว้าง มีปะรำพิธีที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างวิจิตรบรรจง โต๊ะบูชาฟ้าดินตั้งตระหง่าน บนโต๊ะวางโถเถ้ากระดูกของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน คู่กับป้ายชื่อบรรพชนของตระกูลหนิง
หนิงไฉ่เฉินอยู่ในชุดเ้าบ่าวสีแดงสด สวมหมวกขุนนางปีกยาว ใบหน้าแม้จะซีดเซียวด้วยความตื่นเต้น แต่แววตากลับมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ข้างกายเขาคือเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ในชุดเ้าสาวสีแดงปักลายหงส์ทองคำ ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าคลุมหน้าสีแดงโปร่งแสง แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่รัศมีความงามและกลิ่นอายสูงศักดิ์ก็แผ่ออกมาจนสะกดทุกสายตา
ไป๋อวิ๋นยืนอยู่หน้าแท่นพิธีในฐานะผู้ประกอบพิธี วันนี้เขาสวมชุดยาวสีขาวขลิบทอง ดูสง่างามราวกับเทพเซียนที่ลงมาจุติ มือถือพัดจีบที่ลงอักขระยันต์สีแดงเต็มไปหมด
"ได้ฤกษ์แล้ว..." ไป๋อวิ๋นเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า "อาเจาท์ จุดธูป!"
"ขอรับ!"
ควันธูปหอมตลบอบอวล ไป๋อวิ๋นเริ่มสวดคาถาด้วยน้ำเสียงกังวาน ไม่ใช่บทสวดส่งิญญาทั่วไป แต่เป็ "คัมภีร์ผูกวาสนาข้ามภพ" วิชาลับเฉพาะของสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์
"ฟ้าดินเป็พยาน จันทราเป็สื่อ... วันนี้หนิงไฉ่เฉินแห่งเมืองจินหัว และเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนแห่งวัดหลานรั่ว ปรารถนาจะผูกสมัครรักใคร่ ครองคู่กันชั่วนิรันดร์ แม้ความตายก็ไม่อาจพราก แม้ภพภูมิก็ไม่อาจกั้น..."
วูบ!
ทันทีที่ไป๋อวิ๋นกล่าวจบ ลมเย็นะเืพัดกรรโชกวูบหนึ่ง เปลวเทียนไหววูบแต่ไม่ดับ แสงจันทร์สาดส่องลงมายังร่างของบ่าวสาว เกิดเป็สายใยสีแดงจางๆ เชื่อมโยงระหว่างนิ้วก้อยของหนิงไฉ่เฉินและโถเถ้ากระดูก
"คำนับฟ้าดิน!" ไป๋อวิ๋นประกาศ
หนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนคุกเข่าลง คำนับไปทางทิศ์และปฐี
"คำนับพ่อแม่!" (ในที่นี้คือป้ายชื่อบรรพชน)
"คำนับกันและกัน!"
ในจังหวะที่ทั้งสองหันหน้าเข้าหากันและก้มศีรษะลงนั้นเอง...
เปรี้ยง!!
สายฟ้าสีดำฟาดลงมากลางลานพิธีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! แรงะเิทำให้โคมไฟสีแดงดับวูบไปเกือบครึ่ง ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
"งานมงคลอะไรกัน! ข้าไม่อนุญาต!!"
เสียงคำรามดังก้องมาจากพื้นดิน ใต้เท้าของทุกคนสั่นะเืเลื่อนลั่น ดินบริเวณหน้าผาแยกออก ปรากฏร่างของอสูรกายร่างั์สูงกว่าสามวา (ประมาณ 6 เมตร) ปีนขึ้นมาจากรอยแยก
มันไม่ใช่จอมมารเขาดำตัวจริง แต่เป็ 'ขุนพลศิลาอาถรรพ์' ร่างกายสร้างจากหินสีดำสนิท ดวงตาสีเขียวเรืองแสง ถือดาบหินขนาดั์
"เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน! เ้าเป็นางบำเรอของท่านจอมมาร! กล้าดีอย่างไรมาเข้าพิธีแต่งงานกับมนุษย์หน้าโง่! วันนี้ข้าจะบดขยี้พวกเ้าให้แหลกคาตีนเขา!"
หนิงไฉ่เฉินหน้าถอดสี แต่เขากลับก้าวออกมาเอาตัวบังเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนไว้ "อย่าทำร้ายนาง! นางเป็ภรรยาข้า!"
"ภรรยา? ฮ่าฮ่าฮ่า! งั้นข้าจะส่งเ้าไปเป็สามีผีในนรกก็แล้วกัน!" ขุนพลศิลาเงื้อดาบั์ขึ้น เตรียมฟาดลงมาที่กลางศีรษะของหนิงไฉ่เฉิน
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะหินดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
ดาบหินั์หยุดชะงักกลางอากาศ... ผู้ที่มารับการโจมตีไม่ใช่ไป๋อวิ๋น และไม่ใช่อาเจาท์
แต่เป็ชายเคราดกในชุดนักพรตเก่าๆ ที่ะโเข้ามาขวางด้วยดาบเล่มโต!
"เยี่ยนชื่อเสีย!" หนิงไฉ่เฉินร้องด้วยความดีใจ
"เฮอะ! ข้าบอกแล้วไงว่าข้าเกลียดกลิ่นไอปีศาจ!" เยี่ยนชื่อเสียกัดฟันกรอด ต้านแรงกดมหาศาลของขุนพลศิลา "พวกเ้าแต่งงานกันภาษาอะไร ถึงเชิญแขกไม่ได้รับเชิญตัวใหญ่ขนาดนี้มาด้วย!"
"ท่านเยี่ยน!" ไป๋อวิ๋นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่แท่นพิธี ไม่ขยับเขยื้อน "ช่วยต้านมันไว้สัก 'หนึ่งก้านธูป' ...พิธีกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ ข้าละมือไม่ได้!"
"หนึ่งก้านธูป!? เ้าพูดง่ายนี่! เ้าั์หินนี่หนังเหนียวยิ่งกว่าเหล็กไหลอีกนะโว้ย!" เยี่ยนชื่อเสียะโด่า แต่ก็รวบรวมลมปราณผลักดาบหินกระเด็นออกไป
"ย้ากกก! คาถาศาสตรา... ดาบไร้ขอบเขต!"
ดาบในมือของเยี่ยนชื่อเสียเปล่งแสงสีทอง แยกออกเป็เงาดาบนับสิบเล่ม พุ่งเข้าฟาดฟันใส่ขุนพลศิลาอย่างบ้าคลั่ง
ตูม! ตูม! ตูม!
เศษหินกระเด็นว่อน แต่ขุนพลศิลากลับมีเพียงรอยขีดข่วน มันหัวเราะเยาะ "ดาบผุๆ ของมนุษย์ ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!"
มันเหวี่ยงกำปั้นหินเข้าใส่เยี่ยนชื่อเสียจนกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น แล้วหันกลับมาทางคู่บ่าวสาว
"หมดเวลาเล่นแล้ว! ตายซะ!"
มันพุ่งเข้าใส่หนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ไป๋อวิ๋นที่กำลังร่ายคาถา่สุดท้ายเหงื่อเริ่มซึมที่ขมับ เขายังขยับไม่ได้ หากหยุดตอนนี้ ิญญาของเสี่ยวเชี่ยนจะแตกสลายทันที!
"อาเจาท์!" ไป๋อวิ๋นะโ
"รู้แล้วขอรับ! รู้แล้ว!"
อาเจาท์ที่ซุ่มรออยู่ ะโออกมาจากหลังแท่นพิธี ในมือถือ... ถุงผ้าใบใหญ่?
"รับไปกินซะ! ฝนทองคำทลายทัพ!"
อาเจาท์สะบัดถุงผ้า ก้อนทองคำแท่งขนาดเท่ากำปั้นนับร้อยก้อน ถูกซัดออกไปด้วยกำลังภายในมหาศาลราวกับะุปืนใหญ่
ปุ! ปุ! ปุ! ปุ!
ทองคำ (ที่เป็โลหะหนัก) พุ่งเข้ากระแทกร่างขุนพลศิลาอย่างรุนแรง ความหนักบวกกับความเร็ว ทำให้เกราะหินของมันเริ่มร้าว
"โอ๊ย! อะไรเนี่ย! เจ็บๆๆๆ!" ขุนพลศิลาชะงักกึก มันไม่เคยเจออาวุธแบบนี้มาก่อน "นี่มันทองคำ? พวกเ้าเอาทองคำมาปาเล่นเรอะ!?"
"คนรวยทำอะไรก็น่าเกลียดเสมอแหละ!" อาเจาท์ะโตอบ พลางคว้ากระถางธูปทองคำใบั์ (ที่เขาบ่นว่าหนักเมื่อตอนเย็น) ขึ้นมาถือไว้
"และนี่... ของแถม!"
อาเจาท์เหวี่ยงกระถางธูปั์ลอยละลิ่วข้ามหัวไป กระแทกเข้าที่หน้าอกของขุนพลศิลาเต็มรัก
โครมมมม!
ร่างั์ของขุนพลศิลาเซถอยหลังไปหลายก้าว ล้มตึงลงเสียงดังสนั่น
"ตอนนี้แหละ!" ไป๋อวิ๋นตวาดก้อง เขาฟาดพัดจีบลงบนโต๊ะพิธี "ฟ้าดินรับรู้! วาสนาผูกพัน! เสร็จพิธี!"
แสงสีแดงสว่างวาบขึ้นรอบตัวหนิงไฉ่เฉินและเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ด้ายแดงที่นิ้วก้อยของทั้งคู่ส่องแสงเจิดจ้า ก่อนจะจางหายไปซึมเข้าไปในิั
ทันใดนั้น ร่างิญญาของเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนที่เคยดูเลือนราง ก็กลับดูมีเืฝาดชัดเจนขึ้น นางรู้สึกถึงพลังอบอุ่นที่ไหลเวียนในร่าง ไม่ใช่ไอเย็นะเือีกต่อไป
"สามี..." นางมองหน้าหนิงไฉ่เฉิน น้ำตาคลอเบ้า "เรา... เราทำสำเร็จแล้ว"
แต่ยังไม่ทันได้ดีใจ ขุนพลศิลาที่ล้มลงไปก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาสีเขียวของมันเปลี่ยนเป็สีแดงฉานด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด
"พวกเ้า... บังอาจหยามเกียรติท่านจอมมาร! ข้าจะะเิตัวเองไปพร้อมกับูเาลูกนี้!!"
รอยแยกสีแดงปรากฏขึ้นทั่วร่างหินของมัน พลังทำลายล้างมหาศาลกำลังก่อตัวขึ้น เยี่ยนชื่อเสียหน้าซีดเผือด "แย่แล้ว! ะเิจิติญญา! รัศมีสิบลี้จะไม่เหลือซาก!"
หนิงไฉ่เฉินกอดเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนแน่น "เราจะตายด้วยกัน!"
ไป๋อวิ๋นมองดูภาพนั้น แล้วถอนหายใจยาวเหยียด เขาขยับคอเสื้อคลายความอึดอัด "เฮ้อ... งานแต่งงานดีๆ แท้ๆ ทำไมต้องชอบมีเื่วุ่นวายตอนจบทุกที"
เขาก้าวเท้าเดินออกมาข้างหน้า แซงเยี่ยนชื่อเสียและอาเจาท์ ไปยืนประจันหน้ากับขุนพลศิลาที่กำลังจะะเิ
"พี่หนิง แม่นางเสี่ยวเชี่ยน... ถือว่าเป็ของขวัญวันแต่งงานจากข้าก็แล้วกัน"
ไป๋อวิ๋นชูมือขวาขึ้น นิ้วชี้ชี้ไปที่ท้องฟ้า "กระบี่ฟ้า... สยบมาร!"
บนท้องฟ้ายามราตรี เมฆดำถูกแหวกออกด้วยแสงสีเงินสว่างจ้า ดาบแสงขนาดมหึมา (ใหญ่กว่าร่างขุนพลศิลาสามเท่า) ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเหนือยอดเขา แรงกดดันของมันทำใหู้เาทั้งลูกสั่นะเื
เยี่ยนชื่อเสียอ้าปากค้างจนแมลงบินเข้าไปได้ทั้งฝูง "นะ... นี่มัน... วิชาขั้นบรรลุเซียน!?"
ไป๋อวิ๋นสะบัดนิ้วลง
ตูมมมมมมมมมมมม!!!