บทที่ 1 คลิปฉาว (Trends for You)
“จะแตกแล้ว อีกนิดเดียว จะแตกแล้ว” ผมกระซิบบอกเกรท เพื่อนสนิทอย่างลุ้นระทึก“เอาเลยๆ อีกนิดเดียว” เกรทไม่รอช้า ตอบกลับมาด้วยเสียงงึมงำและเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยินในสิ่งที่พวกเขากำลังทำกันอยู่“อัศวิน เตโชพัตต์ ทำอะไรกันนะ” น้ำเสียงดุดันและเกรี้ยวกราด ถามซ้ำอีกครั้งและดังขึ้นเรื่อยๆ จนทั้งคู่เป็นที่สนใจของเพื่อนในห้อง“มึงอย่าเสียงดังดิว่ะไอ้ไนท์ คนอื่นแม่งได้ยินหมด” เกรทขู่ผมอีกครั้งแต่เราทั้งคู่ก็ยังคงมุ่งมั่นกับภารกิจของเราโดยไม่สนใจใคร จู่ๆ อาจารย์ระเบียบ อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ที่สอนได้น่าง่วงนอนที่สุดในโลกจนพวกผมต้องหากิจกรรมอะไรสักอย่างทำระหว่างเรียนได้เดินมาที่โต๊ะแล้วกระชากมือถือของเราสองคนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว “โธ่ อาจารย์ครับอีกแป๊บเดียวครับ จะเสร็จแล้ว” ผมต่อรองกับอาจารย์โดยไม่ลังเล“อ้อ ภารกิจของพวกเธอคงสำคัญกว่าความรู้เรื่องการกอบกู้เอกราชของพระเจ้าตากซินะ” อาจารย์ระเบียบพูดจาประชดประชันด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจที่นักเรียนไม่สนใจเรียนในสิ่งที่ท่านอุตส่าห์ถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกศิษย์“สำคัญสิครับอาจารย์ แต่ผมขอเวลาอีกแป๊บเดียวครับ” เกรทช่วยผมต่อรองอีกคน“เธอคงไม่มีวันเข้าใจความยากลำบากของบรรพบุรุษไทยที่เสียสละเลือดเนื้อปกป้องเอกราชจนไทยเป็นไทยได้อย่างทุกวันนี้ซินะ ได้! เธอสองคนจงรับรู้ถึงความเหนื่อยยากของท่านเผื่อจะสำนึกในบุญคุณของบูรพมหากษัตย์ไทยบ้าง ไปวิ่งรอบสนามสิบรอบ ปฏิบัติ! ” อาจารย์ระเบียบออกคำสั่งชัดเจน เสียงดังจนเพื่อนในห้องหันมาหัวเราะเย้ยหยัน“ครับอาจารย์ ขอจบเกมก่อนได้ไหมครับ จะชนะอยู่แล้ว” ผมต่อรองอีกครั้งด้วยความหวัง“เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับครู ไปวิ่งรอบสนามเดี๋ยวนี้ ครูจะยึดมือถือพวกเธอไว้” อาจารย์ระเบียบตอบกลับทันทีด้วยอารมณ์โกรธขั้นสูงสุด จนผมและเกรทไม่อาจใช้ทักษะใดๆ ดับไฟโทสะของอาจารย์ได้เลยทำให้ผมนึกถึงตัวละครในเกมที่เป็นพ่อมดใช้เวทมนตร์อัคคีที่ผมอยากดับไฟด้วยเจ้าช้างน้ำแล้วไล่ชนตามเก็บจนตายเป็นคนแรกของเกม (First blood)ท่ามกลางแดดอันร้อนระอุยามบ่ายในยุคที่ปรากฏการณ์เรือนกระจกส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศจนร้อนกว่าปกติและไม่มีใครใครปรารถนาจะออกไปวิ่งกลางแจ้งถึงผมกับเกรทจะยังเด็กและเต็มไปด้วยพลัง แต่ก็ไม่อาจทนต่อความร้อนระอุนั้นได้จนเรามีแผนการอู้และหลบไปพักใต้ร่มไม้และกะเวลาให้พอดีก่อนกลับเข้าห้องเรียน“เหลืออีก 6 รอบ ไวๆ” เสียงที่พวกเราไม่อยากได้ยินที่สุดตะโกนมาจากตึกเรียน แต่ดูเหมือนเสียงหัวเราะเบาๆ ของเพื่อนๆ ในห้องเรียนนั้นดังกึกก้องยิ่งกว่าในใจผม แต่ผมชินแล้วครับที่ใครๆ ในโรงเรียนนี้ต่างมองว่าผมมันแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ผมดันไปแอบชอบพี่ ม.6 ที่ซ้อมควงคทาอยู่อีกฝั่งของสนาม ผมนี่โคตรอับอายเลยครับ พี่เขาชื่อพี่ “หญิง” ที่ใครๆ ต่างก็เติมคำว่า “เจ้า” นำหน้า พี่เจ้าหญิงที่ดูสูงส่งจนผมไปอาจเอื้อม ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด ยิ่งมีข่าวว่าพี่เขาชอบไอ้ขี้เก๊ก พี่กัปตัน ประธานนักเรียน หัวหน้าชมรมบาสเกตบอล อัจฉริยะ ผลการเรียนดีเด่น ทายาทเพียงคนเดียวของบริษัทในเครือ Elixir บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปอย่างปริศนาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ มีเพียงพี่เลี้ยงชายชราผู้ดูแลรับใช้มาตั้งแต่รุ่นพ่อ ตำแหน่งตอนนี้คือว่าที่ CEO บริษัทที่รอรับตำแหน่งเมื่อบรรลุนิติภาวะ แต่พี่เขาไม่ได้ตกถ้ำค้างคาวหรอกนะ (แต่ก็ไม่แน่) แม่ง! สมบูรณ์แบบไปหมด นิสัยดี เป็นมิตรกับทุกคน เจ้าชายชัดๆ ผมจะเอาอะไรไปสู้กับเขาคนที่กำลังเล่นบาสและมีเสียงกรี๊ดๆ ของแฟนคลับอยู่ใกล้ๆ กับพี่เจ้าหญิง โคตรขายหน้าเลยวันนี้ แต่ไม่ซิพี่หญิงแทบจะไม่มองมาทางนี้ด้วยซ้ำ เพราะผมอาจเป็นเพียงสายลม แสงแดดที่พี่เขาไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีอยู่ เห้อ!“มึงว่าแข่งระดับโลกปีนี้ ไทยเราจะได้แชมป์ป่าวว่ะ” เกรทชวนคุยทั้งๆ ที่วิ่งไปด้วย หอบไปด้วย“ทีมไต้หวันแม่ง เก่งเฮี้ยๆ อ่า แต่ไทยเราก็เทพว่ะ พี่เช แม่ง ไอดอลกู” ผมตอบเกรท“สักวันเราจะไปแข่งระดับโลกเว้ยไอ้ไนท์ มึงแท้งค์ กูยิง ตีป้อม จบ” เกรทยังคงคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ เสมอ“เล่นให้มันชนะสักตาก่อนเหอะไอ้เชี่ยเกรท เราแพ้ 10 ตาติดแล้ว” ผมตอบเกรทตามความจริง“แค่มึงคอยปกป้องกู กูก็มีความสุขแล้ว” เกรทยังคงแถต่อ“เห้ย เดี๋ยวนะ มึงเป็นนักกีฬาฟุตบอล ถึกเหี้ยๆ อ่า มึงดิต้องปกป้องกู” ผมต่อล้อต่อเถียง“ก็หัวใจกูบอบบางไง ต้องการคนคนดูแล” ไอ้เกรทนี่กวนตีนจริงๆ เกือบสี่สิบห้านาทีกับการวิ่งรอบสนามสิบรอบ ทั้งเหนื่อยทั้งร้อนจนรู้สึกเหมือนร่างกายสูญเสียน้ำทุกโมเลกุลจนแห้งผากและต้องการน้ำดื่มเย็นๆ เพื่อดับกระหาย“เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำนะ มึงนั่งรอแถวนี้ก่อน” เกรทอาสา ผมคิดว่ามันก็คงรู้สึกหิวน้ำมากๆ เหมือนกัน“ขอบใจว่ะเกรท” ผมซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อน“มึงเลี้ยงข้าวเย็นกูนะ” อ้าว ผมขอกลับคำพูดได้ไหมไอ้เกรทหายไปเกือบสิบนาที สงสัยไอ้นี่จะไปแอบดูพี่เจ้าหญิงซ้อมคทากรกับ วงโยธวาทิต ผมคิดว่ามันก็คงแอบชอบพี่เขาเหมือนที่เด็กผู้ชายเกือบทั้งโรงเรียนชอบ (เหล่าแนวร่วมผู้สวมปลอกคอหมาจ๋อยคอยเห่าเครื่องบินที่ไม่ใช่โบอิ้งหรือแอร์บัส แต่เป็นสเปซเอ็กซ์ที่กำลังจะไปสำรวจอวกาศเลยต่างหาก)“ฮือๆ เจ็บๆ อย่าดึง” ผมได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องไห้ดังมาไกลๆ และผมไม่ลังเลที่จะเดินตามเสียงนั้นไป“อย่าเสียงดังเซ่” ผมเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ใส่แว่นหนาเตอะคนหนึ่ง ท่าทางน่าจะเป็นเด็กเรียนกับกลุ่มเด็กชายตัวเล็กๆ อีกสามสี่คนรังแกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่“เห้ย หยุดนะไอ้หัวโต อย่ารังแกผู้หญิงดิว่ะ” ผมเข้าไปห้ามทันที“พี่ยุ่งอะไรด้วย” เด็กชายคนนั้นสวนกลับทันที คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ เห็นหน้าซื่อๆ แบบนี้ ชอบรังแกคนอื่นเฉยเลย“พี่ก็ไม่ได้อยากยุ่งหรอกนะ แต่สิ่งที่เราทำมันไม่ถูกต้อง” ผมสั่งสอนเด็กคนนั้น“พี่อย่ามาทำเป็นสอนผม เก่งมากรึไง” เด็กคนนั้นสวนกลับทันที “อ้าว ไอ้นี่ พูดดีๆ ไม่ฟัง อย่าให้ต้องใช้กำลัง” ผมขู่“การใช้กำลังกับเด็กมันแตกต่างกันตรงไหนครับ” เด็กยอกย้อน “งั้นเรามาแข่งกัน ถ้าใครชนะต้องทำตามที่อีกคนสั่ง นายต้องเลิกรังแกเด็กผู้หญิงคนนี้” ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิด“จะแข่งอะไรครับพี่ชาย” เด็กมันท้าทาย“งั้นมาเล่นเกมแข่งกัน โหมดตัวต่อตัว” ผมนี่รู้สึกฮึกเหิมอยากตบหัวเกรียนๆ โดยไม่ใช้กำลังเลยแม้แต่น้อย เรื่องเกมผมก็ฝีมือพอตัว“ไอดีมาเลยพี่” เด็กรับคำท้า“พี่ไม่ได้เอาโทรศัพท์มา ลืมไว้ที่ห้อง” ผมนี่หน้าแหกเลยครับ“หนูให้ยืมค่ะพี่ ใช้ไอดีหนูนะคะ” เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูถักผมเปียหยิบยื่นน้ำใจให้ผม“มาแข่งกัน” สายตาผมจ้องมองเด็กเกรียนและรู้สึกได้เปรียบเพราะเด็กก็คงเล่นเกมเหมือนเด็กในโหมดหนึ่งต่อหนึ่งนั้น ผู้กล้าจะเข้าห้ำหั่นกันและสังหารอีกฝ่ายแล้วเข้าไปตีป้อมอีกฝ่ายให้แตกพ่ายไป ผมเลือกนักล่าแวมไพร์มือฉมัง ตำแหน่งแครี่ สามารถโจมตีได้จากระยะไกล ที่สำคัญมีทักษะหยุดการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้ชั่วขณะซึ่งผมตั้งใจจะสังหารและจบเกมนี้ให้เร็วที่สุด เด็กคนนั้นเลือกกังฟูแพนด้า ช่างเป็นการเลือกตัวละครที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย ในโหมดโซโล่ไม่มีการล่าสัตว์ประหลาดเพื่อเพิ่มความรุนแรงในการโจมตี เวลาเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่เกมผมได้เปรียบช่วงต้นเกมในการเก็บเงินเพื่อซื้ออาวุธเพราะสังหารลูกสมุนของอีกฝ่ายได้เร็วกว่า เด็กผู้ชายคนนั้นยืนนิ่งอยู่ในเขตปลอดภัยภายในป้อมของตนเองด้วยความเสียเปรียบ ผมไม่รีรอที่จะเข้าไปทำลายป้อมในทันที ในขณะที่อีกฝ่ายยังยืนนิ่งอยู่เหมือนกับเด็กคนนั้นที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร รีบๆ แพ้ไปไอ้เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ในขณะที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวกังฟูแพนด้าจู่โจมอย่างรวดเร็วทำให้พลังชีวิตผมลดลงไปเกือบครึ่งผมสวนกลับด้วยดาวกระจายทำให้เจ้าแพนด้านิ่งไปพักหนึ่งแล้วผมอาศัยจังหวะนั้นรีบหนีออกมาแต่ยังไม่พ้นระยะหมีอ้วนกลิ้งตามมาใช้กระบองไม้ไผ่หวดผมอย่างแรงและสังหารผมได้สำเร็จ“ไก่วะพี่” เด็กเยอะเย้ยผมทันทีและพาเจ้าหมีพร้อมลูกสมุนเข้าจู่โจมป้อมนอกของผมทันที โชคดีที่ป้อมยังไม่แตก ผมเกิดใหม่อีกครั้งและเข้าไปป้องกันไว้ได้ทันท่วงทีจนหมีอ้วนต้องถอยกลับไปเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตผมจึงรีบฉวยโอกาสฆ่าลูกสมุนของแพนด้าอ้วนพลิ้วแล้วเข้าไปทำลายป้อมของศัตรู อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้นป้อมก็จะแตกแล้ว แล้วก็เป็นไปตามคาดป้อมศัตรูแตกพ่ายลงอย่างง่ายดาย แต่ผมไม่ทันระวังตัว หมีซ่าโผล่ ออกมาจากพุ่มหญ้าและสังหารผมลงทันที“กากวะ” เด็กหัวเราะหึๆ ในลำคอและก๊วนเด็กตัวกะเปี๊ยกหัวเราะดังลั่น“อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปไอ้หนู” ผมต้องใช้เวลาสักพักเพื่อฟื้นคืนชีพ แต่ไม่ทันที่ผมจะเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ แพนด้าพร้อมสหายเข้าบุกทำลายป้อมนอกและต่อไปถึงป้อมในล่มสลายย่อยยับลงไปในพริบตาไม่มีโอกาสให้ผมได้แก้ตัว“พี่แพ้แล้ว พี่ต้องทำตามที่ผมสั่ง” เด็กเกรียนวางอำนาจ“ได้ พี่รักษาคำพูดเสมอ” ผมยังไม่อยากเชื่อว่าผมจะแพ้เด็กเมื่อวานซืน เด็กๆ เข้าไปสุมหัวกันวางแผนอะไรสักอย่างและผมเองก็หวั่นใจแต่ก็ไม่แสดงท่าทีอะไร“พี่ขอโทษด้วยนะที่พี่ช่วยเราไม่ได้” ผมหันไปคุยกับเด็กผู้หญิงแล้วยื่นมือถือคืนเธอไป“ขอบคุณมากค่ะพี่ ที่ช่วยหนู” เด็กหญิงยิ้มให้แล้วใช้จังหวะนี้วิ่งหนีไปจากก๊วนเด็กเกรียนปล่อยให้ผมเผชิญกับความท้าทายเพียงลำพัง“พี่ใส่ชุดลูกเจี๊ยบ เดินท่าเป็ด ร้องเจี๊ยบๆ มาหาผม อ่ะนี่ชุดใส่ซะ” เด็กออกคำสั่ง“แค่นี้อ่านะ” ผมตอบตกลง โดยไม่ได้คิดอะไรแต่แอบสงสัยนิดหน่อยว่าหาชุดลูกไก่มาจากไหน ผมรับชุดนั้นมาใส่แล้วก็ทำตามข้อตกลงเพื่อรักษาคำพูดที่ให้ไว้“กุ๊กๆ มาหาพ่อมา กุ๊กๆ” ใครสั่งใครสอนไอ้เด็กเปรตคนนี้นะ“เจี๊ยบๆ พอใจรึยัง แค่นี้ใช่ไหม” ผมถามไปหัวเราะไป ตลกตัวเองเหมือนกัน“เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะครับพี่ชาย” เด็กพูดมีนัย ไม่ทันที่ผมจะคิดต่อความยาวสาวความยืดก็ได้ยินเสียงไอ้เกรทตะโกนมาแต่ไกล“โหย ลูกไก่มาจากไหนวะเนี่ย โคตรน่ารัก เอาไปเลี้ยงได้ป่าว” เกรทพูดไปยิ้มไป หัวเราะไป“กูไม่ตลกกับมึงนะเว้ย” ผมตอบและถอดชุดออกทันทีแล้วคืนชุดนั้นไป“อย่าไปรังแกใครเขาอีกละ” ผมพูดกับเด็กชายคนนั้น“ผมว่าพี่เป็นห่วงตัวเองก่อนที่จะเป็นห่วงคนอื่นเถอะ” เด็กชายพูดอย่างมีเลศนัยแล้วเดินจากไปผมกับเกรทพักดื่มน้ำกันสักพักและผมแซวมันว่าหายไปไหนมา มันแก้ตัวแต่ก็ยิ้มเขินๆ สงสัยไอ้นี่จะมีความรัก เอาเหอะความสุขของเพื่อนไม่อยากจะไปขัดคอแล้วเราก็เดินกลับห้องเรียนด้วยกัน“ขออนุญาตเข้าห้องครับ” ผมกับเกรทพูดพร้อมกัน เหมือนสิ่งรอบข้างเงียบสงัดไปชั่วขณะแต่ผมสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่แปลกไป สายตาทุกคู่มองมาที่ผมยังไม่ทันที่ผมจะหายสงสัยทุกคนก็หัวเราะดังลั่น“นายอัศวิน ครูสั่งให้เธอไปวิ่งรอบสนามแต่ดูซิ เธอทำอะไรลงไป” อาจารย์ระเบียบดุผมแต่ผมรับรู้ได้ว่าสายตาคู่นั้นมองผมด้วยความเป็นห่วงเป็นใย อาจารย์คืนโทรศัพท์ให้ผมแล้วผมเปิดคลิปๆ หนึ่งดูซึ่งมีคนดูมากกว่าหนึ่งพันคนภายในสิบห้านาที“โนบิตะ ม.4/1 แพ้เด็ก ม.1/1 #คนไม่เอาไหน #เรียกผมว่าไก่ #กุ๊กๆ มาหาพ่อซิลูก #ไก่เกม” แคปชั่นและแฮชแทกของคลิปที่ถูกแชร์เป็นร้อยในโซเชี่ยลมีเดียจากเฟสบุ๊ค Quantum Audchariya Prasertsakul ที่มีคนติดตามนับหมื่นคนผมร้องอ๋อทันทีที่แท้เด็กคนนั้นคือน้องควันตั้ม เด็กอัจฉริยะไอคิว 180 ม.1/1 ห้องเด็กผู้มีความสามารถพิเศษรุ่นแรกของโรงเรียน ที่โด่งดังในสังคมออนไลน์มากในขณะนี้ น้องควันตั้มเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหมอปกิตต์ ศัลยแพทย์ชื่อดังที่ได้ชื่อว่าเป็นหมอเทวดารักษาคนใกล้ตายให้ฟื้นกลับมามีชีวิตได้ปกติราวกับปาฏิหาริย์ ไม่แปลกใจเลยที่น้องควันตั้มจะโด่งดังมาก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ ทันทีที่ผมดูคลิปจบแล้วเลื่อนอ่านคอมเม้นท์ในคลิปที่รุมด่าผมแต่พากันชื่นชมน้องควอนตั้ม ผมรู้สึกอับอายจนไม่อยากเจอหน้าใคร แต่เดี๋ยวก่อนแทบจะไม่มีใครรู้จักผมด้วยซ้ำทั้งโรงเรียนก็มีแต่ไอ้เกรทนี่แหละที่รู้จักผม บางทีอาจจะไม่มีใครจำเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ อีกสักพักคงลืมๆ กันไปหลังเลิกเรียน ที่คอนโดของไนท์“โห ลูกดังใหญ่แล้วนะ จะไปออดิชั่นเป็นไอดอลที่ไหนรึเปล่า คลิปเรามีคนแชร์เด้งมาโผล่ถึงเฟซบุ๊คพ่อเลย ดูดิคนดูเป็นแสนแล้ว” ผมหูฝาดหรือเปล่า พ่อแชร์คลิปนั้นต่อพร้อมแคปชั่น “ลูกชายผม” ไม่อยากเชื่อเลยว่าพ่อจะรู้เรื่องนี้ พ่อของผมเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ของสถาบันการเงินชั้นนำของเมืองไทย เราสองคนสนิทกันมาก พ่อเป็นเหมือนพี่ชาย เป็นทุกอย่างของผม พ่อเลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กและมีเวลาให้กับผมเสมอ ส่วนแม่ของผมเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินต่างชาติ เดือนหนึ่งจะกลับบ้านสองสามครั้ง ผมรู้ดีครับว่าแม่รักผม พ่อถึงดูแลผมอย่างใกล้ชิดจนบางทีผมก็ดูเหมือนเป็นลูกแหง่ของพ่อที่ไม่ยอมโตสักที“ป่าวนะพ่อ เด็กคนนั้นรังแกเด็กผู้หญิง ผมทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรือครับ เลยท้าดวลกัน” ผมอธิบายในขณะที่เรากำลังพยายามหาวิธีแก้โจทย์เคมีพื้นฐาน วิชาที่ผมมีผลการเรียนแย่มากจนพ่อต้องมาลุยเรียนไปด้วยกันและช่วยติวให้ผมเพื่อให้ผมสอบผ่านวิชานี้ไปให้ได้ ขอโทษนะครับพ่อผมไม่เอาไหนเลย“พ่อไม่ได้ตำหนิลูกหรอกนะ แต่อยากให้เรามีสติในการใช้ชีวิต บางทีถ้าเราใจเย็นอีกนิดเรื่องอาจจะไม่ใหญ่โตขนาดนี้” พ่อให้คำแนะนำ“ครับพ่อ” ผมยอมรับฟังแต่โดยดีโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ “เย่ๆ ทำการบ้านเสร็จแล้ว ลงแรงค์กันครับวันนี้เราต้องได้ดาวมาสักดาว” ผมชวนพ่อ“เกมเดียวพอนะไนท์ ดึกแล้ว พ่อต้องเคลียร์งานต่ออีกสักพัก” พ่อตอบ“ลุยกันครับ” พ่อเล่นตำแหน่งนักล่าค่าหัวสัตว์ประหลาดเพื่อเพิ่มพลังโจมตีและชอบเลือกตัวละครเจ้าชายแห่งทะเลทรายผู้พลิ้วไหวดุจสายลม แต่มีข้อเสียคือในช่วงต้นเกมจะมีพลังโจมตีไม่มากนักผมจึงเลือกตัวลุงค้อนสายฟ้ามาช่วยพ่อทุบสัตว์ประหลาดแล้วรีบจัดการเจ้ามังกรจอมเกรี้ยวกราดให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้ค่าประสบการณ์และเงินจำนวนมากก่อนที่ผมจะแยกย้ายไปป้องกันป้อมปราการ โชคร้ายที่วันนี้เราสุ่มเจออีกสามคนที่เล่นไม่เข้ากันเลย สามคนนั้นไล่ฆ่าศัตรูเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจรักษาป้อมจนอีกฝ่ายหลอกล่อมาสังหารในพุ่มไม้และเราพ่อลูกต้านทานฝั่งตรงข้ามเพียงสองคนเอาไว้ไม่ไหวจึงแพ้ไปในที่สุด“ดาวตกอีกแล้วครับพ่อจะตกมาซิวเวอร์แล้ว” ผมบ่นอย่างเสียดายและอ้อนพ่อเผื่อจะใจอ่อนเล่นต่ออีกเกม“ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาลงแรงค์กันอีก ลูกรีบทำการบ้านเราจะได้มีเวลาลงแรงค์” พ่อชิงตัดบทเอาดื้อๆ “ครับพ่อ” ผมตอบตกลงทั้งที่ใจอยากเล่นต่อ ผมเข้านอนประมาณสี่ทุ่มแต่พ่อยังต้องเคลียร์งานต่อ“ไนท์ ลูกรักจงรับพลังวิเศษ” พ่อบอกกับผมเหมือนทุกๆ คืนก่อนนอน“ผมพร้อมรับพลังแล้วครับ” ผมตอบพ่ออย่างเต็มใจ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความหวัง เหมือนทุกครั้งที่เราพ่อลูกดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ด้วยกัน“จงรับพลังที่สามารถล้มเหลวกี่ครั้งก็ได้แต่สัญญาว่าจะลุกขึ้นมาทุกครั้งจนสำเร็จ” พ่อพูด“ครับผม” ผมรับพลัง กำมือขวาแตะอกซ้าย“จงรับพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น” พ่อบอกอย่างที่สอง“ครับผม ผมรักพ่อนะครับ ฝันดีครับพ่อ” ผมพูดออกไปจากใจ“ฝันดีนะ พ่อรักลูกนะ” พ่อบอกผม ในสายตาของพ่อผมยังคงเป็นเด็กเสมอทั้งที่ตอนนี้ผมสูงจะ 180 ซม. อยู่แล้วในค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้าแต่ไม่อาจทอแสงเปล่งประกายลงมาถึงพื้นพิภพเบื้องล่างเพราะเมฆหมองมลพิษบดบัง“พี่หญิงสวยจังครับ” ผมเห็นพี่เจ้าหญิงแต่งชุดเจ้าสาว สีขาวประดับคริสตันสะท้อนแสงระยิบระยับ ชายกระโปรงยาวพริ้วไหวตามแรงลม ในมือถือช่อดอกไม้สีขาวที่ไม่อาจเทียบเทียมความงามของพี่เจ้าหญิงได้เลยแม้แต่น้อย“ขอบใจจ้า” พี่เจ้าหญิงยิ้มให้ผมแล้วเดินจากไปพร้อมกับชายคนหนึ่งในชุดทักซิโด้ ชายคนนั้นคือไอ้ขี้เก๊ก พี่กัปตัน“โนบิตะ ไอ้ไก่อ่อน” พี่กัปตันยิ้มเยอะเย้ยผมแล้วจูงมือพี่เจ้าหญิงเข้าประตูวิวาห์“ม่ายยยยยยยยยยย” ผมตกใจสะดุ้งตื่นจากความฝัน ดีที่แค่ฝันไปเช้าอันแสนสดใสผมมาถึงโรงเรียนก่อนกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ แต่ไอ้เกรทนั่นซิครับ ฉายาของมันคือสายเสมอและต้องทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ทุกวันก่อนเข้าเรียนคาบแรก โรงเรียนของผมเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียน มัธยมต้นและปลายรวมกันกว่า 1,300 คน กลุ่มประธานนักเรียนนอกจากพี่เจ้าหญิง (ของผม อิอิ) ไอ้พี่ขี้เก๊กกัปตันแล้ว ยังมีพี่มาร์ค เพื่อนสนิทของพี่กัปตันผู้มีความสามารถทั้งการเรียน ดนตรี กีฬาศิลปะไม่เป็นสองรองจากไอ้พี่กัปตันเลย ยกเว้นจำนวนของแฟนคลับและจำนวนผู้ติดตามในอินตาแกรมที่น้อยกว่าพี่กัปตัน ส่วนนั่นผู้ชายตัวสูงๆ รูปร่างดี ตี๋ๆ ขาวๆ คนนั้นชื่อพี่นนท์ พี่นนท์เป็นเกย์ครับ พี่นนท์ชอบผู้ชายและพี่นนท์ก็ชัดเจนในตัวเองมาก มีลักษณะเป็นชายแท้ทุกประการแค่ไม่ชอบผู้หญิงรวมกันเป็นสามทหารเสือผู้ทรงอิทธิพลและเป็นแบบอย่างที่ดีของน้องๆ ในโรงเรียน ส่วนพี่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งชื่อไบร์ท นักเรียนที่ฉลาดและผลการเรียนดีที่สุดในโลกเรียนถือเป็นแบบอย่างของเด็กเรียนทุกคน (รวมถึงน้องควันตั้มคู่กรณีของผมเมื่อวานนี่ด้วยมั่ง) หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมหน้าเสาธง นักเรียนทุกคนต่างแปลกใจที่ ผอ.อภิรักษณ์ อดีตผู้บริหารของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศผันตัวมาสร้างโรงเรียนเพื่อมุ่งหวังสร้างเยาวชนคนดีและเก่งเพื่อพัฒนาประเทศชาติแทนคุณแผ่นดินได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ หมายความว่าวันนี้จะมีการแถลงนโยบายบริหารใหม่แน่นอน“คณาจารย์ทุกท่าน ลูกศิษย์ทุกคน จากเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนของเรามีคลิปเผยแพร่ออกไปในโซเชี่ยลมีเดียเมื่อวานนี้ ทางคณาจารย์ได้ประชุมหารือกันและมีมติไม่ให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์มือถือระหว่างเวลาเรียนโดยเด็ดขาด เว้นแต่ทางอาจารย์จะอนุญาตให้ใช้ในการสืบค้นข้อมูล นักเรียนคนใดฝ่าฝืนจะถูกตักเตือนและมีจดหมายแจ้งไปยังผู้ปกครอง ทั้งนี้ขอให้นักเรียนทุกคนรู้จักบริหารเวลานอกเหนือจากการเรียนอย่างเหมาะสมในการเล่นโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงเกมที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ทางคณาจารย์ตระหนักดีว่าการห้ามไม่ให้นักเรียนเล่นเกมนั้นคงมีนักเรียนบางคนฝ่าฝืนอยู่ดี ใช่ไหม นายอัศวิน (ผมนี่หน้าชา หูชา ปากชาไปหมดเลยครับ เอาซะเสียงหัวเราะรอบข้างผมในขณะนี้ไม่ได้เล็ดลอดเข้ามาในหูผมเลย) เพราะฉะนั้นเรามาเปลี่ยนการเล่นเกมแบบเดิมๆ ให้เป็นการบูรณาการแบบรอบด้าน ครูจะให้ทุกคนเปลี่ยนมุมมองความคิดใหม่ จากที่เคยเชื่อว่าเกมทำให้เสียคน เสียการเรียน เปลี่ยนเป็นเกมช่วยสร้างคน ช่วยการเรียนรู้ ครูขอประกาศการแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอดทีมของโรงเรียน โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นผู้แจ้งรายละเอียดและเป็นผู้ควบคุมการฝึกซ้อม เกมจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสมอภาค จะยากดีมีจน ส่วนสูงเท่าไหร่ ร่างกายแข็งแรงหรือไหมหรือมีความสามารถด้านไหนแต่ชัยชนะวัดกันที่ทักษะการทำงานเป็นหมู่คณะ ขอให้นักเรียนที่สนใจลงแข่งขันชิงชัยโชคดี การแข่งขันจะใช้เวลาตลอดภาคการศึกษาและหาทีมผู้ชนะของมัธยมต้นและมัธยมปลายก่อนสอบปลายภาคที่จะเป็นเกียรติประวัติและเป็นแบบอย่างของนักเรียนคนอื่นๆ สืบไป” นักเรียนทุกคนปรบมือ บางคนโห่ร้องด้วยความดีใจ บางคนยังคงงงกับนโยบายใหม่ของ ผอ.ที่เกมจะช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้นได้อย่างไร ในขณะที่เด็กนักเรียนบางคน (โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเรียน) ต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับนโยบายของ ผอ.“ใช่ไหม นายอัศวิน” ไอ้เกรทเลียนแบบเสียงผอ.และล้อเลียนผมในขณะที่เสื้อของมันเปียกโชกไปด้วยเหงื่อเพราะวันนี้มันต้องบำเพ็ญประโยชน์เก็บขยะรอบโรงเรียนเพราะมาสาย“ไอ้เชี่ยเกรท แค่นี้กูยังอายไม่พออีกหรอวะ” ผมตอบโต้“อ่า ล้อเล่นๆ แม่งทำเป็นงอนไปได้ อยากให้กูง้อรึไง” เกรทพูดไปด้วยกอดคอผมไปด้วย“พอๆ เลิกล้อกูได้แล้ว” ผมรีบตัดบท “กูว่าผอ.เราโคตรเข้าใจนักเรียนเลยวะ” เกรทชวนคุย“นั่นดิวะ แต่กูแม่งสงสัย เกมจะสร้างคนได้ไงว่ะ บางทีพ่อกูยังห้ามไม่ให้เล่นเลย” ผมแย้ง“นั่นดิว่ะ กูแม่งเล่นทั้งคืนจนตื่นสายทุกวันเนี่ย” อ้าวไอ้เชี่ยนี่กูนึกว่าช่วยงานที่บ้านจนนอนดึก พ่อแม่ของเกรทเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายข้าวในตลาด แม่ของเกรททำกับข้าวอร่อยมาก ผมไปช่วยพ่อแม่เกรทเสิร์ฟอาหารอยู่บ่อยๆ เกรทมีน้องสาวหนึ่งคนชื่อกิ๊บเรียนอยู่อีกโรงเรียน เกรทได้ทุนเรียนฟรีด้านความสามารถทางการกีฬาและเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนพักเที่ยงวันนี้ผมต้องไปกินข้าวคนเดียวเพราะเกรทต้องไปประชุมกับชมรมฟุตบอล ผมเลยไปนั่งเล่นรอเรียนวิชาพละในช่วงบ่ายและเดินผ่านชมรมบาสเกตบอล แน่นอนละครับมีสาวๆ เต็มไปหมดเลยเพราะไอ้พี่กัปตันอยู่ตรงนั้นผมเลยรีบเดินผ่านไปให้ไวที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้“เห้ยเดี๋ยวก่อน มึงอ่า ไอ้โนบิตะในคลิปหรือป่าววะ” เสียงเข้มๆ ที่คุ้นเคยเพราะเป็นผู้นำร้องเพลงชาติในทุกๆ เช้าถามใครก็ไม่รู้ ผมไม่อยากรู้แค่หยุดเดินครู่หนึ่งแล้วรีบเดินต่อ โอ้ย! ผมร้องอุทาน อะไรก็ไม่รู้หนักๆ พุ่งมาโดนหลังผมเต็มๆ ผมจึงหันกลับมาด้วยความโกรธ เห็นลูกบาสกลิ้งอยู่บนพื้น“ผมไม่เคยรังแกใคร พี่มารังแกผมทำไม” ผมถามคนที่ขว้างลูกบาสมาโดนผม“จงฟังและปลาบปลื้ม เจ้าได้อภิสิทธิ์รับการมาโปรดจากมหาไททัน” ไอ้พี่ขี้เก๊กกัปตันสวน บทสนทนานี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะ? ช่าง*** ได้รับการโปรดหรือเมตตา เชี้ยไรแบบนี้“เราไม่รู้จักกันยุ่งไรด้วย ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของพี่” ผมยอกย้อน“อ้าวไอ้เชี่ยนี่ สงสัยมันอยากโดนเว้ย” พี่กัปตันดีดนิ้ว แต่ไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตสูญสลายไปครึ่งจักรวาลแต่อย่างใด แล้วเดินเข้ามากระชากคอเสื้อผม มองหน้า หาเรื่อง แต่ผมไม่กลัวไอ้ขี้เก๊กนี่เลย ถ้าจะต้องต่อยกันผมไม่ผิด ผมไม่ได้เป็นคนเริ่ม พี่กัปตันกระชากเสื้อจนกระดุมเม็ดบนของผมหลุด “พอเถอะ สงสารน้อง” พี่นนท์ห้ามไว้ก่อน พี่นนท์เป็นพ่อพระมาโปรดผมจริงๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” พี่กัปตันผูกใจเจ็บ“พอเหอะพี่” ผมรีบตัดบทแต่ดูเหมือนพี่กัปตันยังไม่จบจนพี่นนท์ต้องเข้ามาห้าม ทั้งๆ ที่พี่กัปตันเป็นฝ่ายผิดแท้ๆ แต่สาวๆ กลับหัวเราะผม ผมไม่เข้าใจเลยว่าความหล่อของไอ้ขี้เก๊กทำให้คนเราเห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้ขนาดนั้น“ขอบคุณครับพี่นนท์” ผมยกมือไหว้ก่อนจะเดินจากไป(ในมุมที่ไนท์ไม่เห็น) กัปตันก้มลงไปหยิบกระดุมเม็ดนั้นไว้ในอุ้งมือแล้วบีบเต็มแรง“มึงโอเคป่าววะ” มาร์คถาม“มีทางใดที่อาจทำให้เธอสนใจ ได้โปรดบอกกับฉันให้รู้ที ว่าสุดท้ายแล้วฉันยังมีความหมาย” กัปตันร้องเพลงไกลแค่ไหนคือใกล้ของเก็ทสึโนว่า มาร์คดีดกีตาร์ (ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน) ส่วนนนท์ดีดนิ้วและคอรัสตามมาด้วยเสียงกริ๊ดของสาวๆ ตอนจบเพลง “น้องเขาจะมาเอากระดุมคืนไหม” นนท์ถาม“กูไม่ให้เว้ย กระดุมของกู ของของกู ของรักของกู” กัปตันทำหน้าเจ้าเล่ห์เหมือนกอลัมป์แต่ไม่ได้เข้ากับหน้าตาตัวเองเอาซะเลย