
ดอกไม้ทิพย์ดอกหนึ่งร่วงลงมาจาก้า กลืนชีวันวางกระบองไว้ด้านข้าง แล้วค่อยๆ เอาฝ่ามือรองรับดอกไม้รูปหัวใจนั้นไว้
" เ้าเห็นดอกนี้เป็เช่นไร " กลืนชีวันเอ่ยถามปรางค์
" งามนัก เป็ดอกไม้ที่สวยประเภทหนึ่ง" ปรางค์
" เดิมทีมนต์ของเ้าเป็เช่นไร" กลืนชีวัน
.....
" ละอองเกสรทิพท์ของข้า โอบอุ้มได้แม้น้ำหนักจะเกินคาดเดา เป็เกราะกำแพงแข็งแกร่งยามป้องกัน" ปรางค์
" อืมมมม... เ้าเห็นดอกนี้นี้เป็เช่นไร"
กลืนชีวันให้นางพิจารณาอีกรอบ ครานี้ดอกไม้นั้นเริ่มละลายหายไปด้วยพิษบางประเภท
" มันกำลังจะสิ้นด้วยพิษ " ปรางค์
กลืนชีวันนำมันไปวางไว้บนฝ่ามือทัณฑิมา ดอกไม้นั้น กลับหยุดการสลาย ปรากฏเหลือเพียงครึ่งดอก
จากนั้น เขาเริ่มปล่อยพิษประหลาดอีกครา มันเริ่มสลายอีกครั้ง ครานี้นำไปวางไว้บนฝ่ามือของปรางค์ ปรากฏว่าละลายจนสิ้น
ปรางนั่งลองแล้วจ้องมองจอมกบเฒ่า
" ท่านหมายให้ข้างล่วงรู้เื่ใด" ปรางค์
...
" เ้าหนุ่มคนนี้ คงอยากนำดอกไม้สวยๆ ไปให้เ้ากระมัง ส่วนเ้า แม้นอยากช่วยน้องด้วยความเมตตา แต่ใจเ้ากลับเก็บกดเอาไว้ด้วยความทุกข์ใจ เ้าเริ่มสะสมมันขึ้นทุกวัน... ทุกวัน
มีสิ่งหนึ่งที่เ้าจำเป็ต้องรับรู้...
เพียงคนเดียว " กลืนชีวันชำเลืองมองไปที่ทัณฑิมาเล็กน้อย
...
พอทัณฑิมาเห็นเช่นนั้นจึงได้ปลีกตัว ออกห่างไป
.....
เมื่ออยู่กันเพียงลำพัง กลืนชีวันจึงอธิบายให้ปรางค์นารีทราบ
" น้องสาวเ้า ชะตานั้นมิได้เป็เช่นนี้ แต่ด้วยความรักความเมตตาจากองค์พรหม มนต์ที่ปกป้องนาง ให้พลังกับนาง ล้วนกำเนิดจากรัก เมื่อใดมีรัก พลังและฤทธิ์ฟื้นตัวจากการรักษาจะเร็วนัก หากเป็ความขุ่นเคือง แค้นใจ ย่อมทำลายตนไปในตัว
เมื่อคราครุฑชั่วทำลายบิดา มารดาเ้า นางน่าจะสิ้นชีพไปแล้วเสียด้วยซ้ำหากองค์พรหมไม่ทรงผ่านมาพบพาน "
" เพราะเหตุใด " ปรางค์
" มหาพรหมคงมิได้ช่วยโดยตรง หากแต่เวลานั้นขนปีกมหาครุฑร่วงหล่นลงมาสู่หิมพานประจวบเหมาะ จึงใช้มนต์เป่าผนวกไว้กับตัวนาง ทำให้พิษที่มีอยู่ในตัว จากที่ไม่สามารถทำร้ายสิ่งที่เหนือกว่าตนได้ กลับกลายเป็ทำลายได้ หากหมายจะเอาชีวิต " กลืนชีวัน
" มิได้เกิดจากพิษ.. ของบิดาข้าหรอกรึ..
ข้าเข้าใจผิดมาตลอดสินะ อ้อ....
ข้ามีเื่สอบถาม " ปรางค์
" ......... " กลืนชีวัน
" สิ่งที่ข้า้า ท่านล่วงรู้หรือไม่ แล้วมีหนทางหรือไม่ " ปรางค์
" อายุขัยของนาง ข้าไม่สามารถไปแตะต้องได้ คนที่จะอยู่เหนืออายุขัย หากไม่ผิดครรลอง ก็ต้องทำความดี หรืออยู่ในอำนาจของ 3 องค์เทพแล้ว แต่ข้ามีวิธีทำให้นางหยุดการผลาญอายุจากพิษของนาง นางจะอยู่ครบตามอายุขัยปกติ ณ ปัจจุน ไม่ว่านางจะใช้สิ่งที่นางเรียกว่าศรโลหิตสักกี่ครั้ง.. ก็จะไม่ส่งผลต่ออายุนาง " กลืนชีวัน
" เท่านี้ก็ทำให้ข้าดีใจมากพอแล้ว เป็ธุระของท่านแล้ว ข้าบอความเมตตาจากท่าน ได้โปรดช่วยนางด้วย " ปรางค์ นั่งคุกเข่าเพื่อขอร้อง
" เห็นทีเ้าคงต้องอยู่ที่นี่ต่อ อีกสักเจ็ดราตรีแล้วล่ะ " กลืนชีวัน
+++++++++++
ที่หิมพาต์ เมื่อเหล่าผู้นำของสัตว์ต่างกลับคืนถิ่นฐาน ต่างเฝ้ามอง และสังเกตการณ์ถึงความรับผิดชอบของล้ำฟ้า
++++++++++++
เมื่อเมตารสขึ้นมายังประตูเชื่อม จึงได้บอกถึงผลการตรวจสอบของสามีแก่ล้ำฟ้า
" เป็การกระทำของไพษาวายุอย่างแน่นอน" เมตารส
" อืมมมมม... หลักฐานจากพวกเ้า ยืนยันได้ใช่หรือไม่ " ล้ำฟ้า
" ข้าผู้ส่งสารระหว่างแดน ย่อมมีน้ำหนักจากวาจา" เมตารส
" ข้าอยากทราบเพียงเท่านี้ " ล้ำฟ้าเอ่ย พร้อมทำการร่ายมนต์เพียงพริบตา แล้วสะบัดนิ้ว ไปตามใยเถาวัลย์ที่เล็ดลอดเข้ามา ประกายมนต์สีฟ้า ส่งผ่านไปตามเส้นทางเรื่อยๆ จนถึงแหล่งที่อยู่ของไพรษา เสียงกงเล็บทิพย์ทำลายต้นทางเสียงดังสนั่น แต่ไพรษามันตัดอาวุธทิ้งไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อคราที่เงือกสาวสืบถึงตัว
มันเตรียมท่าระมัดระวังตัว พร้อมเอ่ยกับบริวาร
" สารท้ารบ อาจหาญเพียงนี้ ข้าไม่ไป ย่อมมิใช่ชาตินักรบ" ไพรษาเร่งรุดไปหาศัตรูโดยพลัน!!
เหตุการณ์นี้หรือจะเล็ดลอดจากสายตาการรับรู้ของฮูกเรไร จอมสอดรู้สอดเห็นไปได้ มันบินด่วนไปบอกกล่าวถึงเสมอแขนารีทันที
อีกฝ่ายคือล้ำฟ้าก็ใช้ฤทธิ์เหินเข้าไปเบื้องหน้า เพื่อพิชิตศัตรูเช่นเดียวกัน
เมื่อนักรบทั้งสองมาประจันหน้ากัน ลมพายุหมุนบริเวณใกล้เคียงปรากฏ ท้องฟ้าปั่นป่วนทั่วบริเวณนั้น
ไพรษาเห็นเป้าหมาย พร้อมเอ่ย
" การยุทธของข้าหากเป็พื้นดิน พงไพร ข้าอ่อนด้อยกว่าท่านอยู่ก็จริง
หากกลางเวหาเช่นนี้ ฤทธิ์ของท่าน บางส่วนต้องนำมาใช้เพื่อการทรงตัวบนอากาศ อย่างนี้ข้าก็ไม่ยากเย็นที่จะต่อกรนัก
ท่านรู้หรือไม่ ว่าการที่ผู้นำหิมพานต์ ก่อาโดยมิได้มีเหตุ มีโทษให้มหาเทพ องค์วิษณุเกรี้ยวกราดเพียงใด " ไพรษา
" ข้ามีหลักฐานชัดเจน ประจักษ์แน่แล้ว สิ่งที่เ้าทำข้าเกินให้อภัย และบัดนี้ข้าได้สละความเป็ผู้นำไปแล้ว " ล้ำฟ้า
" ฮ่า.. ฮ่า.. น่าขันนัก เ้าหมายถึงลิงน้อยที่นิทราอยู่ไม้รู้วันตื่นนั่นหรือ.. ที่เ้ามอบหมายให้เป็ผู้นำคนต่อไป พิจารณาดูแล้ว หิมพานต์ควรแล้วที่จะสูญสิ้น " ไพษากล่าวด้วยความอวดดี
ล้ำฟ้ารู้ถึงความชั่ว ที่ไพรษาพยายามพูดเพื่อถ่วงเวลา หมายจะทำอะไรสักอย่าง เขาสอดสายตาโดยรอบ เนื่องด้วยล้ำฟ้า ผ่านการประมือกับศัตรูมาจนชำนาญจึงไม่ยากนักที่จะรู้แผนการ
ฝ่ายไพรษายังพูดจายั่วยุต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ทำการโจมตีมาก่อนจากด้านหลัง โดยมันอาศัยหมอกเมฆบังตาแส้เถาวัลย์ของมันเอาไว้
แต่ล้ำฟ้ากรีดนิ้วเพียงนิ้วเดียวเบาๆ แส้เถาวัลย์ที่หมายโจมตี ก็แตกกระจาย เฉกเช่นของมีคมฟันหญ้าบางไม่นับครั้งรัวๆ
เขาโจมตีได้โดยมิได้มองไปเื้ัด้วยซ้ำไป เขาเพียงไขว้มือไว้ด้านหลังตบตาไพรษาเอาไว้
ไพรษาเ้าเล่ห์นัก มันคาดการณ์และคาดเดาการสู้รบของล้ำฟ้าต่ำเกินไป มันกำลังชั่งน้ำหนักว่าศึกคราวนี้จะชนะได้หรือไม่
มันบินตรงด้วยปีกครุฑเข้ามาหาล้ำฟ้าโดยพลันดุจพายุ
มันทำการแบ่งแส้ออกหลายสาย โจมตีพร้อมกันทุกทางมายังล้ำฟ้า ดูไปก็คล้ายกรง ที่เต็มไปด้วยแส้นับไม่ถ้วน แล้วมีล้ำฟ้าอยู่ข้างใน
ศรปริศนาจากภายนอกมุ่งตรงมายังกรงแส้ของไพรษา
เปรี๊ย...... งงงงง!!!!!
เสียงดังสั่นเมื่อศรปะทะกับแส้
ล้ำฟ้าเองก็แปลกใจไม่น้อย หันมายังร่างที่ค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เสียงนั้นเอ่ยเข้ามาหาเขาว่า
" มันผู้นี้ เป็ความแค้นส่วนตัวของข้า
ข้าจะขอกำจัดมันเอง!!!!!!! "
+++++++++++
(ติดตามตอน 23)