เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 152: โจรกรรมผลึกทรายอัคนี


    ท่ามกลางกระแสลมร้อนระอุที่โหมกระหน่ำพัดพาเอาฝุ่นผงทรายสีแดงฉานตลบอบอวลไปทั่วทั้งผืนฟ้าและแผ่นดินแดนร้างสีเลือด ร่างหนากำยำของหลีเฮงยังคงหยัดยืนเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ แม้เนื้อตัวของเขาจะเปรอะเปื้อนสะบักสะบอมจากการทะลวงข้ามรอยแยกมิติ และหลงเหลืออาภรณ์ปกปิดกายเพียงกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงสว่างวาบสะดุดตาเพียงชิ้นเดียว ทว่าดวงตาคู่คมกริบกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกตกใจแต่อย่างใด ยามจ้องมองไปยังเงาร่างทั้งห้าที่บุกทะยานฝ่าม่านพายุทรายเข้ามาโอบล้อมรอบตัวเขาไว้ในระยะประชิด

    เมื่อกระแสลมหมุนและฝุ่นทรายสีแดงเริ่มจางคลายลง ภาพของศัตรูที่ประจักษ์แก่สายตาของหลีเฮงกลับไม่ได้ดูหยาบช้าดุร้ายดั่งสัตว์อสูรทั่วไป หากแต่เป็นกลุ่มทหารหญิงเผ่าอสุรมดทรายสี่นางในชุดเกราะบางสีทองอร่ามสะท้อนแสงอาทิตย์สีเลือดวิบวับ ยืนเรียงหน้ากระดานล้อมกรอบเขาไว้ทุกทิศทาง ส่วนตนที่ห้านั้นยืนจังก้าคอยคุมเชิงและส่งสัญญาณสั่งการอยู่ด้านหลังห่างออกไปเล็กน้อย

    สตรีทหารมดทั้งสี่นางนี้มีรูปโฉมงดงามและเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่อนบนของพวกนางมีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากสตรีมนุษย์ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่เผาผลาญทะเลทราย หยาดเหงื่ออุ่นๆ ผุดพรายตามผิวเนื้อแลดูเปล่งปลั่งเย้ายวนใจ แผ่นเกราะทองคำบางเบาโอบอุ้มปทุมถันคู่โตอวบอัดบีบรัดเต้าเนื้อกลมกลึงทรงเสน่ห์ไว้เพียงครึ่ง เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการหายใจ หน้าท้องแบนราบคอดกิ่วราวนาฬิกาทราย เชื่อมต่อไปยังสะโพกที่ผายกว้างตึงแน่นอวบอัด ท่อนล่างของพวกนางมีเกราะเปลือกสีส้มทองหุ้มขาและมีส่วนของหางมดทรายทองคำที่เป็นมันวาวขยับส่ายไหวไปมา ส่วนหนวดสัมผัสคู่ยาวเหนือศีรษะขยับสั่นระริกคอยตรวจจับสิ่งแปลกปลอมรอบข้างอย่างระแวดระวัง

    ในมือเรียวแกร่งของทหารมดสาวแต่ละนางต่างถือ "หอกหินอัคนี" อาวุธปลายศิลาแหลมสีแดงเข้มที่สลักลวดลายอักขระมนตร์โบราณส่องแสงสีแดงวูบวาบเปล่งไอปราณความร้อนออกมา คมหอกทั้งสี่ชี้ตรงเข้าใส่จุดตายรอบกายของหลีเฮง ทั้งลำคอ คอหอย แผงอกแกร่ง และแผ่นหลังของเขาอย่างไม่มีช่องว่างให้หลบหนี

    "กริกๆ! เจ้ามนุษย์ท่าทางกะล่อนผู้นี้มาทำอันใดกลางแคว้นทะเลทรายสีเลือดของพวกเรา?" ทหารหญิงตนหนึ่งที่มีหน้าอกใหญ่โตล้นเกราะทองเอ่ยถามขึ้น เสียงของนางแหบสั่นเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งดุดัน

    "ดูสภาพของมันสิ มีเพียงกางเกงในสีชมพูเรืองแสงตลกๆ ปิดกายชิ้นเดียว ผิวพรรณก็ดูสะอาดสะอ้านหมดจด แถมกล้ามเนื้อและแผงอกยังกำยำล่ำสันยิ่งนัก สภาพร่างกายแข็งแรงปานนี้ เหมาะที่จะจับตัวไปส่งยังเหมืองใต้พิภพเป็นแรงงานทาสขุดเจาะแร่อัคนีส่งให้ราชินีของเราเป็นที่สุด!" ทหารมดสาวอีกนางที่มีนัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองประเมินร่างของหลีเฮงตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางเลียริมฝีปากบางสีแดงสดของตนราวกับกำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ

    "ช้าก่อน! ลมปราณในตัวของมันดูไม่ธรรมดา และกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากกางเกงในสีชมพูนั่นก็น่าประหลาดใจยิ่ง ทว่าอย่างไรเสียก็ต้องจับมันกุมตัวไว้ก่อน อย่าปล่อยให้รอดพ้นไปได้เด็ดขาด!" ทหารหญิงผู้เป็นหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนสั่งการขึ้นมาพร้อมกับกระชับหอกหินชี้ตรงมาที่ลำคอของเขา

    หลีเฮงที่เหลือเพียงกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงแสบตามองดูคมหอกหินอัคนีสี่เล่มที่จี้อยู่รอบตัว พลางกวาดสายตามองใบหน้าเนียนละเอียดและทรวงอกกระเพื่อมไหวของพวกนางทีละคน ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม หัวใจของเขากลับเต้นระทึกระคนรู้สึกคึกคักขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ สายตาเจ้าชู้กะล่อนกวาดผ่านรูปโฉมทรวดทรงที่ยวนเย้าสะกดอารมณ์ของพวกนาง พลางคิดอ่านหาทางหนีทีไล่ในหัวอย่างรวดเร็ว

    ในยามนี้ พลังฝีมือของเขายังไม่ฟื้นคืนกลับมาเต็มร้อย และเกราะพลังเมียก็หดหายไปเหลือเพียงเก้าหน่วยเนื่องจากเหล่าภรรยารักยังคงพลัดหลงกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง การเข้าต่อสู้หักหาญด้วยกำลังกับทหารอสุรมดทรายที่ชำนาญพื้นที่ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่ ทว่าวาจาอันกะล่อนปลิ้นปล้อนและการพลิกแพลงสถานการณ์ต่างหากที่เป็นวิถีของสุดยอดชายหนุ่มผู้ชาญฉลาด!

    หลีเฮงสังเกตเห็นว่าภายใต้แสงแดดสีเลือดแผดเผาจนดินแตกระแหงรอบกายนี้ ทหารมดสาวทั้งสี่นางต่างมีเหงื่อกาฬไหลชุ่มใบหน้าและซอกคอ ริมฝีปากของพวกนางเริ่มแห้งผาก ลมหายใจร้อนระอุแสดงถึงอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรงเนื่องจากขาดน้ำประทังชีพมาเป็นเวลานาน ทะเลทรายแห่งนี้ร้อนระอุเกินกว่าที่คนทั่วไปจะทานทนได้ แม้แต่สัตว์อสูรประจำถิ่นก็ยังต้องการน้ำเย็นดับร้อน

    หลีเฮงยกยิ้มกะล่อนอย่างมีเลศนัย แสร้งทำตัวสั่นระริกเหมือนคนขลาดเขลา รีบยกมือสองข้างขึ้นสูงเหนือศีรษะเพื่อแสดงท่าทียอมจำนน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสอพลอหวานหูทันที

    "โธ่... พี่สาวคนสวยทั้งหลาย โปรดเมตตาข้าผู้น้อยด้วยเถิด! ข้าเป็นเพียงนักเดินทางธรรมดาที่ประสบอุบัติเหตุพายุทรายพัดถล่มจนข้าวของสูญหายหมดตัว ดูสภาพข้าตอนนี้สิขอรับ เหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวประทังอาย จะมีกำลังอันใดไปขัดขืนพวกท่านได้ หากพวกท่านจะจับข้าไปเป็นทาส ข้าก็ยินดีติดตามไปรับใช้ ทว่าก่อนหน้านั้น... ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุประหนึ่งเตาเผาเช่นนี้ ข้าสังเกตเห็นว่าผิวพรรณอันผุดผ่องของพี่สาวทุกคนเริ่มจะแห้งกร้าน และริมฝีปากที่เคยงดงามก็แห้งผากจนน่าสงสารยิ่งนัก"

    ทหารมดสาวทั้งสี่นิ่วหน้ามองชายหนุ่มด้วยความสงสัยระคนเคลือบแคลงในวาจาเลื่อนลอยของเขา

    "เจ้าต้องการจะพูดอันใดกันแน่? อย่าคิดตลบตะแลงเล่นลิ้น ไม่อย่างนั้นหอกหินอัคนีในมือของข้าจะเจาะหน้าอกเจ้าให้เป็นรูเสียเดี๋ยวนี้!" เสี่ยวชุ่ยตวาดแผ่วเบา หนวดของนางสั่นระริก ทว่าลำคอระหงของนางกลับขยับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ด้วยความกระหายน้ำที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

    หลีเฮงยิ้มกว้างกะล่อนพลางยื่นมือไปเปิดถุงน้ำบำบัดมารรสชาเขียวที่ผูกติดอยู่ข้างเอวของตนทันที ทันทีที่ฝาถุงน้ำถูกปลดออก กลิ่นอายความหอมหวานสดชื่นบริสุทธิ์ของใบชาเขียวบดละเอียดระดับเทพก็โชยฟุ้งกระจายไปในสายลมร้อน พร้อมกับไอหมอกความเย็นสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นกระจายตัวแผ่ซ่านความเย็นฉ่ำดุจน้ำแข็งสวรรค์ปกคลุมไปทั่วเนินทรายรอบข้างในพริบตา

    *ฟูด...*

    กลิ่นชาเขียวหอมหวานผสมไอความเย็นเฉียบชื่นใจลอยละล่องไปปะทะหนวดสัมผัสและจมูกของทหารมดสาวทั้งสี่นาง พริบตานั้น ดวงตาคู่โตสีดำไร้แววของพวกนางพลันเบิกกว้างสั่นไหวระริก ร่างกายของพวกนางสะท้านเฮือกด้วยความหิวกระหายน้ำอย่างบ้าคลั่งที่ปะทุขึ้นมาอย่างไม่อาจยับยั้งได้

    "กลิ่นอันใดกัน... เหตุใดมันถึงได้หอมสดชื่นปานนี้? แล้วไอเย็นนี่มันคืออันใดกันแน่?!" ทหารมดสาวนางหนึ่งร้องอุทานเสียงสั่น พลางจ้องมองถุงน้ำในมือของหลีเฮงตาค้าง

    "ฮ่าๆ! พี่สาวคนงาม นี่คือชาเขียวบำบัดมารเย็นเจี๊ยบสูตรลับเฉพาะของข้าเองขอรับ! ในดินแดนทะเลทรายร้อนจนตับจะแลบเยี่ยงนี้ หากได้จิบชาเขียวแช่เย็นเจี๊ยบแสนหวานของข้าสักอึก ความร้อนรุ่มในตัวจะสลายหายไปสิ้น รสชาติหวานสดชื่นจะทำให้พวกท่านรู้สึกเหมือนได้ลอยขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้าอย่างแน่นอน พี่สาวคนสวยอยากจะลองชิมดูสักอึกดับกระหายก่อนจับข้าไปเป็นทาสหรือไม่ขอรับ? ข้ายินดียกให้พวกท่านดื่มกินจนพอใจเลยทีเดียว!" หลีเฮงเอ่ยชวนเชิญพลางเขย่าถุงน้ำเบาๆ จนได้ยินเสียงน้ำเย็นกระทบขอบถุงกรุ๊งกริ๊งชวนลิ้มลองยิ่งนัก

    ทหารมดสาวที่ชื่อเสี่ยวชุ่ย ซึ่งยืนใกล้ตัวเขาที่สุด ทนทานความหิวกระหายไม่ไหวอีกต่อไป นางรีบยื่นมือเรียวสีน้ำผึ้งเข้าแย่งถุงน้ำบำบัดมารรสชาเขียวไปจากมือของหลีเฮงทันทีด้วยความหิวโซ เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวของนางสัมผัสกับความเย็นเฉียบของถุงน้ำ นางถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความซาบซ่านใจ

    นางไม่รอช้ารีบยกถุงน้ำขึ้นจรดปากแล้วกรอกน้ำชาเขียวสีเขียวใสเย็นฉ่ำเข้าลำคอไปอึกใหญ่ทันที

    รสชาติหวานกลมกล่อมเข้มข้นผสมผสานความเย็นจัดของน้ำชาเขียวไหลซาบซ่านผ่านเรียวลิ้นและลำคอแห้งผากของนาง ลงสู่ช่องท้องและกระจายความเย็นไปทั่วทุกชีพจรและกล้ามเนื้อทั่วร่างในพริบตา ทหารมดสาวถึงกับเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างมีความสุข ร้องอุทานครางแผ่วเสียงหวานสั่นสะเทือนทรวงอกตูมเป่งที่กระเพื่อมไหวแรงลั่นเนินทราย

    "อ๊า... ฮ้า... อือ..." นางครางต่ำยาวด้วยความเคลิบเคลิ้ม ผิวพรรณของนางเกิดขนลุกซู่ด้วยความเย็นฉ่ำดุจน้ำแข็งละลายซึมเข้าเส้นชีพจร ใบหน้าสวยหวานบิดเกร็ง สะโพกสั่นระริกด้วยความสุขล้นพ้น "สดชื่นยิ่งนัก! รสชาติหวานล้ำปานน้ำทิพย์สวรรค์ แถมยังเย็นเจี๊ยบสะใจดับร้อนได้ทันตาราวกับเรื่องปาฏิหาริย์! ข้ามิเคยดื่มสิ่งใดที่เลิศรสถึงเพียงนี้มาก่อนเลย!"

    ทหารมดสาวอีกสามนางเห็นเพื่อนร่วมงานครางอุทานและบิดสะโพกทำหน้าเคลิบเคลิ้มสุดเสียวเยี่ยงนั้น ก็พากันน้ำลายไหลสอ รีบกรูเข้าไปยื้อแย่งถุงน้ำบำบัดมารจากมือของเสี่ยวชุ่ยมาดื่มกินกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย

    "ขอข้าดื่มบ้างสิ! อึก... อึก... โอ้โฮ! สดชื่นเหลือเกิน รสหวานจับใจแทรกซึมไปทั่วร่างจนข้าเสียวแปลบไปหมด!"
    "พวกเจ้าเหลือให้ข้าด้วย! อึก... อ๊า... เย็นฉ่ำจับขั้วหัวใจจริงๆ ร่างกายที่แห้งเหี่ยวระอุแดดของข้าคล้ายได้รับการชุบชีวิตใหม่แล้ว!"
    "อื้อ... หวานชื่นใจยิ่งนัก! รสชาเขียวเข้มข้นนี้ช่างแปลกใหม่และเปี่ยมไปด้วยพลังวิเศษ ดื่มแล้วรู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดปวดล้าหายเป็นปลิดทิ้งเลย!"

    เสียงร้องครางอืออาด้วยความเสียวซ่านและยินดีปรีดาของเหล่าทหารหญิงมดทรายทั้งสี่ดังระงมไปทั่วบริเวณ ทัศนคติที่เคร่งขรึมตึงเครียดละลายหายไปดุจหิมะโดนไฟลน คมหอกหินอัคนีในมือถูกโยนทิ้งพิงขอบโขดหินอย่างไม่ใยดี พวกนางต่างพากันเข้ามารุมล้อมหลีเฮง พูดคุยซักถามและจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เป็นมิตรขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางนางถึงกับยื่นมือเรียวอุ่นมาตบไหล่เขาลูบกล้ามหน้าอกเขาเบาๆ ด้วยความสนิทสนมเป็นกันเอง

    "น้องชายตัวน้อย... เจ้าช่างเป็นคนดีและมีของวิเศษติดตัวดีแท้ ผิวพรรณหน้าตาของเจ้าก็นับว่าหมดจดงดงามยิ่งนัก แม้จะดูทะเล้นกะล่อนไปบ้าง และชอบสวมเพียงกางเกงในสีชมพูเรืองแสงกวนโทสะเดินเพ่นพ่านก็เถอะ" เสี่ยวชุ่ยเอ่ยกระเซ้าพลางเบียดไหล่เบียดแผ่นอกอวบอิ่มชนไหล่ของหลีเฮงอย่างมีนัยยะแฝงความหยอกเอิน "บอกพี่สาวมาเถิดว่าเจ้านำของดีเช่นนี้มาจากที่ใด? หากเจ้าเชื่อฟังและคอยดูแลพวกพี่สาวดีๆ พวกข้าอาจจะช่วยคุยกับผู้อาวุโสในค่ายเพื่อขอยกเว้นไม่ให้เจ้าต้องไปขุดหินหนักๆ ในส่วนลึกของเหมืองใต้ดิน แต่ให้มาคอยปรนนิบัติพวกข้าในค่ายแทน ดีหรือไม่?"

    หลีเฮงแสร้งทำเป็นกระมิดกระเมี้ยนเยี่ยงบุรุษหนุ่มขี้อาย พลางส่งสายตากะล่อนหวานซึ้งตอบกลับเพื่อถ่วงเวลา ทว่าในขณะที่เขากำลังเจรจาล่อหลอกดึงความสนใจของพวกนางอยู่นั้น หน้าต่างแจ้งเตือนโปร่งแสงสีฟ้าของระบบพลันกะพริบแจ้งเตือนขึ้นมาในห้วงความคิดของเขาอย่างเงียบเชียบ

    [ ติ๊ง! ระบบตรวจพบวัสดุธาตุไฟเข้มข้น 'ผลึกทรายอัคนี' จำนวนหกชิ้น บรรจุอยู่ภายในกระเป๋าเก็บเกี่ยวที่ทำจากเปลือกสัตว์อสูรซึ่งผูกคาดอยู่ข้างสะโพกของเป้าหมายสตรีทั้งสี่ ]
    [ ระบบวิเคราะห์ว่า สามารถดูดซับสลายพลังงานจากผลึกทรายอัคนีทั้งหมดนี้เพื่อแปลงเป็นแต้มแมงดาให้แก่โฮสต์ได้จำนวน +5,000 แต้ม ]
    [ เงื่อนไขการสลายพลังงาน: โฮสต์ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับวัตถุโดยตรงและลอบสัมผัสโดยห้ามให้เป้าหมายตรวจพบร่องรอยเด็ดขาด เพื่อป้องกันความสงสัยและหลบหลีกการตรวจจับ ขอแนะนำให้โฮสต์เปิดใช้งานทักษะการพรางตัวร่วมกับการแสดงท่าทางพรางสัญชาตญาณ ]

    หลีเฮงเบิกตาขึ้นเล็กน้อย แอบเหลือบสายตามองไปยังกระเป๋าเปลือกหนาสีทองที่แขวนคาดอยู่ข้างสะโพกผายทรงนกยูงและบั้นท้ายมดทรงกลมกลึงอวบอัดของพวกนาง ยามที่พวกนางยืนอิงแอบและบิดส่ายสะโพกด้วยความเคลิบเคลิ้ม ร่างกายท่อนล่างของพวกนางก็ขยับไหวโชว์ทรวดทรงส่วนเว้าส่วนโค้งเนียนตาที่แสนยั่วยวนใจยิ่งนัก การจะเข้าไปล้วงแร่ในกระเป๋าข้างสะโพกกลมกลึงนั้นต้องลอบสัมผัสโดนเนื้อเนียนอย่างเลี่ยงไม่ได้

    หากเขายื่นมือเข้าไปฉกตรงๆ ในยามนี้ มีหวังพวกนางได้รู้ตัวและแทงหอกใส่เขาจนพรุนแน่! และเมื่อพิจารณาดูตำแหน่งกระเป๋าที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตา หลีเฮงก็พลันบังเกิดความคิดกะล่อนแบบหน้าหนาๆ ไร้ขีดจำกัดขึ้นมาทันควัน

    "เอาวะ! ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันกินไม่ได้ แต่แต้มแมงดาและผลประโยชน์ตรงหน้านี่สิของจริง! อยากได้ของดีก็ต้องกล้าหน้าหนาหน้าทนไร้ยางอายเข้าไว้!"

    หลีเฮงตัดสินใจถอยห่างออกมาครึ่งก้าว ก่อนจะทรุดตัวลงหมอบราบคุกเข่าทั้งสองข้างลงกับพื้นทรายสีแดงร้อนระอุทันที จากนั้นเขาก็ส่งฝ่ามือหนาทั้งสองข้างลงยันพื้น ปรับเปลี่ยนท่าทางการยืนสองขาอันทรนงของมนุษย์ กลายมาเป็นท่าทางคลานสี่ขาเลียนแบบสุนัขอย่างรวดเร็วเป็นธรรมชาติดุจผู้ฝึกฝนมาเป็นร้อยวัน!

    ชายหนุ่มกระดิกสะโพกแกร่งทำท่าทางเหมือนสุนัขทะเลทรายแสนเชื่องตัวหนึ่ง พลางส่งเสียงครางหงิงๆ ในลำคอ ชะเง้อคอแสร้งดมกลิ่นฟุดฟิดไปตามอากาศคลอเคลียรอบๆ เรียวขาอวบแน่นของพวกนางอย่างน่าเอ็นดูปนน่าขบขันเป็นที่สุด

    ทันใดนั้น หน้าต่างแจ้งเตือนโปร่งแสงของระบบพลันส่งเสียงกะพริบถี่รัวในหัวของเขาอย่างน่าสะพรึง

    [ ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ลดละตัวลงคลานสี่ขาเลียนแบบสัตว์เลี้ยง ยอมทิ้งสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีและความทระนงแห่งบุรุษเพศเพื่อประโยชน์ส่วนตนต่อหน้าสตรี หักค่าศักดิ์ศรีสะสม -50 แต้ม ]
    [ ติ๊ง! โฮสต์ส่งเสียงครางหงิงๆ และส่ายสะโพกออดอ้อนกระดิกเป้ากางเกงในสีชมพูเรืองแสงเลียนแบบสุนัข หักค่าศักดิ์ศรีเพิ่มเติม -21 แต้ม ]
    [ ยอดค่าศักดิ์ศรีสะสมคงเหลือปัจจุบัน: -71 แต้ม ]

    "หักไปเลยไอ้ระบบเฮงซวย! จะติดลบเป็นร้อยข้าก็ไม่สน ขอแค่แต้มแมงดาเพิ่มและรอดพ้นไปได้ก็พอแล้ว!" หลีเฮงคำรามด่าทอระบบในใจอย่างไม่แยแสแม้แต่น้อย

    "อุ๊ยตาย! ดูน้องชายคนนี้สิ จู่ๆ เหตุใดถึงลงไปนอนคลานสี่ขาส่ายสะโพกกระดิกเป้าชมพูเรืองแสงเยี่ยงนั้นเล่า? ท่าทางของเขาช่างตลกและแปลกประหลาดยิ่งนัก คล้ายกับสุนัขตัวน้อยคอยอ้อนขอของเล่นไม่มีผิดเลย" เสี่ยวชุ่ยชี้นิ้วมาที่หลีเฮงพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ยามจ้องมองชายหนุ่มหุ่นล่ำสันที่ยื่นหน้าดมฟุดฟิดแทบเท้าของพวกนาง

    "คิกๆ! ท่าทางเขาจะเชื่องกับพวกเรานะ คอยแอบมาดมรอบเรียวขาของพวกเราใหญ่เลย น่ารักน่าเอ็นดูจริงเชียว!" ทหารมดสาวอีกคนเอ่ยพลางก้มตัวลงมาใช้ฝ่ามือลูบเส้นผมของหลีเฮงอย่างเบามือประหนึ่งลูบหัวสุนัขแสนรู้

    ในเสี้ยววินาทีที่สมาธิและความระมัดระวังของพวกนางถูกดึงดูดไปกับการแสดงตลกไร้ศักดิ์ศรีของเขา หลีเฮงก็ส่งกระแสจิตสั่งการทันที "เปิดใช้งานวิชา พรางตัวกลมกลืน เดี๋ยวนี้!"

    *วูบ...*

    พริบตานั้น ปราณระบบสายหนึ่งไหลเวียนวูบวาบแผ่คลุมร่างของหลีเฮง ส่งผลให้เงาร่างกายหนาที่เคยทอแสงสีชมพูวิบวับเลือนลางและโปร่งแสงกลมกลืนไปกับสายลมร้อนและเศษฝุ่นทรายสีแดงในพริบตา แม้ว่าตัวเขาจะยังคงคลานสี่ขาอยู่ตรงนั้น ทว่าในสายตาและการตรวจจับปราณของพวกนาง เขากลับอันตรธานหายวับไปราวกับอากาศธาตุที่ว่างเปล่า

    หลีเฮงลอบแสยะยิ้มกะล่อนในใจภายใต้สภาพโปร่งแสง เขารีบขยับร่างกายคลานสี่ขามุดศีรษะและสองมือโปร่งแสงเข้าไปแอบอิงอยู่ใต้สะโพกผายและหว่างขาอุ่นของทหารมดสาวคนแรกทันที สองมือหนาโปร่งแสงเอื้อมลื่นไหลเข้าไปสัมผัสและล้วงเป้ากระเป๋าเก็บเกี่ยวข้างเอวอย่างรวดเร็วและระมัดระวังสูงสุด

    เพื่อไม่ให้เกิดเสียงของแข็งกระทบกันและป้องกันไม่ให้เหยื่อสงสัย มือหนาของหลีเฮงจึงต้องลูบไล้บีบเฟ้นปัดผ่านผิวเนื้อบริเวณต้นขาด้านในที่ชุ่มเหงื่อร้อนผ่าว และปัดป่ายเน้นย้ำผิวบั้นท้ายมดอวบอัดเต็มตึงใต้แผ่นเกราะทองคำของพวกนางไปหลายทีอย่างช่วยไม่ได้ (หรือตั้งใจกันแน่ก็ไม่อาจทราบ!)

    สัมผัสอุ่นแน่นเต็มมือของทหารหญิงมดทรายช่างนุ่มนวลและเย้ายวนใจยิ่งนัก จนหลีเฮงแอบสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างซาบซ่านใจ แก่นกายใต้กางเกงในสีชมพูร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

    "อุ๊ย... อ๊ะ..." ทหารมดสาวเสี่ยวชุ่ยสะดุ้งสุดตัว ร่างสั่นระริกครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกเสียวซ่านสยิวหัวใจขึ้นมาอย่างลึกลับ ยามเมื่อรู้สึกคล้ายมีฝ่ามืออุ่นๆ มาลูบไล้บีบเน้นตรงบริเวณสะโพกและต้นขาด้านในของนางอย่างแนบเนียน "เหตุใดจู่ๆ บั้นท้ายของข้าถึงรู้สึกร้อนวาบปนสยิวสะท้านเยี่ยงนี้... คล้ายกับมีสิ่งใดมาลูบคลำเบาๆ เลย..."

    "คงเป็นเพราะสายลมร้อนในทะเลทรายและฤทธิ์น้ำชาเขียวแช่เย็นเจี๊ยบของน้องชายผู้นั้นกระมัง ที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายของเจ้าปั่นป่วนจนคิดไปเอง อย่าได้กังวลไปเลย ดื่มชาต่อเถอะ" เพื่อนข้างๆ หัวเราะเบาๆ พลางหยอกล้อโดยไม่เฉลียวใจสักนิด

    หลีเฮงลอบพ่นลมหายใจด้วยความโล่งอก นิ้วมือโปร่งแสงของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเปลือกหุ้มและจับต้องผลึกทรายอัคนีชิ้นแรกได้สำเร็จ แร่นั้นสะสมความร้อนระอุสีแดงฉานสว่างวาบ หลีเฮงส่งกระแสจิตสั่งให้ระบบย่อยสลายทันที

    *ติ๊ง! ทำการย่อยสลายผลึกทรายอัคนีชิ้นที่หนึ่งสำเร็จ ได้รับแต้มแมงดา +800 แต้ม*

    หลีเฮงหน้าบานด้วยความยินดี ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบขยับคลานสี่ขาในสภาพโปร่งแสง ย้ายหัวและมือของตนเข้าซุกไซร้และลอบล้วงกระเป๋าข้างสะโพกอวบกลมกลึงของทหารมดสาวคนที่สอง สาม และสี่ตามลำดับ สองมือแสร้งลูบไล้ปัดป่ายสัมผัสแผ่นสะโพกเนื้อตึงแน่นของพวกนางอย่างจงใจเพื่อล่อประสาทสัมผัส พลางฉกเอาผลึกทรายอัคนีที่เหลือทั้งหมดออกมาทีละชิ้นอย่างเงียบกริบ

    "อ๊า... ก้นของข้าก็รู้สึกวูบวาบเสียวสะท้านเหมือนกัน..."
    "พวกเจ้าก็เป็นหรือ? ข้าก็รู้สึกคล้ายนิ้วร้อนๆ มาเขี่ยลูบตรงหว่างขาเบาๆ... อื้อ... เสียวสยิวกายปานนี้ได้อย่างไรกัน..."
    เหล่าทหารหญิงมดทรายต่างร้องอุทานครางแผ่วเบา ใบหน้าเนียนซับสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกรัญจวนปนสับสนจากสัมผัสลับของหัวขโมยกะล่อนไร้เงาผู้นี้

    *ติ๊ง! ย่อยสลายผลึกทรายอัคนีชิ้นที่สองสำเร็จ ได้รับแต้มแมงดา +1,200 แต้ม*
    *ติ๊ง! ย่อยสลายผลึกทรายอัคนีชิ้นที่สามและสี่สำเร็จ ได้รับแต้มแมงดา +1,800 แต้ม*
    *ติ๊ง! ย่อยสลายผลึกทรายอัคนีสองชิ้นสุดท้ายสำเร็จ ได้รับแต้มแมงดา +1,200 แต้ม*
    *รวมยอดแต้มแมงดาที่ได้รับจากการแปลงผลึกทรายอัคนีสำเร็จ: +5,000 แต้ม*
    *แต้มแมงดาคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 116,000 แต้ม*

    เมื่อกระแสพลังงานจากผลึกแร่ชิ้นสุดท้ายสลายกลายเป็นแต้มระบบและไหลเข้าสู่จุดกำเนิดพลังของหลีเฮงอย่างครบรส ทักษะการพรางตัวก็หมดเวลาทำงาน ร่างกายหนากำยำในชุดกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงสว่างจ้าก็พลันปรากฏขึ้นมาใหม่กะทันหัน ชายหนุ่มรีบกระโดดทะยานถอยหลังออกห่างจากกลุ่มทหารมดสาวห้าก้าวพลางยืนตัวตรง สองมือเท้าสะเอวหัวเราะร่าหน้าบานอย่างอารมณ์ดี

    "ขอบพระคุณในความเมตตาของพี่สาวคนสวยทั้งหลายยิ่งนัก! ถือเสียว่าน้ำชาเขียวเย็นเจี๊ยบถุงน้ำวิเศษของผู้น้อย แลกเปลี่ยนกับหินสีแดงในกระเป๋าของพวกท่านก็แล้วกันนะขอรับ!" หลีเฮงโบกมือลาและขยิบตาให้อย่างทะเล้นกวนประสาท

    ทหารมดสาวทั้งสี่สะดุ้งรีบก้มลงสำรวจกระเป๋าเก็บเกี่ยวข้างสะโพกของตนเองทันที ก่อนจะพากันเบิกตากว้างส่งเสียงร้องอุทานด้วยความแตกตื่น เมื่อพบว่าแร่ผลึกทรายอัคนีสีแดงเพลิงที่รวบรวมมาทั้งวัน บัดนี้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเพียงความว่างเปล่า!

    "ไอ้เจ้ามนุษย์สารเลวหัวขโมยหน้าด้าน! เจ้าแอบขโมยผลึกทรายอัคนีของพวกข้าไปตั้งแต่เมื่อใดกัน!" เสี่ยวชุ่ยตวาดเสียงแหลมลั่น ใบหน้าเนียนแดงซ่านด้วยความโกรธระคนอับอายที่เพิ่งนึกออกว่าสัมผัสอุ่นร้อนวาบที่ต้นขาและก้นอวบๆ ของพวกนางเมื่อครู่ แท้จริงแล้วเป็นฝีมือลวนลามของเจ้าหมอนี่ "แถมยังกล้าดีลวนลามสะโพกของพวกข้าอีกด้วย! จับมัน! สับมันให้ป่นเป็นทรายเดี๋ยวนี้!"

    พวกนางทั้งสี่รีบกระชับหอกหินอัคนีเตรียมพุ่งทะยานเข้ามาจัดการกับหลีเฮงด้วยความแค้นเคือง ทว่าในพริบตาที่พวกนางก้าวฝ่าทรายร้อนเข้ามานั้น...

    *ครืน... ครืน... ครืน...*

    แรงสั่นสะเทือนปะทุรุนแรงใต้ผืนดินทรายพลันระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะถล่มทลาย ผืนทรายสีแดงหนาทึบใต้ฝ่าเท้าของพวกเขายุบตัวและสั่นสะท้านอย่างปั่นป่วนจนไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ ความรุนแรงของแรงแผ่นดินไหวส่งผลให้เนินทรายสีเลือดรอบตัวพังถล่มลงมาเป็นริ้วทรายดูดไหลบ้าคลั่ง ลมพายุร้อนระอุก่อตัวหมุนวนปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง แผ่กลิ่นอายความตายและกลิ่นอายอสูรโบราณที่แผ่ซ่านออกมาจนอึดอัดแทบสิ้นใจ

    หน้าจอระบบสีแดงฉานแจ้งเตือนภัยกะพริบแสงถี่รัวในห้วงจิตของหลีเฮงอย่างรวดเร็ว

    [ คำเตือนวิบัติภัยระดับสีแดงเข้มขั้นสูงสุด! ]
    [ เนื่องจากแต้มวิบัติสะสมในพื้นที่ของโฮสต์มีระดับสูงยิ่งยวดถึงเก้าสิบแต้ม การสูญเสียพลังงานความร้อนฉับพลันจากการที่ระบบสลายผลึกทรายอัคนีหกชิ้นพร้อมกัน ได้ส่งผลกระทบต่อแกนอัคคีใต้พิภพอย่างรุนแรง บัดนี้ 'อสุรกายยักษ์โบราณใต้ดิน' (หนอนยักษ์โบราณแห่งทะเลทรายสีเลือด) ได้ตื่นจากการจำศีลยาวนานนับพันปีอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว! ]
    [ สถานะอสุรกาย: เข้าสู่โหมดไล่ล่าทำลายล้างทุกสิ่งมีชีวิตในพื้นที่! ]

    "ชิบหายแล้วไง! แค่ขโมยหินไม่กี่ก้อนทำไมถึงปลุกตัวสัตว์นรกนี่ขึ้นมาได้ล่ะวะ!" หลีเฮงสบถด่าลั่นเสียงหลงพลางเหลียวมองม่านหน้าต่างระบบแจ้งเตือนสีแดงกะพริบวูบวาบ

    *ครืน... ฟู่!*

    เบื้องหน้าของพวกเขา ห่างไปเพียงไม่กี่สิบวา ผืนทรายหนาทึบยุบตัวกลายเป็น "น้ำวนทรายหมุน" ขนาดมหึมามีรัศมีกว้างกว่าร้อยฉือดูดกลืนโขดหินผุพัง ทรายร้อน และร่างของทหารมดสาวทั้งสี่นางที่ลอยเคว้งคว้างพยายามตะเกียกตะกายหนีความตายอย่างสิ้นหวัง

    "กรี๊ด! ช่วยด้วย! ทรายดูดยักษ์!"
    "หอกของข้าหลุดมือแล้ว! ร่างของข้ากำลังโดนดูดลงไปใต้ดิน!"
    เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของทหารมดสาวพังระงมเนินทรายสีแดง

    ทันใดนั้นเอง ณ ใจกลางน้ำวนทรายหมุนอันมืดมิด ทรายสีแดงพุ่งระเบิดขึ้นฟ้าเป็นริ้ว ดุจลาวาภูเขาไฟปะทุ ร่างมหึมาขนาดยักษ์ใหญ่โตเท่าเนินเขาแหวกฝ่าผืนดินสีเลือดทะยานตัวพุ่งพรวดขึ้นมาสู่ห้วงเวหา ลำตัวยาวหนาหุ้มด้วยเกล็ดหนามเหล็กสีดำมะเกลือ ปากกลมกว้างดุจนรกอเวจีเต็มไปด้วยซี่ฟันแหลมคมนับแสนซี่เรียงรายหมุนวนเป็นเครื่องบดเนื้อ และเหนือสิ่งอื่นใดดวงตากลมอัญมณีสีแดงฉานคู่ยักษ์เบิกกว้างส่องแสงโลหิตจ้องตรงลงมาเขมือบทุกสรรพสิ่งในคำเดียว!

    อสุรกายหนอนยักษ์โบราณคำรามแหลมสูงสะท้านสะเทือนโสตประสาท พุ่งทะยานอ้าปากกว้างเพื่อขย้ำกลืนกินหลีเฮงและเหล่าทหารมดหญิงที่ยังลอยเคว้งคว้างอยู่อย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางกระแสทรายถล่มและพายุที่พัดโหมกระหน่ำพินาศย่อยยับ...!

    (จบตอนที่ 152)

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752