หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวสวมใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนรัดรูปขายาวรวบผมเป็หางม้ากำลังเดินอย่างคล่องแคล่ว เพื่อไปยังโรงเรียนศิลปะป้องกันตัวที่เธอรับ่ต่อจากพ่อผู้เก่งกาจั้แ่เด็กพ่อบังคับฝึกฝนเธอให้เรียนศิลปะป้องกันตัวเกือบทุกแขนง โดยให้เหตุผลว่าสังคมมันอยู่ยากขึ้นทุกวันมีแต่ข่าวผู้หญิงถูกทำร้ายบ้างข่มขืนบ้างยามนั้นยังเด็กจึงไม่เข้าใจ แต่พอโตมาจึงเข้าใจในเจตนาดีของท่าน
“ไอ้เหมย”
“อ้าวมาได้ไงเนี่ยวันนี้ไม่ทำงานหรือจ๊ะเพื่อนรัก” พิมพ์ลดาหรือที่เพื่อนและครอบครัวเรียกกันสั้นๆว่าเหมยหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนรักตรงหน้า
“วันนี้ฉันลาหยุดน่ะ รู้สึกเบื่อๆ เลยมาหาแก”
“ระวังจะโดนเ้านายถีบหัวส่งนะโว้ยและอีกอย่างวันนี้ฉันไม่ว่าง”
“ทำไมไม่ว่าง นี่อย่าบอกนะว่าแกกำลังติดนิยายจนทิ้งเพื่อนอีกแล้ว”เกศรินหรือเกดถามขึ้นทันที เพราะรู้นิสัยของเพื่อนรักคนดีเป็อย่างดีใครจะเชื่อว่าสาวสวยเปรี้ยวเผ็ดและออกจะห้าวตรงหน้าจะชอบอ่านนิยายเป็ชีวิตจิตใจ
“เออ” เสียงตอบกวนๆ ส่งไปให้เพื่อนทันที
“ไอ้เหมยแกจะทิ้งฉันได้ลงคอเหรอวะ” เกดโวยวายทันที
“ยังไม่ชิน”เหมยตอบพลางยักคิ้วให้อีกฝ่ายด้วยท่าทียียวน
“ไม่รู้ละไม่ว่ายังไงแกต้องอยู่เป็เพื่อนฉันก่อน”
“แกเป็อะไรหรือเปล่า”เหมยถามพลางมองท่าทางไม่สบายใจของเพื่อนรัก
“ฉันมีเื่กังวลใจนิดหน่อย”
“อืม งั้นเข้าไปคุยกันข้างใน”ว่าจบก็จูงมือเพื่อนซี้คนสนิทเข้าไปภายโรงเรียนทันที
“ว่ามามีเื่อะไร”ทันทีที่ก้นย่นลงบนเก้าอี้เหมยเอ่ยถามทันที
“บอสขอฉันแต่งงาน” เกดตอบสั้นๆ
“ห๊ะ!!...ฉันก็นึกว่าเื่อะไร ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอทั้งแกและบอสของแกก็คบหาดูใจกันมาตั้งนาน แล้วแกจะกังวลอะไรวะไอ้เกด”เหมยถามพลางรู้สึกยินดีที่เพื่อนกำลังจะแต่งงานกับคนที่รัก ต่างจากเธอที่โสดสนิท
“ฉันมาคิดดูแล้ว ว่าเราทั้งสองคนไม่เหมาะสมกัน”
“เจริญจริงเพื่อนฉัน คบกันมาเกือบ 3 ปีพอเขาขอแต่งงานแต่แกกลับบอกฉันว่าแกกับเขาไม่เหมาะสมกัน ไอ้เกดถามจริงๆว่าแกเอาสมองหรือหัวแม่ตีนคิดเนี่ย” เหมยถึงกับกุมขมับกับนิสัยขี้กังวลของเพื่อนสนิท
“แรงส์!!...” เกดสวนกลับทันควัน
“เหมยแกว่าฉันสมควรทำยังไงดีฉันรู้สึกกังวลไปหมดเพราะหน้าที่การงาน ฐานะทางสังคมของเขากับฉันต่างกันราวฟ้ากับเหว”
“เกดฉันจะถามแกส่วนแกมีหน้าที่ตอบคำถามฉันเข้าใจไหม”
“อืม”
“เขารักแกเพราะอะไร”
“อืม เขาบอกรักฉันในแบบที่ฉันเป็”
“แล้วแกรักเขาไหม”
“รักสิ รักมากด้วย” เกศรินพยักหน้างึกงัก
“พ่อแม่เขาดีกับแกหรือมีท่าทีรังเกียจแกไหมเคยพูดเหยียดหยามให้แกเจ็บช้ำน้ำใจบ้างรึเปล่า” เหมยยังคงถามต่อ
“พ่อแม่เขาดีกับฉันมากไม่เคยแสดงท่าทีรังเกียจหรือพูดจาไม่ดีใส่ฉันเลยสักครั้ง” เกดพยายามนึกเวลาไปเยี่ยมพ่อแม่ของแฟนหนุ่มท่านทั้งสองดูเป็คนดีไม่ได้ถือยศถืออย่างเหมือนคนรวยทั่วไป
“แล้วแกจะกังวลอะไรอีกมิทราบคะคุณเกศริน”เหมยเอ่ยเสียงกระแนะกระแหน
“โธ่!!...เหมยก็ฉันกังวลนี่ฉันมีแต่แกที่พอจะปรึกษาได้เท่านั้น”
“เกดฟังฉันนะ นิสัยแกมักจะขี้กังวลจนเกินเหตุ บางครั้งฉันอดเป็ห่วงแกไม่ได้แกควรแก้ไขจุดบกพร่องตรงนี้ซะ จำคำฉันไว้ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อนาคตเป็สิ่งไม่แน่นอนอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดปัญหามีไว้พุ่งชนไม่ได้มีไว้ให้คิดกังวลเข้าใจไหมหากวันใดวันหนึ่งไม่มีฉันเป็เพื่อนเป็ที่ปรึกษาแล้วแกจะทำยังไง”
“เหมยทำไมแกพูดแปลกๆ” เกศรินหันไปมองเพื่อนรักเพราะคำพูดที่แปลกๆคล้ายกับลางสังหรณ์ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีนัก
“อะไรแปลก ฉันก็พูดปกตินี่” เหมยตอบ
“ช่างเถอะ” เกศรินปัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวออก
“เหมยแกทำงานเถอะฉันอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนหรอกวันนี้จะอยู่กับแกทั้งวัน”
“เ้าค่ะคุณนายเกศริน” ว่าจบพิมพ์ลดาก็ตรวจดูแลความเรียบร้อยของโรงเรียน
หลังจากดูแลกิจการโรงเรียนศิลปะป้องกันตัวั้แ่เช้าจรดเย็นก็ถึงเวลาปิดโรงเรียนหญิงสาวทั้งสองก็พากันไปทานข้าวพูดคุยเื่ราวต่างๆอย่างสนุกสนานก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
“เกดขับรถดีๆ นะ ฉันเป็ห่วงดูแลตัวเองด้วยนะฉันรักแกนะเพื่อนรัก” เหมยบอกลาเกศรินพลางกอดเพื่อนรักแน่น
“เหมยแกพูดจาแปลกๆ นะวันนี้ ทำเหมือนจะไปไหนอย่างนั้นละ”เกดพูดกับเหมยอย่างรู้สึกแปลกๆ ในใจ
“คิดมากน่า ไปๆ กลับบ้านได้แล้ว”
“โอเค แกก็กลับบ้านดีๆ นะ”
“จ้า” เหมยรับคำมองรถเพื่อนสนิทเคลื่อนตัวออกไป
รถคันสีดำขับมาจอดหน้าบ้าน หญิงสาวในชุดทะมัดทะแมงก้าวเดินเข้าไปภายในตัวบ้านที่เต็มไปด้วยความรักบ้านที่พ่อกับแม่ร่วมกันก่อร่างสร้างตัว ร่วมกันฝ่าฝันอุปสรรคของครอบครัวบิดาที่เป็เชื้อสายจีนแต่มาตกหลุมรักสาวไทยท่ามกลางญาติพี่น้องที่ไม่เห็นด้วย
พ่อจึงตัดสินใจออกจากบ้าน เพื่อแต่งงานกับแม่โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากพ่อแม่และญาติพี่น้องจนกระทั่งเธอเกิดญาติพี่น้องทางฝ่ายพ่อจึงยอมรับการมีอยู่ของสะใภ้ชาวไทยและเอ็นดูแม่ของเธอมาก เพราะแม่เป็คนอ่อนหวานเรียบร้อยจิตใจดี
“ทำไมวันนี้กลับมาช้านักอาเหมยป๊ากับม๊าเป็ห่วงนะรู้ไหม”
“เหมยขอโทษค่ะ พอดีเกดมาปรึกษาปัญหานิดหน่อยก็เลยแวะไปทานข้าวเย็นด้วยกัน”
“วันหลังจะกลับช้าก็โทรหาป๊ากับม๊าซะหน่อยนะเหมย”แม่ของหญิงสาวพูด
“ค่ะม๊า เหมยไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“อืม ไปเถอะลูก”
หลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยเธอจึงเดินไปยังเตียงทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มพรุ่งนี้ก็เป็วันหยุดไม่ต้องเร่งรีบไปไหน “เฮ้อ!!...จะได้อ่านนิยายต่อเสียทีกำลังค้างเลย” พิมพ์ลดาคิดในใจ ก่อนจะหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความอ่อนเพลีย