เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้องใหญ่ หยางลี่เจินค่อยๆ ลืมตาตื่น ดวงตายังปรับกับแสงไม่ทัน เธอขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่หนักและอบอุ่นอยู่บนเอวของเธอ
เธอก้มมองลงไป และพบว่าแขนของเหวินเจาเหยียนกำลังพาดอยู่บนตัวเธอ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนเธอสามารถมองเห็นรายละเอียดทุกอย่างได้ชัดเจน แม้ในยามหลับ ดวงหน้าของเขาก็ดูสงบและมีเสน่ห์
“คุณ…” เธอพึมพำเบาๆ ด้วยความตกใจและเขินอาย หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
เธอพยายามขยับตัวเบาๆ เพื่อเลี่ยงไม่ให้เขาตื่น แต่ดูเหมือนความพยายามของเธอกลับทำให้เขาตื่นแทน เหวินเจาเหยียนลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอทันที
“เจ้า…ตื่นแล้วหรือ?” เขาถามเสียงแหบพร่าเล็กน้อย น้ำเสียงยังคงติดง่วง
“คุณ… คุณปล่อยก่อนค่ะ!” เธอพูดด้วยความเขินอาย ใบหน้าแดงก่ำ
เขาก้มมองแขนตัวเองที่พาดอยู่บนตัวเธอ ก่อนจะยกมันออกอย่างช้าๆ “เจ้าดิ้นทั้งคืน ข้าแค่ช่วยจับไว้ ไม่ให้เจ้าตกเตียง”
“ดิ้นเหรอคะ? ฉันไม่ได้ดิ้นขนาดนั้นสักหน่อย!” เธอรีบเถียงกลับ แต่ใบหน้าของเธอยิ่งแดงกว่าเดิม
“อืม ถ้าเจ้าไม่ดิ้น ข้าก็คงนอนสบายกว่านี้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตาที่แฝงความเจ้าเล่ห์นั้นทำให้เธอรู้ว่าเขาตั้งใจแหย่เธอ
หยางลี่เจินรีบลุกจากเตียง ก่อนจะพูดพึมพำ “ฉัน… ฉันไปเตรียมตัวก่อนนะคะ”
เธอเดินออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เหวินเจาเหยียนมองตามเธอไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็ลงมาที่ห้องโถงใหญ่เพื่อรับประทานอาหารเช้า บ่าวไพร่จัดเตรียมอาหารไว้เรียบร้อย หยางลี่เจินยังคงหลบสายตาเขาอย่างเขินอาย ขณะที่เหวินเจาเหยียนดูสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ระหว่างรับประทานอาหาร เขามองเธอพลางเอ่ยขึ้น “เจ้าดูเหมือนคนที่ยังไม่ได้พักผ่อนดี เจ้าฝันอะไรอยู่หรือเปล่า?”
“ฉัน… เปล่าค่ะ” เธอตอบอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ
เขายิ้มเล็กน้อย “งั้นก็ดี ถ้ามีอะไรที่ทำให้เจ้าหลับไม่สบาย ข้าจะช่วยจัดการให้เอง”
หยางลี่เจินเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นสายตาที่นิ่งสงบของเขา เธอก็ทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ พลางคิดในใจว่า ชีวิตของเธอในจวนแห่งนี้เริ่มไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว…
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ หยางลี่เจินกำลังจะลุกออกจากโต๊ะ แต่เหวินเจาเหยียนกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอชะงัก
“หยุดก่อน” เธอหันมามองเขา สีหน้าฉายแววสงสัย “มีอะไรหรือคะ?”
เขาไม่ตอบทันที แต่ลุกขึ้นเดินมาหาเธออย่างช้าๆ บ่าวไพร่ในจวนที่กำลังเก็บจานอยู่รีบถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ตามลำพังในห้องโถง เหวินเจาเหยียนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง แต่ดวงตากลับมีแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“เจ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า?” เขาถาม
“ฉัน… ลืมอะไรคะ?” เธอขมวดคิ้ว พยายามนึก
เขายื่นมือมาจับปิ่นหยกบนผมของเธอเบาๆ “ปิ่นนี้… ข้าจำได้ว่าข้าเป็นคนซื้อให้เจ้า”
หยางลี่เจินรีบถอยหลังเล็กน้อย ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ “ใช่ค่ะ คุณเป็นคนซื้อให้”
“งั้นทำไมวันนี้เจ้าไม่ปักให้มันเรียบร้อย?” เขาถาม น้ำเสียงเหมือนตำหนิ แต่กลับแฝงความเอ็นดู
เธอยกมือแตะผมตัวเอง “ฉัน… ฉันรีบค่ะ เลยไม่ได้จัดการให้ดี”
เขาเลิกคิ้ว ก่อนจะพูดขึ้น “เจ้าช่างไม่ใส่ใจของที่ข้าให้เลย”
หยางลี่เจินรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่นะคะ! ฉันใส่ใจมาก แค่… ฉันยังไม่ชินกับการใช้ปิ่นแบบนี้”
“มานี่” เขาพูดเสียงต่ำ พร้อมกับดึงมือเธอให้เดินตามไปที่ม้านั่งใกล้ๆ
“คุณจะทำอะไรคะ?” เธอถามอย่างตกใจ
“ข้าจะปักให้เจ้าดีๆ สักครั้ง” เขาพูดพลางดึงเธอให้นั่งลง
เธอทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้เขาใช้มือที่มั่นคงจัดการกับเรือนผมของเธอ
“คุณไม่ต้องทำก็ได้นะคะ ฉันจัดการเองได้…” เธอพูดเบาๆ แต่เขาไม่ได้ฟัง
“อยู่นิ่งๆ” เขาสั่ง น้ำเสียงนุ่มแต่ทรงอำนาจ เขารวบเรือนผมของเธออย่างระมัดระวัง ใช้ปลายนิ้วสางผมเบาๆ ก่อนจะปักปิ่นหยกลงไปอย่างชำนาญ
“เสร็จแล้ว” เขาพูด พร้อมกับถอยออกมามองผลงานของตัวเอง
หยางลี่เจินลูบผมตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ “คุณ… ทำได้ดีมากค่ะ”
เขายิ้มเล็กๆ “ข้าเคยทำมาก่อน”
เธอจ้องเขาด้วยความสงสัย “เคยทำให้ใครมาก่อนเหรอคะ?” “เปล่า” เขาตอบเรียบๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความเย้าแหย่ “แต่ข้าไม่ต้องการให้ภรรยาของข้าดูไม่เรียบร้อย”
คำพูดนั้นทำให้เธอหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง เธอก้มหน้าหลบสายตาเขา แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
เหวินเจาเหยียนมองเธอด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจ “อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี นี่เป็นคำสั่ง”
หยางลี่เจินพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตว่ารอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเหวินเจาเหยียนยังคงติดอยู่แม้เธอจะจากไปแล้ว