“ไม่ ไม่มี”แม้ว่าจะไม่เต็มใจยอมรับ แต่ความจริงอยู่ตรงหน้าแล้ว โจวเซินอี้ไม่มีหนทางปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
เทียบกับความอัปยศอดสูที่ต้องคุกเข่าขอโทษเขากังวลว่าจะหาโอสถหวนคืนวสันต์ไม่พบแล้วทำให้ทั้งครอบครัวจบสิ้นไปด้วยกันมากกว่า
ขณะที่เขากำลังเป็นกังวลหลินเสวี่ยหลานก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ “หมอเทวดาโจวตอนนี้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”
จะทำอย่างไรดีน่ะหรือ? โจวเซินอี้ย้ายสายตาไปที่รถม้าของผู้คุมก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีราวกับมารคลั่ง “ยังไม่ได้ค้นรถม้าเหล่านั้นเลย”
เมื่อหลิวขุยได้ยินว่าบุรุษผู้นี้พุ่งเป้ามาที่พวกเขาแล้วเขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยัน “ทำไม? เจ้าคิดจะค้นรถม้าของบิดาด้วยหรือ?”
หลินเสวี่ยจู๋คิด ‘เจ้ามนุษย์กระดาษอย่าได้อุกอาจเกินไปนัก’
โจวเซินอี้กำลังจะอ้าปากถามว่า‘เหตุใดถึงค้นไม่ได้?’แขนก็ถูกหลินเสวี่ยหลานรั้งเอาไว้
“หมอเทวดาโจวอย่าบุ่มบ่ามคนพวกนั้นคือผู้คุม พวกเราไม่อาจยั่วยุ”
คำพูดของหลินเสวี่ยหลานช่วยเตือนสติโจวเซินอี้ดวงตาของเขากลิ้งกลอกไปมา “โอสถหวนคืนวสันต์ของข้าที่หายไปมีเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้าข้ากำลังจะนำไปถวายฝ่าบาท หากสูญหายที่นี่แล้วฝ่าบาทสอบสวนขึ้นมา ทุกคนล้วนมีโทษศีรษะหลุด”
เขาไม่เชื่อว่าเมื่อได้ยินคำพูดนี้จะยังมีคนกล้าเก็บโอสถหวนคืนวสันต์เม็ดนั้นไว้กับตัวอีก ทว่าผลลัพธ์คือพูดอยู่ค่อนวันก็ไม่มีผู้ใดมีปฏิกิริยาสักคนเขาย่อมไม่รู้ว่าคนที่ปล้นโอสถหวนคืนวสันต์ของเขาไปเคยปล้นแม้กระทั่งท้องพระคลัง อีกทั้งตอนนี้สภาพจิตใจของคนผู้นั้นก็มั่นคงเป็นอย่างยิ่ง
เขาเริ่มสงสัยว่าตนเองคาดการณ์ผิดบางทีโจรอาจเป็นคนอื่น ขณะที่เขากำลังเค้นสมองเพื่อพยายามคาดเดาตัวตนของโจรหลินเสวี่ยจู๋ก็เอ่ย “หมอเทวดาแซ่โจวคนนั้น เจ้าจะยังคุกเข่าหรือไม่?”
ในสมองของโจวเซินอี้เกิดเสียงดัง‘ปัง’ เขาหาโอสถหวนคืนวสันต์ไม่เจอ แล้วยังต้องคุกเข่าให้สาวน้อยสกุลรองผู้หนึ่งอีกชีวิตของเขาไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูถึงเพียงนี้มาก่อน
ขณะที่เขากำลังลังเลหลินเสวี่ยจู๋ก็เอ่ยกับหลิวขุย “ท่านผู้คุม คนผู้นี้ปะปนเข้ามาในขบวนของพวกเราแล้วบอกว่าผู้อื่นขโมยข้าวของของเขาไม่แน่ว่ามันอาจหายไปนานแล้ว ทว่าคิดจะโยนความผิดมาให้พวกเราเพื่อที่ตนเองจะได้พ้นโทษข้าว่าท่านผู้คุมตัดสินใจตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า ระวังจะถูกเขาคิดบัญชีนะเจ้าคะ”
หลิวขุยได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่ามีเหตุผลคนผู้นี้บอกว่าเขามีโอสถหวนคืนวสันต์อันล้ำค่า ทว่ามีผู้ใดเคยเห็นบ้างเล่า? อยู่ดีๆ ก็พุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของหลินเหนียงจื่อเกรงว่าคงไม่ได้วางแผนมาล่วงหน้าเพื่อให้พวกเขารับผิดแทนหรอกกระมัง?
หลิวขุยเอ่ยกับหลินเสวี่ยหลานด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด“คนที่เจ้าพากลับมาไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา หากเกิดเรื่องอันใดย่อมเกี่ยวข้องกับครอบครัวพวกเจ้าเท่านั้น”
เดิมทีหลินเสวี่ยหลานหวังว่าโจวเซินอี้จะช่วยกู้หน้าให้นางได้ทว่าไม่คาดคิดว่าแม้แต่ผู้คุมก็ทอดทิ้งครอบครัวนาง จึงรีบเอ่ย “ท่านผู้คุมโปรดตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนที่จะตั้งค่ายไม่นานหมอเทวดาโจวยังนำอาหารออกมาจากรถม้าอยู่เลย คิดว่าตอนนี้ของน่าจะยังอยู่เพียงแต่ไม่รู้ว่าผู้ใดที่มีฝีมือรวดเร็วถึงเพียงนี้เพียงหนึ่งชั่วยามก็ขโมยสิ่งของทั้งคันรถไปหมดแล้ว”
ขณะที่พูดสายตานางก็จับจ้องไปที่ลู่โม่คนที่มีฝีมือดีที่สุดในขบวนนอกจากหยวนซิวแล้วก็เป็นลู่โม่ นางไม่ต้องการให้เรื่องนี้พัวพันกับหยวนซิวแต่ตอนนี้นางจำเป็นต้องทำให้ความสนใจของทุกคนออกห่างจากตัวนาง
นางไม่มีทางเลือกอื่นขณะที่นางกำลังว้าวุ่นใจ จู่ๆ น่องขาก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา ทำให้นางแข้งขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงคุกเข่าเสียงดังตุ้บทำให้ทุกคนหันมามองนาง
“มีคน...”หลินเสวี่ยหลานกำลังจะบอกว่ามีคนลอบทำร้ายนาง จู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงลมหวีดหวิว
นางกุมศีรษะโดยไม่รู้ตัวแล้วหมอบไปกับพื้นการกระทำนี้ทำให้ทุกคนงุนงงยิ่งกว่าเดิม
แต่หลินเสวี่ยจู๋กลับมองเห็นอย่างชัดเจนว่าหยวนซิวเป็นคนดีดก้อนหินสองก้อนไปทางหลินเสวี่ยหลาน
จุ๊ๆ พระเอกที่จิตใจอำมหิตเริ่มทารุณนางเอกแล้ว
นางคิดพลางฉีกยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็ได้ยินหยวนซิวเอ่ยอย่างเย็นชา “หมอเทวดาโจว หลินเสวี่ยหลานคุกเข่ายอมรับผิดกับฮูหยินของข้าแล้วเจ้ายังไม่คุกเข่าอีกหรือ?”
มุมปากของหลินเสวี่ยจู๋ที่กำลังฉีกยิ้มพลันแข็งค้างไปทันที
หยวนซิวระบายโทสะแทนนางอย่างนั้นหรือ?
สวรรค์ พระเอกกินยาผิดขนานกระมัง!
“ข้าไม่ได้...โอ๊ย!”หลินเสวี่ยหลานกำลังจะโต้แย้ง จู่ๆ นางก็กรีดร้องแล้วเป็นลมไป
คิก!
หลินเสวี่ยจู๋ทนไม่ไหวหัวเราะออกมา
ในเมื่อสามี ‘ที่รัก’ ปูทางให้ขนาดนี้แล้วนางย่อมต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงรีบเอ่ย “รบกวนหมอเทวดาโจวเร่งมือหน่อยตอนกลางคืนทุกคนยังมีธุระต้องทำ”
เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ ความประทับใจที่ผู้คนมีต่อโจวเซินอี้ก็เลือนหายไปส่วนความรู้สึกที่มีต่อหลินเสวี่ยหลานก็ย่ำแย่ยิ่งกว่า
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเสวี่ยจู๋ก็มีคนกล่าวขึ้น“ใช่แล้ว จะคุกเข่าก็รีบคุกเข่า หากไม่ทำก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองไม่ใช่บุรุษและไม่รักษาคำพูดเช่นนั้นก็ขอร้องให้หลินเหนียงจื่อปล่อยเจ้าไปเสีย”
คนที่กล่าววาจานี้ออกมานับว่าร้ายกาจเช่นกันโดยมอบทางเลือกให้โจวเซินอี้สองทาง ไม่ว่าทางไหนล้วนน่าอัปยศอดสูทั้งสิ้น
ภายใต้ความโกรธเคืองอย่างรุนแรงของฝูงชนโจวเซินอี้ที่ไม่มีทางเลือกอื่นก็ทำได้เพียงคุกเข่าลง ก่อนจะฝืนเอ่ย“หลินเหนียงจื่อ ข้าเข้าใจเจ้าผิดไปเอง ขออภัยด้วย”
“ข้าให้อภัยเจ้า”หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ “การแข่งขันระหว่างหมอเทวดาโจวกับท่านอาของข้า ผลคือท่านอาชนะ”
หลินเฉิงเหยาน้ำตาคลอเบ้า‘หลานสาวเจ้ายังจำเรื่องนี้ได้อยู่หรือ? เจ้าดีกับอาจริงๆ’
หลินเสวี่ยจู๋กวักมือเรียกหลินเฉิงเหยา“ท่านอาอยากรักษาให้สามีข้าไม่ใช่หรือเจ้าคะ? เร่งมือหน่อย ทำเสร็จเร็วจะได้เข้านอนเร็วเจ้าค่ะ”
“ตกลง”
หลินเฉิงเหยาเรียกหลินเฉิงจางลู่โม่ เหยียนต้า และสามพี่น้องสกุลหูให้มาช่วยเหลือ
เจ็ดคนร่วมแรงแบกหยวนซิวขึ้นไปบนรถม้าจากนั้นก็ถอดกางเกง ทายา และคลุมตัวเขาด้วยเสื่อฟาง
ส่วนบรรดาญาติผู้หญิงแยกย้ายกันไปจัดการธุระต่างๆราวกับเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่ไม่ได้เกิดขึ้น
โจวเซินอี้ถูกบังคับให้คุกเข่าขอโทษต่อมาก็ถูกเมินอย่างน่าสงสาร ความภาคภูมิใจในตนเองของหมอเทวดาจึงพังทลายลงแต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าอนาถที่สุด ปัญหาที่ใหญ่หลวงที่สุดในตอนนี้คือเขาไม่มีเงินแม้แต่อีแปะเดียวจึงทำให้ไม่ได้รับการคุ้มครองจากผู้คุม
หากกลับจวนสกุลโจวตอนนี้โดยไม่มีโอสถหวนคืนวสันต์ก็เท่ากับรนหาที่ตาย
ทว่าหากไม่กลับจวน ก็ไม่มีเงินสำหรับเดินทางย่อมมีชีวิตต่อไปไม่ได้
สองนายบ่าวหารือกัน สุดท้ายก็ตัดสินใจเนรเทศตนเองออกจากจวนก่อน
ก่อนที่จะทำโอสถหวนคืนวสันต์เม็ดที่สองได้เป็นตายอย่างไรก็ไม่อาจกลับไปที่สกุลโจว สำหรับวิธีแก้ปัญหาเรื่องอาหารและเสื้อผ้าระหว่างเดินทางย่อมต้องไหว้วานแม่นางหลินที่อ่อนโยนและจิตใจดีอย่างแน่นอนเขาจะจดจำบุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้เอาไว้ ดังนั้นหลังจากหลินเสวี่ยหลานตื่นขึ้นมาก็ถูกบังคับให้ยอมรับความจริงเรื่องนี้
บุรุษที่นางวาดฝันไว้ว่าจะเป็นที่พึ่งให้นางกลับกลายเป็นภาระในชั่วพริบตาไม่เพียงแต่ไม่อาจหาอาหารและเครื่องดื่มให้ครอบครัวของนางได้แล้ว นางยังต้องแบ่งขนมปังสีดำให้พวกเขาด้วย
โจวเซินอี้ให้สัตย์สาบานว่าหากออกจากภูเขาลึกนี้ไปได้เขาจะหาเงินด้วยการรักษาผู้คน ค่ารักษาที่ได้รับจะทำให้พวกเขากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกครั้งได้อย่างแน่นอน
หลินเสวี่ยหลานลอบดูถูกคำพูดนี้อยู่ในใจไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าโจวเซินอี้จะหาเงินจากการรักษาผู้คนได้เท่าไรต่อให้เขามีความสามารถในการหาเงินจริงๆ สมุนไพรที่ต้องใช้ในการทำโอสถหวนคืนวสันต์ย่อมมีมูลค่ามหาศาลอยู่ดีเงินที่เขาได้รับจะมาถึงนางเท่าไรกันเชียว? นางไม่หลงเหลือความหวังแล้ว แม้ว่าในใจจะคิดเช่นนี้แต่กลับไม่อาจแสดงออกทางใบหน้าได้
ผู้ใดใช้ให้นางพลาดช่วยเหลือศัตรูเช่นนี้กันเล่า? นางกินอาหารของผู้อื่นตอนนี้ผู้อื่นต้องพึ่งพานาง ไม่เหมาะที่จะแตกหักกันตอนนี้
ความขมขื่นนี้ทำได้เพียงกล้ำกลืนลงท้องเท่านั้น
.............................