และแล้ว่วันหยุดหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียนก็จบลง เข้าสู่วันแรกของการเรียนการสอน พิธีปฐมนิเทศของโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียได้เริ่มต้นขึ้น และเป็วันแรกที่นักเรียนปีหนึ่งทุกคนจะได้ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนอย่างเป็ทางการ
เรนเดลในชุดนักเรียนเต็มยศกำลังส่องกระจกเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ชุดของเขาแวววาวด้วยประกายสีขาวเล็กน้อย เพราะมันทำมาจากไหมแสงจันทร์ แต่ถ้าหากไม่สังเกตุให้ดี ก็แยกไม่ออกจากชุดธรรมดาเท่าไหร่
แผงขนมิ้งด้านหลังชุดสูทสีครีมของเขา ซึ่งแทนแผงคอสิงโตนั้นถูกลูบไล้ให้เรียบไปด้านหลัง เพราะเรนเดลแอบจั๊กจี้ต้นคอ ก่อนจะมองตรงอกซ้ายที่มีตราโรงเรียนเป็หัวสิงโต มันแทนสัญลักษณ์ของคิเมร่า สัตว์พันธ์ผสม และยังหมายถึงการรวมกันของห้าอาณาจักร กลายเป็เครือจักรภพคิเมร่าอีกต่างหาก
กางเกงขายาวของเขานั้นเป็สีแดงลายสก็อตแสบตาแต่ดูสวยงาม เช่นเดียวกับเนคไทของเขาที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดสูทสีครีม เรนเเดลพิจารณาแล้วว่าชุดนักเรียนโรงเรียนเวทนี้ ช่างอลังการงานสร้างเหลือเกิน แต่อย่างน้อยมันก็ดูคุ้มค่ากับตัวละห้าเหรียญทองล่ะนะ
เรนเดลเดินออกจากห้องพักด้วยสีหน้าภาคภูมิ และระหว่างเดินลงบันไดเขาก็ได้พบกับโมรอค เด็กหนุ่มผมบลอนด์ตกกระอารมณ์ร้าย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาพบกับเ้าหมอนี่ หลังจากเกือบมีเื่กันที่ร้านตัดเสื้อ
เรนเดลยิ้มทักทายตามมารยาท ก่อนจะเดินลงไปโดยไม่สนใจโมรอคแม้แต่น้อย เขาไม่ได้สนด้วยซ้ำ ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้ายังไงหลังจากนี้ เขาแค่อารมณ์ดีกว่าทุกวันก็เท่านั้น
“เป็ไพร่ที่ใช้ได้เลยล่ะ รู้จักเคารพผู้เป็นาย” โมรอคกล่าวเสียงเบื่อๆ ก่อนจะรีบย่ำเท้าตามหลังเรนเดลไป เขาสืบมาแล้ว ว่านอกจากเขากับนักเรียนชายอีกสองคนที่เป็อัศวิน นอกนั้นในหอพักนี้ล้วนแล้วแต่เป็สามัญชนทั้งสิ้น และเขาก็มั่นใจว่าเรนเดลไม่ใช่ขุนนางอย่างแน่นอน เพราะเรนเดลไม่มีนามสกุล
“วันนี้หล่อกว่าทุกวันนะคะ เรนเดล” เซร่าเอ่ยทักเขาทันทีเมื่อเรนเดลเดินมา โคโตโนฮะก็ยิ้มรับทักทายเขา ทั้งสามคนนัดพบกันที่ลานกว้างหน้าหอพักชาย เพื่อที่จะเดินไปพร้อมๆกัน
“ขอบคุณ” เรนเดลกล่าวทักเซร่า พลางมองชุดนักเรียนของทั้งสองคน ชุดนักเรียนหญิงนั้นจะต่างกับชาย ตรงที่จะใส่กระโปรงลายสก็อตสีแดงสั้นเหนือเข่าแทนกางเกง มีโบว์ขนาดใหญ่สีแดงลายสก็อตติดอยู่บริเวณเอวด้านหลัง ใส่ถุงน่องสีดำยาวปกปิดขาอ่อน และด้านหลังปกเสื้อไม่มีแผงขนมิ้งแบบชุดนักเรียนชาย
“ทางฉันคงไม่ได้ใส่บ่อยนัก” โคโตโนฮะกล่าวพลางสำรวจชุดตัวเอง “เดี๋ยวจะเข้าชมรมศาสนา และหาทางสอบเป็มิโกะให้ไวที่สุด”
“โคโตโนฮะ เธอในชุดนี้น่ารักดีออก แต่งชุดนี้บ่อยๆก็ได้” เรนเดลกล่าวแซวเล่นๆ ทำเอาโคโตโนฮะหน้าแดง ก่อนจะหลบสายตาของเขา
“และฉันไม่น่ารักหรือคะ เรนเดล” เซร่าเอ่ยถามด้วยท่าทีอาย ทำเอาเรนเดลหัวเราะ ก่อนจะชมเธอไปเหมือนกัน
“จะว่าไป แล้วไอรินล่ะ เธอไม่มากับพวกเราหรือ” เรนเดลเอ่ยถาม พลางมองหาไอริน
“อันที่จริงฉันชวนไอรินแล้วนะคะ” โคโตโนฮะเอ่ยขึ้น เพราะกลัวเรนเดลเข้าใจผิดว่าเธอไม่นัดไอรินมา “แต่เห็นเธอว่าให้ไปกันก่อน เพราะเธอมีคนที่ต้องเจอน่ะค่ะ”
โมรอคซึ่งเดินตามมาจนทัน ทำหน้าบึ้งทันที เมื่อเห็นทั้งสามคนขวางทางเดิน ก่อนจะเปลี่ยนกิริยาเป็หน้าแดง และมองสองสาวตาค้าง เขาคิดในใจว่าไอ้ไพร่นี่มีดีอะไร สองสาวหน้าตาน่ารักถึงเสียเวลาเสวนากับมัน
กลุ่มของเรนเดลหัวเราะเสียงดังลั่น และไม่มีทีท่าจะสนใจเขาเลย โมรอคจึงได้แต่มองห่างๆ ก่อนจะตัดใจเดินจากไป
“ถึงจะหน้าตาดี แต่ถ้าคบหากับไพร่ ก็คงเป็ไพร่ด้วยกันนั่นแหละ” โมรอคกล่าวอย่างเสียดาย พลางส่ายหน้า “หญิงชั้นต่ำพรรค์นั้นไม่คู่ควรกับข้าเลยสักนิด”
ตอนนี้เป็เวลาเก้าโมงเช้า นักเรียนปีสองถึงปีสามอยู่ในโรงเรียนกันพร้อมหน้า ส่วนใหญ่จับกลุ่มพูดคุยกัน บ้างก็รอทักทายน้องปีหนึ่งเพื่อทาบทามคนมีแววหรือถูกชะตาเข้าชมรมของตัวเอง ซึ่งชมรมในโรงเรียนแห่งนี้ มีมากกว่ายี่สิบชมรม ถึงแม้นักเรียนในโรงเรียนจะมีจำนวนไม่ถึงห้าร้อยคนก็ตาม
เป็ธรรมเนียมที่น้องปีหนึ่งจะต้องมาที่หลังรุ่นพี่ เพื่อรอรุ่นพี่ต้อนรับ พร้อมกับมอบของที่ระลึกให้เล็กๆน้อย อาจเป็ขนม ปากกาแฟชั่น หรือแม้แต่ไอเท็มเวทมนตร์แบบใช้งานครั้งเดียว ซึ่งในจังหวะนี้นักเรียนปีหนึ่งบางคนอาจเลือกเข้าชมรมทันทีเพราะถูกชะตากับรุ่นพี่คนนั้น
เช่นเซร่า เธอปลีกตัวไปแถวหลังของชมรม ที่มีรุ่นพี่นักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตถักหมวกไหมพรมอยู่ พร้อมวางขายสินค้าถักมือ เธอลงทะเบียนเข้าชมรมโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าชมรมนี้คนไม่ค่อยเยอะ และส่วนใหญ่เป็ผู้หญิงที่ดูเก่งงานบ้านงานเรือน และงานประดิษฐ์มากกว่าที่จะมาใช้เวทมนตร์ต่อสู้
ส่วนโคโตโนฮะ เธอกำลังพูดคุยสอบถามรายละเอียดกับรุ่นพี่ชายคนหนึ่งในชุดบาทหลวง เธอพบว่าชมรมศาสนาของโรงเรียนนี้ พึ่งได้รับการรับรองจากจักรวรรดิัไฟ ให้เป็ที่สอบคัดเลือกมิโกะแห่งที่สอง เธอจึงตัดสินใจเลือกชมรมนี้ทันที
“มาเกียเป็โรงเรียนเวทมนตร์ที่ดีที่สุด เพราะสอนให้นักเรียนใช้ชีวิตที่เป็ตัวของตัวเอง ไม่ใช่เน้นผลิตนักรบเวทที่ไร้ชีวิตออกมา” เรนเดลกล่าวลอยๆ พลางอ่านคู่มือนักเรียนใหม่ ซึ่งมันเขียนเอาไว้ั้แ่หน้าแรก “แต่ถึงอย่างนั้นในงานประลองโรงเรียนเวทมนตร์ทั้งเจ็ดแห่ง มาเกียก็ไม่เคยมีอันดับต่ำไปกว่าที่สาม และเป็ที่หนึ่งเสียส่วนใหญ่”
เรนเดลเงยหน้าจากหนังสือ พลางมองสองสาวเลือกเดินตามเส้นทางของตนอย่างเป็สุข ในยุคของเขาเมื่อชาติที่แล้ว การเรียนเวทมนตร์ยังไม่เป็ที่โจ่งแจ้งแบบนี้ เขาที่บ้านแตกั้แ่เล็ก ไม่มีครอบครัวอบอุ่น หรือโรงเรียนดีๆให้ไป มีเพียงการฝึกเวทมนตร์กับท่านอาจารย์เท่านั้น
เรนเดลสะดุดกับคนคุ้นเคยที่นอกรั้วโรงเรียน เขาได้เห็นอะไรดีๆบางอย่าง เขาจึงค่อยๆเดินกลมกลืนกับฝูงชน และเข้าไปใกล้อย่างแเี
เขาพบว่าไอรินซึ่งอยู่หน้าโรงเรียนกำลังโบกมือส่งลาให้กับฟรังซัวร์ คู่หมั้นของเธอมาส่งถึงหน้ารั้วโรงเรียน
ฟรังซัวร์เป็หนุ่มรูปงาม ผมสีดำแซมเทายาวหวีเรียบเป็ระเบียบ ดวงตาสีอำพันของเขาดูใจดีและอบอุ่น จึงเป็ที่ชื่นชอบของสาวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอรินที่แก้มแดงระเรื่อทุกครั้งที่สบตากับอีกฝ่าย
ฟรังซัวร์วันนี้ก็มาในชุดนักเรียนเช่นกัน แต่ชุดของเขาเป็สูทสีขาวเรียบหรู และมีผ้าคลุมสีขาวคลุมทับอีกทีหนึ่ง เป็เครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนเวทมนตร์จักรวรรดิัไฟ
“สนิทกันถึงขั้นนี้แล้วหรือ สองคนนั้น” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ ลึกๆแล้วหัวใจของเขากำลังเจ็บจี๊ด เพราะดันไปนึกถึงตอนที่เห็นไอรินจูบกับฟรังซัวร์เสียได้ ในงานวันเกิดของเขาที่พึ่งผ่านมาไม่นาน
ทางด้านฟรังซัวร์นั้นเอามือลูบไล้เส้นผมสีดำเงางามของไอริน ก่อนจะเอ่ยสนทนากับอีกฝ่ายตามประสาคู่รัก
“คิดดีแล้วหรือ ที่จะเลื่อนการแต่งงานของเราน่ะ” ฟรังซัวร์เอ่ยถามเสียงอบอุ่น จึงทำให้อีกฝ่ายลังเลที่จะพูดปฏิเสธ
“ตามกำหนดการ ฉันต้องแต่งกับท่านฟรังซัวร์ตอนอายุสิบหก แต่ถ้าเป็แบบนั้น พวกเราก็ยังเรียนไม่จบนะคะ มันอาจกระทบกับการเรียนของท่านฟรังซัวร์ และก็ตัวของฉันด้วย”
“ก็เลยจะขอเลื่อนไปจนอายุยี่สิบ เพื่อที่จะเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยเวทมนต์ก่อนสินะ ยอดรักของฉัน” ฟรังซัวร์เอ่ยคำตอบของไอรินออกมา โดยที่เธอยังไม่ทันจะพูดอะไรด้วยซ้ำ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ไอรินกล่าวตอบรับ “พ่อของดิฉันเองก็เห็นด้วย ท่านอยากให้ฉันแต่งงานและมีลูกตอนอายุยี่สิบจะดีกว่าน่ะค่ะ”
“ถ้าเป็เพราะแบบนั้นจริง ฉันก็ไม่ขัดอะไรนะยอดรัก” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยเสียงเรียบ พลางมองไอรินด้วยท่าทีเ็า จนอีกฝ่ายรู้สึกได้ว่าเขาไม่เหมือนเดิม “แต่ถ้าเป็เพราะการเดิมพันธ์กับเ้าชายเรนเดลแล้วล่ะก็...”
“ไม่ใช่เพราะเรนเดลหรอกค่ะ” ไอรินรีบปฏิเสธ “ท่านก็น่าจะรู้นี่คะ ว่าหมอนั่นเป็แค่เพื่อน ฉันมีใจให้แต่ท่านฟรังซัวร์คนเดียว”
ฟรังซัวร์ยิ้มรับ ก่อนจะก้มลงจูบปากไอรินอย่างแ่เบา ทำเอานักเรียนรอบข้างหันมามองเป็สายตาเดียว นักเรียนหญิงบางคนส่งเสียงกรี๊ดให้กับฉากประทับใจนี้ด้วยซ้ำ
“ผมแค่กลัวน่ะ” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะถอนริมฝีปากจากอีกฝ่าย “ตัวห่างกัน เลยกลัวใจห่างตาม...ได้โปรดอย่าลืมว่าเราเป็ของกันและกันแล้วนะ ที่รัก”
“ทำเกินไปแล้วนะคะ” ไอรินเอ่ยด้วยความเขินอาย ก่อนเบือนหน้าหลบ “เป็ของกันและกันบ้าอะไร เราแค่จูบกันเท่านั้นเอง”
“ขอโทษด้วย ฉันแค่อยากประกาศให้ชัดเจนน่ะ ว่าเธอเป็ของฉัน” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะส่งสายตาเ็าไปที่ด้านหลังของไอริน เมื่อเธอหันมองตาม หัวใจของเธอก็หล่นวูบ เรนเดลกำลังยืนจ้องมองทุกการกระทำของเธออยู่
“เธอไม่เคยเรียกเรนเดลว่าเป็เพื่อน” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า “ฉันเลยกลัวว่าเธอจะสนิทกับมันจนเลยเถิด”
เรนเดลยิ้มเยาะ พลางกัดไส้กรอกทอดที่รุ่นพี่จากชมรมทำอาหารยื่นให้จนขาดครึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาฟรังซัวร์อย่างท้าทาย
“สวัสดี ญาติของฉัน” เรนเดลกล่าวขณะเคี้ยวไส้กรอกในปาก และกลืนอย่างรวดเร็ว “พลอดรักกันหน้าโรงเรียนมันไม่ดีนะ หนุ่มๆคนอื่นเขาจะอิจฉาตาร้อนกันเสียก่อน”
ฟรังซัวร์หัวเราะพรวดทันทีเมื่อได้ยิน ในขณะที่ไอรินหน้าแดงก่ำ
“ฮ่าๆๆ อารมณ์ขันจังเลยนะเรนเดล” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยเสียงร่าเริง “หรือยอมรับได้แล้วว่าไอรินนั้นไม่เหมาะกับนาย แต่เหมาะกับฉันมากกว่า”
ความทรงจำจากเรนเดลคนก่อน บอกให้รู้ว่าฟรังซัวร์รู้มาตลอดว่าเรนเดลหลงรักไอริน และเขาซึ่งไอรินอยู่ เลยถือโอกาสทำตัวเหนือกว่าเรนเดล
“ใช่ ไอรินและนายเหมาะสมกันมาก” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ ทำเอาฟรังซัวร์ฉีกยิ้มทันที ส่วนไอรินในตอนนี้มีสีหน้าลำบากใจ
“ไว้งานแต่งของข้าและไอริน จะเชิญนายเป็เพื่อนเ้าบ่าวนะ เรนเดล”
“เกรงว่าจะไม่ได้” เรนเดลกล่าวน้ำเสียงเรียบ ทำเอาฟรังซัวร์ประหลาดใจ “เพราะฉันต้องมางานในฐานะกษัตริย์ ถ้าเ้าชายแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดงผู้เป็องค์อธิปัตย์ของประเทศ ลงไปเป็เพื่อนเ้าบ่าว ขุนนางและราษฏรจะกล่าวหาได้ว่าตระกูลราฟบลัดไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนะ”
ฟรังซัวร์หน้าเจื่อนเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำนั้น เพราะมันหมายความว่าเรนเดลจะเป็เ้าภาพ และมีอำนาจสูงสุดในงานแต่ง และทุกคนในงานแต่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณภักดีต่อหน้าเรนเดล ตามธรรมเนียมของประเทศนี้ รวมถึงปู่ของเขา รอนสัน ราฟบลัด ซึ่งอยู่ในงานก็ต้องคุกเข่าให้เรนเดล
“ถ้านายจะแต่งกันตอนอายุยี่สิบ ฉันซึ่งบรรลุนิติภาวะั้แ่อายุสิบเจ็ด ก็จะเป็กษัตริย์อย่างเต็มตัว” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้ม “ผู้สำเร็จราชการก็ไม่ต้องทำหน้าที่แทนฉันแล้ว...หรือฉันพูดอะไรผิด”
“จะให้ปู่ของฉันมาถวายสัตย์ปฏิญาณกับคนอย่างแกหรือ เรนเดล” ฟรังซัวร์กล่าวเสียงสั่นเครือ “มันจะมากไปแล้วนะ ไอ้บ้า”
“งั้นเ้าชายคนนี้ ก็จะไม่ไปงานแต่งของตระกูลราฟบลัด” เรนเดลตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ “เกิดดีไม่ดี มีไอ้บ้าในตระกูลราฟบลัดคนไหนจะลอบสังหารฉันอีกครั้ง ฉันอาจไม่โชคดีเหมือนเมื่อตอนสมัครเรียนก็เป็ได้”
เรนเดลรู้สึกแปลกใจ ที่ได้เห็นสีหน้าสงสัยของฟรังซัวร์ เมื่อเขาพูดเื่ลอบสังหาร ฟรังซัวร์เลือกที่จะเมินเขา ก่อนจะหอมแก้มไอรินเพื่อลา แล้วหันหลังเดินออกไปทันที
แต่ทว่าฟรังซัวร์ก็ต้องหยุดอยู่กับที่ พร้อมร้องด้วยความเ็ป หน้าของฟรังซัวร์กระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นอย่างแรง
“ฟรังซัวร์คะ” ไอรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก่อนที่เธอจะสังเกตุถึงวงเวทสีเขียวใต้เท้า และบนอากาศ ที่ครอบคลุมทั้งเรนเดล ฟรังซัวร์ กับตัวเธออยู่ มันทำหน้าที่สร้างกำแพงที่มองไม่เห็น คลุมพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้
“ขอโทษด้วย” เรนเดลกล่าวก่อนจะดีดนิ้ว กำแพงเวทล่องหนหายไปทันที “เกิดเื่ที่พวกเราคุยกัน ได้ยินถึงหูของคนอื่นเข้า มันจะผิดสัญญาที่ฉันตกลงไว้กับผู้สำเร็จราชการมาริค”
“รอบคอบดีนี่” ฟรังซัวร์กล่าวเสียงขุ่น เขารู้สึกเสียหน้าที่มองไม่เห็นกำแพงเวท และไม่รู้ด้วยว่าเรนเดลร่ายเวทั้แ่เมื่อไหร่ “ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะ ยอดรัก”
“ค่ะ” ไอรินโบกมือลาไล่หลังฟรังซัวร์ เรนเดลหัวเราะแห้งๆก่อนจะส่ายหน้า ไอ้หมอนั่นไม่คิดจะลาเขาด้วยซ้ำ
วงเวทสีรุ้งที่ข้อมือของฟรังซัวร์ปรากฏขึ้น ก่อนที่ัอัญเชิญของฟรังซัวร์จะบินลงมาจากฟากฟ้า ัของเขาสูงใหญ่กว่าสิบเมตรตัวสีขาวสะอาด ยกเว้นเขา ฟัน เล็บ และดวงตาที่เป็สีทอง มันเรียกความฮือฮาให้กับเด็กในโรงเรียนได้เป็อย่างดี
มันเป็ัระดับสูงที่ทัดเทียมได้กับมหาเวท แน่นอนว่าัตัวนี้เป็สมบัติประจำตระกูลราฟบลัด ไม่ใช่ของเขาั้แ่แรกเริ่ม และพ่อของเขายกให้กับฟรังซัวร์เมื่อเขาเข้าโรงเรียนเวทมนตร์ประจำจักรวรรดิัไฟได้สำเร็จ หลังจากที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจากโรงเรียนเวทมนตร์มาเกีย
แม้พ่อของฟรังซัวร์จะบอกว่าให้เป็รางวัล แต่ความเป็จริงแล้วัตัวนี้ให้มาเพื่อปลอบใจเขาที่ไม่ได้รับเลือกให้เรียนที่มาเกียต่างหาก ซึ่งฟรังซัวร์เองก็รู้ดีอยู่กับใจ
ไอรินโบกมือส่งลาให้กับฟรังซัวร์จนสุดสายตา นักเรียนทุกคนชี้ไปที่ัของฟรังซัวร์กันเป็แถบ เพราะัที่เทียบเท่ากับมหาเวท มีให้เห็นไม่บ่อยนัก
และก็ตามต่อมาด้วยเสียงกรีดร้องของสาวๆ ที่รู้ว่าฟรังซัวร์มาถึงโรงเรียนแห่งนี้ ดูท่าเขาจะเป็ที่นิยมอยู่พอสมควร
“นั่นฟรังซัวร์ใช่ไหม” นักเรียนหญิงในโรงเรียนคนนึงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ต้องใช่แน่ๆ นั่นัขาวศักดิ์สิทธิ สัตว์เวทประจำตระกูลราฟบลัด”
เรนเดลเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินสาวๆคุยกัน ก่อนจะรับเครื่องดื่มจากรุ่นพี่หญิงคนหนึ่ง พร้อมกับเชิญชวนให้เรนเดลเช้าชมรมวิจัยเครื่องดื่ม ซึ่งวิจัยั้แ่เครื่องดื่มสมัยยุควิทยาศาสตร์ ยันเครื่องดื่มยุคใหม่ที่เน้นฟื้นพลังเวทมนตร์
“ได้ข่าวว่าเขาไม่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าโรงเรียนนี้...เสียดายจังเลย เผื่อเขาจะมองมาที่ฉันบ้าง”
“ท่านฟรังซัวร์มีคู่หมั้นแล้วย่ะ เห็นว่าเป็ธิดาจากตระกูลบาชอค แกรนด์ลอร์ดแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง...น่าจะคนนั้นมั้ง”
ระหว่างที่สองสาวคุยกัน พวกเธอหันมามองไอรินที่กำลังแก้มแดงระเรื่อ ไอรินในตอนนี้รู้สึกอิ่มเอม เพราะสาวๆโดยรอบกำลังอิจฉาเธออยู่ เธอส่งยิ้มกับให้สองสาวนั้น ราวกับจะประกาศว่าเธอนี่ล่ะ คู่หมั้นของฟรังซัวร์
“ฟรังซัวร์ดังขนาดนั้นเลยหรอ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย สองสาวที่กำลังคุยเื่ฟรังซัวร์เดินไปทางอื่นทันที เมื่อรู้ว่าคู่หมั้นของคนที่พวกเขาชื่นชม อยู่ใกล้แค่นี้
เรนเดลดื่มเครื่องดื่มที่ชื่อว่า “โคล่า” ระหว่างรอไอรินตอบ ไอรินหัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนจะเริ่มตอบ
“น้อยคนที่จะไม่รู้จักฟรังซัวร์นะ เรนเดล” ไอรินกล่าวด้วยเสียงที่ปลาบปลื้ม “เพราะเขาคือคนที่ถูกเลือก โดยจอมเวทเจ็ดดาราคนสุดท้ายของโลก ตำแหน่งของมหาจอมเวทแห่งโบราณกาลยังไงล่ะ”
คิ้วของเรนเดลกระตุกทันทีที่ได้ยิน สามร้อยปีผ่านมา จอมเวทเจ็ดดาราซึ่งเป็ตำแหน่งที่สืบทอดกันมา จะเหลืออยู่บ้างก็ไม่แปลก แต่ทำไมจึงเหลือคนสุดท้าย อีกหกคนหายไปไหน
“เรนเดล นายต้องไปขอโทษฟรังซัวร์นะ” ไอรินส่งเสียงขุ่นใส่เรนเดลทันที เมื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของคู่หมั้นเธอ “ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ย ว่าเขาเป็ที่พึ่งให้กับนายได้มากขนาดไหน ไปดีกับเขาเถอะนะ”
“ฉันไม่สน” เรนเดลกล่าวพลางมองเธอด้วยสายตาเ็า “ถ้าฟรังซัวร์ที่ไม่อาจรับรู้ได้แม้กระทั่งกำแพงเวทที่ฉันร่ายไว้ แล้วเดินชนโง่ๆทั้งแบบนั้น...คงไม่ต้องพูดถึงอาจารย์ของเขาหรอก”
เรนเดลเดินฝ่าฝูงชนก่อนทีจะมุ่งตรงเข้าหอประชุมทันที โดยไม่สนว่าไอรินจะพูดอะไรต่อ ตอนนี้เขากำลังอารมณ์เสียสุดๆ
“ทำไมเหลือคนเดียว ไม่มีคนเก่งพอจะสืบต่อหรือไง หรือเกิดอะไรกับอีกหกคนที่เหลือ จนทำให้ไม่สามารถส่งต่อตำแหน่งได้”
เรนเดลได้แต่ครุนคิดเื่ของจอมเวทเจ็ดดารา เขาไม่สนใจชมรมรอบๆที่กำลังร้องเรียกเลยแม้แต่น้อย เรนเดลเดินผ่านแม้กระทั่งเซร่า ที่เอ่ยทักเขาเมื่อเดินผ่านชมรมเย็บปักถักร้อย เซร่าซึ่งเห็นเรนเดลทำหน้าเคร่งเครียด จึงตัดสินใจที่จะไม่ตามไปทักเขา
ัขาวของฟรังซัวร์บินลงจากวังอย่างสง่างาม ฟรังซัวร์รีบเดินเข้าวังทันที สีหน้าของเขาเรียบเฉย เมื่อพบกับพ่อของเขาในชุดทหารเต็มยศ ฟรังซัวร์ก็โค้งคำนับตามธรรมเนียมทันที
“ท่านพ่อ ข้ามีเื่จะแจ้งให้ทราบ”
“เื่อะไรหรือลูกรัก ทำไมยังไม่ไปที่โรงเรียน เดี๋ยวไม่ทันพิธีปฐมนิเทศนะ” พ่อของเขาเอ่ยด้วยท่าทีสงสัย ฟรังซัวร์ถอนใจยาวๆ ก่อนจะกล่าวออกมา
“ข้าพึ่งคุยกับเ้าชายเรนเดลมา ดูเหมือนเขาจะถูกลอบสังหาร ตอนที่มีรถม้าไปรับเขากลับ และนั่นทำให้เขาตัดสินใจอยู่ที่โรงเรียนต่อ...เราควรส่งคนไปสืบนะครับ เพื่อไม่ให้ชื่อของราฟบลัดมัวหมอง”
“พ่อรู้ว่าลูกรักความถูกต้อง” บิดาของฟรังซัวร์ ที่นามว่าฟิลิปกล่าว “แต่ขุนนางในวังส่วนมาก กำลัง้าให้เรนเดลตาย ลูกอย่าไปขวางทางปืนดีกว่านะ”
“หมายความว่าเราจะไม่ช่วยเ้าชายหรือครับ” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยความสงสัย “ข้ารู้ว่าเรนเดลไม่เอาไหน และเป็ศัตรูหัวใจกับข้า แต่เขาก็ไม่สมควรจะมาตายนะครับ ยังไงพวกเราก็ญาติกัน ควรช่วยเหลือเขาให้พ้นจากอันตราย”
“อย่าโง่ไปเลย ลูกข้า” ฟิลิปกล่าวก่อนจะยิ้มเยาะให้กับความไร้เดียงสาของฟรังซัวร์ “ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว ตั้งใจฟังซะนะ ถ้าเรนเดลตาย เ้าจะได้เป็กษัตริย์...ข้าพูดแค่นี้ เ้าก็น่าจะเข้าใจทุกอย่างแล้วนะ ฟรังซัวร์”
“เป็ท่านเองหรอกหรือ” ฟรังซัวร์กล่าวเสียงสั่น “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลย”
ฟิลิปมองฟรังซัวร์ด้วยหางตา ก่อนจะสะบัดก้นเดินกลับเข้าที่พักของตนทันที
“แล้วข้าควรจะทำยังไง” ฟรังซัวร์กล่าวกับตัวเองเพียงลำพัง “ท่านแม่พร่ำสอนความภักดีต่อราชวงศ์ให้กับข้ามาทั้งชีวิต ข้าควรจะเชื่อใครดี...”
ในห้องประชุมนั้นเย็นสบาย และเงียบเชียบ เรนเดลได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานาน เสียงของเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์นั่นเอง
“ก็ไม่ได้สูญหายไปเสียทีเดียวนี่ เทคโนโลยีที่มาจากวิทยาศาสตร์”
“วิทยาศาสตร์ นายพูดว่าวิทยาศาสตร์หรือ”
เสียงของชายหนุ่มคนนึงเอ่ยทักเรนเดล เมื่อสังเกตให้ดี เขาคือลูเธอร์ องครักษ์ของโจแอนนา เรนเดลรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขา ทั้งๆที่โจแอนนาไม่อยู่ในนี้ และลูเธอร์เองก็ดูใ ที่เขาเผลอทักทายคู่อริ
“อ่า ใช่ วิทยาศาสตร์” เรนเดลกล่าวตอบกลับเป็มารยาท ไหนๆอีกฝ่ายก็เริ่มทักเขาก่อน
ทั้งสองพยักหน้าให้กัน ก่อนจะแยกย้ายไปนั่งคนละฝั่ง เนื่องจากพื้นฐานแรกเริ่มพวกเขาพบกันในฐานะคู่อริ ลูเธอร์จึงไม่คุยอะไรต่อ
แต่แล้วดูเหมือนว่าลูเธอร์จะตัดสินใจทลายกำแพงที่ชื่อว่าปรปักษ์เป็คนแรก เขาตัดสินใจเอ่ยทักเรนเดลก่อน
“นายรู้อะไรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บ้าง”
“หืม” เรนเดลรู้สึกสงสัย ที่จู่ๆอีกฝ่ายชวนคุย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตั้งเป้าเป็ศัตรู เขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่คุยด้วย
“จะเอาเื่ไหนล่ะ จะตอบเท่าที่รู้ล่ะกันนะ” เรนเดลตัดสินใจคุยตามคำชวนอีกฝ่าย อย่างน้อยเขาก็คิดว่ามีเพื่อนในโรงเรียนเอาไว้ ก็ยังดีกว่ามีศัตรู เผลอๆเขาอาจได้ผลประโยชน์อะไรบางอย่าง จากลูเธอร์ก็เป็ได้