นางถามกลับพลางชี้หน้าตัวเองแล้วหัวเราะ“ข้าไม่เคยดื่มสุรารสดีเช่นนี้มาก่อนเลย”
“เช่นนั้นก็ดื่มอีก...มา” ว่าพลางหยิบป้านสุรามาเทใส่จอกให้อีก
หลิวเสียะโบกมือไปมาพลันเอ่ย “รสดีแต่มากนักก็ไม่ไหวขอรับ”
นางเอ่ยจบก็ขยี้ตามองอีกฝ่ายเป็ทหารหนุ่มผิวคล้ำแดดดวงหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยไรหนวดประปรายกำลังแย้มยิ้มให้นาง ภาพที่เห็นราวภาพซ้อนที่มองไม่เห็นดวงหน้าชัดเจน
นางได้แต่ส่ายหน้าขับไล่อาการมึนเมาพลันยกสุราขึ้นดื่มอีกจนหมดรวดเดียวราวกับติดใจในรสชาติแล้วยื่นจอกให้เติมอีก
“แต่ตอนนี้ข้าว่าเ้าจะเดินไม่ตรงทางแล้วยังจะขอเหล้าข้าอีกรึ”
“สุรารสดีเช่นนี้”นางเอ่ยเสียงยานคางยกสุราดื่มจนหมดแล้วคว่ำจอกให้อีกฝ่ายเห็นเป็นัย“ข้าดื่มจนหยุดมิได้เลย... หมดจอกอีกแล้ว”
“เ้าคอแข็งพอใช้หากเป็คนอื่นคงหลับข้ามวันไปแล้ว นับว่ากองทัพเราไปคราวนี้ไม่เสียเที่ยวได้ของดีกลับมา”
“สุรานี้ท่านได้มาจากที่ใดหรือขอรับ”
“ตอนกลับเข้าด่านมามีพวกเปอร์เซียที่ค้าขายตามตะเข็บชายแดนนำมากำนัลแด่กองทัพเพื่อสวามิภักดิ์บอกว่าเป็เครื่องแสดงความจงรักภักดีอย่างไรเล่า” ฟู่อิงสงตอบพลางกระตุกยิ้มรินให้นางอีกจอก
“เช่นนั้นเอง ข้าที่ลิ้มรสสุรามานับไม่ถ้วนจึงมิเคยลิ้มชิมรสมันสักครั้ง”นางเอ่ยพลางครุ่นคิด “เอาไว้ข้าจะขอคำแนะนำเื่สุราจากท่านอีกได้หรือไม่”
“ได้สิ” ขุนนางหนุ่มพลันหัวเราะตาเป็ปะกาย
หลิวเสียะเพ่งมองน้ำใสแต่กลิ่นฉุนจัดแล้วครุ่นคิดจะดีเพียงใดหากสำนักการค้าของนางได้รับเลือกเข้าร่วมขบวนไปเปอร์เซียในฤดูร้อนปีหน้าหากได้สินค้าชั้นเลิศชนิดนี้ติดมือกลับมาฉางอันคงทำให้หลิวซือซือเป็สำนักการค้าที่ยิ่งใหญ่มากกว่าค้าขายเพียงแพรไหมเท่านั้น
“แต่หมดจอกนี้เ้าควรไปพักผ่อนได้แล้วเพราะถ้าหากดื่มมากไปเ้าอาจจะหลับข้ามวันข้ามคืน”
“เป็เช่นนั้นรึข้าคอแข็งกว่าที่ท่านคิดนะ”
“เช่นนั้นหากคราวหน้าเ้าอยากมีเพื่อนร่วมดื่มเรามาเสพสุราข้ามวันข้ามคืนด้วยกันอีกดีหรือไม่” ฟู่อิงสงเอ่ยอย่างใจดี
“ข้าเกรงว่าจะ...”นางลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มออกเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับตามด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว“จะดีรึนายท่าน...”
“ดีต่อไปอย่าเรียกข้าว่านายท่านอีก เ้าเรียกข้าว่าพี่สงแล้วข้าก็จะเรียกเ้าว่าอาเสียะดีหรือไม่”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว...พี่สง” นางทวนคำแล้วยิ้มยินดีดวงตากวางวาววับรับจันทร์กระจ่างบนฟากฟ้าในยามเดือนมืด
ไม่รู้สิ่งใดงดงามกว่ากัน...
ฟู่อิงสงมองเพลินก่อนจะส่ายหน้าหลับตาครู่หนึ่งพลันลืมตาอีกครั้งก็ยังเห็นเช่นเดิม คุณชายน้อยผู้นี้ใยจึงงดงามราวโฉมสะคราญยิ่งนักยิ่งพิศกลับชวนมองจนแทบละสายตามิได้แต่เขาอาจจะคิดเผลอไผลไปเพราะห่างหายจากอิสตรีมานาน...
“ท่าทางคุณชายของเ้าจะถูกอิงสงมอมสุราเสียแล้วกระมัง”
หยางซุนหยางที่ลอบมองอยู่นานถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินคำพูดสัพยอกของผู้บัญชาการกองทัพดวงตาขุ่นขวางโดยไม่รู้ตัวแต่ยังรักษาอาการไว้ได้
“เห็นทีข้าคงต้องขอตัวพาคุณชายกลับกระโจมก่อนขอรับ”
“พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางยามเหม่าเ้าก็รีบพักผ่อนเสีย” ฮั่วกวงเอ่ยสำทับ “แล้วก็ดูแลคุณชายน้อยของเ้าดี ๆ”
“ขอรับ” ว่าพลางลุกยืนแล้วดึงแขนคุณชายน้อยให้ลุกตาม“ไปพักผ่อนได้แล้วคุณชาย”
“ข้ายังไม่ง่วงเลย... อาหยาง”
หลิวเสียะโงนเงนเพราะลุกเร็วและดื่มไปมากฟู่อิงสงรุดเข้าประคองตามสัญชาติญาณแต่ช้ากว่าอดีตขุนนางหนุ่มที่เห็นท่าไม่ดีพลิกร่างอรชรไปอีกฝั่งแล้วพาตัวมายืนแทรกกลางมือรวบเอวเล็กไว้ข้างหนึ่งอีกข้างดึงมือนางขึ้นพาดไหล่
คุณชายน้อยโบกมือให้พี่ชายคนใหม่แล้วเอ่ยเสียงยานคาง“ข้าไปนอนก่อนนะพี่สง พรุ่งนี้เจอกัน”
“เจอกันยามเหม่านะอาเสียะ”ฟู่อิงสงโบกมือะโไล่หลัง
ผู้บัญชาการกองทัพถึงกับหัวเราะขบขันเมื่อเห็นเพื่อนพี่ชายลากถูลู่ถูกังคุณชายตัวน้อยเข้าไปในกระโจมพอสองร่างลับหายเข้าไปด้านในจึงหันมาหาทหารเอกคู่ใจ
“เื่ที่ได้ยินมาเกี่ยวกับหุบผาป่าสนะจะเกี่ยวกับที่ข้าเจอหยางซุนหยางที่นี่หรือไม่”
“เอาไว้ข้าจะลองสืบถามจากคุณชายน้อยผู้นั้นขอรับ”ฟู่อิงสงเอ่ยนอบน้อม “เขาดูเป็มิตรกับข้าคงสืบถามได้ไม่ยาก”
“ข้าเห็นเ้าจ้องเ้าหนุ่มนั่นตาเป็มันข้าว่ากลับฉางอันเ้าควรหาสะใภ้เข้าบ้านได้แล้ว”
“หามิได้ขอรับ ข้ายังไม่คิดมีภรรยา”
“งั้นก็รีบคิด ศึกรบกับพวกซยงหนูยังใหญ่หลวงนัก ความสุขควรหาอย่าให้เหมือนพี่ชายข้า” ฮั่วกวงกล่าวจบตบไหล่ทหารคู่ใจตาคมกริบจ้องมองไปยังกระโจมแล้วครุ่นคิดถึงเื่ที่เคยได้ยินมา
เื่ราวของผ้าโบราณในตำนานกล่าวกันว่ามีคนผู้หนึ่งเก็บผ้าผืนนั้นไว้ไม่ให้ออกสู่สายตาผู้คน ผ้าที่ทอคำสี่คำเกี่ยวกับความลับบางประการซึ่งเขาจะต้องรู้ให้ได้...
แสงจันทร์นวลส่องสว่างลงมาทางหลังคากระโจมแม้ไม่มีแสงไฟก็สามารถมองเห็นภายในชัดเจน หยางซุนหยางปูผ้านอนมือก่ายหน้าผากอยู่บนพื้นหน้าประตูด้านในสุดคือตั่งยกพื้นขึ้นเล็กน้อยสะอาดสะอ้าน ร่างอรชรในคราบคุณชายพลิกตัวไปมากระสับกระส่ายอยู่บนนั้นครู่หนึ่งแล้วตะแคงขดตัวหันหน้ามาทางเขา
ดวงหน้านวลเปล่งปลั่งเพราะฤทธิ์สุราหลับพริ้มเสียงพึมพำในลำคอจับใจความไม่ได้ทำให้อดใจไม่มองมิได้ ท่าทางนางเหมือนคนละเมอหรือเพราะฤทธิ์สุราเปอร์เซียเป็เหตุต้องเป็เช่นนั้นแน่ ฟู่อิงสงพี่ชายคนใหม่ของนางช่างน่าโมโหนัก
“เ้านอนไม่หลับรึอาเสียะพรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางแต่เช้านะ” หยางซุนหยางเอ่ยเบา ๆแต่ไร้คำตอบจากนางมีเพียงเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์จากในลำคอ
อือ...
เหมือนเสียงตอบรับแต่มิใช่ร่างอรชรยังคงกระสับกระส่ายพลิกตัวไปมา หยางซุนหยางเหลือบมองสภาพคนเมาแล้วส่ายหน้าระอาครานี้เป็เขาเองที่ข่มตาอย่างไรก็หลับไม่ลง ครั้นลืมตาก็เห็นดวงหน้านวลตรงหน้าแม้รักษาระยะห่างแต่กลับยิ่งอยากชิดใกล้ นางช่างงดงามแม้ยามหลับใหล
สักวันเขาคงตบะแตก...
“หนาว... หนาว” นางพึมพำเสียงเบา “มานี่...”
“เ้าเรียกข้ารึ” อดีตขุนนางหนุ่มถามกลับแต่ไร้เสียงตอบรับเช่นเคยที่สุดก็อดใจไม่ไหวลุกนั่งชันเข่าเงี่ยหูฟังแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกราดเกรี้ยวอีกครา
“ข้าบอกให้มานี่”นางออกคำสั่งเสียงเข้มทั้งที่หลับตา “มาเร็ว ๆ!”
“ท่าทางจะละเมอ”
หยางซุนหยางบ่นทั้งยังงุนงงแต่ผุดลุกย่างเท้าแ่เบาไปข้างตั่งนอนก้มลงลอบฟังนางพึมพำไม่ได้ศัพท์ พลันก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกดึงมือไว้โดยมือเล็กเย็นเฉียบร่างอรชรขยับเข้าไปชิดตั่งอีกฝั่งแล้วตบที่นอนข้าง ๆ
“มานอนบนนี้” นางเอ่ยเสียงยานคาง “อุ่นเตียงให้ข้าที... สวี่ลี”
“ไม่ได้! อุ่นเตียงได้อย่างไรกัน ข้ามิใช่สวี่ลีแล้วเ้าก็เป็หญิงมิใช่ชายจะได้มาร้องขอกันเช่นนี้อย่าบอกข้านะว่าเ้า!”
หยางซุนหยางโวยวายพลันตาค้างเมื่อนึกถึง“เ้าเป็หญิงนะ! แม้แต่เื่นี้เ้าก็ห้ามใช้สวี่ลี่เข้าใจไหมนี่มันบ้าบอเกินจะกล่าวจริงๆ”
“บ้าที่ไหนกัน เ้าอุ่นเตียงให้ข้าออกบ่อยไป” นางปรือตามองพลางบ่นพึมพำ “อย่าดื้อน่า... สวี่ลี่มานอนเร็ว ๆ ข้าง่วงแล้ว”
ไม่เพียงแต่จับข้อมือนางกลับดึงเขาลงนั่งข้าง ๆ หยางซุนหยางถึงกับตาเหลือกมองดวงหน้านวลสุกใสไปด้วยสีเืฝาดที่สองข้างแก้มยิ่งทำให้หัวใจอดีตขุนนางหนุ่มสั่นไหว
แต่เหตุใดสวี่ลี่ต้องอุ่นเตียงให้นางหรือว่า...
เป็ไปไม่ได้!
อดีตขุนนางหนุ่มก้มมองริมฝีปากสีดอกท้อของนางแล้วได้แต่กลืนน้ำลายพลันฮึดฮัดขัดใจ
“ข้าขอสั่งเ้า! ต่อไปห้ามให้ใครอุ่นเตียงอีกแล้วก็ห้ามเ้าไปพูดเช่นนี้กับผู้ใดนอกจากข้า เข้าใจหรือไม่อาเสียะ!” หยางซุนหยางพยายามดึงมือนางออกจากการเกาะกุม แต่คุณชายน้อยยามเมาช่างเรี่ยวแรงมหาศาลจนน่าโมโห“ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าเข้าใจหรือไม่!”
“อือ...”
“อย่ามาอืออาไขสือ ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้อาเสียะ”
หยางซุนหยางก้มหน้าไปใกล้ถามข้างหูคาดคั้นรอคำตอบแต่มือเล็กเย็นเฉียบกลับตบที่นอนข้าง ๆ อีกหนเว้นที่ไว้พอสำหรับนอนได้อีกคน เขาได้แต่ถอนหายใจอีกคราด้วยความจำใจ
จะคาดคั้นนางไปเพื่อสิ่งใดในเมื่อที่เป็อยู่ตอนนี้คงเพราะนางเมาฤทธิ์สุรา
ช่างน่าโมโห...
สักวันจะจับจูบเสียให้เข็ดจะได้เลิกทำตัวเก่งกล้าเช่นนี้อีกอดีตขุนนางหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดเฝือมองดวงหน้านวลแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา อกใจพานเต้นแรงยิ่งกว่าตอนออกศึกาครั้งแรก
“เ้ากล้าขัดคำสั่งข้า” นางพึมพำมือยังคงก่ายกอดจนน่าขนลุก
หยางซุนหยางหนีไปไหนไม่รอดเพราะโดนนางตรึงไว้จึงได้แต่นั่งลงข้างตั่งมองดวงหน้านวลทำปากขมุบขมิบฟังไม่ได้ความ
“ข้าหนาว”
“แล้วเ้าจะให้ข้าทำเช่นไรเล่า” เอ่ยพลางถอนใจ“แต่อย่ามาบอกให้ข้าอุ่นเตียงให้เ้าอีกนะเสียเชิงชายชาติทหารรู้ไปถึงไหนข้าคงต้องแทรกแผ่นดินหนีแล้วข้าก็ยังมิอยากกินเต้าหู้ตอนนี้ถึงแม้จะอยากกินก็ตาม”
หยางซุนหยางก้มบ่นข้างหูนางพลางหันรีหันขวางมองหาว่าสิ่งใดสามารถให้ไออุ่นนางได้แต่กระโจมชั่วคราวเช่นนี้หาได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดเพียงไม่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายก็นับว่าดีเกินพอแล้ว
พลันอดีตขุนนางหนุ่มก็ต้องตาเหลือกเพราะจู่ ๆ ก็โดนดึงโดยไม่ทันตั้งตัวร่างทั้งร่างจึงเอนหงายไปบนที่นอนพร้อมกันกับเรียวขาเล็กวาดขึ้นมาเกี่ยวเกยเหนือบั้นเอวตามด้วยแขนที่พาดมากลางอก
“เ้าอย่ามาทำรุ่มร่ามกับข้ารู้หรือไม่ว่าเ้ากำลังทำข้าตื่น!”
“จะตื่นทำไมเล่า” นางพึมพำ“ข้ากำลังสบายเลย เ้าก็นอนได้แล้ว... สวี่ลี่”
“ข้าจะหลับลงได้อย่างไรเล่า... โธ่!”
หยางซุนหยางพรูลมหายใจอึดอัดนางโต้ตอบราวรับรู้แต่ดวงตายังคงปิดมีเพียงน้ำเสียงขัดใจที่ทำให้รู้ว่านางได้ยินที่เขาบอกแต่สติสัมปชัญญะนางกำลังเข้าขั้นวิกฤติ
ใช่แน่... เพราะพิษสุราเปอร์เซียนั่น!
จะมีผู้ใดน่าอดสูเช่นนี้อีกนางเห็นบุรุษรูปร่างบึกบึนเช่นเขาเป็นางบ่าวนามสวี่ลี่ไม่พอ ยัง้าให้อุ่นเตียงมิหนำใจยังจะให้เขาเป็หมอนซุกหาไออุ่นอีก
มันจะมากไปแล้ว!
หยางซุนหยางสบถในใจมองเรียวขาใต้กางเกงแพรต่วนเนื้อดีที่พาดบนเอวแล้วถึงกับเม้มริมฝีปากแน่นข่มอกข่มใจขยับเล็กน้อยนางก็เอ็ดเอาอีกราวกับเขาเป็บ่าวคู่ใจ
“สวี่ลี่เ้านอนนิ่งๆ สิ ข้านอนไม่หลับแล้ว”
“คำก็สวี่ลี่ สองคำก็สวี่ลี่ ตกลงเ้าสองคนนี่ยังไง บอกข้ามานะอาเสียะขนาดเ้านอนหลับ ยังต่อปากต่อคำกับข้าได้ถึงเพียงนี้”
“เ้าขี้บ่นมากไปแล้ว น่ารำคาญนัก” นางบ่นพลางซุกดวงหน้านวลแนบชิดซอกคอบดเบียดหาไออุ่นแแ่
หยางซุนหยางเกิดอาการตะครั่นตะครอฝ่ามือเลื่อนขึ้นลูบแผ่นหลังนอกร่มผ้านางโดยไม่รู้ตัว พลันต้องผงะเมื่อรู้ตัวว่าเืลมสูบฉีดทั่วใบหน้า
“โอย...อีกแล้วรึนี่!”
อดีตขุนนางหนุ่มสบถพลางยกมือขึ้นปาดจมูกเืสีแดงสดติดหลังมือประจานความพ่ายแพ้ต่อนางอีกครั้ง รีบผุดลุกนั่งเงยหน้ามือปิดจมูก
หลิวเสียะป่ายมือเปะปะคว้าได้แต่เอวชายหนุ่มพลันผ้าม่านกั้นประตูกระโจมก็เปิดออกร่างสูงใหญ่บึกบึนของผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพถึงกับชะงัก
“อ่า...ข้าแค่จะเข้ามาบอกเ้าว่าข้าต้องล่วงหน้าเข้าเมืองหลวงก่อนแต่ดูเหมือนว่าข้าจะมาผิดเวลา”
“มิใช่อย่างที่ท่านคิดนะขอรับ!” ซุนหยางปาดเืออกแล้วผุดลุกยืนทันที “คุณชายเมามากก็เลย...”
“ข้าเข้าใจ”แม่ทัพหนุ่มยิ้มพรายแล้วเอ่ยต่อ “พวกเ้าพักผ่อนไปแล้วค่อยเดินทางพร้อมอิงสงกับขบวนทหารตอนยามเฉินแล้วอย่าลืมให้คุณชายนำแพรไหมมาให้ฮูหยินข้าเลือกด้วย”
“ขอรับ”ซุนหยางรับคำ
“ถ้าเช่นนั้นข้าไม่กวนเ้าสองคนแล้วตามสบายเถิด”
“โถ่! นายท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ”
“ข้าเข้าใจ ๆ บุรุษหนุ่มเดียวดายขาดไร้หญิงงามคู่กายย่อมมีอันหาที่ระบายบ้างมิใช่เื่แปลก”ฮั่วกวงกล่าวพลันกระตุกยิ้มแล้วเปิดม่านกลับออกไป
พอคล้อยหลังผู้นำกองทัพ อดีตขุนนางหนุ่มพลันขมวดคิ้วหันมามองหลิวเสียะที่หลับลึกไม่รู้สึกรู้สมใดๆ ก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา
“เฮ้อ!ข้าโกรธแล้วนะ เ้าทำคนเข้าใจผิดข้า” เอ่ยพลันชะงักเมื่อนางกอดเอวเขาแน่นเข้าอีก
“ฮื้อ...พูดมากน่า นอน ๆ”
นางว่าพลางตบที่นอนทั้งที่หลับตา เพียงเท่านั้นร่างสูงใหญ่ก็ผลุนผลันลุกหันหลังก้าวห่างจากร่างอรชรสารพัดพิษด้วยความร้อนรนเขาทั้งวูบวาบและหนาวสลับร้อนไปทั้งกายจนมิอาจข่มตาได้ในคืนนี้
“เ้าช่างเป็ตัวอันตรายจริง ๆ เห็นทีข้าคงข่มตาหลับไม่ลงแล้ว!” ร่างสูงใหญ่สะบัดหน้าจมผมปลิวก่อนจะก้าวออกไปด้านนอกและนั่งหลับยามอยู่หน้ากระโจมจนรุ่งสาง...