บทที่ 29 อาคมสะกดผี
ฉันจะฉาปแก : ไม่รู้ว่าเป็ฉันคิดไปเองหรือเปล่า ทำไมรู้สึกว่าผู้ชมที่ถูกเลือกถึงโชคร้ายแบบนี้กันนะ
ความฝัน : ครั้งที่แล้วพี่สาวก็เจอโรคจิตใต้เตียง คราวนี้มาเจอพวกนักพนันหลอกแต่งงาน บอกตรง ๆ เลยว่าฉันไม่ได้อยากได้ขนาดนั้น
ปวดคอบ่าไหล่ : อัตราการถูกเลือกเป็แบบนี้นี่การแข่งขันสูงใช้ได้เลยนะ แต่เพิ่งจะสองคนเอง สรุปแบบนี้มันเร็วไปหน่อย ฉันยังอยากถูกเลือกอยู่นะ อาจารย์น้อย ช่วยโกงให้ฉันที
ข้อความบนหน้าจอไหลเวียนอย่างรวดเร็ว เหยาเหยามองเห็นมันอย่างชัดเจน แต่เธอไม่ได้อธิบายอะไรออกไป เพราะอาจารย์ชราเคยบอกไว้ว่า เื่ราวบนโลกนี้ล้วนมีเหตุมีผลในตัวเอง
ดังนั้น ไม่ใช่ว่าคนที่เธอเลือกจะต้องพบเจอกับเื่แย่ ๆ แต่เป็เพราะคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาต่างหากที่ตามหาเธอ
นี่อาจเป็สิ่งที่เรียกว่ากฎแห่งกรรม
"พี่เจ็ด เราไปเลือกคนต่อไปกันเถอะ" เหยาเหยาพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
เธอยังคงนึกถึงบุญกุศลที่ได้รับในครั้งล่าสุดอยู่เสมอ ตอนนี้ วิธีเดียวที่รู้ว่าจะได้รับบุญกุศลก็คือการไลฟ์สดดูดวงให้คนอื่น ด้วยเหตุนี้ เหยาเหยาจึงกระตือรือร้นเป็อย่างมาก
กู้อวี่ไม่รู้ถึงเล่ห์เหลี่ยมภายใน เขานึกว่าน้องสาวของเขาอยากจะช่วยเหลือตนเอง เขาจึงรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก "ตกลง เรามาต่อกันเลย"
เขาตัดสินใจว่า เมื่อการไลฟ์จบลง จะจัดเตรียมอาหารมื้อใหญ่ให้เหยาเหยา เพื่อตอบแทนเธออย่างดี
ทั้งสองคนพูดคุยกันคนละเื่ แต่บทสนทนากลับเชื่อมต่อกันได้อย่างไม่มีที่ติ
ในตอนนี้ ผู้ชมที่โชคดีคนที่สองได้ถูกเลือก เห็นได้ชัดว่าเขาคุ้นเคยกับขั้นตอนการทำนายดวงชะตาเป็อย่างดี โดยไม่รอให้เหยาเหยาถาม เขาเริ่มพูดก่อนว่ายอมรับการเชื่อมต่อ
ในฐานะผู้ช่วยในห้องไลฟ์ กู้อวี่ส่งคำเชิญอย่างชำนาญ หลังจากการเชื่อมต่อสำเร็จ หน้าจอปรากฏเป็สีดำสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย มีเพียงเสียงดังขึ้น
"หลี่ตง นายกำลังทำอะไรอยู่ ยังจะสำรวจต่อไหม"
“เดี๋ยวก่อน ฉันถูกเลือกให้เข้าร่วมไลฟ์ที่ฮอตมากเมื่อไม่กี่วันก่อน การสำรวจทำเมื่อไหร่ก็ได้ มาทำนายดวงชะตาก่อนดีกว่า!"
"จริงเหรอ นายคนโชคร้ายกลับมีโชคแบบนี้ได้ยังไง"
เห็นความวุ่นวายในหน้าจอ มีใบหน้าหลายคนเบียดกันปรากฏในห้องไลฟ์ พวกเขาอายุไม่มาก ดูเหมือนจะอายุราว 20 ต้น ๆ
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงกลาง ก็คือหลี่ตงผู้โชคดีที่ถูกจับฉลากครั้งนี้ เขายิ้มเผยฟันขาว ทักทายอย่างร่าเริงว่า "สวัสดีครับอาจารย์น้อย!"
"ผมรู้กฎของห้องไลฟ์ครับ คราวนี้ผมไม่ขอทำนายอย่างอื่น แค่อยากรู้ว่า วันนี้พวกเราจะได้สมบัติจากการสำรวจไหมครับ"
ทันทีที่เขาพูดจบ เพื่อน ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มเห็นด้วย พวกเขามาที่ซากโบราณสถานแห่งหนึ่งชานเมือง
ก่อนหน้านี้ ที่นี่ไม่ค่อยเป็ที่รู้จัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีคนขุดพบสร้อยคอหยกเก่าแก่ ขายต่อให้ร้านขายของเก่า รวยเป็ล้านในพริบตา
ด้วยเหตุนี้ ซากปรักหักพังแห่งนี้จึงโด่งดังเป็พลุแตก นักล่าสมบัติต่างพากันหลั่งไหลมาเป็พรวน
หลี่ตงและเพื่อน ๆ ก็เป็หนึ่งในนั้น ในฐานะนักศึกษาที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย พวกเขาเบื่อกับการอยู่บ้านเฉย ๆ จึงมากันแต่เช้าด้วยความหวังว่าจะได้ขุดพบสมบัติล้ำค่า
ถึงอย่างนั้น นอกจากชายผู้ขุดพบสร้อยหยกแล้ว กลุ่มนักล่าสมบัติกลุ่มอื่น ๆ ก็ยังไม่พบอะไรเลย
หลี่ตงหาของมาสองชั่วโมงแล้ว ไม่ต้องพูดถึงสมบัติ แม้แต่ขนสักเส้นเขาก็ยังไม่เห็น
ด้วยความเบื่อหน่าย เขาจึงเริ่มไลฟ์สด เขาได้ยินมาว่าอาจารย์น้อยคนนี้ดูดวงแม่นมาก ดังนั้นเขาจึงอยากรู้ว่าตัวเองจะมีโชคลาภหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ ของอาจารย์น้อยเลย แถมยังหัวเราะคิกคักกับเพื่อน ๆ อยู่ได้
"พี่ชายคะ อย่าเพิ่งไปสนใจเื่ขุดหาสมบัติเลยค่ะ ถ้าพวกพี่ไม่กลับไปตอนนี้ พวกพี่อาจจะไม่มีโอกาสกลับไปอีกเลยนะคะ"
ในขณะนั้น เหยาเหยาก็พูดขึ้นอย่างเชื่องช้า
เสียงของเธอใสกังวานและทรงพลัง แม้ว่าหลี่ตงและคนอื่น ๆ จะพูดจาวุ่นวาย แต่ก็ยังได้ยินชัดเจนเข้าหูพวกเขา
"นี่มันหมายความว่ายังไง?" หลี่ตงรู้สึกงุนงง
อะไรที่บอกว่าเขาจะไม่มีโอกาสกลับไปอีกแล้ว? หรือว่าที่นี่มีอะไรที่จะเอาชีวิตเขา?
นึกถึงตอนที่ห้องไลฟ์สดพูดเล่น ๆ ว่าคนที่ถูกเลือกให้เชื่อมต่อล้วนเป็คนโชคร้าย ตัวเขาเองก็เชื่อมต่อแล้ว นั่นหมายความว่า...
เื่ผีซ่อนอยู่ใต้เตียงนั่นยังติดตาตรึงใจหลี่ตง ที่นี่จะไม่มีคนโรคจิตแบบนั้นซ่อนอยู่ใช่ไหม เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ
"ตอนนี้ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว รีบออกไปเร็ว!"
กู้อวี่มองน้องสาวของตัวเองโดยไม่รู้ตัว นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นเหยาเหยา พูดจาเร่งรีบและจริงจังขนาดนี้ เขาก็สงสัยว่าอีกฝ่ายเจออะไรมา
"หลี่ตง พวกเราจะทำยังไงดี พวกเราจะฟังนายทั้งหมด"
กลุ่มนักสำรวจมองหน้ากันไปมา พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะได้คำตอบแบบนี้ สมองพวกเขาอื้ออึงจนคิดอะไรไม่ออก จึงหันไปมองหลี่ตงเป็ตาเดียวกัน
ตอนแรกที่มาสำรวจนั้นเขาเป็คนนำ การไลฟ์ทำนายโชคชะตาก็เป็เขาที่ได้รับสิทธิ์ ในตอนนี้ควรให้เขาตัดสินใจ โดยพื้นฐานแล้วทุกคนก็คิดแบบนี้
"ไปกันเถอะ ออกไปก่อน" หลี่ตงใบหน้าซีดขาวในตอนนี้ เขาไม่คิดอะไรเลย เชื่อคำพูดของอาจารย์น้อยทันทีโดยไม่ลังเล
ท้ายที่สุดแล้วเขาได้เห็นกับตาตัวเอง ฉากที่ไม่เป็ไปตามหลักวิทยาศาสตร์ในห้องไลฟ์ อาจารย์น้อยอาจจะคำนวณผิดพลาดได้ แต่เขาเสี่ยงไม่ได้
ทุกคนเห็นเขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเช่นนั้น จึงไม่ลังเลอีกต่อไป รีบหันหลังกลับวิ่งไปทางทางออกทันที
ไม่รู้ว่าเป็เพราะคำพูดของอาจารย์น้อยเมื่อครู่หรือไม่ หลี่ตงรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบข้างลดลงอย่างฉับพลัน ยังมีลมเย็นพัดมาเป็ระลอก ทำให้ขนลุกชัน
เขาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง ในความมืดมิดของถ้ำลึก ราวกับมีบางสิ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่
หลี่ตงหายใจถี่ขึ้น ตอนนี้เขาอยากจะมีขาแปดขาเสียจริง
ยิ่งคนรีบร้อนตื่นตระหนก ก็ยิ่งง่ายที่จะผิดพลาด ขณะที่เขากำลังวิ่ง จู่ ๆ ก็เหยียบก้อนหินเข้า ทั้งตัวทรงตัวไม่อยู่ล้มลงไป โทรศัพท์ตกไปอีกทาง
เพราะถือไฟฉายอยู่ เขาจึงวิ่งอยู่ท้ายสุด เพื่อน ๆ ข้างหน้าสนใจแต่จะหนีเอาชีวิตรอด ชั่วขณะนั้นจึงไม่มีใครมาช่วยพยุง
หลี่ตงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเ็ป พยายามดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ขยับ เขารู้สึกว่าไหล่ของตัวเองหนักอึ้งขึ้นมาทันที ราวกับมีบางสิ่งกดทับลงมา
ความรู้สึกเย็นเฉียบจนแทงกระดูกพุ่งตรงไปยังกระหม่อม เขาเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว พยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่แรงกดทับบนร่างกายกลับหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มส่งผลกระทบต่อการหายใจ
มีผีจริง!
นี่คือความคิดเดียวที่อยู่ในหัวของหลี่ตงในขณะนี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการมาขุดสมบัติครั้งนี้จะต้องมาเจอกับสิ่งลี้ลับเช่นนี้
ถ้ารู้แต่แรก เขาจะไม่มีวันจัดกิจกรรมบ้า ๆ แบบนี้ ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว
ทันใดนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกล นึกขึ้นได้ว่าตนเองยังไม่ได้วางสาย ดวงตาของเขาจึงเปล่งประกายด้วยความหวังที่จะมีชีวิตรอด
"ช่วยด้วย" เขาแทบจะะโร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากลำคอ
เพราะเขารู้ว่าตอนนี้อาจารย์น้อยอาจเป็ความหวังสุดท้ายของเขา
แต่ถึงแม้เขาจะพยายามสุดความสามารถ แต่เสียงของเขากลับเบาหวิวราวกับถูกอุดปากไว้ จนแทบจะถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจของตัวเอง
ดวงตาของหลี่ตงเต็มไปด้วยความสิ้นหวังในทันที ใบหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำเพราะการขาดอากาศหายใจเป็เวลานาน
ก่อนที่เขาจะหมดสติไป เสียงใส ๆ แบบเด็ก ๆ ก็ดังออกมาจากโทรศัพท์อย่างกะทันหัน ราวกับเสียงฟ้าผ่า!
"เทพธิดาเบื้องบน จงรวบรวมพลังปราบมาร เทพศาสตราสังหาร ไม่เกรงกลัวผู้ใด สังหาริญญาร้ายกาจ ตามด้วยดาบแสงสว่าง"
"เทพองค์ใดกล้าขัดขืน ภูตผีตนใดบังอาจต้านทาน? รีบปฏิบัติตามบัญชา!"
สิ้นสุดคำประกาศิต สติเลือนรางของหลี่ตงก็พลันได้ยินเสียงแหลมดังก้องอยู่ในหู
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่า น้ำหนักมหาศาลที่กดทับร่างกายอยู่พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น