บ้านตระกูลเหว่ย
“ค้นให้ทั่ว คลุมตัวใต้เท้าเหว่ยยังวังหลวง”เสียงหัวหน้าองครักษ์ประกาศกร้าว ใต้เท้าเหว่ยแค่เพียงคุกเข่าตรงหน้ายอมจำนนโดยดี
“ท่านพี่ ทำไมถึงยอมง่ายดาย ท่านไม่คิดจะปกป้องข้ากับลูกบ้างหรือ”ฮูหยินเหว่ย พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปนไปด้วยความน้อยใจ
“ทั้งตำแหน่งและเงินทองล้วนเป็ของนอกกาย หากข้ายอมจำนนจึงสามารถรักษาชีวิตไว้ได้”
“ท่านพูดเช่นนี้ไม่เห็นแก่เราสองคนแม่ลูก สิ่งที่ท่านควรทำคือ พาเราสองคนเรินกายเสียมิใช่ยอมจำนนง่ายดาย ข้าไม่เคยคิดว่าเหว่ยจื่อหยวนแม่ทัพผู้เกรียงไกรในอดีตจะยอมจำนน ง่ายดายเพียงนี้”
“สักวันเ้าจะเข้าใจ ฮูหยินดูแลตัวเองกลับไปที่ตระกูลของเ้าเสียก่อนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะไปรับเ้ากลับมา”
“ข้าขอหย่ากับท่านเสียแต่วันนี้ข้ากับหยวนจื่อเจียวไม่อาจทนรับ การกระทำของท่านได้”เหว่ยจื่อหยวนใบหน้าเรียบเฉย
“หากฮูหยินยินดีข้าก็ไม่ขัด”
“คลุมตัวเหว่ยจื่อหยวนกลับวังหลวง”หัวหน้าองครักษ์กล่าวขึ้นดังๆ
องครักษ์ต่างล่าถอยคลุมตัวเหว่ยจื่อหยวนออกจากบ้านตระกูลเหว่ย
ฮูหยินเหว่ยกอดกับหยวนจื่อเจียวร้องไห้ ด้วยความรู้สึกน้อยใจ
“ฝ่าาองครักษ์ไปจนหมดแล้ว นับว่าใต้เท้าเหว่ยช่วยเราได้ไม่น้อยหากเขาไม่ยอมจำนนเกรงว่าพวกนั้นจะต้องค้นตระกูลเหว่ยหรืออาจเผาทำลายเสีย”ขันทีชรา เอ่ยปาก
“อ้ายหลิวนางเปลี่ยนไปหรือว่านางเดิมก็เป็อย่างนั้นอยู่แล้วเพียงแต่ข้าไม่เคยเห็นมัน”
“ฝ่าา อาจไม่เคยคิดที่จะมองฮองเฮาในแง่ร้ายจึงไม่พบความร้ายกาจของนาง”
ตำหนักม่านฟ้าของ จิวอัน
“เ้า ขึ้นไปนอนบนแท่นนอนแท่น”จิวอันสั่งนางกำนัลข้างกาย
“องค์หญิงท่านกำลังจะไปที่แห่งใด”
“อย่ารู้เลย สิ่งที่เ้าควรรู้คือหากเสด็จมามาที่นี่แล้วไม่พบข้าเ้าบอกกับเสด็จแม่ว่าข้าวางยาเ้าแล้วเร้นกายออกไป”
“องค์หญิงอีกสองวันจะถึงวัน ถวายพระเพลิงพระศพของฝ่าาตอนนี้ทุกคนต่างเศร้าโศกแต่องค์หญิงกลับจะเร้นกายออกไปข้างนอก”
“ข้าเศร้าโศกข้าจึงขอเร้นกายให้หายเศร้าโศกบอกเสด็จแม่ให้ข้าด้วยไม่นานข้าจะกลับมา”
นางกำนัลยอมขึ้นไปนอนบนแท่นนอนโดยดี
“ไปกันเถอะ”องครักษ์ข้างกายนามหวังเปียน ประสานมือ
จิวอัน เร้นกายยังบ้านเหว่ยที่บัดนี้ถูกปิดตาม ฮูหยินเหว่ยและหยวนจื่อเจียว กลับไปยังตระกูลเดิม
“เสด็จพ่อจะต้องอยู่ในห้องลับ เพราะองครักษ์เสื้อแพรคุมตัวเพียงใต้เท้าเหว่ยไปยังคุกหลวง”
“องค์หญิงมีคนกำลังมา”ซุ้มในที่มืดหวงฉีจิ้งก้าวขาออกมาจากห้องลับ
“เสด็จพ่อ”
“จิวอัน ข้ากำลังจะหาทางเร้นกายออกจากบ้านเหว่ยเพื่อไปสมทบกับเฉิงอู๋อ๋อง”
“ลูกคิดไว้ไม่ผิดบ้านเหว่ยไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วลูกจะคุ้มกันเสด็จพ่อยัง ด่านชายแดนจนกว่าจะพบตัวท่านอา”
“อืมออกเดินทางตอนนี้เลยช้าไปเกรงว่าจะไม่ทันกาล”
"เสด็จพ่อท่านอาปาหวางอ๋องตอนนี้ตั้งใจ ตามท่านอาเฉิงอู๋เพื่อขวางไม่ให้ท่านอาเดินทางถึงด่านชายแดนโดยง่าย”
“อือ เช่นนั้นเราจึงมีโอกาสพบเฉิงอู๋อ๋อง รีบเดินทาง”
“ลูกเตรียมม้ามา อีกสองตัว เสด็จพ่อกับกงกงเชิญ”
กองไฟลุกโชติ่ บนเขาสูงชันหวงเฉิงอู๋อ้ายฉิงตงเกาและ เจียวหยูล้อมวงผิงไฟอากาศหนาวเหน็บยิ่งนัก
“อีกหลายวันกว่าจะถึงด่านชายแดน ยิ่งใกล้ด่านชายแดนยิ่งหนาวเหน็บอ้ายฉิงของข้าดูสิมือเ้าเย็นชืดไปหมดแล้ว”กุมมือของอ้ายฉิงผิงไฟไปพร้อมกัน
“ท่านอ๋อง หากเข้าใกล้ หมู่บ้านคงจะต้องหาที่พักอบอุ่นกว่านี้”
“ไม่เหมาะนักเห็นประกาศจับข้าแปะติดไปทั่วในสเ้นทางที่เราผ่านมา”
“ท่านอ๋องตงเกาล่วงหน้าไปก่อนดีไหม ตามรองแม่ทัพอวินฟงให้มาอารักขาท่านอ๋องอีกแรง”
“หากยิ่งแยกกันยิ่ง จะทำให้ห่วงหน้าพะวงหลัง ตงเกาด้านหน้าจะเป็ด่านเก้า ทัพ ที่นั่นเราค่อยขอกำลังคนอารักขาไปยังด่านชายแดน”
“เสบียงหร่อยหรอ ตงเกาจะออกไปล่ากระต่ายป่ามาเป็อาหารเช้าท่านอ๋องกับนายหญิงพักผ่อนเสีย”
“ง่วงหรือยัง”อ้ายฉิงพยักหน้าน้อยๆ
หวงเฉิงอู่เอนกายลงช้าๆ ดึงร่างบางของอ้ายฉิงให้นอนหนุนแขน เจียวหยูปลีกตัวไปนอนอีกฝั่งของกองไฟ
หวงเฉิงอู๋จุมพิตที่หน้าผากของอ้ายฉิงเบาๆ
“ข้าพาเ้ามาลำบากไม่น้อย”อ้ายฉิงยิ้ม
“มีท่านอ๋องลำบากเพียงแค่นี้อ้ายฉิงไม่หวั่น”
“อีกนานอย่างที่ข้าบอกกว่าจะถึงด่านชายแดน ที่นั่นเราจะปลอดภัยและจะต้องสบายกว่านี้”
“อ้ายฉิงไม่ได้กลัวความลำบาก”จุมพิตที่หน้าผากอีกครั้ง
“หลับเสีย ข้าอยากจะกล่อมนอนใจแทบขาด อากาศก็หนาวเหน็บเพียงนี้หากได้เ้าอุ่นเตียงคงดีไม่อน้อย”กระซิบเบาๆ ข้างหู
“อดใจรอ สิ่งที่ได้มาเพราะความอดทนมักจะหอมหวาน”อ้ายฉิงอมยิ้ม หวงเฉิงอู๋จ้องตาคมนิ่งก่อนจะโน้มตัวลงช้าๆ จุมพิตที่ริมฝีปาก
“มัดจำไว้ก่อน ไว้ มีโอกาสเมื่อไหร่จึงจะทวงคืนให้สาสม”เสียงฝีเท้าของใครบางคน เดินโวซัดโซเซเข้ามาที่กองไฟ เงาร่างของฟางหลินที่ ใบหน้าหม่นหมองอาภรณ์เปรอะเปื้อน ยืนกอดอกห่อไหล่ด้วยอาการหนาวเหน็บ
“ท่านพี่ในที่สุดข้าก็หาท่านพบ”น้ำเสียงสั่นเครือ อ้ายฉิงขยับกายถอยห่างจากเฉิงอู๋อ๋องในทันที
“ฟางหลิน”ร่างบางโงนเงนก่อนจะล้มลงหมดสติตรงหน้าเฉิงอู๋อ๋องถลาเข้าหอบร่างเปรอะเปื้อนนั้นไว้ในอ้อมแขน อ้ายฉิงรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาในทันที