..... ทั้งหมดต่างก็หัวเราะออกมา แน่นอนว่า ทุกคนอาจจะเห็นสือเฟยหวิ๋นยกคันธนูขึ้นมาได้โดยง่าย แต่ว่าการยกคันธนูกับการน้าวสายธนูนั้นมันแตกต่างกัน ซึ่งการยกคันธนูขึ้นมาก็ไม่ต่างกับการยกของซักเท่าไหร่ แต่ว่าหากเป็การน้าวสายธนูแล้วละก็ มันจะต่างออกไปทันที เหตุก็เพราะผู้ที่จะน้าวสายธนูได้นั้นจะต้องมีกำลังแขนที่มากกว่าคนปรกติมากนัก และยิ่งเป็คันธนูขนาดใหญ่พิเศษแบบนี้ด้วยแล้ว คนที่จะน้าวสายธนูได้คงต้องมีกำลังแขนมากมายเพียงใด กัน
ในที่สุด สือเฟยหวิ๋น ก็กินอาหารจนหมด เขาส่งเสียงเรอออกมายกใหญ่ พร้อมกับเอ่ยขึ้น " เอาหละ อาหารข้าก็กินจนอิ่มแล้ว เช่นนั้นเื่ที่เ้าขี่ม้าชนข้าก็ถือว่าหายกัน " เอ่ยขึ้น เขาก็ลุกขึ้นยืนหมายจะเดินออกไป
แต่ทว่า มู่ปิงปิงรีบร้องทักขึ้น " เดี๋ยวสิ นี่เ้าจะไปไหน "
สือเฟยหวิ๋นหยุดชะงัก พลางตอบออกมาว่า " ข้าเองก็ไม้รู้เหมือนกัน "
มู่ปิงปิงจึงพูดเสนอออกมาว่า " หากเ้ายังไม่รู้ว่าจะไปที่ใด เช่นนั้นมาทำงานที่จวนของข้าก็ได้นะ "
เมื่อคำพูดนี้ของนางดังของมา ชิ้วเอ๋อและนายกองโป้ เผยสีหน้าใ ก่อนที่นายกองโป้จะเอ่ยขึ้น " คุณหนู แบบนี้มันไม่ค่อยจะเหมาะนะขอรับ "
" นั่นสิเ้าค่ะคุณหนู เขาเป็ใครมาจากไหนก็ไม่รู้ จะให้มาทำงานที่จวนของเราได้ยังไง " ชิ้วเอ๋อรีบพูดเสริม
มู่ปิงปิงหันไปมองคนทั้งสองด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมกับเอ่ยขึ้น " พวกเ้าหยุดพูดได้แล้ว ข้ารู้ควรทำยังไง "
เอ่ยจบ นางก็หันมองมาทางสือเฟยหวิ๋น " ว่าอย่างไร เ้าสนใจหรือไม่ "
สือเฟยหวิ๋นทำทีลังเล พลางเอ่ยขึ้น " ข้าเป็คนกินเยอะนะ เ้าจะจ้างข้าไหวเหรอ "
มู่ปิงปิงหัวเราะออกมาเล็กน้อย พร้อมกับพูดขึ้น " จวนแม่ทัพของข้าใหญ่โต มีอาหารมากมายเหลือเฟือ ขอเพียงเ้าตั้งใจทำงาน เ้าจะกินเท่าไหร่ก็ได้ "
สือเฟยหวิ๋นมองไปยังมู่ปิงปิง เขากุมมือคำนับเข้าหากัน พลางเอ่ยขึ้น " ได้... ข้าตกลง "
มู่ปิงปิง ได้ยินดังนั้นก็แปลกใจ นางไม่คืดว่าสือเฟยหวิ๋นจะตอบตกลงอย่างง่ายดายเพียงนี้ " นี่เ้าจะไม่ถามก่อนหรือว่า ข้าจะให้เ้าทำงานอะไร "
สือเฟยหวิ๋นตอบออกมาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ว่า " ขอเพียงมีอาหารให้ข้ากิน เ้าให้ข้าทำอะไร ข้าก็ทำทั้งนั้นละ "
เอ่ยจบ มู่ปิงปิง ก็หัวเราะออกมา และพาสือเฟยหวิ๋นกลับไปยังจวนแม่ทัพ
..... กลับมายังการสู้รบระหว่างต้าอินกับเผ่าเหลียว ที่ตอนนี้ ทั้งสองทัพกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ เฟยหลงผู้เป็จอมทัพ และยังเป็จักรพรรดิแห่งอาณาจักต้าอิน เขาควบม้าออกมา พร้อมกับะโขึ้น " แม่ทัพทัวปาเทา ทัพหน้าของท่านทั้งสามสาย ถูกกองทัพต้าอินของเราตีแตกหมดแล้ว หากท่านยอมถอยทัพแต่โดยดี ข้าสัญญาว่า จะไม่ตามตีกองทัพของเ้า "
ทัวปาเทา ที่ขี่ม้าสีดำอยู่ด้านหน้ากองทัพของเขา เขาปายตามองไปยังกองทัพของเฟยหลงที่อยู่ตรวหน้า พลางเอ่ยขึ้น " จักรพรรดิต้าอิน ท่านช่างพูดจาโอหังนักนะ ตอนที่ข้าอยู่นอกด่าน ข้าเคยได้ยินมาว่า ทหารม้าเกราะดำของท่านเก่งกาจนัก ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า หากมาเทียบกับทหารม้าของเผ่าเหลียงของเราแล้ว ทหารม้าเกราะดำของท่านจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ "
เฟยหลงพยักหน้า " ได้เลย หากท่านแม่ทัพ้าเช่นนั้น " เอ่ยจบ เขาก็หันไปทางมู่ปิงเพื่อเป็สัญญาณ
มู่ปิงแม่ทัพเอกผู้เลื่องชื่อ ยกทวนขึ้นฟ้า กระชากบังเหียนบังคับม้าออกไปแนวหน้า ทหารม้าเกราะดำชั้นเอกกว่าห้าหมื่นก็ตามหลังออกมา เสียงกลองและแตรด้านหลังดังลั้นขึ้น ตืดตืดตืออออออ ตึงตึงตึงตึงๆๆๆๆๆๆ
ด้านทัวปาเทาเองก็มองไปยังแม่ทัพหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง พลางเอ่ยขึ้น " หลานข้า ชายคนนั้นคือมู่ปิง ขุนศึกที่เก่งที่สุดของหลี่เฟยหลง เ้าระวังตัวด้วย "
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง ได้ยินดังนั้นก็เผยสีหน้าเย่อหยิ่งออกมา พลางเอ่ยขึ้น " ท่านอาเทาโปรดวางใจ ข้าทัวปาลู่ ไม่ทำให้เผ่าเหลียวของพวกเราต้องผิดหวังอย่างแน่นอน " สิ้นเสียงของเขา ชายหนุ่มก็ชักม้าออกมา ชายหนุ่มผู้นี้ มีอายุเพียงสิบแปดปี แม้เขาจะอายุยังน้อยแต่กลับมีรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย มีใบหน้าที่คมเข้มหล่อเหล่า สวมชุดเกราะหนังหมาป่าสีดำ สองมือถือง้าวชนาดใหญ่เป็อาวุธ เขาก็คือ บุตรชายคนโตของทัวปาเทียนกับหวังอี่ชิง นั้นเอง
และเมื่อเฟยหลงเห็นทัวปาลู่ควบม้าออกมา เขาก็ชี้นิ้วออกไป พลางเอ่ยถามขึ้น " เผาเจิง ขุนพลหนุ่มผู้นั้นใช่หรือไม่ที่เป็คนสังหารหัวฮั่น "
เผาเจิงกุมมือคำนับ แล้วตอบออกมาว่า " ใช่แล้วพะยะค่ะฝ่าา เป็เขาไม่ผิดแน่ "
เฟยหลงพยักหน้ารับ " อืม สมกับเป็ยอดคนวัยเยาว์จริงๆ "
.... และเมื่อกองทหารม้าที่เลื่องชื่อของทั้งสองฝั่งออกมาเจอกัน ทั้งมู่ปิงและทัวปาลู่ ต่างก็ชูอาวุธในมือขึ้นฟ้า
" ฆ่าาาาาาาาาาาาาา " เสียงคำรามของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่พวกเขาทั้งสองและทหารม้าจะพุ่งกระโจนเข้าประหัตปะากัน เฮๆๆๆๆๆๆๆ.... ฆ่าาาาาาาาา...
ทหารม้าเกราะดำของต้าอินยามที่เฟยหลงรวบรวมแผ่นดิน ชื่อเสียงของทหารม้าเกราะดำนั้น ไม่ว่าใครก็หวั่นเกรง แถมตลอดมาแม้จะผ่านไปหลายปี เหล่าทหารม้าเกราะดำก็ยังถูกฝึกขึ้นมาเรื่อยๆ จริงอยู่แม้จะไม่ใช่กองทหารม้าเกราะดำชุดเดิมทั้งหมด แต่ก็มีศักยภาพไม่ด้อยกว่ารุ่นเดิมอย่างแน่นอน
ส่วนกองทหาคม้าของเผ่าเหลียวเล่า แม้จะไม่ค่อยเลื่องชื่อภายในแผ่นดินใหญ่มากนัก แต่หากเป็ในดินแดนตะวันออกไกลแล้วละก็ พวกเขาก็คืออสูรสังหารดีๆนี่เอง และยิ่งเมื่อทัวปาเทียนรวมสี่ตระกูลเป็หนึ่งเดียวด้วยแล้ว กองทหารม้าของเขาก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมมากนัก นับว่าไม่ได้ด้อยกว่ากองทหารม้าเกราะดำของต้าอินเลย
และเมื่อกองทหารม้าที่เลื่องชื่อของทั้งสองเข้าปะทะกัน เสียงอาวุธกระทบกันก็ดังขึ้น ทหารม้าเกราะดำและทหารม้าของเผ่าเหลียวต่างก็มียุทธวิธีการรบที่แตกต่างกัน ทหารม้าเกราะดำนั้น เน้นหนักไปในทางการใช้ทวนที่ว่องไว ส่วนทหารม้าของเผ่าเหลียว จะเน้นไปในทางการควบคุมม้าให้เป็สวนหนึ่งของร่างการ ซึ่งนับว่าแปลกประหลาดมากนัก กระสู้รบจึงเป็ไปอย่างคู่คี่สูสี ....