เหอกวงถัง คือสำนักศึกษาหลวงที่มีชื่อเสียงของแคว้นซิงิ ตัวอาคารสูงตระหง่าน ห้องเรียนสวยสง่า ลานฝึกยุทธ์กว้างขวาง เวทีประลองสูงใหญ่ เรือนพักตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล เหล่าอาจารย์ของเหอกวงถังล้วนเป็ยอดปราชญ์ที่เลื่องชื่อ ผู้ที่้าเข้ามาศึกษาในสำนักต้องผ่านการทดสอบพลัง โดยแบ่งออกเป็สองสาย คือสายพลังยุทธ์และสายปรุงยาหลอมโอสถ เหอกวงถังจึงเป็สถานที่รวมผู้มีพร์แห่งแคว้น
รถม้าหรูคันใหญ่ตกแต่งอย่างงดงาม วิ่งมาหยุดที่หน้าประตูใหญ่เหอกวงถัง องครักษ์หนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผู้บังคับรถม้ารีบกระโดดลงไปยืนด้านข้างรอเปิดประตูให้เจ้านาย“องค์ชายสาม ถึงสำนักศึกษาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มนามว่า จิงซา บอกผู้ที่นั่งอยู่ภายในรถม้าอย่างนอบน้อม พร้อมยื่นมือไปเปิดประตูรถ หนุ่มน้อยอายุราวสิบห้าปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเนียนสะอาด ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพเซียน คิ้วกระบี่ ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางสวยได้รูป เรือนผมสีดำเกล้าสูงครึ่งศีรษะก้าวลงมาจากรถ เขาคือเซียวหรงจื่อ โอรสองค์ที่สามของฮ่องเต้เซียวเหรินอวี่ องค์ชายรูปงามกับองครักษ์คู่ใจเดินเข้าสำนักศึกษา มุ่งตรงไปยังห้องเรียนของศิษย์ระดับที่สาม ซึ่งเป็นระดับชั้นสูงสุดของสำนักศึกษาช่วงบ่ายรองเจ้าสำนักเรียกศิษย์ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานฝึกยุทธ์ พร้อมประกาศให้ทุกคนทราบว่าสำนักศึกษาจะจัดการทดสอบพิเศษ เพื่อคัดเลือกหาศิษย์ผู้เยี่ยมยุทธ์“เหอกวงถังจะจัดการทดสอบพิเศษ เพื่อคัดเลือกศิษย์ที่มีวรยุทธ์ยอดเยี่ยมไปทำภารกิจสำคัญ การทดสอบนี้ไม่จำกัดอายุและชั้นปี ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะได้รับสิทธิพิเศษให้เข้าไปฝึกวิชาในหอขาวกับท่านเจ้าสำนัก การทดสอบจะเริ่มในอีกสามวันข้างหน้า ผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมให้มาลงชื่อได้ที่เรือนพักของอาจารย์”“กระหม่อมเห็นองค์ชายห้ากับชางซิวไปลงชื่อเข้าร่วมทดสอบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จิงซาเอ่ยรายงาน“อืม เจ้าก็ไปร่วมลงชื่อกับเราด้วย” หรงจื่อสั่ง พร้อมเดินนำหน้าไปทางเรือนพักอาจารย์“พ่ะย่ะค่ะ” จิงซาตอบรับเสียงหนักแน่น แล้วรีบก้าวเดินตาม ครบกำหนดสามวัน ศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบ ต่างยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบที่หน้าลานฝึกยุทธ์ ผู้เข้าร่วมการทดสอบมีทั้งหมดสิบเจ็ดคน เป็นศิษย์ชั้นปีที่สาม..สิบสองคน ชั้นปีที่สอง..สามคน และชั้นปีที่หนึ่ง..สองคน อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบเดินเข้าสู่ลานฝึกยุทธ์ รองเจ้าสำนักประกาศเริ่มการทดสอบด้วยเสียงดังกึกก้อง“ศิษย์ทุกคนจงฟัง การทดสอบด่านที่พวกเจ้ากำลังจะเผชิญนี้คือ ด่านห้องอักขระ ขอให้พวกเจ้าจงทำให้เต็มที่ รักษาตัวให้ดี เอาตัวรอดออกมาให้ได้ อาจารย์ขอให้พวกเจ้าโชคดี...เริ่มได้”ศิษย์ทั้งสิบเจ็ดคนเดินเข้าประตูด่านทดสอบตรงหน้าตนทันทีเมื่อสิ้นเสียงประกาศ เมื่อศิษย์ทุกคนเข้าไปในประตูมิติหมดแล้ว กลางลานฝึกยุทธ์พลันปรากฏกระจกเวทอักขระขนาดใหญ่ ภาพของคนทั้งสิบเจ็ดปรากฏขึ้นบนกระจกหรงจื่อมองสำรวจพื้นที่หลังบานประตูอย่างละเอียด ที่โล่งกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ไร้ทิศทาง รอบด้านได้ยินแต่เสียงลม บรรยากาศเย็นยะเยือก ชายหนุ่มยืนนิ่งใช้สมองไตร่ตรอง แล้วหลับตาใช้สมาธิ เพียงชั่วครู่ประสาทหูพลันได้ยินเสียงบางอย่างแว่วดังมาจากที่ไกล ๆ เขาเดินไปตามเสียงที่ได้ยิน สายตาเฉียบคมมองเห็นบางสิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เมื่อเดินเข้าไปใกล้เขาผงะเล็กน้อยผีดิบร่างใหญ่ตนหนึ่งยืนหลับตานิ่งอยู่ในวงกลมสีเลือด อักษรอักขระโบราณสีทองในวงกลมเปล่งแสงบาง ๆ เล็บสีดำทั้งสิบนิ้วของมันแหลมคมดุจกระบี่งอกยาวเกือบถึงพื้น มีลูกไฟดวงเล็ก ๆ สีน้ำเงินบินวนอยู่รอบกาย ทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวเบา ๆหรงจื่อชักกระบี่สีเงินออกจากเอว แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างผีดิบ เมื่อกระบี่เข้าใกล้รัศมีวงกลมสีเลือด ผีดิบก็ลืมตาขึ้นดวงตาของมันสีแดงฉานราวกับสีเลือด มันกางกรงเล็บตะปบเข้าใส่ตัวหรงจื่อ กรงเล็บคมกริบแหวกผ่านอากาศด้วยความเร็ว เขาพลิ้วร่างหลบ แต่ท่อนแขนถูกคมเล็บแหลมบาดเข้าเนื้อ แผลลึกเกือบถึงกระดูกเลือดสีแดงสดไหลรินลงพื้นดูน่ากลัว เขาตวัดกระบี่ตอบโต้ คมกระบี่ฟันใส่แขนของผีดิบอย่างแม่นยำ เสียงเนื้อถูกตัดดังขึ้น ตุบ!! เนื้อท่อนแขนของมันตกลงบนพื้นฟู่!!! เสียงที่เกิดบนพื้นทำให้รู้ว่าเลือดของมันมีพิษ หรงจื่อกระโดดห่างออกจากรัศมีวงกลม ถอยไปไกลห้าหกก้าว แล้วฉีกชายแขนเสื้อมาพันแผลห้ามเลือดอย่างเร็วรี่ ก่อนเข้าโจมตีใหม่อีกรอบด้วยความเร็วสูง ทุกกระบวนท่าโจมตีล้วนโหดเหี้ยมอำมหิต ฟันแต่ละครั้งไม่เคยพลาดเป้า พร้อมพลิ้วร่างหลบหลีกเลือดพิษและกรงเล็บได้อย่างคล่องแคล่ว ร่างของผีดิบถูกแทงทะลุ เนื้อหนังถูกฟันขาดวิ่นไปทั้งร่าง หรงจื่อได้จังหวะสะบัดกระบี่สีเงินแหวกผ่าอากาศด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ฟันศีรษะผีดิบขาดจนกระเด็น แต่ร่างไร้ศีรษะยังคงโจมตีต่อได้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น จุดตายของมันอยู่ที่ใด? เขาใช้สมองครุ่นคิดก่อนใช้กระบี่ยาวพุ่งเข้าใส่ลูกไฟสีน้ำเงิน โพละ!!! ลูกไฟสีน้ำเงินแตกกระจาย ตุบ!!! ร่างของผีดิบล้มลงแน่นิ่งไปทันที สำเร็จ!!หรงจื่อเดินออกมาจากประตูด่านทดสอบ ได้ยินเสียงปรบมือมากมาย ศิษย์ทุกคนได้เห็นการต่อสู้จากกระจกเวทต่างพากันยกย่องชื่นชม เยี่ยเซาเพื่อนนักเรียนแพทย์โอสถขั้นกลาง รีบวิ่งเข้าไปดูบาดแผลที่แขนให้“ผู้ที่ผ่านการทดสอบด่านห้องอักขระ รวมทั้งสิ้นสิบคน การทดสอบรอบต่อไปจะเริ่มในอีกสองชั่วยามข้างหน้า ในระหว่างนี้ให้ศิษย์ที่เข้าร่วมการทดสอบทุกคนไปพักผ่อน และรักษาอาการบาดเจ็บที่เรือนพักของตน” อาจารย์ผู้คุมด่านประกาศเสียงดังผู้เข้าร่วมทดสอบทุกคนแยกย้ายกันไปทำแผล และพักผ่อนในเรือนพักของตนเอง โดยมีนักเรียนแพทย์โอสถชั้นปีที่สามเป็นผู้ดูแล“องค์ชายสาม แผลที่แขนท่านลึกมาก คงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าบาดแผลจะหายสนิท กระหม่อมจะมาทำแผลให้ทุกวันนะพ่ะย่ะค่ะ” เยี่ยเซาบอกขณะใส่ยาลงบนแผลให้อย่างระวัง“ขอบใจมาก เดี๋ยวเจ้าช่วยไปดูจิงซาด้วย เขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน”“กระหม่อมวานเพื่อนที่เป็นแพทย์โอสถไปทำแผลให้จิงซาแล้ว พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ”“กระหม่อมรู้สึกว่าการทดสอบครั้งนี้มีบางอย่างน่าสงสัย คุณหนูซู่ซินพลังยุทธ์นางแค่ขั้นสี่ระดับกลาง แต่นางไม่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับผีดิบเลยแม้แต่น้อย นางเพียงใช้เวลาเดินหาผีดิบอยู่นาน เมื่อหาพบนางก็ไม่ได้เข้าใกล้วงกลมอักขระ แต่พุ่งไปทำลายดวงไฟสีน้ำเงินทันที ทรงคิดอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยเซาเล่าความผิดปกติในการทดสอบพิเศษที่ตนสังเกตพบให้หรงจื่อฟัง “ข้าไม่ได้คิดอะไรกับนางทั้งนั้น แต่เจ้าคงจะคิดสินะ” "ถ้าข้าวางยาถ่ายเชื้อพระวงศ์จะโดนประหารเก้าชั่วโคตรหรือไม่?” เยี่ยเซาแอบบ่นในใจหรงจื่อกินยาฟื้นพลังของเยี่ยเซา แล้วนอนพักผ่อนเอาแรง จนใกล้ถึงเวลาทดสอบรอบที่สอง คนจากสำนักศึกษาก็มาแจ้งให้เตรียมตัวไปที่ลานฝึกยุทธ์ เพื่อทำการทดสอบในด่านต่อไป