อุปสรรคชิ้นใหญ่
ยามเฉิน (07:00น.-08:59) แสงแดดสาดส่องแรงกล้าขึ้น บ่งบอกถึงวันที่แห้งแล้งอีกวัน
ซูอันอันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนงง...เหตุการณ์ "ร้อนวาบ" ของจี้หยกเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวนางนอนไม่หลับไปค่อนคืน เช่นเดียวกับบุรุษข้างกายนางที่พลิกตัวไปมาแทบจะพร้อมกัน
นางรีบจัดการกับอาการแพ้ท้องยามเช้าและมุ่งตรงไปยังห้องครัวด้วยภารกิจที่แน่วแน่... วันนี้ ข้าต้องเริ่มทำเต้าหู้!
ถั่วเหลืองที่นางแช่ไว้ข้ามคืนใช้น้ำดื่มอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ บัดนี้พองตัวอวบอิ่ม พร้อมสำหรับการบดแล้ว
ทว่า...อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุด แม่สามียืนกอดอกรอนางอยู่
“เ้าจะทำจริงๆ รึ”หลิวซื่อถามเสียงเย็น “แล้วเ้าจะเอาน้ำที่ไหนมาล้าง มาบด มาต้ม? ข้าบอกไว้ก่อนนะน้ำในโอ่งนั่นมีไว้ดื่มเท่านั้น!”
“นั่นสิ...”ซูอันอันชะงัก นี่คือปัญหาที่แท้จริง
การทำเต้าหู้ต้องใช้น้ำในปริมาณมหาศาล...มากกว่าน้ำดื่มที่เหลืออยู่ทั้งบ้านรวมกันเสียอีก!
“ข้า...ข้าจะไปขอยืมโม่หินจากบ้านท่านพ่อ” นางกล่าวอย่างใจเย็น "ส่วนน้ำ... ข้า...ข้าจะลองไปดูที่บ่อท้ายหมู่บ้านอีกครั้งเ้าค่ะ"
“ฮึ! ก็ตามใจเ้า!”หลิวซื่อแค่นเสียง "แต่ถ้าเ้าทำถั่วเหลืองของข้าเสียเปล่าล่ะก็...อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
นี่มันสถานการณ์ ‘แม่ครัวเฒ่ายังไร้หนทางหุงข้าวโดยไร้ข้าวสาร’ [1]โดยแท้! นางคิดอย่างกลัดกลุ้ม
ข้า้าน้ำ...และข้า้าความเป็ส่วนตัว...
นางตัดสินใจเด็ดขาด...นางต้องไปพิสูจน์ "จี้หยก" นี่ให้รู้แน่!
ปฐมบทแห่งมิติหงส์
ซูอันอันแสร้งทำเป็เดินไปบ้านตระกูลซูแต่ระหว่างทาง นางกลับเลี้ยวไปยังป่าไผ่หลังหมู่บ้าน... ที่นี่เงียบสงัด ไร้ผู้คน
นางยืนหอบหายใจหัวใจเต้นระรัว
เอาล่ะ...เมื่อคืน... มันร้อนขึ้นมาตอนที่ข้ากับเขากำลังเครียด... และ...มันสั่นตอนที่เขาอยู่ใกล้ๆ...
นางดึงจี้หยกหงส์ออกมาจากสาบเสื้อมันยังคงเย็นเฉียบเช่นปกติ
“ได้โปรดเถิด...หากเ้ามีอยู่จริง...” นางหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่จี้ในมือ“ข้า้าน้ำ... ข้า้าทางรอด...”
นางนึกถึงความรู้สึก"ร้อนวาบ" เมื่อคืน...
“วูบ!”
โลกทั้งใบพลันมืดดับ...และสว่างวาบขึ้นมา!
ซูอันอันลืมตาขึ้น...นางไม่ได้ยืนอยู่ในป่าไผ่...
นางกำลังยืนอยู่บน...ผืนดินสีดำสนิทที่อุดมสมบูรณ์!
เบื้องหน้าของนางคือบ่อน้ำพุเล็กๆที่มีน้ำใสสะอาดจนมองเห็นก้นบ่อกำลังผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย...เป็ลำธารไหลลงไปยังอีกบ่อขนาดสำหรับให้ลงไปแช่ตัวอาบน้ำได้อย่างสบายๆ และติดๆกันเป็กระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กๆที่ดูเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จ... และที่น่าประหลาดใจคือข้างกระท่อมนั้นมีกองผ้าขนาดใหญ่กองหนึ่ง สูงท่วมระดับหัวของนางมันยังดูกองสุมกันอยู่อย่างไม่เป็ระเบียบนัก ราวกับรอให้นางมาจัดเรียงให้มันสมบูรณ์
เมื่อนางลองผลักประตูหน้าต่างกระท่อมเข้าไปก็พบว่าภายในมีชั้นวางของที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบและของใช้ที่จำเป็สำหรับการดำรงชีวิตมีทั้งยาสมุนไพรพื้นฐานสำหรับลดไข้ แก้ปวด รักษาาแหลายอย่างที่นางยังไม่มีเวลาจะตรวจสอบ แปรงสีฟันและยาสีฟันผงถ่านแบบโบราณ อีกหลายอย่าง
เครื่องมือต่างๆ และที่สำคัญที่สุด...มีเมล็ดพันธุ์พืชหลายชนิดหลายอย่าง ที่นางคุ้นตาจากโลกอนาคต! หลากหลายชนิดหลายพันธุ์...มุมกระท่อมมีผ้าพับอยู่หลายพับ ทั้งผ้าฝ้ายเนื้อดี ผ้าไหมหลายพับหลายสี ด้านหลังเป็ห้องครัวเตาไฟ หม้อ กระทะ ทุกอย่างเรียงเป็ระเบียบพร้อมสำหรับการปรุงอาหารแต่ทำไมต้องมีให้นางพร้อมสรรพเช่นนี้เหล่า...ช่างเถิด มีดีกว่าขาด
และรอบกายนางคือสายหมอกจางๆที่บดบังอาณาเขตไม่ให้เห็นว่ามันกว้างใหญ่เพียงใด
“นี่มัน...นี่มันคือมิติ!”
นางรู้สึกได้ในทันทีว่าเวลาในนี้ต้องแตกต่างจากข้างนอก...เวลาด้านนอกคงเดินช้า แต่ด้านในนี้กลับเร็วกว่า
หัวใจของนางพองโตจนแทบะเิ!นางรอดแล้ว! นี่คือ
‘หมู่บ้านใหม่ที่ปรากฏหลังม่านหลิวและมวลผกา!’[2]
นางวิ่งไปที่บ่อน้ำพุ...ลำธาร์! นางก้มลงใช้อุ้งมือรองน้ำขึ้นมาดื่ม...
“อึก!!...”
น้ำนั้นเย็นชืด...หอมหวาน... และเมื่อมันไหลผ่านลำคอ...อาการพะอืดพะอมที่นางเป็มาตลอดหลายสัปดาห์... พลัน... หายไป!
“นี่มัน...น้ำทิพย์ชัดๆ!”
นางลองนึกถึงถังน้ำที่บ้าน...“ข้าจะเอาน้ำออกไปได้อย่างไร?”
นางเพ่งจิต... "ข้าอยากได้น้ำในถัง"...
“ฟุ่บ!”
สติของนางกลับมาอยู่ที่ป่าไผ่...
...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่ได้ผล...”นางขมวดคิ้ว “หรือว่า... ข้าต้องเอาภาชนะเข้าไป?”
นางรีบวิ่งกลับไปที่เรือนคว้าถังน้ำไม้ใบเล็กที่เกือบจะพัง ที่หลิวซื่อใช้ใส่น้ำล้างผักแล้วรีบวิ่งกลับไปที่ป่าไผ่
นางเข้าสู่มิติอีกครั้ง...ครั้งนี้ง่ายดายเพียงนึกคิด
นางจ้วงน้ำใส่ถัง...
“ข้าจะออกไป”
“ฟุ่บ!”
นางกลับมายืนที่เดิม...พร้อมกับถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำทิพย์ใสสะอาด!
“สำเร็จแล้ว!”
เต้าหู้ถ้วยแรกและสายตาที่จับจ้อง
ยามซื่อ (09:00 น.- 10:59 น.)ล่วงเลยผ่านไป
ลานบ้านตระกูลเสิ่นในยามนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมมันอันแปลกใหม่และยั่วน้ำลายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
หลังจากที่ซูอันอัน "แสร้ง"ทำเป็หอบน้ำมาจากบ่อท้ายหมู่บ้านโดยอ้างว่ายังมีน้ำซับเหลืออยู่และไปยืมโม่หินมาจากบ้านตระกูลซูโดยมีพี่ชายซูฉีช่วยแบกมาให้ ปฏิบัติการ"เต้าหู้กู้ชีพ" ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างทุลักทุเลแต่เต็มไปด้วยความหวัง
ท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงสงสัยของหลิวซื่อที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างซูอันอันงัดเอาความรู้ของวิศวกรอาหารจากโลกอนาคตมาใช้อย่างเต็มที่นางบรรจงบดถั่วเหลืองที่แช่น้ำจนพองตัว กรองเอากากออกอย่างพิถีพิถันและนำน้ำสีขาวขุ่นลงต้มในหม้อดินใบใหญ่
"พี่สะใภ้...หอมเหลือเกินเ้าค่ะ!" เสิ่นซินอี้ที่นั่งเฝ้าหน้าเตาไฟร้องอุทานดวงตาเป็ประกายเมื่อกลิ่นน้ำเต้าหู้เดือดปุดๆ ลอยมาปะทะจมูก
"กลิ่นเหมือนถั่ว...แต่หอมมันกว่ามาก!"
ซูอันอันยิ้มกว้างแม้เหงื่อเม็ดเล็กจะผุดพรายเต็มหน้าผากมนแต่นางกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด นางตักน้ำเต้าหู้ร้อนๆที่ยังไม่ผสมอะไรเลยใส่ถ้วยดินเผาใบเล็ก ส่งให้น้องสาวสามีและแม่สามี
"ชิมดูสิเ้าคะ ท่านแม่ซินอี้..." นางเชิญชวน
"น้ำเต้าหู้ร้อนๆช่วยอุ่นท้องบำรุงกำลังนัก"
หลิวซื่อรับถ้วยมาอย่างไม่แน่ใจนางเป่าไอร้อนเล็กน้อยก่อนจะลองจิบ... ทันทีที่ของเหลวอุ่นวาบไหลผ่านลำคอดวงตาของหญิงชราก็เบิกกว้าง
"!"
รสชาติ "หอมมัน" ที่เข้มข้นนี้...มันอร่อยกว่าน้ำต้มถั่วใดๆ ที่นางเคยกินมาทั้งชีวิต!นางหารู้ไม่ว่ารสััอันล้ำเลิศนี้ ส่วนหนึ่งมาจาก "น้ำทิพย์"ในมิติที่ซูอันอันแอบผสมลงไป
"ท่านแม่... เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?"ซูอันอันถามลุ้นระทึก
"...ก็... ก็แค่พอกินได้"หลิวซื่อวางถ้วยลง พยายามเก็บอาการไม่ให้ลูกสะใภ้ได้ใจ
"รีบทำต่อเถอะเดี๋ยวพวกผู้ชายกลับมาจะหิวโซกันหมด"
ซูอันอันลอบยิ้ม นางรู้นิสัยแม่สามีดี คำว่า'พอกินได้' จากปากหลิวซื่อนั้น มีค่าเท่ากับคำชมว่า 'อร่อยเหาะ'เลยทีเดียว
นางหันกลับมาจัดการผสมน้ำเกลือที่แอบใช้เกลือดีจากมิติ ลงในหม้อน้ำเต้าหู้ คนเบาๆให้มันจับตัวเป็ก้อนโปรตีนนุ่มนิ่ม ก่อนจะเทลงในพิมพ์ไม้ไผ่ที่รองด้วยผ้าขาวบางแล้วใช้หินทับไว้เพื่อรีดน้ำออก
ระหว่างรอเต้าหู้เซ็ตตัวซูอันอันก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า
"ซินอี้... ไปเตรียมชามมาเถิด"นางสั่งการอย่างคล่องแคล่ว
"วันนี้ข้าจะทำ 'ซุปเต้าหู้ใส่เนื้อกระต่ายและซานเย่า'ให้ทุกคนกิน...รับรองว่าพวกผู้ชายจะต้องหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง"
กลิ่นหอมของน้ำซุปที่เคี่ยวกับกระดูกกระต่ายและหัวมันซานเย่า(มันมือเสือ) เริ่มลอยฟุ้งไปทั่ว ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเต้าหู้สดใหม่มันช่างเป็กลิ่นแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่หาได้ยากยิ่งในยามข้าวยากหมากแพงเช่นนี้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆหลายคู่ก็ดังแว่วมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน...
เหล่าบุรุษกลับมาแล้ว...
เสิ่นอวี่หาน เดินนำหน้า เสิ่นอวี่เจ๋อ และเสิ่นอวี่หลง เข้ามาในรั้วบ้าน สภาพของพวกเขาทั้งสามดูอิดโรยและมอมแมมเหงื่อไคลไหลย้อยผสมกับฝุ่นดินจนหน้าตามันเลื่อม เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ภารกิจขุดตาน้ำซับที่ซูอันอันชี้เป้าไว้เมื่อวานล้มเหลวไม่เป็ท่า... มันเป็เพียงน้ำที่ขังอยู่ตื้นๆขุดไปไม่นานก็เจอแต่ชั้นดินแห้งผากและหินแข็ง
พวกเขาเหนื่อย... หิวกระหาย...และผิดหวังอย่างรุนแรง
"เฮ้อ... ร้อนตับจะแตกแถมยังไม่ได้น้ำสักหยด" เสิ่นอวี่หลงบ่นกระปอดกระแปดทิ้งจอบลงพื้นเสียงดังตุบ
"เดี๋ยวนะ..."เสิ่นอวี่เจ๋อทำจมูกฟุดฟิด "กลิ่นอันใด... หอมยิ่งนัก?"
กลิ่นหอมละมุนที่ลอยอวลอยู่ในอากาศทำเอาความหงุดหงิดของชายหนุ่มทั้งสองจางหายไปครึ่งหนึ่งท้องที่ว่างเปล่าเริ่มร้องประท้วงโครกคราก
ทว่า... มีเพียง เสิ่นอวี่หานผู้เดียวที่ไม่ได้สนใจกลิ่นนั้น
สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของอดีตจักรพรรดิกวาดมองไปรอบลานบ้าน...เขาเห็นภรรยากำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ เห็นแม่และน้องสาวกำลังจัดโต๊ะอาหาร...และสายตาของเขาก็ไปหยุดชะงักอยู่ที่สิ่งหนึ่ง
เขาเดินตรงไปที่โอ่งน้ำดื่มหน้าเรือนครัว...เพื่อจะตักน้ำล้างหน้าล้างตา
และเขาก็ต้องชะงักค้าง
มือที่กำกระบวยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศั์ตาสีรัตติกาลหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเคลือบแคลง
โอ่งน้ำที่เมื่อเช้า... ก่อนเขาออกไป...มีน้ำเหลือติดอยู่เพียงก้นโอ่งชนิดที่แทบจะตักไม่ขึ้น
บัดนี้... มันกลับมีน้ำอยู่เกือบเต็มเปี่ยม
น้ำใสสะอาด...นิ่งสนิทสะท้อนเงาใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของเขา
เขาค่อยๆ หันขวับไปมองภรรยา...นางกำลังตักซุปใส่ชามอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะสดใสของนางดังแว่วมาเข้าหู
เขาหันไปมองถังน้ำใบใหญ่ที่นางใช้ทำเต้าหู้ซึ่งต้องใช้น้ำปริมาณมาก...
เขาหันไปมองพื้นดินบริเวณลานซักล้างที่เปียกชุ่มจากการล้างโม่หินและอุปกรณ์...
"...นาง...ใช้น้ำมากมายถึงเพียงนี้..."
นางอ้างว่าไปตักมาจากบ่อท้ายหมู่บ้าน...แต่เขาและน้องชายเพิ่งจะเดินผ่านบ่อนั้นมาเมื่อครู่สภาพของมันแห้งผากจนก้นบ่อแตกระแหงเป็ดินทราย! ไม่มีแม้แต่โคลนตมให้เห็น!
แล้วน้ำพวกนี้... นางเอามาจากไหน?
สายตาคมกริบของเสิ่นอวี่หานจับจ้องแผ่นหลังบอบบางของซูอันอันเขม็งความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเป็พายุหมุนในใจ
"เมื่อคืน...อาการสะดุ้งตื่นที่ผิดปกติ..."
เช้านี้... น้ำที่ปรากฏขึ้นมาราวกับ ‘เสก’ออกมาจากอากาศธาตุ...
ซูอันอัน... เ้า....เป็ใคร?..กันแน่
[1]แม่ครัวเฒ่ายังไร้หนทางหุงข้าวโดยไร้ข้าวสาร: หมายถึงต่อให้เป็คนเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่สามารถทำงานให้สำเร็จได้หากขาดปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด (ในที่นี้คือน้ำ)
[2] หมู่บ้านใหม่ที่ปรากฏหลังม่านหลิวและมวลผกา: หมายถึงการพบทางออกหรือความหวังใหม่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง, การพลิกผันไปสู่สิ่งที่ดีกว่า