ในหมู่บ้านที่ไกลออกไปจากตัวเมือง บ้านเล็กๆที่สร้างจากดินเผาหลังหนึ่ง กำลังเกิดความโกลาหลอยู่ข้างใน
" บ้าเอ้ย มันเป็ใครกันน่ะ ทำไมเทคโนโลยีของเรา ทำอะไรมันไม่ได้เลย "
ชายชุดดำทั้งห้าคน กำลังยืนล้อมบุรุษร่างกำยำคนหนึ่ง ซึ่งบุรุษผู้นี้อยู่ดีๆทะลุหลังคาลงมาที่ห้องของพวกเขา พวกเขาแทบตั้วตัวจับอาวุธไม่ทัน
" นาย้าอะไร ! " หนึ่งในห้าคนนั้นะโถามบุรุษที่ยืนนิ่งและค่อยๆลุกขึ้นมาช้าๆ
ชายคนนั้นยังคงไม่ตอบอะไร ตรงข้างเอวของเขาทั้งสองข้างนั้น มีสิ่งที่คล้ายถุงมือ เป็สนับมือขนาดใหญ่หรือเปล่าก็มิแน่ใจ รูปทรงคล้ายหัวฉลาม เหมือนจะเป็อาวุธแน่ๆ
" แกเป็ใครกันแน่ ตอบมานะ ฉันจะนับ หนึ่งถึงสาม หลังจากนั้น พวกฉันจะไม่ลังเลเด็ดขาด " จากนั้น ชายทั้งห้าคนต่างยกดาบเลเซอร์ บ้างก็ยกปืนพลาสมา ขึ้นมาประทับเล็ง มุ่งตรงไปที่ชายร่างกำยำ
ชายคนนั้นนำมือทั้งสองข้าง เข้าสวมลงไปที่สนับหัวฉลามข้างเอว ดึงออกมาและยกแขนตั้งการ์ดท่าต่อสู้ พลางกล่าววาจาสั้นๆ
" ข้าคือ นักหมัด " สิ้นเสียงชายคนนั้น การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น
\\ feww \\
พลั่ก! พลั่ก!
" อ่อนแอสิ้นดี "
"ของเล่นเยอะเสียเปล่า"
\\ บรึม! \\
ชายร่างกำยำผิวคล้ำ เมื่อดึงพลังปราณออกมา เสื้อที่เขาใส่ ปรากฎวงหนามสีขาวหมุนได้รอบตัวออกมา มันหมุนเป็แนวตั้งรอบไหล่ซ้ายเขา และหมัดเหล็กคล้ายหัวฉลามใหญ่คลุมยาวถึงข้อศอก เขาเริ่มดำเนินท่าร่ายเพลงหมัด ขยับขาเล็กน้อย เสมือนเต้นรำ โจมตีและป้องกันผ่าดงะุพลาสมา คมดาบเลเซอร์ของชายทั้งห้า สองหมัดร่วงหนึ่งร่าง นับหนึ่งถึงสิบ ทั้งห้าร่างนอนเกลื่อนกลาดปางตายรอบบุรุษนักหมัดปริศนาผู้นี้
เหลือแต่เพียงหญิงสาวตัวน้อยที่ยืนไกลห่างออกไป เธอยืนตัวสั่น กำกระเป๋าคอมพิวเตอร์ตรงอกไว้แน่น น้ำตาเธอไหล ทำอะไรไม่ถูกกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
" โรส หนีไปเซ่! "
หนึ่งในชายที่าเ็สาหัสจากเพลงหมัด ฝืนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ะโสุดเสียง
" ไม่ต้องห่วงพวกฉัน อย่า อย่าทำให้ภารกิจของพวกเราล้มเหลว! " ชายอีกคนช่วยพูดเสริม ย้ำเตือนถึงสิ่งสำคัญ
" พูดมากเสียจริง " เสียงที่เรียบเฉยของชายร่างกำยำและหมัดเหล็กที่ค่อยๆยกขึ้น ทุบหัวแมลงที่ส่งเสียงน่ารำคาญคนละหมัดจนศรีษะกระจายและนอนแน่นิ่งไป
\ \ ฟุ่มม! \ \
พริบตาเดียว โรส หญิงสาวผมยาวร่างบางที่ยืนตัวสั่น ก็ได้กลิ่นกายของบุรุษนักหมัดพุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอ ร่างของเขาสูงใหญ่ราวสองเมตรกว่าได้ วงแหวนหนามที่หมุนแนวตั้งรอบเสื้อของเขา ขูดแก้มขวาของเธอจนเื โรสตาค้าง หายใจไม่เป็จังหวะ
" ฮืมมม "
" มีสิ่งใดสั่งเสียก่อนรือไม่ แม่นาง "
บุรุษร่างใหญ่ เหลือบตาลงมาพร้อมถามเหยื่อตนสุดท้าย
ฉัน .... ฉัน ....
ฉันน่ะ...
" ฉันน่ะ จะตายอยู่แล้วหนิ หึ ฉัน ฉันจะไม่บอก อะไรให้นายทั้งนั้น หะๆๆ "
โรสสู้กับความกลัว กล้าที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป
" หมาจนตรอก กำลังปากดีหรอกรึ " เสียงเ็าของบุรุษนักหมัด ประชดหัวใจเหยื่อตัวน้อย
โรสสูดลมหายใจยกใหญ่ รวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นไปตอบชายร่างโต
" ด้วยเกียรติของฉัน ในฐานะเ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษแห่งจักรวรรดิแอนโดรเมด้า จะไม่บอกอะไรให้นายรู้อีกทั้งนั้น นายจะไม่รู้ ไม่รู้อะไรเพิ่มอีกเลย จากฉัน จำใส่หัวนายไว้จนวันตายเลย ไอ้ฆาตกร! " โรสตะคอกกลับไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ใช้มืออีกข้างทุบตีชายร่างโต เงยหน้าปะทะสายตากับฆาตกรโดยไม่รู้สึกกลัวความตาย
" ฆ่าฉันเลยสิ ฆ่าฉัน! " โรสกำหมัดทุบตีชายร่างโต แม้กล้ามท้องของเขาจะแข็งเหมือนทุบหิน แต่เธอก็ยังคงทุบตีต่อไปด้วยโทสะอย่างไม่หยุดยั้ง
พลั่ก!!
โรสหญิงสาวร่างบาง ถูกบุรุษนักหมัด ใช้เข่าของเขากระแทกที่ท้องเธอ เขาออกแรงเบาๆให้เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวจุกท้องจนเธออ่อนแรง ทรุดเข่าลงไปกับพื้น
" ทำ.... ทำไม.. ถึง.. ไม่ฆ่าฉัน.. อั้กก! " โรสทรุดลงท่าคุกเข่า ศรีษะก้มลงกับพื้น หน้ามืด กระอักน้ำลาย หายใจลำบาก
ชายร่างโตใช้ปลายหมัดเหล็กข้างหนึ่ง ค่อยๆเชิดคางของหญิงสาวขึ้น
" ข้ารู้ว่าเ้ามีประโยชน์กว่าพวกห้าตัวด้านหลังแน่ จงไปกับข้าแต่โดยดีซะ " พูดจบมิทันให้เวลาโรสได้ใ บุรุษนักหมัดก็ยกร่างหญิงสาวอันบอบบางไว้บนไหล่ข้างที่ไม่มีหนามหมุนรอบตัว ะโออกไปผ่านรูหลังคาใหญ่ ที่มีแสงอาทิตย์ลอดลงมา ซึ่งเป็รูที่เขาสร้างและใช้บุกเข้ามานั่นเอง
" หยุดนะ หยุด หยุด อึ้ก! " แม้โรสจะพยายามใช้แรงที่เหลือทุบตีชายร่างั์เพียงใดก็ไม่อาจฝืนแรงอันกำยำมหาศาลนี้ได้ เมื่อโรสมองลงมา เธอถูกลักพาตัวด้วยชายที่ะโได้สูง ระยะไกลกว่าคนทั่วไปจะทำได้ ะโข้ามแตะหลังคา เหยียบต้นไม้ ฟุ่บฟับไปมาด้วยความรวดเร็ว ไม่นานก็เคลื่อนที่ไกลออกไปจากตัวหมู่บ้าน ไกลออกไป ไกลออกไป และไกลออกไป จนมองไม่เห็นหมู่บ้าน เข้าสู่เขตป่า ที่มีต้นไม้เป็วิวล้อมรอบตัวเธอ โรสค่อยๆตั้งสติ แม้เธอและเพื่อนๆในทีมจะเจอเื่ที่ไม่คาดฝันและโชคร้ายที่สุด แต่เธอก็ได้ทำบางอย่างสำเร็จไปแล้ว
อี้เฟย ลาเต้ ฉันช่วยเธอได้แค่นี้จริงๆ ฝากที่เหลือด้วยนะ ฉันมั่นใจ ว่าพวกเธอสองคนต้องสานต่อภารกิจนี้ให้สำเร็จได้ ..
และนั่นคือความในใจของโรส ก่อนที่เธอจะหมดแรง
*กลับมาที่จุดเกิดเหตุ
\\ แหวบบบ \\
มีเสียงบางอย่างบริเวณมุมห้อง ทันใดนั้น ปรากฎร่างสองร่างล้มตัวลงพื้นฉับพลัน ตุ้บ! เป็หญิงสาวผมยาวตัวเล็กหนึ่งคน และหมาหูตั้งขนสั้นสีน้ำตาลตัวเต็มวัยพอประมาณ
" ไม่นะ ทุกคน ไม่จริงใช่ไหม " หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเหตุการณ์รอบตัวอย่างหดหู่ มือทั้งสองข้ามกุมปากตัวเอง ดวงตาสั่น น้ำตาไหลนองไม่หยุด
" โฮ่งๆ ใจเย็นๆก่อนนะอี้เฟย ทุกๆคนตัดสินใจใช้ผ้าคลุมล่องหนที่มีอยู่อันเดียวเพื่อนช่วยพวกเรานะ โดยเฉพาะเธอ โฮ่งๆ " ลาเต้ สุนัขหุ่นยนต์ตัวผู้ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนหมาพันธุ์ลาวาดรอวลีทรีฟเวอร์ทั่วไป แต่ภายในมีอุปกรณ์ลับและระบบปฏิบัติการ Ai อัจฉริยะ กำลังปลอบ อี้เฟย เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
ถึงอี้เฟยจะได้ยินอย่างนั้น แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับโดยไม่ทันตั้งตัว ด้วยความใสๆกับอุดมการณ์อันร้อนแรงในหน้าที่วิชาชีพของเธอ ความรู้สึกหดหู่เสียใจที่เอ่อล้นอกเกินกว่าเธอจะรับไหว ทำให้เธอร้องไห้ไม่หยุด แม้ลาเต้จะคอยลูบไหล่เธอข้างๆเพื่อช่วยให้เธอหายผ่อนคลายแค่ไหนก็ตาม
" ทำไม ทำไมทุกคนถึงต้องตายล่ะลาเต้ ทำไมทุกๆคนถึงสละชีวิตเพื่อฉันคนเดียว ทำไม ทำไมโรสต้องสละตัวเองเป็เหยื่อล่อให้กับคนธรรมดาๆอย่างฉันด้วย ฮึกๆ... ทำไม่ ทำไม ... "
" อี้เฟย ... " ลาเต้ไม่รู้จะพูดว่าอะไร สิ่งที่มันทำได้ดีที่สุดตอนนี้คงเป็ การรับฟัง
" ฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ ฉันเข้าหน่วยนี้ในฐานะนักวชาการด้วยซ้ำ ฉันไม่ควร ไม่ควรจะรอดชีวิตจนถึงตอนนี้เลย ทีมเบต้า (B) ก็กระจัดกระจายพลัดหลงกับเรา แล้วต่อจากนี้ ต่อจากนี้ล่ะ ฮึก ฮืออ " อี้เฟยโอดครวญไม่หยุด
" อย่าพูดแบบนั้นสิอี้เฟย เธอน่ะเก่งอยู่แล้ว ทุกๆคนรู้ เข้าใจ และเชื่อมั่นในความเก่งของเธอนะ " ลาเต้รู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ อี้เฟยคงจะพูดอะไรตัดพ้อออกมาอีกมา แต่เขาจะยอมให้มันฉุดรั้งเธอไปมากกว่านี้ไม่ได้
อี้เฟยตั้งสติ ปาดน้ำตา ค่อยๆลุกขึ้นนั่งมองสถานการณ์รอบๆ พร้อมกลืนน้ำลาย หันหน้าไปถามเ้าหมาหุ่นยนต์ที่นั่งอยู่ข้างๆ
" ติดต่อศูนย์บัญชาการได้รึเปล่า ลาเต้ "
ได้ยินดังนั้น ลาเต้จึงหลับตา ภายในสมองของลาเต้จะมีระบบประมวลผลอัจฉริยะวิ่งแล่นส่งถ่ายข้อมูลไปมาด้วยspeedที่สูงมาก อีกทั้งยังมีความจำที่จุข้อมูลเป็ทั้งภาพ และวิดิโอได้อย่างมหาศาล แต่การจะติดต่อศูนย์บัญชาการที่อยู่ต่างมิตินั้น ต้องใช้คลื่นแม่เหล็กที่เข้มข้นแรงสูงมาก มันจึงต้องหลับตาตั้งสมาธิเพื่อรวบรวมพลังงานในการถ่ายทอดคลื่นสัญญาณแม่เหล็กเข้มข้นแรงสูงออกไป
" อีก 20 กว่านาที ถ้ามีการตอบกลับมา ก็คงจะดีล่ะนะ โฮ่ง " ลาเต้ ลืมตา ถอนหายใจยกใหญ่ เพราะที่ผ่านมา หลังจากทีมของพวกเขาข้ามมิติมาแล้วนั้น ลาเต้ก็ไม่สามารถติดต่อศูนย์บัญชาการได้อีกเลย ศูนย์บัญชาการอาจจะไม่ได้รับสัญญาณจากมัน หรือส่งข้อความกลับมาแล้ว แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่านี้ข้อความถึงจะส่งมาถึงพวกเขา หรืออาจจะเป็กรณีอื่นใด คงได้แต่เดา หาคำตอบไม่ได้
ตัวอี้เฟยนั้น ก็มิได้หวังว่าจะได้รับข้อความกลับมาในเร็วๆนี้อยู่แล้ว เธอแค่้าตั้งสติและทำอะไรบางอย่างเป็ชิ้นเป็อัน อี้เฟยค่อยๆยกแขนขึ้นมาโอบขา นั่งกอดเข่าตัวเอง นั่งครุ่นคิดพักหนึ่ง จากนั้น เธอยกมือชี้นิ้วไปสิ่งๆหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น มันเป็กระเป๋าคอมพิวเตอร์ของโรสที่ตกอยู่บนพื้น ตอนที่เธอถูกลักพาตัวไปจากบุรุษนักหมัด
ลาเต้วิ่งไปคาบกระเป๋าใบนั้นมาให้อี้เฟย อี้เฟยเช็คสภาพอุปกรณ์ ดูแล้วมิมีอะไรเสียหาย เธอจึงเก็บของและสะพายกระเป๋า เดินไปล่ำลาศพเพื่อนผู้ชายในทีมทุกคนที่นอนตายอยู่ใกล้ๆ หลังจากที่เสียท่าไปในการต่อสู้ พวกเขาไม่สามารถทำพิธีทางศาสนาให้ได้ พวกเขาไม่มีเวลาเลยด้วยซ้ำ อี้เฟยได้แต่โบกมือลาร่างอันไร้ชีวิตของทุกคนที่อยู่ตรงหน้าโดยมีลาเต้คอยยืนอยู่ข้างๆ
" เราต้องไปกันแล้วนะอี้เฟย อาจจะมีรายอื่นตามมาเก็บงานสถานที่นี้อีกก็ได้ โฮ่ง " ลาเต้เตือนสติหญิงสาวที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ประตูทางออกอย่างช้าๆ ดูไร้จุดหมาย
" ไปไหนต่อดีล่ะ เราควรจะเริ่มจากตรงไหน ไปช่วยโรสดีไหม " อี้เฟยเสนอความคิดเห็น
" ฉันขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้ แต่เราจำเป็ต้องลืมโรสไปก่อน ภารกิจของเรา สำคัญกว่า โฮ่ง "
" แต่..แต่ว่า.. โรสคือเพื่อนรักของฉัน เพื่อนรักของเธอนะ เราจะปล่อยเธอไปได้ยังไง เธอ เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ " อี้เฟยหันมาแย้งด้วยความกระวนกระวาย
" เราไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก เธอก็รู้ดีนี่ โฮ่ง " ลาเต้ย้ำอีกครั้ง จนอี้เฟยยอมถอดใจ
" แล้ว.. ภารกิจของเรา " อี้เฟยพยายามตั้งสตินึกชื่อโค้ดเนมของภารกิจ
" ทีมสืบสวนสอบสวนอัลฟ่า (A) ปฏิบัติการหยุดยั้งอุบัติแห่งเทพา เมมโบซ่า " อี้เฟยนึกชื่อภารกิจออก
" งั้น ถึงไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน แต่เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ โฮ่งๆๆๆๆ " ลาเต้กัดกระโปรงของอี้เฟยลากเธอให้ก้าวขาวิ่งสักที
" อื้ม ได้จ้ะๆ มาทำภารกิจให้สำเร็จกันเถอะ การเสียสละของทุกคนจะต้องไม่สูญเปล่า ฉัน ฉันจะต้องไม่ล้มเหลว!"
จากนั้นทั้งคู่ก็วิ่งหนีออกไป เริ่มที่จะสืบเสาะหาความจริง ของอุบัติการณ์ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกาแล็คซี่แอนโดรเมด้า ที่ทั้งจักรวาลมีพวกเขา ทีมสืบสวนเป็เดิมพัน
ณ ค่ายทหารหนึ่ง ที่ไกลออกไป
บุรุษนักหมัด ได้เดินทางมาถึง ค่ายทหารของกองทัพอาณาจักรหนึ่ง ค่ายนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งโล่งกว้าง ติดแม่น้ำ และป่าขนาดใหญ่ มีเต้นท์เป็ที่พักหลายพันเต้นท์ มีเวรยามรักษาการณ์เฝ้าระวังทั่วตลอดค่าย เขาหยุดลงตรงหน้าทางเข้าค่าย มีทหารถือดาบพกทวน ออกมาเปิดประตูั์และต้อนรับการกลับมาของเขา เสียงต้อนรับดังสนั่นป่า บุรุษนักหมัดพยักหน้ารับการต้อนรับ เขาบอกให้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง นายทหารนับพันที่มาต้อนรับหน้าประตู ได้รับคำสั่งนั้นแล้วต่างก็เข้าใจและแยกย้ายไปทำหน้าที่ต่อ ที่ดูเป็เช่นนี้เพราะบุรุษนักหมัดนั้น เป็ที่รักและเคารพของบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชามาก เขาเก่งกาจ มีความสามารถ ทักษะ ความฉลาดอันมหาศาล อีกทั้ง เขามิเคยถือตัว ตีตนเสมือนเพื่อนร่วมรบ เคียงบ่าเคียงไหล่ เช่นนี้จึงเป็เหตุผลให้บารมีของเขา แผ่ไพศาลไปทั่ว
เมื่อเดินมาถึงเต้นท์ที่พักของเขา
" เ้าไปนำหญิงอื่นใดมาอีกกัน " จอมยุทธ์หญิงชุดราตรีสีม่วงคนหนึ่ง ทักทายบุรุษนักหมัดที่กำลังหอบร่างหญิงสาวที่สลบอยู่บนไหล่ขวาของเขา ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
" พวกมันมาแล้ว " เขาหันไปตอบจอมยุทธ์หญิง
" พวกมัน .. พวกมัน้าสิ่งใด มีจุดประสงค์อันใดกันเล่า " เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ สะบัดชุดราตรีไปข้างหลัง ก่อนจะหันหน้ามาถามบุรุษนักหมัด
" พวกมันมาตามหา แฟนต์ " เขาสบตาและตอบจอมยุทธ์หญิงอย่างตรงไปตรงมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
" แล้วแม่นางนี้เล่า เ้ายังไม่ตอบข้าเลยนะ " เธอขมวดคิ้ว ยื่นหน้าเข้ามาถามบุรุษร่างกำยำใกล้ขึ้นอีก
" จิ๊กซอที่จะทำให้ข้าได้ พลัง " ตอบเสร็จ ชายร่างกำยำก็เดินจากเข้าไปในเต้นท์ จอมยุทธ์หญิงชุดราตรีสีม่วงที่ได้ยินคำตอบดังนั้นก็ชื่นใจ