ทั้งสองคนมองหน้ากัน อันเยว่รู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ บุรุษที่มีแค้นก็ต้องชำระผู้นี้ เกรงว่าเขาคงคิดได้ในใจแล้วว่าจะวางยาพิษชนิดใดแก่นาง
ไม่แน่หากเื่ยุ่งยากในครั้งนี้ไปยั่วยุเขา เขาอาจทำให้นางจบชีวิตด้วยยาพิษเพียงเทียบเดียวก็เป็ได้
“เื่ยุ่งเหยิงที่สะสมมาสิบกว่าปียังคงต้องจัดการทีละนิด กินคำเดียวจะกลายเป็คนอ้วนได้อย่างไร”
อันเยว่กล่าวประโยคนี้ให้หยูยวนฟัง ถือได้ว่าเป็การตบตาเพื่อไม่ให้เขาลงมือกับนาง
หากชีวิตยังอยู่จะพูดอะไรก็ง่าย แต่หากไม่มีแม้กระทั่งชีวิต ยังจะ้าเกียรติอันใดอีก!
“เ้ากระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของข้าได้สำเร็จ”
น้ำเสียงที่ปนความสนใจของหยูยวนทำให้อันเยว่เว้นระยะห่างโดยไม่รู้ตัว บุรุษผู้เหี้ยมโหดคนนี้มีวิธีวางยาพิษที่พิสดารเป็ที่สุด ไม่แน่หากไม่ระวังก็อาจตกหลุมพรางของเขา
ยาพิษหรือ?
อันเยว่หยุดฝีเท้า ราวกับมีแสงส่องประกาย และเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“หยูยวน ข้าอยากขอร้องให้เ้าช่วยข้าสักอย่าง”
“ขอร้องหรือ?”
หยูยวนปิดปากหัวเราะ เสียงเล็ก ๆ ที่ปนความเหยียดหยามนั้นช่างแสบหูยิ่งนัก อันเยว่้าขอร้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือและไม่กล้าแสดงความไม่พอใจ นางจึงมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“อย่าลืมสิว่าเ้าเพิ่งขอยืมเงินข้าไปหนึ่งร้อยตำลึงเมื่อไม่กี่วันก่อน เืบนหลักฐานการยืมยังแห้งไม่สนิทเลย”
ช่างเป็บุรุษที่เฉียบคม ทุกถ้อยคำล้วนผสมการประชดประชัน
“ไม่ลืมหรอก ข้าอยากยืมยาพิษของเ้าสักหน่อยชนิดที่ไม่ทำให้ถึงตาย เอาแบบที่เ้าเคยใช้วางยาข้าน่ะ”
เมื่อนึกถึงคราวที่ถูกพิษสองสามครั้ง นางปลดหนักจนส้วมเกือบเต็ม แม้จะเป็ความทรงจำของเ้าของร่างเดิม แต่นางกลับซึมซาบถึงความรู้สึกนั้นได้ดี
ชุยต้าเหนียนมาร้องะโเช่นนี้ ควรให้บทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่นางถึงจะถูกต้อง
“ข้าไปวางยาพิษเ้าเมื่อไร? กินอาหารมั่วซั่วได้ แต่ห้ามพูดส่งเดช”
“ใช่ ๆ ๆ จริงอย่างที่เ้าว่า เช่นนั้นข้าสามารถ…”
“เ้ามันก็เลวเหมือนกันนั่นแหละ”
หยูยวนจากไปอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้ม นี่มันอะไร? ตอบรับหรือปฏิเสธ? แล้วยาล่ะ?
ช่างเป็บุรุษที่คาดเดาได้ยาก อันเยว่ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา ชุยต้าเหนียนผู้นี้มาโวยวายเช่นนี้ นางไม่กล้าออกไปข้างนอกแล้วจริง ๆ
เมื่อมองไปรอบ ๆ ลานกว้างหน้าเรือนก็เห็นแปลงปลูกดอกไม้ที่รกไปด้วยวัชพืช
นี่คืออาชีพเก่าที่ถนัดของนางเลยละ นางถกแขนเสื้อแล้วใช้จอบจัดการกับแปลงปลูกดอกไม้จนได้พื้นที่ออกมามุมหนึ่ง จากนั้นพลิกหน้าดินอีกครั้ง มิน่าล่ะถึงได้ชื่อ ฮวาตู เพราะคุณภาพดินของที่นี่เหมาะกับการเพาะปลูกจริง ๆ
เพียงแต่ยามนี้บนมือของนางไม่มีอุปกรณ์สักอย่าง อันเยว่เงยหน้ามองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าบนชั้นที่หยูยวนใช้ผึ่งแดดมีสมุนไพรที่พวกเขาเพิ่งเก็บกลับมาวางอยู่
เวลานี้หากผู้คน้าใช้สมุนไพรก็ยังต้องขึ้นไปเก็บบนเขา หากเจอสมุนไพรบางอย่างที่ขึ้นอยู่ตามหน้าผาสูงชัน ผู้เสียชีวิตก็จะมีมากถึงสองสามคนจากในสิบคนเลยทีเดียว
อันเยว่เดินไปดูก็เห็นสมุนไพรสองสามชนิดที่ใช้การได้ และโชคดีที่รากของมันสมบูรณ์ นางจึงหยิบมาสองสามต้นแล้วนำไปปลูกในแปลงดอกไม้ โดยที่ไม่ได้ผ่านการยินยอมจากหยูยวนก่อน
สิ่งนี้ถือเป็ดอกเบี้ยตอบแทนที่หยูยวนให้นางยืมเงินหนึ่งร้อยตำลึง และนาง้าดูด้วยว่าอาชีพเดิมที่ถนัดของนางจะใช้ได้หรือไม่ใน่เวลาที่ขาดแคลนวัตถุดิบเช่นนี้
ดวงตะวันคล้อยไปทางทิศตะวันตกแล้ว อันเยว่ทุบบั้นเอวตัวเอง เหงื่อไหลลงมาตามแก้มของนาง โดยนางไม่คิดเลยว่าจะจดจ่ออยู่กับมันจนใกล้ค่ำโดยไม่รู้ตัวเช่นนี้
“ฮูหยิน ได้เวลากินข้าวแล้ว”
ซูจือฉือยืนอยู่ในลานกว้างหน้าเรือนเป็เวลานานแล้ว เพียงแต่อันเยว่มัวแต่ยุ่งกับธุระของตัวเอง จึงไม่ได้สังเกตเห็นดวงตาคู่นั้นที่กำลังจ้องนางจากระยะไกลอยู่ด้านหลัง
“มาแล้ว”
อันเยว่เดินไปล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำสะอาดที่ริมบ่อน้ำ ตอนนี้ไม่มีเครื่องสำอาง ต่อให้ใบหน้านี้จะงดงามโดยกำเนิดเพียงใด แต่ิัก็ยังแตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุเพราะกรำแดดกรำฝนมาอย่างหนัก
ดูเหมือนว่าต้องวางแผนสำหรับใบหน้านี้แล้วจริง ๆ
อันเยว่ที่กำลังขบคิดเื่ต่าง ๆ อยู่ในใจเดินเข้ามาในห้องโถง สามีทั้งสี่คนเข้าประจำที่ั้แ่เนิ่น ๆ แล้ว ราวกับไม่ได้ถือว่าภรรยาอย่างนางเป็เ้านาย
นางเองก็มิได้สนใจ เดิมทีจารีตที่ว่าบุรุษเหนือกว่าและสตรีด้อยกว่า หรือสตรีเหนือกว่าและบุรุษด้อยกว่านั้นก็เป็เื่น่าขำอยู่แล้ว นางแค่อยากมีชีวิตที่ดีต่อไปเท่านั้น
เมื่ออันเยว่นั่งลงก็หยิบถ้วยและตะเกียบขึ้นมากินข้าวคำโต ยุ่งกับงานมาตลอด่บ่าย ท้องของนางเริ่มตีกลองตั้งนานแล้ว นางไม่สนใจว่าที่นี่จะมีเครื่องปรุงเพิ่มหรือไม่ หลังจากที่กินหมดไปหนึ่งชามอย่างรวดเร็วนางก็วางถ้วย และมองดูมือทั้งสองข้างของตัวเองด้วยความตกตะลึงและเหม่อลอย
พฤติกรรมอันแปลกประหลาดของนางตกอยู่ในสายตาของทุกคน หัวคิ้วของซูจือฉือขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนว่าอันเยว่จะยิ่งผิดปกติขึ้นเรื่อย ๆ
มีเล่ห์กลอะไรอีก นางคงกำลังคิดหาวิธีเล่นลูกไม้อย่างแน่นอน เซียวสิงเยี่ยนออกแรงบนมือที่กำลังบีบชามข้าวเล็กน้อย และจ้องมองอันเยว่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้นางทำสิ่งที่ไม่คาดคิดอีก
“ข้ารู้แล้ว!”
อันเยว่ลุกขึ้นพรวด ทำให้กระแทกโต๊ะจนไม้สั่นะเื เซียวสิงเยี่ยนต้องรีบกดโต๊ะเอาไว้ โทสะพุ่งขึ้นโดยพลัน “อันเยว่!”
“พวกเ้ารอเดี๋ยวนะ!”
อันเยว่ไม่โกรธเลยสักนิด กลับวิ่งออกไปอย่างมีความสุข
ถั่วเ้าโต้วเป็ของใช้จำเป็สำหรับทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะซักเสื้อผ้า อาบน้ำ หรือสระผมล้วนขาดมันไม่ได้เลย แต่ถึงกระนั้นวิธีการทำกลับค่อนข้างหยาบ ประสิทธิภาพก็ไม่น่าพอใจ
เห็นชัดเจนว่ามีตัวเลือกที่ดีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นกรรมวิธีก็ยาก แบบนี้ก็ยิ่งง่ายสำหรับอันเยว่
“ข้าอยากเห็นนักว่านางจะก่อเื่อะไรอีก!”
เซียวสิงเยี่ยนวางชามข้าวกับตะเกียบแล้วออกจากห้องโถงไปอย่างไม่เร่งรีบ หยูยวนลุกตาม แม้จะไม่ได้เอ่ยอะไร แต่ก็สนใจใคร่รู้เช่นกัน
อันเยว่ที่วิ่งออกมาจากห้องโถงตรงไปยังห้องครัว เตาในครัวยังคงมีไฟติดอยู่เล็กน้อย
อันเยว่หาอ่างเหล็กก่อนเป็อันดับแรก แล้วหยิบขี้เถ้าที่ยังเผาไหม้ออกจากเตา จากนั้นเห็นน้ำมันหมูในหม้อที่อยู่บนเตา ก็ขูดแรง ๆ ออกมาได้หนึ่งช้อนคันใหญ่
“อันเยว่ เ้าคิดจะทำอะไร?”
เซียวสิงเยี่ยนอยากรีบเข้าไปห้าม แต่กลับถูกหยูยวนจับแขนไว้แล้วพยักพเยิดไปทางอันเยว่
อันเยว่ไร้การตอบสนอง นางเทน้ำมันหมูลงในขี้เถ้าแล้วกวนให้เข้ากัน
ทันใดนั้น มีควันบาง ๆ ลอยมา พร้อมกับกลิ่นประหลาดในห้องครัว ทำให้คนอดกลั้นหายใจและขมวดคิ้วไม่ได้
“หยูยวน ข้าขอใช้เครื่องหอมของเ้าหน่อยสิ แค่นิดเดียวเท่านั้น”
ไม่รอให้หยูยวนตอบ อันเยว่ก็วิ่งออกไปอีกครั้ง สายตาของซูจือฉือมองตามอันเยว่ ร่างผอมบางของนางดูน่าขันเป็พิเศษภายใต้เสื้อคลุมตัวกว้าง แต่นางไม่สนใจ นางคว้าเครื่องหอมได้หนึ่งกำมือก็วิ่งกลับมา
“นี่หรือนิดเดียวของเ้า?”
เสียงของหยูยวนสั่นเล็กน้อย เครื่องหอมกำใหญ่ขนาดนี้ เกรงว่าสตรีผู้นี้คงเสียสติไปแล้ว!
อันเยว่ไม่สนใจ นางโยนเครื่องหอมลงไปในอ่าง แล้วออกแรงเท่าที่มีเพื่อกวนให้เร็วกว่าเดิม
กลิ่นที่ยากจะสูดดมค่อย ๆ ถูกกลบด้วยกลิ่นของเครื่องหอม และสูดดมได้ง่ายขึ้นมาก
ของที่เป็ขี้เถ้าและน้ำมันหมูในอ่างนี้มีสีออกค่อนข้างเหลือง แม้กลิ่นจะหอม แต่ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกรังเกียจจากใจเล็กน้อย
กู่หยางทนดูไม่ไหวและหมุนตัวจากไปแล้ว เซียวสิงเยี่ยนเท้าเอวด้วยท่าทางประหนึ่งว่าหากเ้าทำพัง ข้าจะเอาชีวิตเ้าอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนหยูยวนดวงตายิ่งแดงก่ำ เขาเกลียดตัวเองที่ยอมให้นางใช้เครื่องหอมเมื่อสักครู่
“สำเร็จแล้ว!”
“แค่นี้เองหรือ?”
เซียวสิงเยี่ยนส่งเสียงฮึอย่างเย้ยหยัน
“ข้าขอเตือนให้เ้าทำตัวดี ๆ เ้ารู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร พูดมาได้ว่าแค่นี้เอง”
อันเยว่ยืดอก ในที่สุดนางก็สามารถเงยหน้าขึ้นเป็คนดีของตระกูลอัน!
นางตบหน้าอกอย่างหนักแน่นแล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ “วันที่ตระกูลอันของข้าจะพลิกฐานะกำลังจะมาถึงแล้ว!”