“ฝ่าาเสด็จมาถึงที่นี่เพราะ้าประกอบกุศลกรรม จะทำทานแก่สมณะที่ยากไร้หรือ”
เ้าฟ้าปัทมนภ์เห็นภิกขุสิทธิธรรมมองมายังตนเองด้วยแววตาเปี่ยมเล่ห์ ก็นึกเยาะอยู่มุมพระโอษฐ์ข้างหนึ่งยกขึ้นอย่างไม่คิดจะเก็บอาการ“ได้ยินว่าพระคุณเ้าธุดงค์ไปถึงเขมร กลับมาถึงทวารกาเมื่อไม่กี่วันนี้ข้าพระพุทธเ้าจึงมาพบพระคุณเ้าเพื่อให้แสดงธรรมเทศนาสั่งสอนข้าพระพุทธเ้า”
“แสดงธรรมอันใดฝ่าาประสงค์จะให้สมณะแสดงธรรมว่าพระเ้าอชาตศัตรูแห่งแคว้นมคธใช้เล่ห์กลใดทำลายความสามัคคีของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีงั้นละหรือ?”สมณะโล้นเอ่ยอย่างรู้ทัน ดั่งกระจ่างแจ้งในพระหทัยของบพิตรผู้เป็เ้าฟ้าดวงตาที่เหลือเพียงข้างหนึ่งของบรรพชิตก็ลุกวาวดั่งสุนัขจิ้งจอกฟันดำที่เคี้ยวหมากอยู่ก็แย้มพรายออกมาพร้อมการหัวเราะร่วน“แต่ที่นี่ไม่มีวัสสการพราหมณ์”
“แต่ที่นี่มีพระเ้าอชาตศัตรู”
“หืมมมพระเ้าอชาตศัตรูทรงพระทัยเด็ดขาด สังหารบิดาตัวเองเพื่อราชบัลลังก์ฝ่าาคิดว่าจะมีเ้าฟ้าองค์ใดมีความเพียรถึงเพียงนั้นทัดเทียมพระเ้าอชาตศัตรูหรือ”
“เ้าฟ้าองค์นั้นจะให้ทำยิ่งกว่าอชาตศัตรูก็ย่อมได้ศึกาของผู้มีเืขัตติยะนั้นเด็ดขาดนัก เชื้อสายกษัตริย์บางพระองค์ก็โชคร้ายพ่ายในศึกชิงราชสมบัติ ถูกฝ่ายที่ชนะเขาลงทัณฑ์ ควักดวงตาออกมาข้างหนึ่งซ้ำยังตัดหนทางในการสืบเชื้อสาย ความเป็บุรุษถูกสะบั้นสิ้นซ้ำเ้าตัวยังต้องหนีราชภัย เข้าบวชในพระบวรพุทธศาสนาเอาผ้าเหลืองเป็เครื่องกำบังกายไม่ใช่หรือ”
ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นยังยิ้มอยู่สิ่งที่เ้าฟ้าคราวหลานผู้นี้เอ่ยกับตัว ทำให้ดวงใจของสมณะเต้นแรงขึ้นกรรมที่ตัวเองเคยถูกกระทำเมื่อหลายสิบปีก่อน ก็ฉายชัดขึ้นมาในห้วงคำนึง
ฝึกจิตมาสักเท่าใดเื่ในอดีตเมื่อครั้งโน้นก็ยังรบกวนจิตใจได้ทุกครั้ง
“แล้วเชื้อสายของผู้ที่กระทำกับอาตมาภาพจะเอ่ยเื่นี้ขึ้นมาเพื่อธุระอันใด? หรือว่าเป็อุบายเพื่อ้าให้อาตมาภาพบำเพ็ญศีล”
“ข้าพระพุทธเ้าเป็หน่อเนื้อเชื้อไขขององค์หน่อพุทธางกูรก็จริงแต่ความเป็จริงแล้ว พระคุณเ้าก็เป็พระปิตุลาของข้าพระพุทธเ้ามิใช่หรือ”
“แล้วอย่างไร”
“หากฝ่าาผู้เป็หน่อพุทธางกูรสมพระราชประสงค์พระคุณเ้าจะตายตาหลับหรือ?”
ผู้เป็ภิกขุเพียรสะกดลมหายใจ แต่หัวใจของตนเองยังคงเต้นแรง
“ข้าพระพุทธเ้าอยากได้บัลลังก์จะด้วยวิธีใดก็ย่อมได้ จะให้ข้าพระพุทธเ้ากระทำอย่างพระเ้าอชาตศัตรูก็ย่อมได้”
“ฝ่าา...มิกลัวอาตมาภาพนำความนี้ไปเพ็ดทูลให้องค์สมเด็จพระเ้าอยู่หัวหรือหากเื่นี้มหาบพิตรทรงรับทราบ พระเศียรของฝ่าาและลูกทั้งโคตรก็คงจะไม่เหลือกระมัง”
“ข้าไม่มีทางเลือกแล้ว! ถ้าเ้าอยากปากโป้งไปบอกเสด็จพ่อก็เื่ของเ้า”พระองค์เ้าสนเก็บงำอาการไม่อยู่ พูดอย่างตรงไปตรงมา “ทูลกระหม่อมพ่อเกลียดข้าจะเอาดาบฟันหัวข้าอยู่ทุกวัน หากวันนี้ข้ารอดจากเสด็จพ่อ วันหน้าข้าก็ถูกเ้าพี่ใหญ่ทำกับข้าอยู่ดีข้าไม่มีทางเลือกแล้ว เ้าเองก็เคยเป็เชื้อพระวงศ์เ้าก็รู้นี่ว่าการของกษัตริย์เป็อย่างไร”
ภิกษุสิทธิธรรมยิ้มกว้างฟันดำมะเมื่อมใต้รอยยิ้มนั้นดั่งเขี้ยวเดรัจฉาน“เหตุไฉนจึงคิดว่าอาตมาภาพช่วยเหลือฝ่าาได้เล่า?”
“ข้าพระพุทธเ้าทราบมาว่าหลวงพ่อนั้นทรงอาคมั้แ่ครั้งยังเป็กรมขุนฐิติสุเรนทร์อาคมของพระคุณเ้าเมื่อครั้งนั้นก็แก่กล้าจนชื่อเสียงกระเดื่องพระนครมิใช่หรือ”
“อาคมแก่กล้า?แก่กล้ากระทั่งเสียดวงตาหนึ่งข้าง จากกรมขุนฐิติสุเรนทร์กลายเป็ขัณฑภิกขุ*”
(ขัณฑ เป็คำสันสกฤต แปลว่า ตัด, ตอนเป็รากศัพท์ของคำว่าขันที)
“วันนั้นคนทั้งปวงเขาเข้าด้วยทูลกระหม่อมพ่อแต่วันนี้พระคุณเ้ามิได้ต่อสู้คนเดียว ประการสำคัญเื่มันผ่านมากี่ปีแล้วหรือพระคุณเ้าพระคุณเ้าวันนี้ก็อาคมแก่กล้ายิ่งกว่าครั้งเป็กรมขุนหรือพระคุณเ้าลืมความแค้นที่เสด็จพ่อทำกับพระคุณเ้าในวันนั้น”
ภิกษุนั่งนิ่ง ดวงตานั้นให้คำตอบชัด –ไม่ลืม ไม่มีวันลืม
“ฝ่าาประสงค์สิ่งใดอย่าเพิ่งตอบอาตมาภาพว่าราชบัลลังก์ อาตมาภาพยังทำสนองคุณฝ่าามิได้”
“เ้าพี่...เ้าพี่ใหญ่ เ้าฟ้าธรรมธาดากรมขุนวิมานรักษ์ สมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิก”พระเนตรของผู้เป็เ้าฟ้าเป็ประกาย “ทำให้มันพ้นทางข้าลำดับโปเจียมแห่งราชอาณาจักรทวารกาถัดจากมันคือข้า หากมันสิ้นแล้วราชบัลลังก์แห่งทวารกาจะไปไหนเสีย หากถึงวันนั้น พระคุณเ้าประสงค์สิ่งใดแม้ตำแหน่งสังฆราชก็เป็เื่เล็กน้อย พระคุณเ้าจะมาอยู่วัดโทรมๆชายขอบพระนครเยี่ยงนี้ก็หาไม่ ตำหนักของพระคุณเ้าก็จะดั่งตำหนักของกษัตริย์”
“กล่าวโดยจริงนะ มหาบพิตร”พระครูสิทธิธรรมเรียกผู้เป็เ้าฟ้าเสมอองค์กษัตริย์“ฝ่าารู้ใจอาตมาอยู่กึ่งหนึ่งกึ่งนั้นคืออาตมาภาพ้าพระเศียรขององค์หน่อพุทธางกูรเป็พุทธบูชา”
ทั้งเดียรถีย์ทั้งผู้มีจิตปิตุฆาตต่างก็ยิ้มให้กันอย่างใจตรงกัน
“แต่อีกกึ่งนั้นฝ่าามิเข้าใจอาตมาภาพอาตมาภาพนั้นไม่ประสงค์ฐานานุศักดิ์หรือฐานานุรูปใดๆ แต่อาตมาประสงค์อีกประการ”
เ้าฟ้าสนรอฟังอย่างตื่นเต้น
“อาตมาภาพยังมีกิเลศในเื่วิชาความรู้ที่อาตมาศึกษามาไสยเวทของอาตมานั้นบัดนี้เหมือนท้องมหาสมุทร หากจะท่องมหาสมุทรแห่งนี้ฝ่าาต้องสัญญากับอาตมาว่าหากอาตมา้าสิ่งใดที่จะทำให้ไสยเวทของอาตมาภาพเป็จริงได้ไซร้ฝ่าาต้องพระราชทานตามที่อาตมาทูลขอฝ่าา”
“ข้าให้ได้ทุกอย่างยกเว้นชีวิตข้าและราชบัลลังก์”
“อนุโมทนาเถิด ฝ่าา” ภิกขุแย้มยิ้ม“แล้วฝ่าา้าเวทใดแห่งอาตมาภาพที่จะจัดการพระองค์เ้าใหญ่เล่า?”
“ทำให้เสด็จพ่อเกลียดมันเกลียดมันยิ่งกว่าเกลียดข้า”
“พระมหาเศวตฉัตรแห่งทวารกานั้นศักดิ์สิทธิ์นักผู้เป็หน่อเนื้อพุทธางกูรใต้ร่มเศวตฉัตรนั้นมนตราใดๆ มิอาจกล้ำกรายหากใช้มนตรากับผู้เป็พระเ้าแผ่นดินได้ง่ายถึงเพียงนั้นวันนี้อาตมาคงไม่ต้องมาเป็ภิกษุกระมัง”พระสิทธิธรรมเอ่ยด้วยเสียงเยาะเย้ยในโชคชะตาของตน
“ไหนพระคุณเ้าอวดอ้างว่ามีมนตราแก่กล้านักเล่า?”น้ำเสียงเครียดด้วยความไม่พอใจของพระองค์เ้าสนก็ดังขึ้น
“ใจเร็วด่วนได้นักฝ่าาพินิจดูอาตมาภาพเถิด หรือฝ่าาอยากเป็เช่นอาตมาภาพ?”
“...” ผู้เป็เ้าฟ้าก็เม้มปากแน่น
“อาตมาภาพรับปากแล้วว่าจะช่วยฝ่าาอาตมาภาพพ่ายในศึกชิงราชสมบัติก็จริง แต่ฝ่าาเคยชิงราชสมบัติหรือ?อาตมาเมื่อครั้งชิงราชสมบัติกับทูลกระหม่อมพี่อาตมาทำผิดหลายครั้งหลายหนกระทั่งอาตมาเหลือเพียงกายอันรุ่งริ่ง”ภิกษุเอ่ยแล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบในเบ้าตาที่ว่างเปล่าและตรงจุดแหว่งวิ่นที่กลางหว่างขาก็เจ็บเสียดขึ้นมาทันใดแต่ที่เจ็บที่สุดคือหัวใจที่เหลือแต่เพียงความอาฆาต
โทสะของผู้เป็เ้าฟ้าก็เริ่มเย็นลง
“ความจริงคนที่ไม่เหลืออะไรเลยมิใช่ฝ่าาแต่เป็อาตมา ฝ่าายังคงเป็เ้าทรงกรมไม่ใช่หรือ ฝ่าามีไพร่ในสังกัดฝ่าามีอำนาจ แต่อาตมาภาพต่างหากเล่าที่ไม่เหลืออะไรแล้ว”
“หามิได้ พระคุณเ้ามีปัญญา มีอาคม มีความรู้”
“หากเห็นว่าอาตมามีสิ่งเ่าั้ฝ่าาฟังคำอาตมาภาพบ้างเถิด”
เ้าฟ้าปัทมนภ์กลืนน้ำลายมองดูดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวแห่งพระภิกษุ
“เพียงมนตราอย่างเดียวไม่อาจชิงบัลลังก์ได้แต่ฝ่าาจงใช้เล่ห์กระเท่ห์ดั่งเช่นพระเ้าอชาตศัตรูทำลายกษัตริย์ลิจฉวีแห่งแคว้นวัชชีและฝ่าาลืมไปประการหนึ่งกระมัง ในโปเจียมแห่งทวารกานั้นฝ่าามิได้อยู่อันดับสอง”
ความสงสัยปรากฏที่หว่างคิ้วของเ้าฟ้า
“มีผู้หนึ่งที่เป็เ้าทรงกรมอยู่และเป็ที่โปรดปรานขององค์พระเ้าอยู่หัวยิ่งฝ่าาลืมเ้าทรงกรมผู้นั้นแล้วกระมัง”
“เ้าทรงกรมที่เป็ลูกของเสด็จพ่อข้าจำได้ทุกคน มีเ้าทรงกรมผู้ใดอีกหรือที่ลำดับโปเจียมมาก่อนข้า”
“โปเจียมไม่ได้อยู่แค่ที่ว่าเป็พระโอรสก่อนหลังของผู้เป็กษัตริย์แต่ขึ้นกับว่าท้าวเธอโปรดปรานผู้ใด ฝ่าาเองก็ทรงทราบ ต่อให้เป็สมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกก็มิได้แปลว่าได้สืบต่อราชบัลลังก์เสมอไป ในทวารกาแห่งนี้ มีสมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกกี่พระองค์กันเล่าที่ต้องท่อนจันทน์จนสิ้นพระชนม์”
“ใช่ และนั่นก็เป็เหตุให้ข้ายังมีหวัง”
“ที่ทูลกระหม่อมพี่ได้เสด็จขึ้นผ่านพิภพ ไม่เพียงแค่เพราะอาตมาภาพปราชัยเท่านั้น ฝ่าาลืมแล้วหรือว่าวันนั้นผู้ใดเป็สมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิก?”
“พระปิยภิกขุน่ะหรือ”
ภิกษุสิทธิธรรมพยักหน้า “ปิยภิกขุสมัญญานี้องค์หน่อพุทธางกูรพระราชทานให้เหตุไฉนพระองค์จึงโปรดปรานองค์พี่เพียงนั้นเล่า?ก็มิใช่เพราะกรมขุนอิศเรนทร์ยอมยกบังลังก์ให้ทูลกระหม่อมพี่หรอกหรือ?”
เ้าฟ้าปัทมนภ์นั่งนิ่ง
“คนที่ขวางทางฝ่าามิได้มีเพียงเ้าฟ้าใหญ่ แต่ยังมีเ้าฟ้าอิฐ กรมขุนอิศเรนทร์ผู้เป็ปิยภิกขุอีกหนึ่งคนด้วย หรือฝ่าาเชื่อว่า พระธรรมแห่งร่มกาสาวพัสตร์จะทำให้กรมขุนอิศเรนทร์นั่งบัลลังก์ใต้ร่มเศวตฉัตรมิได้เล่า”
มาถึงตรงนี้ เ้าฟ้าปัทมนภ์ก็คิดถึงบูรพกษัตริย์แห่งทวารกาคือสมเด็จพระมหาเธียรหิศ ผู้นี้ก็เคยก่อการฏทั้งที่ยังครองผ้าเหลืองวางแผนสังหารแม่อยู่หัวศรีศศิธรพร้อมชายชู้ตายตกตามกันที่คลองสระบัวตัดสองหัวนั้นเสียบประจาน แล้วขึ้นผ่านพิภพครองบัลลังก์
หากพระมหาเธียรหิศก่อการฏทั้งที่ยังครองผ้าเหลืองได้แล้วเหตุใดปิยภิกขุผู้เป็กรมขุนอิศเรนทร์จะขึ้นชิงบัลลังก์ไม่ได้เล่า?
“ระแวงหรือฝ่าา”
เ้าฟ้าปัทมนภ์พยักหน้า
ภิกขุยิ้มร่าเห็นฟันดำ “มันมิกล้าชิงบัลลังก์ดอกเชื่ออาตมาภาพเถิด แต่ทำให้เ้าฟ้าใหญ่กริ่งเกรงว่าเ้าฟ้าอิฐจะชิงบัลลังก์สิ”เอ่ยแล้วก็บ้วนน้ำหมากลงกระโถน คราบแดงแห่งหมากติดปากที่ยิ้มร่านั้นดูแล้วเหมือนกับคราบโลหิตไม่มีผิด“กษัตริย์ทุกพระองค์มิได้อยู่ใต้ร่มเศวตฉัตรเป็สุขนักดอก ที่แห่งนั้นใครๆก็อยากเข้าไป แต่เมื่อไปอยู่ที่นั้นแล้วต่างก็นอนมิสบาย วันๆ ก็มีแต่กลัดกลุ้มว่าจะมีใครผู้ใดเข้าไปชิงบัลลังก์จริงไหมเล่าฝ่าา ร่มเศวตฉัตรนั้นร่มเย็นดั่งไฟผลาญลุกโชติ่ยวนตาให้ใครเข้าไปหา หากบารมีไม่ถึงก็เป็ดั่งแมงเม่าบินเข้ากองไฟแต่หากบารมีถึง พระพักตร์ที่อยู่ใต้บรมมหิธรมงกุฏก็หาเป็สุขไม่มีแต่เหลียวซ้ายแลขวา เวียนหลังระวังแลกริ่งเกรงแต่ว่าจะมีใครเข้ามาเอาราชบัลลังก์แห่งทวารกานี้บ้างธรรมชาติของผู้เป็ราชันย์ก็เยี่ยงนี้ ทูลกระหม่อมพี่ก็ไม่ต่างกัน”
ความคิดของเ้าฟ้าสนไหลแล่นตามคำเพ็ดทูล
“ความรักและความชังนั้นเป็ดั่งเขาโคซ้ายขวาที่คู่กันองค์มหาบพิตรโปรดปรานสมเด็จพระที่นั่งศรีจาตุมหาราชิกก็จริงแต่เปลี่ยนให้เป็ความชิงชังนั้นง่ายนิดเดียวอยู่ที่ว่าเราจะรู้ใจของทั้งสองพระองค์หรือไม่ ฝ่าาเชื่ออาตมาภาพเถิดปิยภิกขุนี่แหละ ที่จะย้ายเ้าฟ้าธรรมธาดาให้ไปอยู่ที่แห่งความเกลียดชังแห่งสมเด็จพระธรณิณผู้ผ่านพิภพ”
พระเนตรแห่งผู้เป็เ้าฟ้าก็ลุกวาวด้วยความหวังอันเรืองรอง