ทำไมผู้หญิงใจร้ายคนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนละคนกลายเป็คนอ่อนโยนขึ้นมากันเื่นี้มันน่าประหลาดใจจนฉินไห่หยางรู้สึกไม่คุ้นชินเอาเสียเลย
ในชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติกับต่งเสี่ยวเสี่ยวในร่างใหม่นี้อย่างไร ได้แต่ส่งเสียง 'อืม' ในลำคออย่างวางท่าแล้วก้มหน้าก้มตาทำสิ่งที่ตัวเองกำลังทำต่อ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตรวจสอบดูจนแน่ใจว่าเธอไม่ได้ลืมอะไรจึงสะพายตะกร้าขึ้นหลัง พร้อมถือมีดเดินขึ้นเขาไป
แต่ว่า...โลกนี้มันช่างแคบจริงๆ!
เธอเพิ่งจะเดินมาถึงเชิงเขาก็บังเอิญเจอหลี่เจียวเจียวที่กำลังทำนาอยู่
ศัตรูหัวใจเมื่อพบหน้ากันก็ย่อมไม่ชอบหน้ากันเป็ธรรมดาที่ทุ่งนาเชิงเขาตรงนี้มีเหล่าป้าๆ น้าๆ กำลังช่วยทำงานกันอยู่หลายคนหลี่เจียวเจียวเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวถือมีดและยังสะพายตะกร้าหลังมาเธอก็แกล้งพูดเสียงให้ดังขึ้น "โถ!นั่นมันคุณหนูจากในเมืองของหมู่บ้านเรานี่นา! จะขึ้นเขางั้นเหรอ? คุณหนูที่มือไม่เคยเปื้อนดินอย่างเธอเนี่ยนะ จะขึ้นเขา? หรือว่าที่บ้านขัดสนจนต้องขึ้นเขาไปหาผักหาหญ้ากินกันล่ะ? โธ่เอ๊ย คนบางคนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่! ตัวเองแทบจะไม่มีกินอยู่แล้วยังมีเงินส่งเสียให้คนอื่นได้! หน้าไม่อายจริงๆ!"
ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นขึ้นชื่อเื่ปากมากอยู่แล้วพอได้ยินหลี่เจียวเจียวพูดแบบนั้น ก็พากันชี้หน้าด่าทอต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็การใหญ่
"นั่นมันยุวชนต่งไม่ใช่เหรอ! โธ่เวรกรรมจริงๆ พ่อหนุ่มฉินซู่นั่นก็ลำบากในการหาเลี้ยงครอบครัวอยู่แล้วยังมาได้เมียที่เข้าข้างแต่คนอื่นอีก นอกจะี้เีกับใจร้ายแล้วยังขโมยเงินในบ้านไปปรนเปรอชู้อยู่ทุกวี่ทุกวัน!"
"จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกหรอกครูเฮ่อไม่สนใจเธอสักนิดแล้วจะเรียกว่าปรนเปรอชู้ได้ยังไงกัน ถ้าจะพูดให้ถูกเป็เธอต่างหากที่ไปตามตื๊อครูเฮ่อเอง!"
"นั่นสิ!ครูเฮ่อเป็คนมีความรู้มีการศึกษาจะไปชอบผู้หญิงที่มีสามีแล้วอย่างเธอได้ยังไงกัน! เธอแต่งงานกับฉินซู่ไปแล้วแท้ๆแต่กลับไม่รู้จักใช้ชีวิตร่วมกันดีๆ นี่มันเป็การทำร้ายคนอื่นชัดๆ!"
"นั่นสิ!เห็นตอนแรกบอกว่าจะมาช่วยพัฒนาชนบท แต่ไม่เคยลงไร่ลงนาเลยสักวันฉินซู่เป็คนช่วยหาแต้มแรงงาน [1] ให้แท้ๆ ไม่รู้จักพอจริงๆ…"
เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่งเสี่ยวเสี่ยวจากทุกคนหลี่เจียวเจียวก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวคงจะถูกยั่วยุจนคลั่งแล้วอาละวาดด่าทอเหมือนเมื่อก่อน สุดท้ายเื่นี้ก็จะไปถึงหูพี่ฉินทำให้พี่ฉินยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นไปอีก
แต่ใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับไม่มีร่องรอยของความโกรธเลยสักนิดเธอกลับพูดกับทุกคนด้วยความจริงใจว่า "ทุกคนพูดได้ถูกต้องแล้วค่ะคำตำหนิพวกนั้นฉันจะรับเอาไว้ ก่อนหน้านี้เป็เพราะฉันมันโง่เอง อายุยังน้อยพ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่คอยอบรมสั่งสอน ฉันจากบ้านมาไกล พอปรับตัวไม่ได้เลยทำเื่โง่ๆ ลงไป ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว ฉันตัดสินใจที่จะอยู่กินกับฉินซู่ดีๆนี่ฉันก็กำลังจะขึ้นเขาไปทำงาน หวังว่าทุกคนจะให้โอกาสฉันสักครั้งให้ฉันได้กลับตัวกลับใจ"
พวกป้าๆ น้าๆทั้งหลายแค่อยากจะพูดจาเหน็บแนมก็เท่านั้นใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้
คำพูดของต่งเสี่ยวเสี่ยวทำให้ทุกคนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมา
"เอ่อ…เมียพ่อหนุ่มฉินเอ๊ยถ้าคิดได้ก็ดีแล้ว เธอกับพ่อหนุ่มฉินยังอายุน้อยทั้งคู่ ถ้าอยู่กินกันดี ๆชีวิตก็จะดีขึ้นเอง"
"นั่นสิพ่อหนุ่มฉินขยันขันแข็งขนาดนั้น แค่เธอตั้งใจจะอยู่กินกับเขาอนาคตพวกเธอต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน!"
"ใช่แล้ว บนเขามีสัตว์อันตรายเยอะแยะระวังตัวด้วยนะ" พวกป้าๆ น้าๆที่รู้สึกละอายใจกับท่าทีที่จริงใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รีบพูดปลอบโยนเธอด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณนะคะหลังจากนี้ถ้าฉันไม่เข้าใจอะไร ก็ต้องขอคำแนะนำจากทุกคนแล้วค่ะหวังว่าทุกคนจะไม่รังเกียจที่จะสอนฉันนะคะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
คนชนบทเหล่านี้ถึงแม้จะปากไม่ดีไปบ้างแต่จิตใจไม่ได้เลวร้ายอะไร ในเมื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนี้แล้วจะยังมีอะไรให้ตำหนิเธอได้อีก? ไม่มีเื่โกรธแค้นอะไรต่อกันแล้วทุกคนต่างก็พากันยิ้มแย้มหัวเราะ และเริ่มพูดคุยเื่ชีวิตประจำวันกันต่อ
ตงเสี่ยวเสี่ยวคว้าคะแนนความนิยมมาได้สำเร็จเธอเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองในสายตาของทุกคนได้แล้ว
เื่นี้ไม่ได้เป็ไปตามที่หลี่เจียวเจียวคาดหวังไว้เลยนอกจากคนพวกนี้จะไม่ตำหนิต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้ว กลับบอกว่าเธอหน้าตาสะสวยนิสัยตรงไปตรงมาและใจกว้าง และยังอวยพรให้เธอกับพี่ฉินมีลูกด้วยกันเร็วๆ อีก…
หลี่เจียวเจียวโกรธจนหน้าเขียวเมื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินผ่านหล่อนไปเธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มองหล่อนด้วยสายตาเหยียดหยามเล็กน้อยแล้วเดินขึ้นเขาต่อไป
คิดจะสู้กับพี่สาวคนนี้อย่างงั้นเหรอ?หึ ยังอ่อนหัดเกินไปนะ!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขึ้นเขาไปและเริ่มสำรวจดูรอบๆ อย่างละเอียด
ไม่นานเธอก็เก็บสมุนไพรที่มีประโยชน์มาได้มากมายและใส่ไว้ในตะกร้าหลัง
เมื่อเห็นว่าฟ้าใกล้จะมืดแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวที่กำลังจะเดินลงจากเขาก็เหลือบไปเห็นเห็ดหูหนูขึ้นเต็มต้นไม้แห้งที่อยู่ข้างๆ
บ้านสกุลฉินยากจนขนาดนี้ถ้าเก็บเห็ดหูหนูพวกนี้กลับไปตากแห้ง ก็ยังพอจะเอาไปทำเป็อาหารดีๆ ได้
ถ้ามีเนื้อก็ผัดกินกับเนื้อถ้าไม่มีเนื้อก็ผัดกินกับไข่ ถ้าไม่มีไข่ ก็ผัดกับพริกเขียว หรือไม่ก็ยำกินเปล่าๆก็ยังอร่อย
เมื่อคิดได้ดังนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงสะพายตะกร้าหลังเธอตั้งใจที่จะเก็บเห็ดหูหนูทั้งหมดบนต้นไม้ต้นนั้น
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับคิดไม่ถึงว่าพอเดินเข้าไปใกล้ๆ เธอกลับเหยียบพลาดแล้วตกลงไปในหลุมดักสัตว์ที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้
โชคดีที่หลุมพรางนี้ถูกทิ้งร้างมานานไม้ไผ่และไม้ในหลุมผุจนหมดแล้วแม้แต่พื้นก็ยังเต็มไปด้วยใบไม้แห้งที่ร่วงลงมาทับกันจนหนา ที่สำคัญกว่านั้นกิ่งไม้แห้งที่ตกลงมาพร้อมกับตงเสี่ยวเสี่ยวเอียงพาดลงมาในลักษณะที่พอดีทำให้เธอสามารถปีนขึ้นไปได้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเก็บเห็ดหูหนูที่อยู่้าจนหมดเธอบังเอิญเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่มุมหนึ่งของหลุมกำลังเคลื่อนไหวอยู่
พอเธอใช้ไม้ในมือเขี่ยกองใบไม้แห้งออกดวงตาของเธอก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
ปรากฏว่าตรงนั้นมีไก่ป่าตัวหนึ่งกับลูกหมูป่าตัวเล็กซ่อนอยู่ข้างในพวกมันกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ไก่ป่าตัวนั้นดูเหมือนจะเพิ่งตกลงมาได้ไม่นานทำให้มันยังมีเรี่ยวแรงดีอยู่ ทำท่าทางกระพือปีกไม่หยุด
ส่วนลูกหมูป่าตัวนั้นดูเหมือนจะตกลงมาได้สักพักแล้วท่าทางดูซึมๆ ไปบ้าง
นี่มันโชคดีสองชั้นจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจับลูกหมูป่าและไก่ป่าใส่ตะกร้าหลังได้สำเร็จจากนั้นจึงใช้แรงปีนป่ายขอบหลุมกับดักขึ้นมาอย่างสุดกำลังจนสามารถออกมาได้
เมื่อของที่เก็บมาได้เต็มตะกร้าต่งเสี่ยวเสี่ยวก็อารมณ์ดีเป็พิเศษ เธอร้องเพลงออกมาเบาๆ ระหว่างทางลงจากเขา
ทว่าเธอเพิ่งจะลงมาถึงเชิงเขาก็มีคนเข้ามาทัก "สหายต่ง! สหายต่ง!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นๆจึงหันไปตามเสียง ก็เห็นป้าตัวผอมๆ สีหน้าดูใจร้าย เดินเข้ามาหาเธอและเขย่งปลายเท้าดูด้านในตะกร้าของเธอ แววตาเต็มไปด้วยความโลภแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ยุวชนต่งลูกหมูป่าตัวนี้เธอไปเอามาจากไหน? ลูกหมูป่าดุร้ายมากนะแต่เธอก็ยังจับมาได้ ไม่ธรรมดาเลย! หมูตัวเล็กยังกินไม่ได้หรอก ต้องเลี้ยงไว้ก่อนเธอเลี้ยงหมูเป็ไหม? ฉันจะบอกให้นะว่าเลี้ยงหมูน่ะมันยากมากเลย แถมยังเหม็นมากๆ เลยด้วย!"
เมื่อได้ยินป้าคนนี้พูดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เพิ่งจะนึกออกว่าคนตรงหน้าคือใคร
ป้าคนนี้ก็คือแม่ของเฮ่อเจี้ยนิ 'ชู้' ในข่าวลือของร่างเดิมนี่เอง
เพราะร่างเดิมมีความรู้สึกดีๆให้กับเฮ่อเจี้ยนิอยู่แล้ว เธอจึงเอาใจใส่แม่ของเขาเป็พิเศษ และป้าแก่ๆคนนี้ก็เคยเอาเปรียบร่างเดิมไม่ใช่น้อย
[1] แต้มแรงงานถูกใช้ในสมัยปฏิรูปชนบทของจีนในยุคเหมาเจ๋อตงสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็คูปองอาหารหรือสิ่งของอื่นๆ ได้