ณห้องนอน
ทิชานอนสลบไสลอยู่กลางเตียงขนาดใหญ่ ที่เก้าอี้ตรงปลายเตียงมีบุรุษรูปร่างสูงใหญ่กำลังนั่งดูดบุหรี่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาจับจ้องหล่อนไม่วางตาราวกับราชสีห์ที่กำลังซุ่มดูเหยื่ออย่างใจเย็น
ทุกๆ ครั้งที่เขาพ่นควับบุหรี่สีเทาลอยขึ้น ภาพอดีตเมื่อ 6ปีที่แล้วก็จะพวยพุ่งขึ้นสู่สมองจากความเลือนรางแจ่มชัดขึ้นในใจราวกับว่าเื่ราวระหว่างเขาและเธอเพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นาน
พ่อของเขาเป็ชาวอเมริกันส่วนแม่เป็คนไทยดังนั้นสีตา และสีผมของเขาจึงเหมือนกับชาวเอเชีย เขารักแม่มากแม่มักจะเล่าถึงเื่ในประเทศไทยให้เขาฟังบ่อย ๆ รวมถึงสอนให้เขาพูดภาษาไทยด้วย เขาซึมซับวัฒนธรรมไทยจากแม่มาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อแพทริคอายุได้21 ปี แม่ของเขาก็เสียชีวิต พ่อแต่งงานใหม่เขาจึงแยกตัวออกมาจากครอบครัวใหม่ของพ่อ แล้วเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำงานเป็วิศวกรเครื่องกลในโรงงานแห่งหนึ่ง
ใน่เวลานี้เขาบังเอิญได้พบกับเเทมมี่ ซึ่งตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 16 ปีเขาเห็นเด็กสาวผู้นี้นั่งขดตัวอยู่ข้างกองขยะเสื้อผ้าที่สวมเปรอะเปรื้อนไปด้วยคราบสกปรกจนเขามองไม่ออกว่าเคยเป็สีอะไรมาก่อนใบหน้าของเธอก็สกปรกมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิงคล้ายกับว่าไม่ได้อาบน้ำมานานนับเดือน
เขาเดินไปยังถังขยะที่มีเด็กสาวนั่งอยู่เพื่อนำขยะไปทิ้งฉับพลันนั้นแทมมี่ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นมีน้ำหล่อเลี้ยงแวววาวมันสั่นระริกคล้ายกับจะร้องขอความเห็นใจ
ดวงตาคู่นั้นของเด็กสาวช่างเหมือนกับมารดาของเขาทำให้เขารู้สึกสนใจเธอเป็พิเศษ เมื่อพิจารณารูปร่างของหล่อนพบว่าตัวเล็กกว่าเด็กชาวตะวันทั่วไปอีกทั้งยังมีผมสีดำ เขาจึงสันนิษฐานว่าเธอคงจะเป็ชาวเอเชีย
ด้วยเพราะมีเชื้อสายเผ่าพันธุ์เดียวกันเขาจึงรู้สึกเวทนาเด็กสาว แพทริคยื่นมือให้เด็กสาวมอมแมมผู้นั้นแล้วเอ่ยว่า
“ไปอยู่ด้วยกันไหม”
เด็กสาวผู้นั้นวางมือน้อยลงบนฝ่ามือเขา และยอมเดินตามเขาขึ้นไปบนอพาร์ทเม้นท์
แทมมี่เล่าให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าถูกพ่อแม่บุญธรรมกดขี่ใช้งานเยี่ยงทาสั้แ่จำความได้เมื่อเธออายุสิบสองขวบจึงตัดสินหนีออกจากนรกขุมนั้น แล้วใช้ชีวิตเร่ร่อนมาเรื่อย ๆจนมาเจอเขา
และนับจากวันนั้นเป็ต้นมา แพทริคก็กลายทุกอย่างในชีวิตแทมมี่ทั้งให้ที่อยู่ ที่กิน อีกทั้งยังส่งให้เธอเรียนหนังสือในระดับไฮสคูล ส่วนแทมมี่เองก็ตอบแทนเขาโดยการทำงานบ้านให้และพลีกายให้เขาในที่สุด
เมื่อแทมมี่อายุได้19 ปี จากเด็กสาวเติบโตขึ้นกลายเป็หญิงสาวเต็มไปด้วยความสวยบานสะพรั่ง เขายิ่งหลงใหลและรักเธอมากขึ้นจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก เพื่อเก็บเงินเก็บทองสำหรับจัดงานแต่งงานและสร้างบ้านเล็ก ๆ สักหลัง เขาอยากจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับเธอ
แต่ดูเหมือนว่าเป็เขาเองที่ฝันหวานไปไกลแต่เพียงผู้เดียว เพราะในขณะที่เขาโหมงานอย่างหนักต้องกลับบ้านดึกติดต่อกันหลาย ๆ เดือน แทมมี่กลับเอาแต่ไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ บ่อยๆ อีกทั้งยังแต่งตัววับ ๆ แวม ๆอวดทรวดทรงที่ดูจะเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน จนเขาอดไม่ได้ที่จะต่อว่าเธอ ทั้งเื่เที่ยวดึกๆ ดื่น ๆ ทั้งเื่การแต่งกายที่จะเหมือนพวกยิปซีเข้าไปทุกวัน แล้วลามไปถึงเื่ที่เธอชอบย้อมผมเป็สีต่าง ๆและการสักลายบนเรือนร่าง
จนกระทั่งวันหนึ่งทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนแทมมี่หนีออกจากอพาร์ทเม้นท์เขาในคืนนั้นเมื่อเขาใจเย็นลงจึงพยายามติดต่อและตามหาเธอทุกวิถีทางใน่ที่เธอหายไปนั้นเขาไม่มีสมาธิในการทำงานเลย เพราะมัวแต่เป็ห่วงแทมมี่
1สัปดาห์ ผ่านไป
ในขณะที่เขากำลังหมดความหวังว่าชีวิตนี้จะไม่เจอแทมมี่แล้วจริงๆ เมื่อเขาเปิดประตูอพาร์ทเม้นท์เข้ามา ก็พบว่าเธอยืนรอเขาอยู่ในห้องแล้ว
“แทมมี่!”
แพทริคโผเข้าไปกอดแทมมี่ด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้งปากก็พร่ำบอกกับเธอว่า
“แทมมี่ยกโทษให้ผมนะ ต่อไปนี้ผมจะให้อิสระกับคุณ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้นขออย่างเดียว อย่าทิ้งผมไปนะ”
แทมมี่ไม่ได้ยกมือขึ้นกอดตอบเขามีเพียงเสียงที่เ็าเอ่ยกระซิบข้างหูเขาว่า
“เื่ระหว่างเราจบลงแล้วค่ะ”
สิ้นคำนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างแรงฟาดเข้าที่ท้ายทอย
ตุบ !
แล้วทุกอย่างก็มืดดับลง
............................................................