ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ! (YAOI-MPREG)

    ตอนที่ 24 อย่ามาเล่นหัวข้า

    ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
    24 อย่ามาเล่นหัวข้า



        ด้วยนิสัยดั้งเดิมของคุณชายลู่คนก่อน นอกจากจะเป็นคนขี้กลัวแล้ว ยังชื่นชอบการเก็บตัวอยู่คนเดียวเงียบๆภายในเรือนอีกด้วย

        ขณะนี้ นิสัยของคุณชายลู่คนก่อนกับของเขาได้รวมกันจนคล้ายเป็นหนึ่งเดียวไปแล้ว การทำตัวให้อบอุ่นอยู่ภายในเรือนตนทั้งวี่ทั้งวันจึงไม่ใช่เรื่องน่าอึดอัดสำหรับดินคนนี้อีกต่อไป

        แล้วบุคคลผู้เก็บตัวอย่างคุณชายลู่จะทราบเหตุการณ์ต่างๆรอบจวนนี้ไปได้อย่างไร...

        หากไม่มีจิ้นฝานน้อยคอยคาบข่าวมาบอกอย่างกระตือรือร้นสม่ำเสมอ

        “หึหึ ยิ้มมาเช่นนี้ มีเรื่องอันใดอยากเล่าอย่างนั้นสิ?”

        ลู่เว่ยหลงหันไปแซวเด็กรับใช้คู่กายของตน เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยเดินผ่านประตูเข้ามาด้วยท่าทางเก็บกดอยากเล่าเสียเต็มประดา

        จิ้นฝานยิ้มเอียงอาย แล้วลงมานั่งคุกเข่าข้างๆคุณชาย

        ลู่เว่ยหลงกำลังนั่งแกะลายลงบนแผ่นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ซื้อมาจากตลาด นอกจากออกไปดื่มชา เขาก็นั่งทำงานฝีมืออยู่ในเรือนมาได้หลายวันแล้ว เป็นเพราะเข้าใกล้ฤดูเหมันต์ลมภายนอกจึงหนาวบาดลึกจนเกินทานทน

        “คุณชายขอรับ เรื่องนี้เห็นทีคุณชายจะต้องสนใจเป็นแน่”

        จิ้นฝานเกริ่นให้เจ้านายของตนอยากรู้

        ลู่เว่ยหลงยิ้มๆ

        “เล่ามาเถิด”

        “เป็นเรื่องของสาวใช้ ชิงชิง ขอรับ”

        มือบางพลันชะงักกึก ดวงหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชา ปราดมองไปทางจิ้นฝานทันที จิ้นฝานลนลาน

        “คุณชายขอรับ ฟังข้าน้อยเล่าก่อน”

        ลู่เว่ยหลงเม้มปากแน่น

        ก่อนหน้านี้ เมื่อเขาได้มาที่โลกแห่งนี้ใหม่ๆ เขาไม่เคยใส่ใจต่อสาวใช้นามชิงชิงเลยสักนิด ผู้ใดอยากจะแกล้งเขาก็แกล้งไป หากเขาไม่ใส่ใจเสียอย่างก็ไม่มีสิ่งใดต้องเกี่ยวข้องกัน

        แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว


        หลังจากได้ฟังวีรกรรมของฝูฮูหยินและชิงชิงมาจากสหาย(?)คนใหม่ของเขา ลู่เว่ยหลงก็ยิ่งรู้สึกไม่ถูกชะตานางผู้นี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

        ชิงชิง เป็นนางรับใช้อุ่นเตียงของคุณชายใหญ่ที่ถูกส่งมาโดยฝูฮูหยิน นางมีร่างอรชรอ้อนแอ้นดวงหน้างดงาม แต่นิสัยเกียจคร้าน ถึงแม้ว่าฉินม่อหลันจะยืนกรานมาว่าคุณชายใหญ่ไม่ใยดี และเอ่ยปากขับไล่ไสส่งนางมานานโขแล้วก็ตาม แต่นางก็ยังคอยกดขี่สาวใช้ผู้อื่นให้ทำงานแทนนางอยู่ดี

        ไม่รู้เหตุใด เรื่องของชิงชิงถึงได้น่าหงุดหงิดใจเหลือเกิน

        “เล่ามา”

        ลู่เว่ยหลงพูดเสียงเย็น จิ้นฝานจึงรีบเล่าต่อ

        “คุณชายจำได้หรือไม่ขอรับ คราที่แล้วข้าเล่าให้คุณชายฟังว่าชิงชิงมีปัญหากับหัวหน้าต้นเครื่องไม่น้อย เป็นเพราะนางเกียจคร้าน และหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งไปเรื่อยกับสาวใช้ทุกคน”

        “อืม…”

        ครั้งที่แล้วจิ้นฝานเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เขาก็ยังรู้สึกเฉยๆ แต่ตอนนี้รู้สึกสะใจขึ้นมานิดหนึ่ง

        “นางไม่หยิบจับงานอันใดจึงทำให้มีเวลาว่างมาก แต่เหล่าสาวใช้ก็ไม่กล้านำความไปฟ้องกวงฮูหยินเรื่องความประพฤติของนางกันเท่าไร เป็นเพราะเอ่อ... สถานะก่อนหน้านี้ของนาง”

        จิ้นฝานพูดอย่างระมัดระวังพลางเหลือบมองหน้าเจ้านายของตนไปด้วย

        ลู่เว่ยหลงหันไปลงมือสลักเครื่องประดับชิ้นนั้นต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย

        “นางเริ่มเป็นที่จับตามองของสาวใช้คนอื่นๆ ทำให้เมื่อสองคืนก่อน มีผู้พบเห็นว่านางแอบลอบออกจากจวน ไม่รู้ว่านางไปที่ใด หรือไปพบผู้ใด”

        ลู่เว่ยหลงเงยหน้าขึ้นมามองจิ้นฝาน

        “แอบลอบออกจากจวนไปงั้นรึ?”

        “ขอรับ ถึงจะมืดแต่ผู้พบเห็นคนนั้นมั่นใจว่าเป็นนางแน่ เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐาน รวมถึงไม่ทราบว่านางแอบออกไปด้วยเหตุอันใด แต่เรื่องนี้ก็ผิดกฏของนางรับใช้ หากกวงฮูหยินทราบจะต้องโดนลงโทษเป็นแน่ขอรับ”

        จิ้นฝานยิ้มแหยๆไปให้คุณชาย

        ระยะหลังนี้เขาเองก็อยู่กับคุณชายอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เขาก็พอดูออกว่าคุณชายลู่กับคุณชายใหญ่เริ่มมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ได้แต่หวังว่าเรื่องนี้จะทำให้คุณชายพอใจขึ้นมาได้บ้าง

        ลู่เว่ยหลงกระดิกเท้าพลางนิ่งคิด แอบลอบออกไปไหนงั้นรึ? สาวน้อยของขาดอารมณ์เปลี่ยวลอบออกจากจวนไปตอนดึกๆ เห็นทีจะมีเรื่องน่าสนุกเป็นแน่

        “อย่าเพิ่งแจ้งความนี้แก่กวงฮูหยินเลย”

        “…ขอรับคุณชาย”

        จิ้นฝานก้มหน้าซึม คิดว่าจะโดนเจ้านายตำหนิที่ตนเข้าไปยุ่งไม่เข้าเรื่อง

        หากแต่ลู่เว่ยหลงกลับเผยยิ้มน้อยๆ สายตาระริกนึกเรื่องสนุกได้

        “จิ้นฝาน จิ้นฝาน... เจ้าจงไปบอกแก่เหล่าสาวใช้ทั้งหลายให้คอยจับตาดูแม่นางชิงชิงไว้ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นเชียว หากพบเห็นนางทำสิ่งน่าสงสัยในครั้งหน้าจงให้คนแอบตามไป ผู้ใดนำหลักฐานหรือเหตุผลที่นางต้องทำตัวลับๆล่อๆมาแจ้งแก่ข้าได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม”

        ลู่เว่ยหลงยิ้มกว้าง

        แน่นอนว่ารางวัลนั้น ก็ต้องมาจากเงินของ ATM เดินได้ของเขาผู้นั้นแหละ!

       



        อีกหลายวันผันผ่าน สัญญาณของฤดูหนาวชัดเจนยิ่งขึ้น

        ในเวลาที่ผ่านมา ลู่เว่ยหลงก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขาได้เลื่อนขั้นไปเป็นเพื่อนดื่มชาขาประจำของคุณน้องสาวฉินม่อหลันไปเสียแล้ว

        เขาแวะเวียนไปหาหญิงสาวตามคำเชิญหลายต่อหลายครั้ง และพบว่าพวกเขาทั้งสองคนพูดจากันถูกคอมากกว่าที่คิด

        ถึงแม้ว่า กว่าเก้าส่วนคือฉินม่อหลันเป็นผู้พูดก็เถอะ...

        แต่เขาก็ได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับความรัก ซึ่งไอ้ดินได้มาจากประสบการณ์คบกับสาวๆแฟนเก่าที่ผ่านมา เพื่อดัดแปลงให้เป็นคำแนะนำเล็กๆน้อยๆแก่น้องสาวพูดเก่งผู้นี้อย่างเปิดอก

        การพูดคุยกับฉินม่อหลัน ทำให้เขาคลายความคิดถึงน้องสาวที่แท้จริงของเขาได้มากทีเดียว

        เพียงแต่วันนี้ลู่เว่ยหลงไม่ได้ไปร่วมดื่มชาตามคำชวน เพราะคิดอยากออกมาเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศด้านนอกบ้าง

        คนร่างบางออกมาเดินทรมานตัวเองเล่นๆ ท่ามกลางลมหนาวที่กรีดแทงเนื้อบางของตน

        เขาสูดจมูกฟุดฟิด เดินโซเซจนกระทั่งออกมาโผล่ที่ลานฝึกกระบี่

        ดวงหน้าหวานกวาดตามองไปเห็นประมุขฉินและฉินหย่งชางเดินข้างกัน ทั้งสองคอยตรวจตราการฝึกกระบี่ของลูกศิษย์สำนักสกุลฉินให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย

        ผู้อาวุโสเหลือบมาเห็นลู่เว่ยหลงเดินเข้ามาพอดี จึงกวักมือเรียกเขาให้เดินเข้าไปใกล้

        “อาหลงมาเดินเล่นงั้นหรือ? สนใจวิชากระบี่ใช่หรือไม่?”

        ประมุขฉินพูดเสียงดังอารมณ์ดี ลู่เว่ยหลงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

        “มิได้หรอกขอรับ ข้าจะยกกระบี่ก็ยังยกไม่ขึ้นเลย ข้าเพียงมาเดินดูเล่นเท่านั้น”

        ว่าแล้วก็หันไปมองดูบรรยากาศการฝึกซ้อมภายในลานกว้าง เสียงหวดควงกระบี่เป็นจังหวะ และเหล่าศิษย์ที่ออกท่าทางทะมัดทะแมงเป็นภาพที่มองได้เพลิดเพลินยิ่ง

        “หากคุณชายลู่มาเดินดูเล่นๆ ก็คงเห็นแต่ภาพเดิมๆเท่านั้นกระมัง”

        ฉินหย่งชาง ผู้มีใบหน้าคล้ายท่านประมุขแต่หนุ่มกว่าเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายกยิ้ม ลู่เว่ยหลงทำท่างงๆ ไม่เข้าใจเจตนาของประโยคนั้น

        คุณชายรองเอ่ยต่อ

        “ข้านึกว่าคุณชายมามองหาผู้ใดเสียอีก”

        ท่านประมุขและบุตรชายคนรองเหลือบมองหน้ากัน ทำหน้าคล้ายกลั้นขำ ลู่เว่ยหลงคิ้วกระตุก แก้มซับสีแดงจางๆระเรื่อขึ้นมา

        หนอย เจ้าพ่อลูกคู่นี้...!

        เข้าคู่กันดีนักนะ...!

        เมื่อวันก่อนขบวนของตระกูลฉินที่ออกไปทำภารกิจได้กลับมาถึงจวน

        เพียงแต่ว่าฉินหย่งชางเป็นผู้นำศิษย์ทั้งหลายกลับมาเพียงแค่คนเดียวโดยไร้เงาของรองประมุขผู้เป็นพี่ สร้างความประหลาดใจให้แก่ลู่เว่ยหลงเล็กน้อย

        จากนั้นจึงได้ทราบว่าฉินหย่งสือได้ไปทำธุระเพิ่มเติมเรื่องภารกิจอีกนิดหน่อย จึงทำให้กลับมาช้ากว่าทุกคน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการรายงานภารกิจแก่ศูนย์กลาง

        ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะมีความคิดสงสัยอยู่นิดหนึ่งว่าคุณชายใหญ่กลับมาหรือยัง แต่ที่มาเดินเล่นตอนนี้ เขาก็ไม่ได้มาเพราะคุณชายใหญ่เสียหน่อย...

        ล่ะมั้ง...?

        ลู่เว่ยหลงส่งสายตาปะหลับปะเหลือกให้แก่สองพ่อลูก

        “ข้าเพียงแค่มาเดินเล่นเท่านั้นขอรับ”

        ใบหน้าเล็กๆง้ำลงสร้างความรู้สึกน่าเอ็นดูให้แก่ผู้พบเห็น ประมุขฉินหัวเราะเสียงดัง ตบบ่าบอบบางของเขาเบาๆ

        “เดินเล่นทั้งๆที่เจ้าแพ้ลมหนาวน่ะหรือ...? ฮ่าๆๆ เอาเถิด ข้าก็มิได้ว่ากระไร จะเป็นห่วงใครหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของเจ้า... หากเจ้าสนใจในสำนักกระบี่ของข้าก็ดี ถ้ามีอะไรสงสัยก็ให้อาชางช่วยแนะนำเสีย”

        ประมุขฉินหันไปพยักเพยิดกับบุตรชายคนรองของตน

        ฉินหย่งชางยิ้มรับ เข้าใจสายตาของบิดาที่สื่อมาจึงพูดเสริม

        “อะแฮ่ม... ข้ายินดีให้คำแนะนำเรื่องกระบวนการต่างๆเพื่อดูแลสำนักกระบี่ เผื่อเอาไว้ว่าคุณชายจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตวันใดวันหนึ่ง”

        ลู่เว่ยหลงขมวดคิ้ว

        เหตุใดเขาจึงต้องเรียนรู้เรื่องการจัดการสำนักกระบี่มาใช้ในอนาคตด้วยเล่า?

        เขาเป็นเกอมิใช่หรือ? แถมยังเป็นคนนอกตระกูลเสียด้วย...

        ลู่เว่ยหลงส่งยิ้มแห้งๆกลับไป

        “…ขอรับ?”

        เสียงหวานพูดอุบอิบ

        สองพ่อลูกพยักหน้าแก่กันยิ้มกรุ้มกริ่ม แล้วท่านประมุขจึงนึกบางอย่างขึ้นมาได้

        “อ้อ อาหลง เจ้าเคยไปเมืองเจี้ยนเย่ ของแคว้นอู๋หรือไม่?”

        ลู่เว่ยหลงทำใบหน้างงๆ นิ่งคิดพักหนึ่งแล้วจึงส่ายหัว

        “เมืองเจี้ยนเย่ แคว้นอู๋ เมืองหลวงของเราน่ะหรือขอรับ? ข้าไม่เคยไป”

        “อีกประมาณครึ่งเดือนจะมีงานชุมนุมเซียนประจำปีจัดขึ้นที่นั่น ในตัวเมืองก็มีการจัดงานรื่นเริงกันทั่วทั้งบริเวณเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน นั่นก็เพื่อต้อนรับคนของตระกูลเซียนจากทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ทั้งหลาย”

        ผู้อาวุโสกล่าว ลู่เว่ยหลงเมื่อได้ยินคำว่า ‘งานรื่นเริง’ ก็เริ่มมีความสนใจ

        “ในเมื่อปีนี้หย่งสือจะไปร่วมงานในนามตัวแทนของสำนักกระบี่สกุลฉิน เจ้าอยากติดตามไปเที่ยวเมืองหลวงกับพี่เจ้าด้วยหรือไม่เล่าอาหลง?”
       
        หืม... ไปเที่ยวเมืองหลวงกับคุณชายใหญ่งั้นรึ

        สองคน?

        เสียงหัวเราะหึหึ เมื่อประมุขฉินเห็นสีหน้าอ้ำอึ้งของลู่เว่ยหลง

        “แต่ละตระกูลจะส่งตัวแทนเพื่อไปเข้าร่วมการชุมนุม แน่นอนว่าจะต้องมีเหล่าศิษย์ของสำนักติดตามไปด้วยหลายสิบคน คุณชายลู่โปรดมั่นใจในความปลอดภัย”

        ฉินหย่งชางช่วยเน้นหนักอ้อมๆด้วยใบหน้าอมยิ้ม เผื่อคุณชายลู่ที่ขี้กลัวจะมีข้ออ้างว่า รู้สึกไม่ดีหากต้องออกนอกจวนไปไม่กี่คน

        “อะ.. เอ่อ.. ขอรับ แต่เรื่องนี้ข้ายัง...”

        “ยังมิต้องรีบตัดสินใจหรอกอาหลง เดี๋ยวรอหย่งสือกลับมาแล้วจึงค่อยพูดจากันอีกทีเถิด”

        “…ขอรับ”

        ลู่เว่ยหลงตอบรับเสียงอ่อย

        นิสัยชอบมัดมือชกของคนบ้านนี้มันยังไงกัน

        ถึงแม้เขาจะอยากไปเที่ยวเล่นอยู่ด้วยก็เถอะแต่การเดินทางไกลไปกับคุณชายใหญ่นี่...

        แค่คิดก็เหนื่อยใจแล้ว...!

        “เช่นนั้นข้ากับอาชางต้องขอตัวก่อน เจ้าก็อย่าเดินตากลมให้มาก เดี๋ยวจะล้มหมอนนอนเสื่อก่อนออกเดินทางไปเสีย”

        เดี๋ยวๆ

        ข้ายังไม่ได้ตอบตกลงจะไปเสียหน่อย!

        ลู่เว่ยหลงร้องในใจ แต่ก็โค้งลาผู้อาวุโสและคุณชายรอง ก่อนจะเดินแยกออกมาจากลานฝึกกระบี่

        เมื่อเดินผละออกมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ลู่เว่ยหลงจึงหันกลับไปมองยังลานกระบี่ในมุมกว้างอีกครั้ง

        เขาเห็นเหล่าศิษย์มากมายต่างซ้อมเพลงกระบี่อย่างขมักเขม้น โดยได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากศิษย์พี่ผู้ที่มีฝีมือกว่า

        เขายืนกอดอก มองทอดสายตา สูดจมูกฟุดฟิด กระชับเสื้อผ้าเนื้อเนียนละเอียดปกป้องตนจากอากาศหนาว ผมยาวสีน้ำตาลเข้มพลิ้วไปตามแรงลม

        สถานที่เช่นนี้ก็อาจเรียกได้ว่าคล้าย ‘มหาลัยเหมืองแร่’ ดีๆนี่เอง

        เหล่าเด็กหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน เรียนวิชากระบี่มาด้วยกัน รักใคร่กลมเกลียวเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้อง...

        ว่าแต่ คนที่รู้จักมหาลัยเหมืองแร่นี่ จะต้องแปลว่ามีอายุไปหมดทุกคนรึ? ไม่จริงเสียหน่อย! เขายังหนุ่มยังแน่น ก็เพียงแค่ชอบดูหนังทุกประเภทเท่านั้น ไม่ได้แก่นะ!

        ขณะที่ความคิดของลู่เว่ยหลงล่องลอยไปเรื่อยๆ ข้างหลังศีรษะก็พลันรู้สึกคล้ายถูกสัมผัสอย่างแผ่วเบา

        เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งไปด้านหลัง คิดจะปัดสิ่งใดก็ตามที่ติดผมของเขาอยู่ออก แต่มือของเขากลับไปแตะถูกอะไรบางอย่าง

        ลู่เว่ยหลงหันหน้ากลับไปมอง

        ร่างสูงใหญ่ของฉินหย่งสือยืนทาบทับอยู่ที่ด้านหลังของเขา ทั้งคู่ยืนใกล้กันเสียจนร่างบางสะดุ้งตกใจ สายตาคมบนใบหน้าเรียบเฉยจ้องมองมาทางลู่เว่ยหลง ดวงตาดำขลับนั้นมีแววระยิบระยับซ่อนอยู่

        เขาประคองชายแถบผ้ารัดผมสีแดงสดมีลายประแจจีนสีทองของลู่เว่ยหลงไว้ในมือ

        ลู่เว่ยหลงรีบกระโดดหนีถอยกรูดไปสองสามก้าว ใบหน้าตกใจเหมือนคนเจอผี

        “คะ... คุณชายใหญ่ กะ... กลับมา มะ... เมื่อไรขอรับ”

        ลู่เว่ยหลงถามตะกุกตะกักด้วยความประหม่า เขารีบเอื้อมมือไปคว้าปลายแถบผ้ารัดผมของตนเองมากุมไว้

        ใครสั่งใครสอนให้เล่นศีรษะของผู้อื่น...!

        แอบจับด้วย...!

        ขี้โกง...!

        ฉินหย่งสือมองใบหน้าขึ้นสีของลู่เว่ยหลงด้วยความพอใจ ริมฝีปากบางเฉียบเป็นเส้นตรงแต่คล้ายมีรอยยิ้ม

        “แถบผ้าชิ้นนี้ใช่ของข้าหรือไม่”

        เสียงทุ้มต่ำถามเรียบเรื่อย ลู่เว่ยหลงหน้าหัก

        “ผู้ใดบอกว่าของท่าน ตอนนี้มันเป็นของข้าต่างหาก...!”

        ฉินหย่งสือเลิกคิ้ว คล้ายจะพูดว่า ‘อ้อ’

        ลู่เว่ยหลงยิ่งรู้สึกงุ่นง่าน ศีรษะของเขาร้อนผ่าว พยายามข่มอารมณ์กระเจิดกระเจิงของตนเองไว้ด้วยใบหน้าหงิกงอ 

        ถ้าอยู่ตรงนี้นานมีหวังโดนแซวไม่หยุดเป็นแน่! เมื่อเช้าเขาก็คิดอย่างไรไม่รู้ถึงได้หยิบผ้าชิ้นนี้มาใช้รัดผมอีก คิดแล้วก็อยากทึ้งหัวตนเอง

        คนร่างบางเปลี่ยนเรื่องคุยปิดบังความเก้อกระดาก

        “ท่านเพิ่งกลับมาถึงหรือขอรับ”

        “อืม”

        “ต้องไปรายงานเรื่องนี้ให้ผู้ใดด้วยหรือขอรับ”

        “ทุกครั้งที่ทำภารกิจเสร็จสิ้น ต้องทำรายงานส่งแก่ศูนย์กลาง ซึ่งควบคุมดูแลโดยตระกูลฮัวที่เมืองเจี้ยนเย่ แคว้นอู๋”

        “เมืองหลวงหรือขอรับ? เมื่อครู่นี้ท่านประมุขเพิ่ง... เออะ...”

        คนร่างบางหุบปากฉับ รีบเปลี่ยนเรื่องพูด

        “มะ... ไม่มีอะไรขอรับ ท่านกลับมาแล้วก็รีบไปรายงานผลภารกิจแก่ท่านประมุขเถิด ข้าจะกลับเรือนล่ะ”

        “เจ้าสนใจไปเปิดหูเปิดตา ไปเที่ยวชมเมืองหลวงเจี้ยนเย่ดูบ้างหรือไม่?”

        ฉินหย่งสือโพล่งขึ้นมาก่อนที่ลู่เว่ยหลงจะผละตัวออกไป คุณชายลู่สะอึก และค่อยๆหันกลับมามองหน้าคนตัวสูง

        อา... หนีไม่พ้นเรื่องนี้จริงๆเสียด้วย

        คนตัวเล็กหัวเราะแห้ง

        “งานชุมชุมที่เมืองหลวงใช่ไหมขอรับ เมื่อครู่นี้ท่านประมุขเพิ่งกล่าวเรื่องนี้กับข้าพอดี”

        “แล้วจะไปหรือไม่”

        “เอ่อ... เรื่องนี้ข้ายังไม่ได้ตัดสินใจ”

        “จะไปหรือไม่”

        ลู่เว่ยหลงขมวดคิ้ว แล้วจะต้องคาดคั้นเอาคำตอบตอนนี้ให้ได้เลยหรือ?

        เดินทางตั้งไกล ไปก็หลายวัน จะไม่เปิดโอกาสให้นั่งคิดนอนคิดก่อนเลยหรือไร?

        แต่เมื่อเขามองใบหน้าเรียบเฉยของคนตัวโตที่จ้องมองเขม็งมาทางนี้แล้ว ลู่เว่ยหลงก็รู้ตัวว่า...

        ใช่... จะเอาคำตอบตอนนี้แหละ

        “อ่า... เอ้อ...”

        ลู่เว่ยหลงอ้ำอึ้ง ใจหนึ่งก็อยากไป เมืองหลวงต้องเป็นที่ๆน่าสนุกมากแน่ๆ แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยาก เมืองที่ผู้คนพลุกพล่านใครเป็นใครบ้างก็ไม่รู้ เรื่องราวของลัทธิมารคืนจันทร์ดับก็ยังไม่คลี่คลาย ไหนจะเรื่องการทำร้ายตัวเองของคุณชายลู่คนก่อนอีก

        สัญชาติญาณมันบอกว่า หากไปเมืองหลวงครั้งนี้ จะต้องมีเรื่องวุ่นวายมากรออยู่แน่ๆ

        “ไปหรือไม่ไป”

        รองประมุขเร่ง ลู่เว่ยหลงยังคงตัดสินใจไม่ถูก

        “เอ…”

        “…”

        “…”

        เมื่อคนตัวเล็กไม่ตอบ ฉินหย่งสือถอนหายใจเฮือก ลองใช้ไม้ตายที่คิดไว้

        “เมืองหลวงเจี้ยนเย่ใหญ่กว่าเมืองไป่เยว่แห่งนี้นัก ร้านรวง ข้าวของต่างๆย่อมมีมากมาย ร้านอุปกรณ์สำหรับช่างฝีมือปราณก็...

        “ไปขอรับ! ข้าไป!”

        ลู่เว่ยหลงร้องด้วยตาเป็นประกาย ไม่รอให้ท่านรองประมุขพูดจนจบ

        ร้านอุปกรณ์ที่ใหญ่กว่าเมืองไป่เยว่แห่งนี้งั้นหรือ? แค่คิดก็รู้สึกเนื้อเต้น

        คนที่เคยทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิกอย่างเขา เมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์คู่กายแล้วก็เบื่อหน่ายจับใจ การทำงานฝีมือช่วยฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี หากมีอุปกรณ์อื่นๆหรือวัสดุที่น่าสนใจมาให้ลองสลักเล่นก็ถือว่าน่าดึงดูดความสนใจอยู่ไม่น้อย

        อีกทั้งตำรามากมายที่คุณชายใหญ่จัดหามาให้ ก็เห็นว่าล้วนแล้วแต่สั่งมาจากเมืองหลวงแทบทั้งสิ้น

        ร่างบางห่อไหล่ดิ้นยุกยิกดีใจจนเนื้อเต้น

        ฉินหย่งสือมองอาการของคนตัวเล็กที่ดูก็รู้ว่าเริ่มอยากไปอย่างออกนอกหน้า จนคล้ายลูกแมวกระดิกหางจ้องมองขนมตาแป๋ว

        คนตัวสูงแววตาระยับคล้ายกำลังขบขัน เขาเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย

        “เช่นนั้นอีกสามวันจะออกเดินทาง”

        ลู่เว่ยหลงฉงน หลุดจากภวังค์

        “ข้านึกว่า กว่างานชุมนุมจะจัดก็อีกกว่าสิบวัน เหตุใดจึงต้องรีบไปขอรับ?”

        “เดินทางไกลใช้เวลานาน และตระกูลเซียนต้องเตรียมตัวก่อนวันชุมนุม”

        “อ้อ เช่นนั้นเอง”

        คนร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก แต่เมื่อหมดเรื่องพูดลู่เว่ยหลงจึงเริ่มรู้สึกเก้อกระดากอีกครั้ง

        “เอ้อ คุณชายใหญ่ไปเข้าพบท่านประมุขก่อนดีกว่าขอรับ ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ขอตัว”

        ลู่เว่ยหลงก้มแล้วรีบหันหลังเดินเร็วๆออกไป จากนั้นก็ชะงักกึก หันกลับมาพูดงึมงำ

        “คุณชายใหญ่ขอรับ”

        “มีสิ่งใด?”

        “ที่ว่าจะพาข้าไปร้านอุปกรณ์... เอ่อ... คุณชายจะจ่ายให้ใช่หรือไม่ขอรับ?”

        คุณชายลู่ผู้มาสกุลฉินด้วยตัวเปล่า ถุงเงินแห้งผากเสียจนอยากนั่งร้องไห้

        ฉินหย่งสือมองลูกแมวหงอยที่ส่งสายตาละห้อยมาทางเขา ลู่เว่ยหลงรอคอยคำตอบด้วยความกระอักกระอ่วน สายตาของฉินหย่งสือพลันอ่อนลง ตอบเสียงทุ้ม

        “ข้าชวนเจ้าเพราะเป็นเช่นนั้น”
       
        สิ่งที่ฉินหย่งสือได้รับกลับมาคือรอยยิ้มกว้างสดใสของคนตัวเล็ก





        ได้รับมาเพียงเท่านี้ก็คุ้มแล้ว...





    —————



    สกุลฉินปกครองคนด้วยความเมตตา พ่อลูกบ้านนี้เขาก็สนิทกันดีนะ (ฮา)
    คุยเก่ง แซวเก่งกันทุกคน สายเลือดบ้านนี้แรงจริงจริ๊งงง
    แปะภาพปลากรอบ

    .

    .

    คล้ายกับเรื่องปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ! (YAOI-MPREG) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663