ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    31 Darling = ดาหลิง

            “ ท่านอาจารย์น้อย ท่านคงป้อนคำหวานเช่นนี้กับลูกค้าสาว ๆ ทุกคนกระมัง?”       คุณหนูเสี่ยวเฟยแอบจิกกัดอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนที่หมอดูหนุ่มจะหันมาประสานสายตากับนางโดยไม่กระพริบตา เสมือนคนกำลังเล่นเกมจ้องตา หลังจากที่นางสบตากับเขาได้สักพัก สุดท้ายนางก็เป็นฝ่ายเผลอกระพริบตาออกมา จนนางต้องเบือนหน้าไปอีกทางด้วยความเขินอาย เพราะสายตาที่เขาจ้องมองที่นางนั้น ไม่มีเลศนัยหรือท่าทีของคนที่คิดอกุศลใด ๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นแววตาแห่งความอบอุ่นและจริงใจเพียงเท่านั้น                  “ ถ้าแม่นางคิดเช่นนั้น ข้าเองก็จนใจ”        ชายหนุ่มกล่าวตัดพ้อหญิงสาว ก่อนที่เขาจะกล่าวขออภัยต่อนางที่ทำกริยาไม่เหมาะสม หากแต่เป็นเพราะเขาหักห้ามใจตนเองไม่ได้จริง ๆ จึงเสียกริยาต่อนางเช่นนี้           “ ถ้าข้าทำให้แม่นางไม่สบายใจ ข้าก็ขออภัยแม่นางด้วยจริง ๆ”         อาหลงลุกขึ้นโค้งคำนับหญิงสาวตรงหน้าด้วยท่าทีที่จริงใจ ไม่มีท่าทีเสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด ทำเอาหญิงสาวทำตัวไม่ถูกเช่นกัน เพราะตัวนางเองก็รู้สึกพิเศษต่อชายหนุ่มตรงหน้าเช่นกัน จนทำให้นางเผลอแอบคิดกับตนเองไม่ได้ว่าบุรุษผู้นี้จะชื่นชอบสตรีเช่นใดกัน  และนั่นก็ทำให้เขาล่วงรู้ความคิดของตน ว่าตนเองก็แอบสนใจอีกฝ่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้ตัวนางเองวางตัวไม่ถูก จึงทำเฉไฉด้วยการเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเสียอย่างนั้น         “ ขอบคุณท่านหมอที่ช่วยให้คำแนะนำและให้กำลังใจข้า ทำให้ข้าไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป ไม่ทราบข้าต้องจ่ายค่าปรึกษาเท่าใด เชิญท่านหมอบอกได้เลย”                    “ ข้ามิอาจเรียกร้องค่าตอบแทนใดจากแม่นาง เพราะข้าเพียงแค่ทำตามเจตนารมณ์ของท่านอาจารย์สามของข้าในการช่วยเหลือผู้คนให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดีเท่านั้น”           ชายหนุ่มตอบสาวงามตรง ๆ ในขณะที่ตัวนางเองกลับไม่ยอม เพราะตลอดชีวิต 18 ปีที่ผ่านมาของนาง นางไม่เคยเอาเปรียบผู้ใดมาก่อน รวมทั้งหมอดูหนุ่มผู้นี้ก็ช่วยให้นางได้พบทางออกของปัญหา แถมยังช่วยให้ตนชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น ดังนั้นนางจึงขอให้อีกฝ่ายเรียกค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลกับความช่วยเหลือที่เขาได้ช่วยนางในวันนี้         “ คุณชายต้องการสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยน ขอเชิญท่านบอกมาได้เลยเจ้าค่ะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ข้าก็ยินดีที่จะทำเพื่อเป็นการตอบแทนท่านบ้าง”          คุณหนูเสี่ยวเฟยเอ่ยกับเสียมหลอหลงจากใจจริงเช่นกัน โดยนางเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกหาเขาใหม่ ก่อนที่อาหลงจะเล่าเรื่องที่เขากำลังรณรงค์เรื่องขอรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งและผู้ยากไร้ ซึ่งถ้านางอยากจะตอบแทนเขาจริง ๆ นางก็สามารถร่วมบริจาคทำบุญได้ตามกำลังศรัทธา         “ แต่จริง ๆ แล้ว ข้ามีความในใจบางอย่างที่อยากจะขอร้องท่าน แต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่?”           อาหลงเอ่ยกับลูกค้าสาวอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ก่อนที่จะบอกว่า เขาไม่พูดดีกว่า เอาเป็นว่าถ้านางสะดวกก็เชิญร่วมบริจาคตามกำลังทรัพย์ก็พอ          “ ขอเชิญคุณชายพูดมาเถอะ เสี่ยวเฟยยินดีทำเพื่อตอบแทนน้ำใจของคุณชาย”          นางเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวานและจริงใจ พร้อมทั้งเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกตัวเองเป็นเสี่ยวเฟย ทำเอาอาหลงแทบจะใจละลายหนักเข้าไปอีก เพราะแพ้ทางให้กับแม่นางน้อยคนนี้           “ ถ้าเช่นนั้น ท่านจะรังเกียจมั้ย ถ้าข้าจะขอเรียกท่านว่า ดาหลิง(Darling) ทุกครั้งที่ข้าพบเจอกับท่าน”          ชายหนุ่มเอ่ยกับโฉมงามตรงหน้าด้วยใจลุ้นระทึก เพราะกลัวว่าจะได้รับคำปฏิเสธกลับมา  แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อนางกลับพยักหน้าตกลงอย่างง่ายดายเหลือเชื่อ               “ คุณชายทำเพื่อดาหลิงมากขนาดนี้ เหตุใดเรื่องแค่นี้ข้าจะให้ท่านบ้างไม่ได้”           นางตอบอีกฝ่ายพร้อมกับสรรพนามเรียกตนเองใหม่ด้วยความยินดี เพราะถึงแม้นางจะไม่รู้ว่าคำ ๆ นี้มีความหมายว่าอะไร แต่นางก็เชื่อว่าความหมายของคำ ๆ นี้คงไม่ได้มีความหมายไปในทางไม่ดีแน่นอน            “ ขอบคุณมากดาหลิง แต่ตลอดชีวิต 20 ปีของข้า ข้าเองก็ไม่เคยเอาเปรียบผู้อื่นเช่นกัน ดังนั้นข้ายินดีให้ท่านเรียกข้าว่า ดาหลิง เหมือนที่ข้าเรียกท่าน ท่านจะได้ไม่ขาดทุน เช่นนี้ดาหลิงว่าดีไหม?”           อาหลงเอ่ยต่อรองกับดาหลิงของเขาอย่างเจ้าเล่ห์นิด ๆ ก่อนที่นางจะส่ายหัวเบา ๆ พร้อมกับหัวเราะออกมาในความน่ารักแกมทะเล้นของอีกฝ่าย        “ เสี่ยวเฟยคงจะขาดทุนยับเยิน ถ้าเสี่ยวเฟยต้องพบเจอกับคนที่ฉลาดเป็นกรดอย่างเช่นดาหลิงบ่อย ๆ”          นางเริ่มสนุกกับการต่อปากต่อคำกับชายหนุ่มผู้มีเสน่ห์และรู้จักเอาอกเอาใจคนผู้นี้  ก่อนที่นางจะนึกขึ้นได้ว่า นางมีธุระที่ต้องรีบไปจัดการ นางจึงเอ่ยลาดาหลิงของนาง ทั้ง ๆ ที่นางยังอยากจะอยู่สนทนากับเขาให้นานกว่านี้        “ นี่คือตั๋วแลกเงิน 5,000 ตำลึง เสี่ยวเฟยฝากดาหลิงไปร่วมบริจาคช่วยชาวบ้านด้วยนะเจ้าคะ”         นางยื่นตั๋วแลกเงินให้อีกฝ่าย ก่อนที่นางจะขอตัวไปขึ้นรถม้าที่มาจอดรอนางอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมได้สักพัก                      “ ดาหลิง เมื่อไหร่เราถึงจะมีวาสนาได้พบกันอีก?”          ชายหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มน้อย ๆ พร้อมทั้งตอบคำถามของเขาอย่างคนที่กำลังมีความสุข          “ ดาหลิงไม่ต้องเป็นห่วง เราจะได้พบกันอีกเร็ว ๆ นี้แน่นอนเจ้าค่ะ ท่านรักษาตัวด้วยนะเจ้าคะ”       นางเอ่ยตอบบุรุษคนแรกที่นางรู้สึกดีด้วยอย่างมีความนัย และขณะที่นางกำลังก้าวขึ้นรถม้าพร้อมสาวใช้ อีกฝ่ายก็เอ่ยวาจาตามหลังอีกหนึ่งประโยค   “ ดาหลิง เมื่อท่านกลับถึงบ้าน อย่าลืมไปยืนหน้ากระจกนะ ดาหลิงจะได้รู้ว่าสตรีที่ข้าชอบหน้าตาเป็นเช่นไร”        เสียมหลอหลงเอ่ยหยอกเย้านางทิ้งท้าย ก่อนที่นางจะหันมายิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเอียงอาย จากนั้นจึงก้าวขึ้นรถม้าคันใหญ่ที่มีสาวใช้หน้าตาคมขำยืนรออยู่ อีกทั้งยังมีชายฉกรรจ์คอยคุ้มกันอีกนับสิบคน       “ คุณหนู ท่านแอบเอาเสื้อผ้าเก่าของบ่าวมาสวมใส่ แถมยังแอบหนีออกมาเที่ยวข้างนอกคนเดียวอีกแล้วนะเจ้าคะ ถ้านายท่านรู้เข้า บ่าวต้องโดนเฆี่ยนหลังลายแน่เลยเจ้าค่ะ”         อาหลงได้ยินสาวใช้นางนั้น เอ่ยกับดาหลิงสุดที่รักของเขา ก่อนที่รถม้าคันนั้นจะค่อย ๆ วิ่งไกลออกไปจนลับหายจากคลองจักษุ          “ ดาหลิง ท่านเป็นคุณหนูบ้านใดกันนะ ข้าก็ลืมถามว่าบ้านท่านอยู่ที่ใด?”         เสียมหลงพูดกับตนเอง จนอยากจะเขกกระโหลกตนเองที่ลืมถามเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปซะได้  แต่ดูจากจำนวนเงิน 5,000 ตำลึงที่นางบริจาคมา รวมทั้งจำนวนของคนคุ้มกันรถม้าของนางเมื่อครู่ ก็ทำให้รู้ว่านางจะต้องมาจากตระกูลที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน        หลังจากที่ยืนมองรถม้าของนางในดวงใจแล่นลับตาไป หมอดูหนุ่มก็จัดการเก็บร้านทันที เพราะว่าวันนี้เขาใช้โควตาอ่านใจคนครบสามครั้งแล้ว ดังนั้นเขาจึงจะเข้าไปเตรียมตัว เตรียมโอสถ เพื่อไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทในเย็นนี้        “ อ้าว....น้องหลง เจ้าอยู่นี่พอดี มามา พี่จะแนะนำให้เจ้าได้รู้จักกับสหายของพี่ เถ้าแก่เว่ยเจ้าของร้านผ้าที่อยู่ติดโรงเตี๊ยมของเรา และเป็นพันธมิตรคนใหม่ของเรานี่เอง”         จู่ ๆ หลี่ปู้ฉินพร้อมฮูหยิน รวมทั้งเถ้าแก่เว่ยและฮูหยินเว่ยก็ปรากฏตัวขึ้น และเอ่ยทักทายอีกฝ่าย       “ คำนับพี่เว่ยและอาซ้อ ท่านคงไม่รังเกียจที่ผู้น้องเรียกท่านเช่นนี้ เพราะท่านเป็นสหายคนสนิทของพี่หลี่ ก็เท่ากับเป็นพี่ชายข้าคนหนึ่งเช่นกัน”            อาหลงคำนับอีกฝ่าย พร้อมกับเอ่ยวาจาออกมาอย่างจริงใจ ในขณะที่สองสามีภรรยาก็รู้สึกประทับใจในแวบแรกที่ได้เห็นชายหนุ่มผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็นกริยาที่อ่อนน้อม รู้จักให้เกียรติผู้คนและท่าทีที่ดูเฉลียวฉลาด          “ ยินดีที่ได้รู้จักน้องหลง เจ้าช่างเป็นคนที่น่าสนใจ สมกับที่อาฉินยกย่องชมเชยไว้จริง ๆ  นับว่าเราเลือกฝากความหวังไว้กับคนที่ใช่ยิ่งแล้ว ใช่มั้ยฮูหยิน?”         เถ้าแก่เว่ยที่อยู่ในวัย 30 เศษ ๆ และดูท่าทางภูมิฐาน หล่อเหลาเอาการ เช่นเดียวกับสหายของตนกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปถามความเห็นของฮูหยินที่มีรูปโฉมทัดเทียมกับหลี่ฮูหยินด้วยรอยยิ้ม         “ ท่านอานับว่าเป็นที่บุรุษที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ จนได้มาพบกับท่านจึงรู้ว่าที่หลี่ฮูหยินเอ่ยชมท่านนั้น ไม่เกินไปจริง ๆ”        ฮูหยินเว่ยเอ่ยชมอีกฝ่ายจากใจจริง ก่อนที่อาหลงจะเชิญคนทั้งหมดเข้าไปพูดคุยต่อในห้องอาหารของโรงเตี๊ยม พร้อมทั้งบอกให้อาห่าวนำสุราชั้นดีและชาชั้นเลิศออกมาต้อนรับแขกของตน       “ น้องหลงวันนี้มีคนมาแย่งกันจับจองถุงนำโชคเป็นจำนวนมากจนพวกเรารับมือแทบไม่หวาดไม่ไหว ดีที่เถ้าแก่จางและฮูหยิน แม่นางเหลียนเอ๋อ รวมทั้งพี่น้องในโรงเตี๊ยมแสงดาวยื่นมือมาช่วย จึงทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี"        หลี่ปู่ฉินบอกเล่าข่าวดีให้อีกฝ่ายฟังด้วยความยินดี เพราะวันนี้มีคนสนใจมาจับจองและจ่ายเงินมัดจำค่าถุงนำโชคเกือบสองพันคน มากกว่าเมื่อวานเสียอีก ทำเอาหน้าร้านเครื่องประดับมีคนมายืนเบียดเสียด แออัด ยัดทะนานจนล้นมาหน้าโรงเตี๊ยมแสงดาวและร้านอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งกว่าคนมาต่อคิวจองตั๋วคอนเสิร์ตก็ไม่ปาน แต่หลังจากช่วงบ่าย ๆ ทางร้านก็จัดการรับจองทุกคนจนเสร็จเรียบร้อย เพราะเขาได้ประกาศว่าจะรับจองตั้งแต่ช่วงสาย ๆ จนถึงแค่ช่วงบ่ายเท่านั้น เนื่องจากเขารู้ว่าอาหลงต้องตั้งร้านที่ปรึกษาพยากรณ์ในช่วงบ่าย ๆ จึงไม่อยากให้มีคนมาแออัดหน้าร้านและรบกวนการเปิดร้านของน้องชายคนเก่งของตน         “ ยอดเยี่ยมจริง ๆ พี่หลี่ ท่านไม่เคยสร้างความผิดหวังให้น้องเลยสักครั้ง ลำบากท่านกับอาซ้อแล้ว”         อาหลงเอ่ยชมและขอบคุณอีกฝ่ายที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี        “ น้องหลงเจ้าอย่ากล่าวเช่นนี้ หากมิใช่เพราะเจ้านำทางพวกเรา พวกเราก็คงมาไม่ถึงจุดนี้อย่างแน่นอน  ตอนนี้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษของพี่ ท่านคงหมดห่วงและเสพสุขอยู่บนสวรรค์อย่างวางใจแล้ว”       หลี่ปู้ฉินกล่าวชมอีกฝ่ายจากใจจริง เพราะว่าตอนนี้ตัวเขาเองและฮูหยินแทบจะไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องกิจการการค้าอีกต่อไป เพราะหลังจากที่ได้ร่วมมือด้านการค้ากับเสียมหลอหลง ทุกอย่างก็มีแต่ขาขึ้น และรับทรัพย์แทบไม่หวาดไม่ไหวเลยจริง ๆ ในแต่ละวัน         “ น้องหลง สินค้าใหม่ที่เจ้าจะให้ร้านพี่จัดจำหน่ายจะแล้วเสร็จพร้อมจำหน่ายเมื่อไหร่ พี่กับฮูหยินจะได้จัดเตรียมหน้าร้านไว้ให้พร้อม”        เว่ยชิงหยาง เถ้าแก่ร้านผ้าเอ่ยถามหุ้นส่วนทางการค้าหนุ่ม ก่อนที่เขาจะตอบว่าสินค้าน่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน       “ เอ่อ ท่านอา ว่าแต่ท่านอามั่นใจแค่ไหนว่าสินค้าใหม่ที่เราผลิตมา จะเป็นที่ถูกใจของลูกค้า และขายดีตามที่ท่านคาดการณ์เอาไว้?”        เว่ยฮูหยินเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนัก เพราะนางเคยเห็นตัวอย่างสินค้าที่เขาสั่งผลิตแล้ว มันช่างดูแปลกประหลาดพิกล และไม่แน่ใจว่าชาวเมืองเทียนหยางจะมีใครกล้าสวมใส่ชุดพวกนี้หรือไม่ ก่อนที่อาหลงจะตอบว่าเขามีความมั่นใจถึง 8 ส่วนว่าสินค้านี้จะเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน        “ ชุดที่เจ้าสั่งผลิตมาใหม่นี้เรียกว่าอย่างไรหรือน้องหลง?”         เป็นหลี่ฮูหยินที่เอ่ยถามประโยคนี้ออกมา เพราะนางก็เคยเห็นชุดเหล่านั้นผ่านตามาบ้างแล้ว  เพียงแต่นางยังไม่เคยลองสวมใส่มันสักครั้งเพราะชุดดูค่อนข้างวาบหวิว และสามารถใส่ได้เพียงแค่ในห้องหับของตน หรือใส่ต่อหน้าสามีของตนเท่านั้น ไม่สามารถใส่ออกไปเดินต่อหน้าธารกำนัลหรือในที่สาธารณะได้         “ ชุดนี้เรียกว่า ชุดชั้นใน ขอรับอาซ้อ มันอาจจะดูแปลกตาและน่าประหลาดอยู่บ้างในตอนนี้ แต่อีกไม่นานรับรองว่ามันจะต้องได้รับความนิยมอย่างแน่นอนขอรับ”         ชายหนุ่มเอ่ยตอบพี่สะใภ้ของตนอย่างมั่นใจ ก่อนที่เว่ยฮูหยินจะเอ่ยถามอย่างเป็นกังวลว่า ชุดที่วาบหวิวเช่นนี้จะมีคนยอมใส่หรือไม่ และเราจะโปรโมทสินค้าพวกนี้เช่นไร        “ อาซ้อเว่ยไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ ข้าได้เตรียมแผนการตลาดทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว รอไว้เมื่อทุกอย่างพร้อม เราจะเปิดตัวสินค้าพวกนี้อย่างยิ่งใหญ่และอลังการ รับรองสินค้าเหล่านี้จะเป็นที่กล่าวถึงกันไปทั่วเมืองแน่นอน”          เสียมหลอหลงเอ่ยย้ำให้อีกฝ่ายมั่นใจ ก่อนที่หลี่ปู้ฉินจะเอ่ยถามถึงแผนการคร่าว ๆ ที่ชายหนุ่มวางไว้ให้กับสินค้าชุดนี้         “ เราจะจัดงานเดินแบบ และงานแฟชั่นโชว์ โดยจะจัดยามค่ำคืนในสถานที่กว้างขวางและใหญ่โต รวมทั้งแขกพิเศษที่เราจะเชิญมาเป็นประธานและสักขีพยานในงานก็คือองค์หญิงองค์ใดองค์หนึ่ง ที่สำคัญคืองานนี้ผู้ที่จะเข้าร่วมงานได้จะต้องเป็นสตรีเท่านั้น บุรุษคนใดก็ไม่มีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไปในพื้นที่งานได้”         อาหลงเอ่ยอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด ก่อนที่เถ้าแก่อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้ว่า งานเดินแบบและแฟชั่นโชว์คืออันใดกัน ทำไมพวกตนถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน จากนั้นอาหลงจึงค่อยอธิบายให้ทุก ๆ คนได้ฟังและเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร        “ ท่านสามารถทูลเชิญองค์หญิงเสด็จมาร่วมงานได้จริง ๆ เหรอท่านอา?”        เป็นฮูหยินเว่ยที่เอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า เพราะนางไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะมีสายสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา ขนาดจะสามารถทูลเชิญองค์หญิงให้เสด็จมาร่วมงานของตนได้       “ อาซ้อโปรดวางใจ เรื่องนี้ปล่อยให้ผู้น้องเป็นคนจัดการเอง ว่าแต่ถ้าไม่รบกวนอาซ้อทั้งสองเกินไปนัก ข้าอยากให้พวกท่านลองสวมชุดพวกนี้ดูที่บ้านในห้องนอนของพวกท่าน จะได้สัมผัสด้วยตนเองว่าชุดพวกนี้ใส่แล้วรู้สึกดีแค่ไหน เมื่อถึงเวลาจัดงานพวกท่านจะได้อธิบายให้แขกที่มาร่วมงานฟังได้”         ชายหนุ่มเอ่ยปากร้องขอพี่สะใภ้ทั้งสองของตน ก่อนที่พวกนางทั้งสองจะหน้าแดงด้วยความอาย แต่ก็ยังกลั้นใจพยักหน้ารับปากน้องชายผู้นี้อย่างกระดากใจ        “ มันคล้าย ๆ ชุดนอนอยู่บ้าง เพียงแต่มันน้อยชิ้นเกินไป ใส่แล้วยังกับนุ่งลมห่มฟ้าเลยนะอาหลง”         อาซ้อหลี่เอ่ยกับเสียมหลอหลงอย่างอาย ๆ อยู่บ้าง ถึงแม้นางจะไม่ใช่สาวพรหมจรรย์แล้ว แต่พวกนางก็ยังรู้สึกกระดากใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องนุ่งชุดพวกนี้ ก่อนที่พวกนางจะหันไปมองค้อนใส่สามีของพวกนางที่ยืนยิ้มอย่างมีเลศนัยอยู่ข้าง ๆ        “ อาซ้อทั้งสอง คืนนี้พวกท่านลองใส่ดู รับรองว่าพวกมันมีความพิเศษ”         อาหลงเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มปริศนา ก่อนจะเอ่ยต่อไปอีกด้วยเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ                          “ ข้าเรียกพวกมันว่า ชุดนอน ไม่ได้นอน” ..............................................................................................................................คุยกันหลังฉาก ..........มาแล้วครับตามคำสัญญา หลังจากที่ห่างหายไปหนึ่งวัน เพราะยังปั่นต้นฉบับไม่เสร็จ  สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็เกิดตกหลุมรักลูกค้าสาวที่ทั้งน่ารักและอ่อนหวาน ทำเอาเจ้าตัวถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว ส่วนตัวสาวเจ้าเอง ก็ดูเหมือนจะมีใจให้อาหลงของเราอยู่พอสมควร    เรื่องราวจะดำเนินต่อไปเช่นไร  มาร่วมลุ้นและติดตามได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ            ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ  โดยเฉพาะคอมเมนท์ของแต่ละท่านที่ทำให้ไรท์มีแรงที่จะอัพนิยายให้รีดที่น่ารักได้อ่านแบบถี่ ๆ และต่อเนื่องที่สุด ตามที่กำลังของไรท์จะพอไหว  ตอนต่อไปจะพยายามอัพภายในพฤหัสนี้นะครับ           ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ.................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ข้ากล้าที่จะยิงพระจันทร์  เพราะถึงแม้ข้าจะพลาดเป้า แต่อย่างน้อยก็ยังได้ดวงดาวมาบ้าง”