สหายที่เเตกต่าง Light&Darkness

    ตอนที่ 5 : บททดสอบเเรก

    หลังจากที่มาซิโว่ได้ฝากตัวเด็กทั้งสองกับโนเบล ก็ได้พาเด็กๆกลับบ้านมาก่อนเพราะยังไม่สามารถฝึกได้เลยเด็กๆด้วยความตื่นเต้นเเละปลื้มปิติ 

    ทั้งสองได้เล่าเ๹ื่๪๫ที่ตนเองได้ไปยังที่ๆพ่อของพวกเขาฝึกวิชาเเถมยังได้ฝากตัวเป็๞ศิษย์ของอาจารย์ที่เป็๞คนสร้างสองวีรบุรุษนี้ขึ้นมา เล่าหลายรอบวนไปวนมาผลัดกันเล่าไม่หยุด เเม่ๆเองก็ฟังด้วยความภาคภูมิใจที่ลูกๆได้ทำตามความฝันของตัวเองสักที เเต่ก็ได้เเต่ให้กำลังใจเเละปลอบใจในวันที่ลูกล้ม เหมือนตอนเด็กๆก่อนที่ลูกๆจะเติบโตมาขนาดนี้....

    วันรุ่งขึ้นมาซิโว่พาฟูเอซ่ากับเคนิโอ้ออกไปเเต่เช้าเเละก็เริ่มให้ฝึกขั้นพื้นฐานก่อน เป็๲การฝึกเริ่มต้นที่นักสู้จะต้องผ่านไปให้ได้ก่อนจะฝึกพละกำลัง นั่นก็คือสมาธิเเละพลังใจ ฟูเอซ่ากับเคนีโอ้เริ่มฝึกโดยการนั่งสมาธิในน้ำตกตรงที่น้ำไหลลงมา โดยต้องทนความหนาวเย็นของน้ำให้ได้ต้องนั่งตรงนั้นให้ได้ตามเวลาที่กำหนดโดยห้ามขยุกขยิกเป็๲อันขาดเหมือนกับการนั่งสมาธิธรรมดาเลย โดยเด็กทั้งสองคนผลัดกันเข้าออกอย่างรวดเร็วเพราะทั้งคู่อดทนความหนาวเหน็บของน้ำตกไม่ไหวทำให้การฝึกพื้นฐานในวันเเรกพังไม่เป็๲ท่า หลังจากกลับมาทั้งคู่ก็ตรงดิ่งไปที่ห้องสมุดของมาซิโว่ทันทีเผื่อบางทีมาซิโว่จะจดวิธีการฝึกทิ้งไว้หรือมีวิธีอะไรดีๆเพื่อที่จะช่วยให้ทั้งคู่ผ่านการฝึกนี้ไปได้ เเต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยทั้งสองก็ยังมืดเเปดด้าน คิดไม่ออกเลยวิธีที่จะพาตนเองผ่านการฝึกได้ พอออกมา มาซิโว่ก็เลยพูดสอนพวกเขาไปว่า                                                                   


    "การที่พวกเ๽้านั้น มีความไฝ่หาความรู้มันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดีมาก เเต่ไม่มีผู้ใดบันทึวิธีการฝึกของตนเองไว้หรอก เพราะเเต่ละคนก็มีวิธีการฝึกเป็๲ของ       ตนเอง ถึงมีจดไว้ก็ใช่ว่าเราจะทำตามได้หมดเราต้องค้นหามันด้วยตนเองอย่าหวังเพิ่งเเต่ตำรา เพราะออกรบจริงเราคงจะเปิดตำราไปสู้ไปคงไม่ได้   เเน่ยกเว้นว่าจะหาวิธีไม่ได้จริงๆเราค่อยหวังเพิ่งมัน มันจะทำให้เรามีความคิดเป็๲ของตนเอง ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้ก็ถามคนนู้นคนนี้ไปหมดทั้งๆที่เรา   ยังไม่ได้พยายาม บางครั้งวิธีมันอาจจะอยู่ไกล้ตัวเรานิดเดียวก็ได้"


    พอทั้งสองรู้อย่างนั้นก็เก็บมานอนคิดทั้งคืน คิดวนไปวนมาหลายรอบว่าตนเองจะทนความหนาวเย็นของน้ำตกโดยไม่ขยับเขยื้อนเลย จนเช้าทั้งสองก็ยังคิดไม่ออกจริงๆเเละกำลังจะเดินทางไปฝึกอีกครั้ง เอมาเบลที่เตรียมข้าวกล่องไว้ให้ลูกทั้งสองเเละมาซิโว่ไปกินทุกวันเขาก็เดินมาบอกอะไรบางอย่างกับเด็กทั้งสองคน เเละเเล้วเด็กทั้งสองคนก็เดินทางไปฝึกอีกครั้ง ระหว่างทางมาซิโว่ได้สังเกตว่าเด็กสองคนนี้มีความมั่นใจมากผิดปกติทั้งๆที่ผลเมื่อวานนั้นล้มเหลวสิ้นดีเเค่เเอบหวังยังไม่มีทางเลย รวมทั้งหน้าตาของทั้งคู่ตอนฟังคำสอนของตนก็ยังดูมืดมนเเละไม่น่าจะนึกวิธีออก  โดยการฝึกครั้งนี้ครั้งนี้โนเบลลงมาดูด้วยเเละก็ได้พบว่าผลมันตรงกันข้ามจริงๆ เพราะทั้งคู่ผ่านการฝึกได้อย่างง่ายดาย สร้างความเเปลกใจให้กับทั้งคู่เป็๲อย่างมากทั้งๆที่กว่ามาซิโว่กับเซอรร่าจะผ่านการฝึกนี้ก็กินเวลาเป็๲อาทิตย์ เเต่สองคนนี้กลับใช้เวลาเพียงสองวันเพียงเท่านั้น ที่สามารถรวบรวมสมาธิเเละทนความหนาวของน้ำตกได้ โนเบลที่ก็เเปลกใจไม่เเพ้กันจึงหลุดปากพูดกับมาซิโว่ว่า

    "เด็กพวกนี้ไปได้ไกลกว่าพวกเเกเเน่"  มาซิโว่ก็คิดเเบบนั้นเช่นกัน

    เมื่อเด็กๆกลับขึ้นมา มาซิโว่ก็เลยถามเด็กสองคนนี้ว่า

    "อะไรที่ทำให้พวกเ๯้าข้ามผ่านน้ำตกนี้มาได้" เด็กทั้งสองก็ตอบคำตอบเดียวกันว่า เอมาเบล คำตอบนี้ยิ่งทำให้อาจารย์ทั้งสองหลุดขำออกมา เพราะคนที่ทำให้เซอรร่ากับมาซิโว่ผ่านบททดสอบมาในตอนสมัยฝึกวิชามาได้ก็คือเอมาเบล เด็กทั้งสองนั้นเหมือนกับพ่อของพวกเขาเป็๞อย่างมาก คำพูดของเอมาเบลทำให้เด็กสองคนนี้ผ่านบททดสอบเเรกไปได้ โดยคำพูดที่เอมาเบลบอกกับเด็กทั้งสองคนคือ 

    "อย่าไปคิดว่าเราจะผ่านพรุ่งนี้ไปได้อย่างไร คิดว่าอะไรที่ทำให้เราก้าวมาถึงจุดนี้"  ซึ่งเเน่นอนสิ่งที่นำพาพวกเขามาถึงวันนี้นั่นก็คือ เ๱ื่๵๹ราวที่พวกเขาฟังมาตั้งเเต่เด็ก เหตุการณ์ของสองวีรบุรุษที่ทำให้เด็กทั้งสองมีจิตใจที่เเข็งเเกร่ง เเข้มเเข็งเเละความคิดที่จะเป็๲อย่างพ่อของพวกเขาจนสุดท้ายพวกเขาก็ผ่านบททดสอบนี้มาได้...


    เกร็ดความรู้/คำสอน:

    -การตั้งเป้าหมายในชีวิตหรือการมีเเรงบันดาลใจนั้นจะทำให้จิตใจเเข็งเเกร่ง มีความคิดที่มั่นคง มีเเรงผลักดันที่จะช่วยให้เราสามารถทำบางสิ่งบางอย่างให้ลุล่วงตามที่คาดหวังเอาไว้ เเต่ก็ต้องมีควบคู่กับความพยายามเเละความตั้งใจของเราด้วย