ก่อนที่เพนนีจะเริ่มจิกกัดดาริกา คุณสร้อยสิรินทร์จึงช่วยเสริมเพนนี
"หนูเพนนีแหวนวงนี้สวยดีนะลูก หนูไปเอามาจากไหน ป้าอยากได้เหมือนกันนะ"
"หนูซื้อมาน่ะค่ะคุณป้าสิรินทร์ พอดีมีคนเขามาขายแบบกะทันหันเลยค่ะ"
"แหม่! ป้าก็อยากได้สักวงเหมือนกัน มาประดับนิ้วไม่ให้มันดูโล่งไป"
"ฉันเองก็อยากได้เหมือนกันค่ะคุณสิรินทร์" คุณเอมิกาเสริมขึ้นมา
"น่าเสียดายนะคะคุณป้า พอดีคุณคนที่เขาเอาแหวนมาขายตอนนี้เขาหนีไปแล้วค่ะ"
"อย่าบอกนะลูกว่าคือนายบวร"
คุณเอมิกาจึงช่วยพูดขึ้น ตัวเธอไม่ได้รู้มักคุ้นอะไรกับนายคนนี้หรอก แต่เธอได้ยินที่เพนนีเล่าเื่ของนายบวรให้ฟัง จึงช่วยเสริมมาเป็หัวข้อในการสนทนา
"คุณป้าก็รู้จักเหมือนกันหรอคะ"
"โถ หนูเพนนี ป้าก็ไม่ได้รู้จักหรอกนายคนนั้น แต่ป้าก็เดาๆ เอาจากที่หนูเคยเล่าให้ฟังว่า มีลูกหนี้ชอบยืมเงินอยู่บ่อยครั้ง"
คุณหญิงเฟื่องทองจึงขัดคอขึ้น
"คนอะไรเที่ยวก่อหนี้ก่อสิน แล้วมายืมเงินคนอื่นเขาไปเรื่อย เรานี่ก็รวยนักนะคุณพนิตพร ให้คนอื่นเขายืมเงินเป็ว่าเล่น
เพนนีได้ยินคุณหญิงเฟื่องทองพูดแบบนี้ก็ไม่ได้ตอบกลับเธออย่างที่หญิงสาวเคยทำ แต่เธอเริ่มพูดเข้าประเด็นครอบครัวของดาริกาทันที เผื่อคุณหญิงรู้สึกผิดสังเกต จะได้รีบไปสืบข้อมูลของยัยน้ำกรด ความจริงจะได้เปิดเผย เธออยากเห็นคุณแม่ขารู้สึกเสียใจที่เลือกคนผิด
"คุณบวรนี่แหล่ะค่ะคุณป้า ที่มาขายแหวนให้เพนนี"
ดาริกาเมื่อเริ่มได้ยินชื่อคนรู้จักที่ใกล้ตัวบ่อยครั้งเข้าก็เริ่มรู้สึกสะดุ้งในใจ กลัวว่าความลับจะเปิดเผย เธอได้แต่คิดว่า
"ตกลงนี่มันงานเลี้ยงน้ำชาของคุณป้าเฟื่องทอง หรือมันคืองานเลี้ยงรวมญาติกันแน่ มาทั้งชื่อของลิสา ชื่อของน้าบวร ต่อไปจะเป็ชื่อน้ามาลีด้วยมั้ยเนี่ย"
คิดได้ไม่ทันไร ปรากฏว่าความคิดของดาริกาก็เป็จริงเสียด้วย
"เห็นคุณบวรเขาบอกว่า แหวนวงนี้ได้มาจากการที่ภรรยาของเขาเก็บบ้านน่ะค่ะ พอทำความสะอาดไปทำความสะอาดมา ภรรยาที่ชื่อคุณมาลีค่ะ เห็นว่าเป็แหวนเก่าแก่ เก็บไว้ประจำบ้าน เลยเอาออกมาปัดฝุ่นแล้วจะขายหาเงินไปเลี้ยงปากท้องต่อ ไม่รู้เหมือนกันนะคะ เห็นได้ข่าวว่ามีหลานสาวคนหนึ่งที่เลี้ยงเอาไว้เหมือนลูก สมบัติของตระกูลมีค่า แถมเก่าแก่น่าเก็บขนาดนี้ ไม่ยักกะเอาไปขายหรือส่งต่อให้ลูกหลาน เธอคงคิดหรืออาจจะรู้ก็ได้นะคะ ถ้าตกไปอยู่ในมือของเด็กคนนั้นอาจจะเอาสมบัติเธอไปขาย"
แน่ล่ะ เธอรู้ว่าหลานของนายบวรและนางมาลีคือยัยดาริกาน้ำกรดคนนี้ จึงแอบด่าว่าสักหน่อย เผื่อจะได้เผยพิรุธสีหน้าแปลกๆ มาให้คุณแม่ขาได้ไปสืบเล่น
"แหม่ เด็กคนนี้ที่เป็หลานนายบวรนี่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ" คุณสร้อยสิรินทร์แกล้งกล่าวว่าดาริกา
"จริงด้วยค่ะ เป็หลานแท้ๆ คงเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน คุณมาลีอะไรนี่ เธอเลยคิดว่า เอาของมีค่ามาขายกับแม่หนูเพนนีจะดีกว่า ได้ทั้งเงินทั้งคนที่ชอบรักษาเก็บของไว้ ไม่ขาย"
ดาริกาสะดุ้งออกมาอีกครั้ง นั่งหน้าซีด พร้อมกับคิดว่า
"อะไรทำไมฉันถึงไม่รู้ว่า คุณน้ามาลีมีแหวนมีค่าขนาดนี้ แต่แหวนวงนี้ฉันก็ไม่เคยเห็น หรือว่าคุณน้าจะแอบเธอไว้เพราะน้าบวรสั่ง น้าบวรน่ะทำเหมือนรักฉันเป็ลูก แต่ฉันก็ไม่ใช่ลูกจริงๆ คงไม่ได้รักฉันจริงๆ นั่นแหล่ะ เชอะ ปล่อยไปเลย หนีไปให้ไกลเลยอย่าได้กลับมาที่นี่อีก ถ้าฉันได้เป็ลูกสะใภ้คุณป้าเฟื่องทอง ต่อให้พวกน้าจะคลานกลับมาฉันก็ไม่ช่วยเด็ดขาด"
อารมณ์ของดาริกาผสมกันไปมาทั้งอารมณ์น้อยใจ หงุดหงิด เศร้า โกรธ และความจองหองอวดดี
"จบได้รึยังคุณพนิตพร เื่แหวนน่ะ วันนี้ฉันตั้งใจจัดงานเลี้ยงมาให้ทุกคนได้เห็น และพบปะพูดคุยกับหนูดา ไม่ใช่มาสนใจเื่แหวนของคุณ"
"แหม่! คุณแม่ขา แหวนของเพนนีอาจจะดูเหมือนไม่สำคัญ แต่ถ้าลองดูลึกๆ สืบดีๆ ก็จะเจอพวกเบื้องลึกเื้ันะคะ อาจจะไปเจอก็ได้ว่าใครแอบมีแผนการลับยังไง"
"พูดเยอะพูดแยะจริงๆ หนูดาอย่าไปสนใจคุณคนนี้เธอเลย ดูท่าน่าจะเต็มบาทเกินไป"
ดาริกาได้ทีแสร้งเป็คนดี
"คุณป้าคะ อย่าว่าคุณเพนนีเธอเลยค่ะ ดาด้าเข้าใจค่ะ คุณเพนนีอาจจะรู้สึกอิจฉาที่คุณป้าให้ความสนใจในตัวเพนนีมากกว่า แต่ไม่ต้องห่วงนะคะคุณเพนนี ดาด้าไม่คิดจะมาแทนที่คุณเพนนีเลยค่ะ ดาด้ารู้ดีว่าตัวเองเป็ใคร มาทำอะไรที่นี่"
เอาล่ะ พวกคุณหญิงที่มางานเลี้ยงน้ำชานี้ได้แต่คิดว่า สงสัยคงจะมีเื่สนุกเกิดขึ้นได้ไปพูดคุยต่อแน่ๆ ใครว่ามีแต่พวกคนรับใช้ที่ชอบนินทาเ้านายหรือนินทาคนอื่น พวกคุณหญิงทั้งหลายเอง เวลาว่างก็ชอบเม้าท์เช่นกัน
"อย่าเพิ่งคิดไปถึงขั้นนั้นสิคะคุณดาริกา เพนนีไม่ได้คิดเลยว่าคุณดาริกาจะมาแทนที่เพนนีได้ เพราะเทียบแล้วเพนนีก็มีทั้งคุณธนา คุณป้าสิรินทร์ คุณป้าเอม และน้องธัน แต่คุณน่ะอาจจะเป็พวกหัวเดียวกระเทียมลีบ เพนนีไม่คิดเอาคุณมาแทนที่เพนนีจริงๆ นะคะ แต่เพนนีก็อยากให้คุณรู้และตระหนักคิดได้เสมอค่ะ ว่าคุณเป็ใคร มาจากไหน ทำอะไรที่นี่ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะคะ เพนนีไม่ได้คิดสงสัยคุณค่ะ เพนนีแค่เป็ห่วงเท่านั้นเอง"
สายตาแข็งกร้าวของคนที่ไม่ยอมใครอย่างเพนนีปะทะกับสายตาของความไม่พอใจแต่อยู่ในหน้าที่เรียบเฉยของดาริกา
คุณหญิงเฟื่องทองจึงเปลี่ยนประเด็น
"แหม่! หนูดาชุดวันนี้สวยนะลูกสีชมพูเข้าชุดกับป้าเลย ใจเราตรงกันจริงๆ"
ดาริกาตอบรับด้วยความเขินอาย "บังเอิญมากกว่าค่ะคุณป้า"
"ป้าว่ามันคือพรหมลิขิตแน่ๆ ที่ทำให้พวกเราใจตรงกันขนาดนี้"
คุณเอมิกาจึงช่วยพูด
"พรหมลิขิตแน่ๆ เลยค่ะ ที่ทำให้ทั้งคุณเฟื่องและคุณดาริกาใจตรงกัน ดูฉันสิคะ ยังใจตรงกับพวกคุณเลย แหม่! ชุดสีเหมือนกันเลยนะคะเนี่ย"
"ใช่ค่ะคุณเอม ถ้าไม่บอกฉันก็คงคิดว่าแอบไปเตี๊ยมกันนอกรอบ เพื่อให้ดูเด่นกว่าคนอื่น เขาจะได้คิดว่าบังเอิญ" คุณสร้อยสิรินทร์ช่วยพูด
ประโยคที่ฟังแรกๆ ดูเหมือนจะเข้าข้างดาริกาและคุณหญิงเฟื่องทอง แต่พอประโยคท้ายกลับเห็นได้ชัดว่า ทั้งคุณสร้อยสิรินทร์ คุณเอมิกา และเพนนี รวมหัวกันปั่น ขยี้ และกลั่นแกล้งดาริกา ยิ่งกว่าการขยี้สิบแรงมือตอนซักผ้าซะอีก
หลังจากนั้นคุณหญิงเฟื่องทองจึงพยายามพูดคุยแต่กับดาริกาและคุณหญิงท่านอื่น โดยเลี่ยงที่จะไปคุยกับสามสาวที่รวมใจกันกลั่นแกล้งดาริกา แต่สตรีทั้งสามนี้เมื่อโดนเมิน ก็หาได้แคร์หรือสนใจแต่อย่างใด เพราะพวกเธอก็ยังร่วมพูดคุยและสนทนากันอย่างออกรสชาติ และจิกกัดดาริกาทุกครั้งเมื่อมีโอกาส
ดังนั้นสิ่งที่ดาริกาทำได้เมื่อฟังจึงเป็การนั่งอดทนโดยการกัดฟันไป พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้โป๊ะแตก ไม่อย่างนั้นภาพลักษณ์หญิงเรียบร้อยที่อุตส่าห์วางแผนไว้มานาน ได้ถึงคราวย่อยยับแน่
งานเลี้ยงน้ำชาผ่านไปด้วยดีสำหรับเพนนี เพราะเธอได้ฉีกหน้าดาริกาเป็ครั้งคราว แต่สำหรับดาริกาและคุณหญิงเฟื่องทอง ไม่ได้รู้สึกพอใจนัก เมื่องานเลี้ยงเลิก เธอจึงบอกคนขับรถให้ขับรถกลับไปส่งดาริกาเช่นเคย และเมื่อนึกอะไรดีๆ ได้จึงกล่าวต่อหน้าทุกคน
"หนูดา ่นี้หนูยังไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหนไว้ใช่มั้ยลูก"
"ค่ะคุณป้า ดาด้ากำลังรอตอบรับจากพวกโรงพยาบาลอยู่ค่ะ"
เพนนีจึงแอบพูดขึ้น
"น่าแปลกใจจังเลยนะคะ คุณดาริกาเนี่ยโปรไฟล์ก็ดี จบมาจากต่างประเทศ ละทำไมต้องไปรอสมัครงานด้วย โปรไฟล์แบบนี้น่าจะมีจดหมายยื่นมาเรียกตัวให้ไปทำงานเลยดีกว่า ยกเว้นภาพจริงมันจะไม่ได้สวยงามเหมือนสิ่งที่แสดงเอาไว้"
แน่ล่ะคนแบบเพนนี ถ้าโอกาสได้พูด ก็ต้องจิกกันเป็ธรรมดา ไม่งั้นเดี๋ยวเสียฉายา เพนนีสาวปากกล้า ไปกันพอดีสิ
"ดาด้าก็ประมาณตัวเองนะคะคุณเพนนี ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่งอะไรขนาดนั้น คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ อยากให้ดาด้ามาช่วยมั้ยคะ"
"หนูดานี่ใจตรงกันกับที่ป้าจะพูดเลยนะ ป้าอยากให้หนูดามาเป็พยาบาลพิเศษประจำตัวป้าหน่อยน่ะลูก ไปกลับทุกวัน ไม่ต้องห่วงการเดินทางนะ มีคนขับรถไปส่ง ป้าจะให้หนูกลับเองก็ลำบาก จริงๆ ป้าอยากให้หนูอยู่ที่นี่ 24 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ป้ามีเงินตอบแทนนะลูกไม่ได้ใช้งานหนูฟรีๆ"
"ขอบคุณในความกรุณาของคุณป้ามากนะคะ ดาด้ายินดีรับค่ะ"
ดาริกาต้องรีบตอบกลับในทันมีเพราะกลัวจะมีใครมาพูดให้คุณหญิงเฟื่องทองเปลี่ยนใจ เพราะอย่างน้อยแผนการเข้าหาคุณหญิงเพื่อตำแหน่งลูกสะใภ้ของเธอ ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากยิ่งขึ้น
คุณสร้อยสิรินทร์ได้ยินดังนั้นจึงกระซิบกับเพนนี
"หนูเพนนีไม่โกรธหรอลูก"
"ไม่หรอกค่ะ ดีซะอีกค่ะ การที่คุณน้ำกรดดาริกาได้มาอยู่ที่นี่ เพนนีก็วางใจอย่างน้อยที่นี่มีทั้งคุณป้าสิรินทร์และคุณป้าเอมคอยช่วยดู ยัยคนนั้นจะได้ไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อ"
"เฮ้อ! หนูเพนนีนี่มองโลกได้น่ารักจริงๆ ได้ในเมื่อหนูเพนนีไว้ใจป้าขนาดนี้ ป้าทั้งสองก็จะช่วยหนูอย่างเต็มที่เลยลูก คนรักของตาธนาที่พวกป้ารับได้ มีแค่หนูเท่านั้น" คุณเอมิกาตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเอ็นดู
"ขอบคุณคุณป้าทั้งสองมากๆ เลยนะคะ เพนนีซึ้งใจมากๆ" เธอกล่าวตอบรับกลับด้วยรอยยิ้ม
งานเลี้ยงสิ้นสุดลงท่ามกลางเื่ใหม่ที่เกิดขึ้น ศึกในบ้านของคุณหญิงเฟื่องทองก็ดูสนุกไม่ใช่น้อย การปะทะกันของทุกคน ก็น่าสนใจ บรรดาคุณหญิงทั้งหลายจึงเก็บเื่นี้ไว้ไปเตรียมเผยแพร่ให้กับคนที่ไม่ได้มาในงานวันนี้ฟัง
ขณะที่ดาริกาคิดว่าทุกอย่างกำลังจะจบลงอย่างเรียบร้อยในวันนี้ เธอ้ากลับไปพักผ่อนสมอง และพักผ่อนจิตใจ เพื่อเตรียมตัวหาแผนการถัดไปทำให้ตนเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้จากนั้นจึงค่อยๆ ยั่วยวนคุณธนา และทำให้คุณหญิงเฟื่องทองผิดใจกับเพนนีมากยิ่งขึ้น
ทว่าในขณะนั้นเอง ธนินทร์ ที่ไปข้างนอก ก็ได้กลับมาที่บ้าน เมื่อเห็นหน้าดาริกา เขาตรงปรี่เข้ามาด้วยความไม่ชอบใจในทันที แต่ยังสงวนท่าทีของลูกชายคนเล็กของตระกูลเอาไว้