ความรู้สึกของการฆ่า!
เวลาผ่านไปค่อนข้างเร็ว ไม่นานนักก็ล่วงเลยเข้าสู่ยามราตรีแล้ว ท้องฟ้าเริ่มถูกย้อมกลืนด้วยความมืดมิด
แต่ก็ไม่ทั้งหมด อย่างน้อยยังมีแสงจันทร์จากดวงจันทราสาดส่องลงมา ให้ความสว่างในความมืด
ภายในป่า ใกล้กับริมแม่น้ำ สายลมเย็นๆ พัดผ่าน กู้เฉินนั่งอยู่ข้างกองไฟ ถูสองมือและกางออกที่หน้ากองไฟ
เห็นได้ชัดว่าเขาได้ก่อกองไฟขึ้นมา เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับตัวเอง อากาศในยามราตรีเช่นนี้ ค่อนข้างที่จะเหน็บหนาวทีเดียว
“อีกครึ่งทาง” กู้เฉินพึมพำเล็กน้อย ตามที่ระบบบอกในตอนนี้ เขาเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว เหลืออีกเพียงครึ่งทางเท่านั้นที่จะเดินทางไปถึงเมืองจิ่วเย่ว์
ด้านหลังของเขามีเต็นท์อยู่ ซึ่งเขาได้ใช้เงินสิบเหรียญทอง เพื่อแลกเปลี่ยนมันกับระบบ
ด้วยความที่อากาศเป็ที่เหน็บหนาวเช่นนี้ เขาย่อมไม่อาจที่จะนอนข้างนอกได้ ดังนั้น เขาจึงทำการแลกเปลี่ยนกับระบบโดยธรรมชาติ
กู้เฉินนั่งอยู่หน้ากองไฟอยู่อีกสักพักใหญ่ๆ เขาก็เตรียมที่จะเข้าไปนอน เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า คาดว่าคงเป็คืนพรุ่งนี้พอดีที่เขาจะไปถึงเมืองจิ่วเย่ว์
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กู้เฉินจะได้ลุกขึ้นยืนนั้น เขาพลันรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่าง
คิ้วของเขาต้องเลิกขึ้นสูงในทันที จากนั้นก็หันมองไปยังทิศทางที่รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่าง
ทันใดนั้นพุ่มไม้ก็ถูกแยกออกด้วยสองมือ คนกลุ่มหนึ่งได้เดินออกมา คนกลุ่มนี้มีอยู่ด้วยกันห้าคน
เพียงได้เห็นห้าคนนี้ กู้เฉินก็ชะงักไปอย่างช่วยไม่ได้ เพราะสองในห้านั้นเป็ที่คุ้นตาสำหรับเขาอย่างมาก ทั้งสองคนหาใช่ใครอื่น พวกเขาก็คือปู้เอ่ากับเ้าจมูกใหญ่ที่เขาได้พบในตอนเช้า
ใบหน้าของคนทั้งสองเวลานี้ ล้วนแล้วแต่มีผ้าพันแผลสีขาวเปื้อนเืพันอยู่ เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้น
“แบบนี้เอง” กู้เฉินมองปู้เอ่ากับเ้าจมูกใหญ่อยู่สักพัก ก็พยักหน้าครั้งหนึ่ง จากนั้นก็มองชายสามคนที่สองคนนี้พามาด้วย
เขาไม่ใช่คนโง่ ทำไมจะไม่เข้าใจว่า ปู้เอ่ากับเ้าจมูกใหญ่้าที่จะแก้แค้นเขา ถึงได้ติดตามเขามาพร้อมกับชายสามคนนี้
ตามความคิดของเขาชายสามคนนี้ น่าจะเป็ผู้ช่วยแก้แค้นที่พวกอีกฝ่ายหามา
“ในที่สุด พวกฉันก็ตามแกทัน!” ดวงตาของปู้เอ่าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างไม่คิดปกปิด ั้แ่ที่เขาและเ้าจมูกใหญ่ฟื้นสติ เขาก็รีบไปหาหมอเพื่อรักษาอาการาเ็ที่ใบหน้า
จากนั้นก็รีบรุดไปหาเจิ้นกว่าง บุตรชายเ้าเมือง นายจ้างของเขา พร้อมกับใส่ร้ายป้ายสีกู้เฉินต่างๆ นาๆ ใส่สีตีไข่ว่ากู้เฉินเข้ามาทำร้ายพวกเขาเพื่อช่วยขอทานน้อย
ชัดเจนว่าพวกเขา้ายืมมีดฆ่าคน และมันก็สำเร็จอย่างสวยงาม เจิ้นกว่างโกรธมาก เขาถึงกับมาตามล่ากู้เฉินด้วยตัวเอง
เป็ที่แน่นอนว่าหนึ่งในสามคนที่มาด้วยกันกับปู้เอ่าและเ้าจมูกใหญ่ก็คือเจิ้นกว่าง บุตรชายของเ้าเมือง
ส่วนอีกสองคนนั้น เป็ผู้คุ้มกันของเจิ้นกว่าง ถึงจะไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่ในด้านฝีมือก็จัดว่าไม่ธรรมดาในหมู่คนธรรมดา
“เ้าเองสินะที่กล้าลูบคมข้า!” เจิ้นกว่างมีรูปร่างอ้วนท้วม ใบหน้าเต็มไปด้วยไขมัน ดวงตาที่เล็กราวเมล็ดถั่ว มองไปที่กู้เฉินอย่างเ็า
กู้เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขามองไปที่ทั้งห้าคน อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “พวกเ้า้าอะไร?”
“้าอะไร ถามโง่ๆ ย่อม้าชีวิตสุนัขของเ้าอยู่แล้ว!” เจิ้นกว่างแค่นเสียงออกมาอย่างเ็า “กล้าลูบคมข้า อย่าได้ฝันว่าจะรอดไปได้!”
“นายน้อย ให้ข้าฆ่ามันเลยหรือไม่?” หนึ่งในผู้คุ้มกันของเจิ้นกว่างพูด แววตาที่มองไปยังกู้เฉิน ราวกับมองคนที่ตายไปแล้ว
“ฆ่ามัน? ง่ายไป พวกเ้าสองคนไปจับมันให้ข้า ข้าจะทรมานมันก่อน แล้วค่อยฆ่าทิ้งทีหลัง!” เจิ้นกว่างโบกมือออกคำสั่งอย่างหยิ่งผยอง
“ขอรับ” ผู้คุ้มกันทั้งสองคนต่างรับคำ ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าหากู้เฉินอย่างช้าๆ พวกเขาไม่ได้รีบเลย พวกเขาเชื่อว่าต่อหน้าพวกเขา ต่อให้กู้เฉินมีปีกบินก็หนีไม่พ้น
พวกเขามีฝีมือตามรอยอันหาตัวจับยาก การตามรอยคนๆ หนึ่งไม่ใช่เื่ยากสำหรับพวกเขา ตัวอย่างที่ดีเยี่ยมก็คือตอนนี้ ที่พวกเขาตามรอยกู้เฉินมาได้อย่างไม่ยากเย็น แม้จะใช้เวลานานไปบ้างก็ตามที
[โฮสต์ ระบบขอแนะนำให้ฆ่าหมาแมวพวกนี้ โลกนี้อันตรายกว่าที่โฮสต์คิด ความใจอ่อน มีแต่จะนำพาไปสู่ความหายนะเท่านั้น!]
เสียงของระบบจู่ๆ ก็ดังขึ้นมาภายในใจของกู้เฉิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่น ราวกับกำลังคิดตึกตรอง สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีทางเลือก
“ในเมื่อพวกเ้ามาเพื่อเอาชีวิตข้า อย่างนั้นก็อย่าได้โทษข้าที่ไม่ไว้ไมตรี!” กู้เฉินพูด เขาเคลื่อนไหวในทันที ย่อขาลงเล็กน้อย ะโพุ่งเข้าหาสองผู้คุ้มกัน สองหมัดกวาดผ่านออกไปพร้อมกัน
แกร่ก!
แกร่ก!
เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นมาสองครั้งติด ร่างของสองผู้คุ้มกันหงายหลังล้มลง สองดวงตาเบิกโพร่ง ปราศจากซึ่งลมหายใจอย่างสิ้นเชิง!
พวกเขาย่อมตายแล้ว ตายด้วยหมัดของกู้เฉิน สองหมัดของเขาล้วนเล็งตรงจุดตาย ซึ่งก็คือลำคอ เสียงกระดูกแตกหักเมื่อครู่ ย่อมเป็เสียงกระดูกลำคอของสองผู้คุ้มกันแตกหัก
แม้นว่าจะฆ่าสองผู้คุ้มกันแล้ว กู้เฉินหาได้หยุดไม่ เขาเข้าหาเจิ้นกว่างต่อ
“หากเ้ากล้าทำอะไรข้า บิดาข้าไม่เอาเ้าไว้แน่!” เจิ้นกว่างไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่ากู้เฉินได้ฆ่าผู้คุ้มกันสองคนของเขาไป เขาเปิดปากอย่างหยิ่งผยองเช่นเดิม
เขาเชื่อว่า ไม่ว่าใครก็ต้องหวาดกลัวต่อบิดาของเขา จนไม่กล้าที่จะทำอะไรเขา
แต่ช่างน่าเสียดาย กู้เฉินไหนเลยกลัวเกรง เขาที่เข้ามาใกล้ กวาดเตะเข้าใส่ลำคอของเจิ้นกว่างอย่างแรง
แกร่ก!
เสียงกระดูกแตกหักดังก้อง ดวงตาของเจิ้นกว่างเบิกโพล่ง มองกู้เฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าอีกฝ่ายจะกล้าฆ่าเขาจริงๆ
ร่างของเขาล้มลง ตายไปด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อนี้เอง
“หนี!” หลังจากที่ได้เห็นว่ากู้เฉินฆ่าเจิ้นกว่างอย่างไร้ความรู้สึก ไม่แม้จะหวาดกลัวต่อเ้าเมือง ผู้เป็บิดาของเจิ้นกว่าง ปู้เอ่าก็แหกปากขึ้น รีบหมุนตัววิ่งหนีในทันที เขาวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เ้าจมูกใหญ่ ไม่รอช้าเหมือนกัน เขาวิ่งหนีตามไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัวสุดขีดเช่นเดียวกัน
“นี่ก็คือความรู้สึกของการฆ่า!” กู้เฉินพึมพำออกมา หัวใจของเขาเต้นถี่รัว สองมือสั่นเล็กน้อย พร้อมกับมีความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างมาก จนแทบจะอาเจียนออกมา
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนี้เขาพอรับมันได้ ดูเหมือนว่าการฆ่าคน จะไม่ได้น่ากลัวอะไรมากนัก...
จบบทที่ 7