แค่ก! แค่ก! แค่ก! อึกกก หลินเสี่ยวไอออกมาอย่างรุนแรงเขารู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนนั้นถูกเข็มมีดนับพันกรีดเฉือนทิ่มแทงแทบจะหมดสะติลงไปอีกครั้ง เขาแหงนหน้ามองไปรอบๆพบว่าตนเองได้มาอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคยและมีกลิ่นหอมหวานที่บริสุทธิ์ราวกับดอกบัวหิมะท่ามกลางฤดูหนาว
จู่ๆความเ็ปดฉับพลันได้ทลวงทิ่มแทงร่างกายของหลินเสี่ยวอย่างอำมหิตทารุณในพริบตา อั่กกกก...
เมื่อหลินเสี่ยวเขารับรู้ถึงความเ็ปทางร่างกายอันมหาศาลที่จู่โจมเข้ามาฉับพลัน หลินเสี่ยวล้มลงนอนกองบนเตียงเขานอนขดตัวราวกับกุ้งสุกและในขณะที่กำลังทรมาณจากความเ็ปทางกายอันแสนบ้าคลั่งอยู่นั้น...
และเป็เวลาเดียวกันที่ความทรงจำครั้งสุดท้ายที่แสนทรมาณค่อยๆฟื้นคืนและเด่นชัดขึ้นมาในห้วงจิดสำนึกความทรงจำของเขานั่นเอง "ไม่มม" อ้ากกกก ๆๆ อ้ากกกก อ้ากกก หลินเสี่ยวกรีดร้องราวกับคนบ้าที่เสียสติไปแล้ว ร่างกายสั่นสะท้านสั่นเทาไม่หยุดผิวั้แ่หัวจรดเท้ากลายเป็สีขาวซีดอย่างน่าหวาดกลัว
ใครว่าบุรุษไม่หลั่งน้ำตากัน หลินเสี่ยวฝืนบังคับร่างกายที่สั่นเทาด้วยความเ็ปและเสียใจสุดขั่วหัวใจ น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของหลินเสี่ยว หากแต่หยาดน้ำตาของเขาคือหยาดสายโลหิตที่หลั่งไหลออกมาดวงตาทั้งสองข้างของเขาแต่ความเ็ปสุดแสนจะจินตนาการคือการสูญเสียคนรักและเป็คนที่เข้าใจซึ่งกันและกันมากที่สุด
หลินเสี่ยวพยายามฝืนบังคับร่างกายที่เ็ปจากบางอย่างที่จู่โจมมายังร่างกายและจิตใจของเขาอยู่บ้าคลั่ง มันไม่ได้โจมตีจากภายนอกหากแต่เป็การโจมตีจากภายในสู่ภายนอกดังนั้นหลินเสี่ยวจึงเ็ปแทบปางตาย หากให้เป็ผู้อื่นรับการโจมตีนี้มันผู้นั้นจะตายทันทีโดยไม่ถึงสองวินาทีเสียด้วยซ้ำ
ในขณะที่หลินเสี่ยวพยายามเรียกสติของตนอยู่นั้น จู่ๆเขาก็รู้สึกราวกับความเ็ปก่อนหน้าที่จู่โจมตีร่างกายของเขาอย่างเ็ปแสนสาหัสนั้นพลันค่อยเบาบางลงและหายไปในที่สุด แต่ระหว่างที่ หลินเสี่ยวกำลังมืนงงสับสนอยู่นั้น เขาสังเกตุพบว่าตนเองได้มาอยู่ในสถานที่มืดมิดอ้างว้างโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง ไม่มีแสงอาทิตย์ไม่มีแสงดวงดารามีเพียงความมืดมิดอันกว้างใหญ่ไพศาลเท่านั้นที่ประจักษ์ให้เขาเห็น
"นี่ข้าตายแล้วหรือ?" หลินเสี่ยวพูดกับตัวสเองด้วยความสับสนงงงวย วูบบบ วูบบบบ ไม่ห่างจากหลินเสี่ยวสิบก้าวพลันเกิดประกายแสงสีทอง.สีม่วง.สีฟ้า.สีเขียว.สีขาว.สีแดงเืและสีดำปรากฏขึ้น แสงสีทั้งเจ็ดนี้แผ่กลิ่นอายแห่งาอันยิ่งใหญ่ราวกับว่าทั่วทั้งห้วงภิภพจักรวาลไร้สิ้นสุดนี้พวกมันคือผู้อยู่บนจุดสูงสุดแห่งความแข็งแกร่งและห้วงแห่งความนิรันดิ์ หลินเสี่ยวค่อยๆยืนขึ้นมาอย่างช้าๆและจ้องมองเขม็งไปยังกลุ่มก้อนแสงหลากสีเบื้องหน้าด้วยความรมัดระวังอย่างสุดขีดด้วยความหวาดกลัว สัญชาติญาณของหลินเสี่ยวกู่ร้องออกมาว่ากลุ่มก้อนแสงเบื้องหน้านี้คือสิ่งที่สามารถปลิดชีพเขาได้เพียงพริบตา แต่ถึงกระนั้นหลินเสี่ยวกลับััได้ว่ากลุ่มก้อนแสงเบื้องหน้านั้นมีพลังอันสุดแกร่งไร้สิ้นสุดและราวกับว่าพวกมันกำลังเรียกร้องเขาอยู่
หลินเสี่ยวค่อยๆหลับตาลงและระลึกถึงเหตุการต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตของเขา ตัวของหลินเสี่ยวแต่เดิมแล้วก็เป็คนไร้พร์แต่กำเนิดไม่มีจุดตันเถียนไม่มีเส้นชีพจรลมปารณทุกคนในตระกูลต่างดูถูกเขาว่าเขาเป็เพียงขยะของตระกูลหลินเท่านั้น หากไม่มีบิดาท่านปู่และท่านย่าคอยคุ้มครองเขาคงมีชตากรรมที่น่าสมเพชน่าอนาถยิ่งกว่าเหล่าทาสชั้นต่ำเสียอีก และมีเพียงนางหลิงเสี่ยวปิงนางดีกับเขามาตลอดตัวเขาและนางเติดโตมาด้วยกัน นางคืออัฉริยะส่วนตัวเขาคือขยะของตระกูลตัวผลาญทรัพยากรของตระกูลถึงอย่างนั้นบิดาท่านปู่ท่านย่าและนางก็ไม่เคยทอดทิ้งเขา หลินเสี่ยวระลึกถึงความทรงจำในอดิตของตนเองจนเสร็จ
เขาลืมตาขึ้นมาช้าๆ และกล่าวกับตัวเองเบาๆว่า " หึ มีแต่ข้าที่อ่อนแอไม่อาจช่วยเ้าได้! ข้า้าความแข็งแกร่ง! ข้า้าพลัง!" หลินเสี่ยวกล่าวจบเขาไม่อาจรับรู้เลยว่ารอบๆตัวของเขามีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวราวกับเทพมารปีศาจจากยุคแห่งาตื่นขึ้น
หลินเสี่ยวจดจ้องมองไปยังกลุ่มก้อนแสงทั้งเจ็ดเ่าั้พร้อมกับก้าวเดินตรงไปยังแสงหลากสีและเอื้อมมือคว้าไปยังแสงสีทั้งเจ็ดด้วยสีหน้าที่โดดเดี่ยวแน่วแน่ไม่หวาดหวั่นต่อมันอย่างที่พึ่งเห็นครั้งแรก วูฟฟ แสงสีทั้งเจ็ดพุ่งประสานตัวเข้าสู่ร่างกายของหลินอย่างรวดเร็วกลุ่มแสงชอนไชไปตามส่วนต่างๆของร่างกายหลินเสี่ยวอย่างบ้าคลั่ง อั่กกก อึ่กกก หลินเสี่ยวกระอักเืออกมาด้วยความเ็ปทรมาณยิ่งกว่าครั้งแรกที่ถูกจู่โจมจากพลังลึกลับนั่นเสียอีก ควาเ็ปที่ได้รับนี้หนักหนาสาหัสกว่าครั้งแรกนับหมื่นๆเท่า
เขารู้สึกราวกับร่างกายของตนถูกบดจนละเอียดและถูกสร้างใหม่และถูกบดใหม่เป็เช่นนี้ไปเรื่อยหลินเสี่ยวเขาไม่อาจนับได้ว่าร่างกายของเขาถูกทำลายและสร้างใหม่ไปแล้วกี่หนกี่ครั้ง ถึงอย่างนั้นหลินเสี่ยวกลับไม่ยอมร้องออกมาแม้แต่น้อย เขารู้สึกราวกับว่าการถูกบดและสร้างร่างกายใหม่นี้นั้นร่างกายของเขากลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆราวกับร่างของเขาถูกหล่อหลอมมาจากเตาหลอมภิภพ์และหลินเสี่ยวรู้สึกว่าร่างกายของเขาตอนนี้นั้นสามารถท้าทายต่อ์ได้อย่างไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย..................................... "เสี่ยวปิงรอก่อนข้าจะต้องไปช่วยเ้าอย่างแน่นอน"หลินเสี่ยวกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้าง พร้อมกับคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราด โฮกกกกกกกกก ร่างกายของหลินเสี่ยวตอนนี้นั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็มนุษย์อีกต่อไป
ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพมาร ขนาดร่างกายที่มีขนาดใหญ่สูงสามเมตร บนศรีษะมีเขาโค้งงอไปยังด้านหลังและมีปีกขนาดยักแปดปีก สองคู่บนเป็ปีกสีขาวบริสุทธิ์ราวกับง์ สองคู่ถัดลงมาเป็ปีกสีดำสนิทราวกับความมืดนิรันดิ์และอีกสองคู่เป็ปีกค้างคาวสีโลหิตราวกับเทพปีศาจพร้อมสังหารส่วนปีกคู่สุดท้ายนั้นเป็ปีกสีม่วงเพลิงที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งหนักหน่วงพร้อมทำลายทุกสรรพสิ่ง และเหนือปีกทั้งแปดบนหลังของหลินเสี่ยวเป็ วงแหวนขนาดั์ที่แบ่งสีออกเป็เจ็ดสี สีทอง สีม่วง สีฟ้า สีเขียว สีขาว สีแดง สีดำ และวงแหวนแต่ละวงนั้นประกอบไปด้วยอักขระและอักษรที่แปลกประหลาดมากมายเคลื่อนไหวไปตายแต่ละวงแหวน
บนใหบหน้าที่หล่อเหลาของหลินเสี่ยว ั์ตาทั้งสองข้องของหลินเสี่ยววงแหวนทั้งเจ็ดหมุนวนไปมาอย่างลึกลับ แข็นทั้งสองข้างที่แปรเปลี่ยนมีเกล็ดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเกล็ดัแท้จริงเสียอีก หลินเสี่ยวสำรวจไปรอบๆร่างกายของตัวเองและเขาพบว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้อาจจะสามามารถแม้กระทั่งสามารถสังหารเหล่าเทพเ้าได้อย่างง่ายดาย อั่กก หลินเสี่ยวไอออกมาอีกครั้งอย่างรุนแรงและรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงจากนั้นเขาค่อยๆหมดสติลงอีกครั้ง.......................
.................................................................................................................................