ฝัน
ต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ
ผิวก็ขาว หน้าก็หล่อ คิ้วคมผมดำ ดวงตาเข้ม ดูยังไงมันก็ไม่ใช่ตัวผม แต่ถ้าหน้าตาได้อย่างนี้ก็โอเคดี รับรองสาวๆ ตรึม เข้ากองถ่ายสมัครเป็ดารา รับประกันไม่ต้องรับบทตัวประกอบ ได้เป็พระเอกชัวร์ๆ
ภาพในกระจกเล่นเอาผมแทบเคลิ้ม นานๆ ทีจะฝันเห็นตัวเองดูดีซักครั้งหนึ่ง เลยเอามือไปลูบๆ ที่กระจกดู กะจะชื่นชมหนังหน้าตัวเองซักหน่อย
อ๊ะ!!! กระจกบาด
อ๊ะ!!! เืออก
แต่นั่นไม่น่าใเท่าไหร่ เพราะที่น่าใคือว่า
ผมเสือกเจ็บครับ
ชิบหายล่ะคราวนี้ ผมใเข่าแทบทรุด รอยกระจกบาดที่ปลายนิ้วชี้นิดเดียวแต่มันเจ็บแปลบไปทั่วทั้งร่างกาย
มันเจ็บได้ยัง ก็ไหนว่าฝัน
ผมลองบีบที่แผลดูอีกครั้ง เืซึมออกมาและมันก็แสบมากจนผมต้องร้องอูยออกมาเบาๆ อีตาเล่าปี่ก็จ้องตาไม่กะพริบเลย ตกลงมันยังไงกันแน่ ฝันหรือไม่ฝัน จริงหรือไม่จริง เหตุการณ์ล้านแปดวิ่งพล่านอยู่ในหัวขี้เลื่อยของผมเต็มไปหมด แต่ดันใช้งานไม่ได้ซักเื่เดียว
"ท่านอาจารย์ ทุกวันนี้พระเ้าเหี้ยนเต้ครองราชสมบัติ มีศัตรูทำหยาบช้า ข้าพเ้ามีใจเจ็บร้อนด้วยการแผ่นดินยิ่งนัก จึงเที่ยวแสวงหาผู้มีสติปัญญาช่วยคิดการกำจัดศัตรูราชสมบัติ แลนายทัพนายกองก็มีซ่องสุมไว้พร้อมแล้ว ซึ่งมาหาท่านบัดนี้หวังจะให้ช่วยทำนุบำรุง จงเอ็นดูข้าพเ้าด้วยเถิด" ผมสะดุ้งรีบเอาปลายนิ้วขี้เข้าปาก แล้วดูดเืที่ไหลออกมาตามความเคยชินที่ทำมาั้แ่เด็ก
วะ ตาเล่าปี่นี่ก็จอมตื๊อจริงๆ คนกำลังสับสน ยังไงรู้อะไรเป็อะไร อีตานี่ก็ห่วงบ้านห่วงเมืองเสียเหลือเกิน
"เดี๋ยวก่อนครับ ช่วยฟังผมก่อน ผมชื่อโอมครับ ไม่ใช่ขงเบ้ง ไปช่วยคุณสู้รบไม่ได้หรอก วิ่งร้อยเมตรก็หอบแล้ว เรียนก็ไม่เก่ง เกรดเทอมก่อนก็ได้แค่สองกว่า แถมปีนี้ยังเหลือซ่อมอีกตั้งสองวิชา" ที่ผมพูดไปไม่รู้แกจะเข้าใจหรือเปล่า แต่ก็เห็นยังทำหน้านิ่งอยู่เหมือนเดิม
"แม้นหากท่านไม่ช่วยเล่าปี่ วงค์ฮั่นมีอันสูญสิ้นแน่แล้ว เพื่อคำนึงถึงประโยชน์สุข โปรดท่านพิจารณาใหม่ อันว่าแผ่นดินตอนนี้ โจโฉเป็ใหญ่ กักขังฮ่องเต้ บีบบังคับเขียนราชโองการใช้อำนาจกดขี่ผู้คน องค์ฮ่องเต้ใช้พระโลหิตเขียนจดหมายแนบเข็มขัดให้ตังสินนำออกมาขอความช่วยเหลือข้าพเ้าแลม้าเท้งจึงคิดอ่านร่วมมือกันหาทางกำราบโจโฉ ขอท่านอาจารย์ได้โปรดเห็นใจ"
ผมขอยอมรับตาคนนี้เลยจริงๆ ฝีปากของแกถ้าเอามาหาเสียงก็คงได้เป็นายก ถ้าขึ้นเวทีก็ระดับรัชฎาลัยเธียเตอร์ เล่นใหญ่เลย เล่นใหญ่มากกกกก
ทำไงดี เอาว่ะ ตามน้ำไปก่อน เื่อื่นค่อยว่ากัน
"ท่านเล่าปี่ครับ ผมไม่ใช่ว่าจะไม่อยากช่วย เอางี้ ผมเสนอแผนเด็ดให้ก็แล้วกัน ได้แล้วได้เลยนะ ไม่ตามตอแยกันอีก แบบว่าขาดกันไปเลย โอเคมั้ย" เป็การยื่นข้อเสนอที่ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าผมจะมีชั้นเชิงดีขนาดนี้
เล่าปี่ท่าทางจะงงกับลักษณะคำพูดของผม แต่ดูแล้วก็คงเข้าใจความหมายที่พยายามสื่อ
"ขอให้ท่านอาจารย์ชี้แนะด้วย" เล่าปี่ให้ความสนใจเป็พิเศษ ไม่ว่าผมจะพูดอะไรแกก็ตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างใจจดใจจ่อ ไม่รู้ว่าแกล้งทำหรือว่ายังไง
"คืองี้นะ ท่านเล่าปี่ ท่านต้องทำให้มันกลายเป็สามก๊กก่อน" ผมไม่รู้ว่าผมพูดอะไรออกไป
"สามก๊ก? ตอนนี้โจโฉอยู่ฮูโต๋ครองภาคเหนือ ซุนกวนอยู่กังตั๋ง ม้าเท้งอยู่เสเหลียง เล่าเจี้ยงอยู่เสฉวน ฮันเหียน เตียวหอม กิมสวน เล่าเตา ก็มีอำนาจอยู่ภาตใต้ อันว่าสามก๊กที่ท่านว่ามานั้นมีก๊กใดบ้าง" โชคดีที่ผมพึ่งอ่านจบ แถมเล่นเกม Romance of tree kingdom แทบทุกภาคก็เลยมีข้อมูลอยู่เต็มพุง
"โจโฉมีไหวพริบแถมฉลาด จำนวนทหารก็เยอะ ขุนพลและที่ปรึกษาก็มีเพียบ ด้วยศักยภาพแบบนี้จึงถือว่าเป็ก๊กใหญ่คิดจะเอาชนะคงทำไม่ได้ง่ายๆ ซุนกวนอยู่ที่กังตั๋งมีแม่น้ำแยงซีขวางอยู่ ผู้คนก็รัก สภาพเศรษฐกิจก็ดีถึงจะมีกำลังน้อยก็เหมือนมีกำลังมาก ท่านควรจะไปผูกมิตรเอาไว้ ส่วนท่านล่ะตอนนี้มีกี่เมือง"
"ตอนนี้อยู่ซินเอี๋ย ท่านเล่าเปียวเมตตาให้พักอาศัย"
"เมืองเกงจิ๋วที่อยู่ตอนนี้เป็เมืองหน้าศึกมันมีศัตรูอยู่รอบด้านรักษายาก เมืองเสฉวนเป็เมืองใหญ่ ถ้าท่านไปครองจะตั้งตัวได้ จากนั้นก็ร่วมมือกันซุนกวนสู้กับโจโฉ รักษาสมดุลให้ดี แค่นี้ก็เป็สามก๊กแล้ว"
"แต่เสฉวนมีเล่าเจี้ยงปกครองอยู่ ตัวข้าแล้วเล่าเจี้ยงเป็เชื้อตระกูลเดียวกัน มิอาจจะห้ำหั่นแย่งแผ่นดินกันได้ หาไม่แล้วคนทั้งหล้าจะติฉินนินทาเล่าปี่ว่าเป็อธรรมทำร้ายญาติ"
"เอาน่า คิดมาก อีกหน่อยท่านก็ยึดเองแหละ" ผมเผลอตัวไปนิด ยังดีที่พูดเสียงไม่ค่อยดัง
"ท่านอาจารย์ว่ากระไร"
"ไม่ใช่ๆ ผมจะบอกว่า เล่าเจี้ยงอ่อนแอ ปัญญาน้อย ขุนพลและทหารก็เอาใจออกห่าง หากท่านไม่ยึดก็เสร็จคนอื่น ถ้ากลัวคนจะว่า เมื่อท่านได้เมืองแล้วก็ดูแลเล่าเจี้ยงให้ดี ส่งข้าวส่งน้ำอย่าให้ลำบาก แค่นี้ก็ไม่มีใครว่าท่านแล้ว จริงมั้ยครับ"
"ท่านอาจารย์ช่างมองทะลุปรุโปร่งยิ่งนัก เช่นนั้นขอเชิญท่านไปอยู่ทำราชการใช้สติปัญญาช่วยเหลือบ้านเมืองด้วยกันเถิด"
"เดี๋ยวๆ ก็แนะนำให้แล้วไง ไม่ต้องชวนแล้ว ไม่อยากไป ขาดเลยขาดกัน" ผมล่ะเซ็งตาคนนี้จริงๆ น่าจะเป็พวกขี้ตื้อที่คิดว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
เล่าปี่ได้ยินดังนั้นก็นึกเสียใจ หมอบคำนับร้องไห้ออกมา ตัดพ้อตัวเองว่าไร้ความสามารถจะช่วยเหลือบ้านเมือง แม้นพบผู้เลิศด้วยปัญญาก็ไม่อาจนำพาไปอุ้มชูแผ่นดินได้ รำพันถึงราชวงค์ฮั่นไม่มีใครช่วยเหลือ ผมล่ะหน่ายจริงๆ ถึงว่าทำไมผู้คนเรียกแกว่าเป็มหาบุรุษเ้าน้ำตา
ประตูเปิดเลื่อนออกอีกครั้ง หวงเย่อิงถือพัดขนนกประจำตัวขงเบ้งเดินตรงเข้ามา เธอคำนับให้กับพระเ้าเล่าปี่ตามแบบมารยาทแล้วเข้ามาอยู่ชิดกับโอมที่ตอนนี้กลายเป็ขงเบ้งจำเป็ เล่าปี่เอาปลายแขนเสื้อเข้าซับน้ำตาแล้วคำนับให้เธอตอบ
"ท่านพี่ อันเื่ชาติบ้านเมืองสตรีมิควรยุ่งเกี่ยว แต่บัดนี้บ้านเมืองเกิดกลียุค โจโฉเรืองอำนาจ บีบคั้นองค์ฮ่องเต้จนเดือดร้อนไปทั่ว ท่านเป็ผู้มีสติปัญญาแห่งยุค มิควรนิ่งเฉยหลีกเร้น ขอท่านพี่โปรดพิจารณาคำขอของพระเ้าอาเล่าปี่ด้วยเถิด"
ใครวะ!!
รูปร่างอย่างกับนางแบบ ผิวก็ออกแทนหน่อยๆ ผมยาวสีบรอนด์เป็ลอนอย่างกับพึ่งดัด ดูไปดูมา....
น่ารัก!!!!
"ท่านพี่ ท่านเป็อะไร ทำไมจ้องหน้าข้าเช่นนี้" เธอจ้องมองผมกลับ ดวงตากลมโตของเธอเล่นเอาผมเคลิ้มไปแป๊ปหนึ่ง จนต้องเรียกสติกลับมาวางมาดให้เหมือนเดิม
"ผมไม่เป็ไรครับ ว่าแต่ว่าคุณคือ...?"
"ท่านพี่? ข้าภรรยาท่าน เย่อิง ไงเ้าคะ ท่านพี่เป็อะไรไป จำข้าไม่ได้แล้วหรือ"
อ๋อ....
นึกว่าใคร
ภรรยานี่เอง
ห่ะ!!!
ภรรยาาาาาาา
เมีย!!!!
เอายังไงดีล่ะทีนี้ ข้างหน้ามีเล่าปี่ ข้างๆ มีภรรยา