เกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 โต้เถียง

            เสิ่นอิ๋นหวนเห็นพวกเขาสองคนทำท่าจะทะเลาะกันก็เดินเข้ามาตำหนิ “ทั้งที่เป็นเรื่องดีแบบนี้แท้ๆ เหตุใดพวกเจ้ายังนำมาทะเลาะกันได้อีก ส่วนเจ้า…”

            นางชี้มายังหลี่อันหราน “คนเขาอุตส่าห์ซื้อรถม้ามาให้เจ้า เจ้ารับไว้ก็พอแล้วมิใช่หรือ? เหตุใดต้องมากเรื่องด้วย?” จากนั้นค่อยหันไปยิ้มให้เจียงเฉิง “เจ้าช่างมีน้ำใจนัก ขอบคุณจริงๆ มีรถม้าคันนี้แล้ว ต่อไปนางจะได้ไม่ต้องลำบากกับการเข้าเมืองอีก”

            สิ้นเสียงของเสิ่นอิ๋นหวน เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้พากันเดินเข้ามาชมความงดงามของรถม้าคันนี้และพูดว่า “ขนาดครอบครัวที่รวยที่สุดในหมู่บ้านก็ยังไม่มีเงินซื้อรถม้าแบบนี้เลย”

            สีหน้าของหลี่อันหรานไม่มีความดีใจแม้แต่น้อย สายตาของนางที่มองมายังเจียงเฉิงฉายชัดถึงความเย็นชา ก่อนที่นางจะหมุนตัวหนีเดินกลับเข้าห้องตัวเอง นางไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดตัวเองต้องโมโหขนาดนี้ ทำได้เพียงนั่งหงุดหงิดอยู่ที่ขอบเตียง

            เจียงเฉิงมองเงาหลังของนาง เพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างสรรเสริญเยินยอเขา แต่เขาไม่มีอารมณ์มาฟังเรื่องพวกนี้ เขาไล่ตามหลี่อันหรานเข้าไปยังห้องของนาง

            เวลานี้หลี่เยวี่ยซือมาหาเจียงเฉิงที่นี่พอดิบพอดี ทว่าใบหน้านางกลับต้องบูดบึ้งทันทีที่เห็นรถม้า นางยืนพิจารณารถม้าคันนี้อยู่ด้านหลังฝูงชน นี่เป็นรถม้าใหม่เอี่ยม นอกจากนี้ ม้าสีน้ำตาลตัวนั้นก็รูปร่างสูงใหญ่และงดงามเป็นอย่างมาก

            นางรู้จากบทสนทนาของชาวบ้านว่านี่เป็นรถม้าที่เจียงเฉิงซื้อให้ครอบครัวของหลี่อันหราน นี่ทำให้นางอิจฉาหนักกว่าเดิม

            หลี่เยวี่ยซือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางล้มเลิกความตั้งใจแล้วหันตัวเดินจากไป

            เจียงเฉิงมายังห้องของหลี่อันหราน เขาพบว่านางกำลังนั่งอยู่ที่ขอบเตียง ดูท่าทางแล้วกำลังโมโหจึงเดินไปหา ทว่านางกลับลุกหนีไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง ไม่ยอมสนใจเขาแม้แต่น้อย  

            เขาเม้มปากแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามใจเย็นที่สุด “เจ้าเป็นอันใด? การที่ข้าซื้อของให้มันทำให้เจ้าไม่พอใจขนาดนี้เชียวหรือ?”

            “เช่นนั้นข้าขอถามท่าน ท่านซื้อกลับมาได้อย่างไร?”

            “ก็ต้องใช้เงินตัวเองซื้ออยู่แล้วสิ เจ้าวางใจได้ ข้าได้เงินนี้มาโดยสุจริต ไม่ได้ขโมยหรือปล้นใครมา ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็แค่รถม้าคันหนึ่งเท่านั้น ที่เมืองหลวงมีรถม้าเช่นนี้วิ่งอยู่เต็มถนน การซื้อให้เจ้าไม่ใช่เรื่องหนักหนา เหตุใดเจ้าต้องไม่พอใจด้วย?”

            “อีกอย่าง การมีรถม้าจะช่วยส่งผลดีต่อกิจการของเจ้าอย่างใหญ่หลวง เหตุใดผู้ที่มีหัวการค้าเช่นเจ้าต้องดื้อรั้นด้วย?”

            หลี่อันหรานได้ยินดังนี้ก็ไม่รู้ว่าควรโต้ตอบอย่างไร “ข้าถามท่าน ท่านคิดว่าการมอบรถม้าให้ข้าจะทำให้ท่านรู้สึกว่าตอบแทนบุญคุณข้าหมดแล้วใช่หรือไม่ จากนั้นตัวเองจะได้ไปจากที่นี่ใช่หรือไม่?”

            เจียงเฉิงแน่นิ่งไปทันที ที่แท้นางก็คิดเรื่องนี้ เขาพลันใจอ่อนยวบเมื่อรู้ว่านางกำลังประชด คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินไปหานางอีกครั้ง ครั้งนี้นางไม่ได้ถอยหนี

            เจียงเฉิงกล่าวเสียงแผ่วเบา “ไม่ใช่ รถม้าคันนี้เป็นเพียงของขวัญจากข้าเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใด เจ้าอย่าเอาแต่คิดเหลวไหล อย่าเอาแต่คิดว่าทุกอย่างที่ข้าทำเป็นการทำเพื่อตอบแทนบุญคุณ”

            “แต่ทุกสิ่งที่ท่านทำก็เป็นการตอบแทนบุญคุณมิใช่หรือ หรือว่าท่านจะทำเพราะมีจุดประสงค์อย่างอื่น?”

            เจียงเฉิงนิ่งเงียบ เขาไตร่ตรองคำพูดนี้ของนางอย่างจริงจัง การที่เขาทำดีกับนาง ทำสิ่งต่างๆ เพื่อนาง ทั้งหมดเป็นเพราะเพื่อตอบแทนบุญคุณจริงหรือ? ไม่มีอะไรอย่างอื่นแล้วจริงหรือ?

            หลี่อันหรานอยากฟังเขาอธิบาย อยากได้ยินว่าเขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร ทว่าเขากลับไม่ตอบอะไรเลย นางเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโมโหกับเรื่องนี้โดยไม่มีมูลเหตุ ครั้นคิดได้ดังนั้น นางจึงผุดลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้ทำอะไรแต่กลับได้รับสิ่งตอบแทน ท่านมอบของขวัญให้ข้าชิ้นใหญ่แบบนี้ มันทำให้ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านอย่างไร”

            “ความจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำสิ่งเหล่านี้เพื่อข้า การช่วยงานในช่วงที่ผ่านมาของท่านเพียงพอสำหรับตอบแทนบุญคุณที่ข้าช่วยชีวิตท่านแล้ว ที่สำคัญคือ มันไม่ถือว่าเป็นการช่วยชีวิตด้วยซ้ำ ท่านได้รับบาดเจ็บ ส่วนข้าก็เพียงแต่มอบที่พักรักษาตัวให้ก็เท่านั้น ท่านเลิกใส่ใจเรื่องนี้ได้หรือไม่ ไปทำในสิ่งที่ตัวเองควรทำเถิด หากจะไปก็ไปได้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรที่นี่ทั้งนั้น ไม่ต้องถามว่าข้าจะทำอะไร ข้าไม่ต้องการเลยจริงๆ”

            คำพูดของนางทำให้เจียงเฉิงรู้สึกไม่สบอารมณ์เท่าไร “ได้ นี่เป็นสิ่งที่เจ้าพูดเองนะ ในเมื่อเจ้าพูดออกมาแล้ว เช่นนั้นข้าจะถือว่าการมอบรถม้าคันนี้เป็นการตอบแทนบุญคุณที่เจ้าช่วยชีวิต อยากจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่เจ้าเลย”

            “ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าจะนำตัวคนที่ข่มเหงเจ้ามาสั่งสอน ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าคือผู้ใด”

            หลี่อันหรานฟังแล้วตกใจ นางเงยหน้ามองเขาทันที “ท่านรู้หรือว่าเขาคือผู้ใด รู้ได้อย่างไร ผู้ใดบอกท่าน”

            “เจ้าไม่ต้องสนใจว่าข้ารู้จากผู้ใด เอาเป็นว่าข้ารู้แล้วก็พอ คนผู้นั้นก็คือหนิงเชินใช่หรือไม่?”

            หลี่อันหรานต้องตกใจอีกครั้ง นางนึกไม่ถึงว่าเขาจะสืบถึงตัวหนิงเชินได้เร็วขนาดนี้ “ท่านไม่ต้องยุ่งเรื่องของข้า ข้าเคยอธิบายไปแล้วว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ข่มเหงข้า ข้ายังคงบริสุทธิ์ แต่ไม่มีผู้ใดเชื่อที่ข้าพูดก็เท่านั้น อีกอย่าง ด้วยรูปลักษณ์ของข้าในตอนนี้ก็ถูกพวกเขาดูแคลนอยู่แล้ว ข้าไม่ต้องการให้ท่านพิสูจน์อะไรเพื่อข้าทั้งนั้น”

            เจียงเฉิงตั้งใจจะพูดบางอย่างแต่ถูกนางชิงพูดก่อน “ข้าขอบอกท่านไว้ ท่านอย่ายื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ เรื่องนี้จบลงไปนานแล้ว ถึงแม้ชื่อเสียงภายในหมู่บ้านของข้าจะไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เลิกนินทาเรื่องนี้ลับหลังแล้ว”

            “หากท่านขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่ มันมีแต่จะกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนพูดถึง ท่านคิดว่าแบบนั้นมันดีต่อข้าแล้วจริงหรือ? ทุกวันนี้ข้าทำงานเหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างชื่อเสียงด้านดีขึ้นมาใหม่ ทุกคนจะได้มองข้าดีขึ้นบ้าง ตอนนี้ข้าก็กำลังพยายามในด้านนี้อยู่ แต่ท่านกลับจะนำแผลเป็นที่เจ็บที่สุดของข้าออกมาให้ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง มันดีต่อข้าแล้วจริงหรือ? ท่านตรองดูให้ดีเถิด”

            กล่าวจบ หลี่อันหรานกลอกตาใส่เขาแล้วเดินออกไปทันที นางมองไปยังเหล่าเพื่อนบ้านที่มามุงดูรถม้าคันนั้น เสิ่นอิ๋นหวนกำลังยิ้มไม่หุบอยู่กลางฝูงชน

            เกรงว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่เสิ่นอิ๋นหวนมีความสุขที่สุด ในอดีต ครอบครัวนางยากจนข้นแค้น ไม่มีอาหารให้กินอิ่มท้อง เดินไปที่ใดก็มีแต่คนดูถูกดูแคลน

            แต่ตอนนี้นางได้อยู่บ้านใหม่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารหรือเครื่องนุ่งห่มอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นยังมีรถม้าที่ดีขนาดนี้ ทุกคนเห็นว่านางได้ดีก็พากันเข้ามาผูกมิตร เสิ่นอิ๋นหวนจะมีความสุขก็ไม่แปลก

            ทว่าสำหรับหลี่อันหรานแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่นับเป็นอะไรทั้งนั้น นางต้องเติบโตและพัฒนาให้มากกว่านี้ วิสัยทัศน์ของนางยาวไกลกว่านี้ นางมองคนเหล่านี้แล้วรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยจึงเดินไปทางหลังบ้าน ตัดสินใจหนีไปทำงานที่สระน้ำด้านหลังแทน

            หลังจากที่นางออกไป เจียงเฉิงยืนนิ่งค้างอยู่ภายในห้อง เขาใคร่ครวญถึงคำพูดเมื่อครู่ของนางแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล หากเขาขุดคุ้ยเรื่องนี้ออกมาอย่างเห็นแก่ตัว มันมีแต่จะทำให้กลายเป็นที่พูดถึงของชาวบ้านอีกครั้ง ไม่ส่งผลดีต่อนางแต่อย่างใด

            ต่อให้หนิงเชินจะยอมรับว่าไม่ได้ข่มเหงหลี่อันหราน แต่จะมีสักกี่คนที่เชื่อกัน?

            สำหรับสตรีคนหนึ่งแล้ว การมีหรือไม่มีพรหมจรรย์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือคำนินทาว่าร้ายของคนเราต่างหาก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นชาวสวนตัวน้อยๆ ข้าจะพาครอบครัวเป็นเศรษฐีนี [จบ] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891