อาฌานของหนู

    ตอนที่ 8 มีครอบครัว

            “วันนี้ข้าวหอมมีเรียนแค่ตอนเช้าเหรอคะ” ระหว่างที่รับประทานอาหารเช้ากฤตตินก็เงยหน้าไปถามลูกเลี้ยงที่ยิ่งโตใบหน้าก็ยิ่งคล้ายกับพี่ชายของเขามาก

            “ค่ะ แด๊ดดี้จะไปรับข้าวหอมไหมคะ”

            “ไปค่ะ แล้วอาทิตย์หน้าจะถึงวันแล้วนะคะ ข้าวหอมจะไปทำบุญที่วัดไหน วัดเดิมดีไหมคะ”

            “วัดเดิมค่ะแด๊ดดี้ แป๊บเดียวก็ครบรอบสิบห้าปีที่ป๊าม้าของข้าวหอมเสียแล้วเนอะ” ข้าวหอมก้มหน้าและเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาเมื่อคิดถึงท่านทั้งสอง

            “ไม่เศร้าสิคะ ตอนนี้ป๊ากับม้าของข้าวหอมกำลังมองอยู่นะคะ ถ้าหนูเศร้าพวกท่านก็ต้องเศร้าตามแน่เลย”

            “ไม่เศร้าแล้วค่ะ ข้าวหอมดีใจนะคะที่มีแด๊ดดี้คอยดูแล ข้าวหอมรักแด๊ดดี้ที่สุดเลย” ข้าวหอมเงยหน้าไปส่งยิ้มกว้างให้คนที่นั่งตรงข้าม

            “แด๊ดดี้ก็รักข้าวหอมที่สุดค่ะ” กฤตตินส่งยิ้มกลับให้หญิงสาว

            ข้าวหอมเปรียบเสมือนสิ่งที่คอยเติมพลังให้กับเขา ตอนที่รู้ข่าวว่าได้เสียพี่ชายไปแล้วกฤตตินแทบทำใจไม่ได้ เขาเอาแต่จมกับความเศร้าไปหลายวัน ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตตัวเองและชีวิตข้าวหอมจะอยู่กันยังไง เพราะตอนนั้นเขาเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ระหว่างที่เรียนก็เอาแต่เกาะพี่ชายมาตลอด พอเสาหลักหายไปเขาก็เคว้งและมองไม่เห็นทางออก ยังดีก็มีฌานคอยแวะเวียนมาช่วยเลี้ยงดูข้าวหอมบ่อย ๆ ไม่งั้นเขาคงหัวหมุนจนทำอะไรไม่ได้แน่ ๆ

            เมื่อหันไปมองหลานสาวที่เปลี่ยนสถานะมาเป็๲ลูกสาวก็ทำให้กฤตตินเกิดแรงฮึดและมีแรงทำงานอย่างเต็มที่ทุกครั้ง เธอเป็๲สิ่งมีค่าที่สุดที่พี่ชายของเขาหลงเหลือไว้ให้

            “แล้วแด๊ดดี้ไม่มีใครในใจบ้างเหรอคะ แด๊ดดี้อายุสามสิบกว่าแล้วนะ ยังไม่มีใครถูกใจอีกเหรอ” ข้าวหอมถามในสิ่งที่สงสัยมานาน แด๊ดดี้ของเธอทั้งหล่อทั้งรวย น่าจะมีคนมากมายเข้ามาในชีวิตและพร้อมจะอยู่ดูแลเขา แต่แปลกที่จนป่านนี้เขาก็ยังไม่มีใคร

            “ยังค่ะ ยังอยู่ดูแลข้าวหอมต่อได้อีกนาน” เขายังไม่คิดเ๱ื่๵๹สร้างครอบครัวด้วยซ้ำ คิดเพียงแค่ว่าจะอยู่ดูแลข้าวหอมไปจนถึงวันที่เธอได้เจอคนที่เธอรักและเป็๲คนที่สามารถดูแลเธอได้ เมื่อหมดห่วงแล้วเขาถึงจะกล้าคิดถึงเ๱ื่๵๹ของตัวเอง

            “แต่ข้าวหอมอยากอุ้มน้องแล้วสิคะ อยากเจอหน้าแฟนของแด๊ดดี้ด้วย แด๊ดดี้น่าจะแต่งงานได้แล้วนะคะ อย่าจมอยู่กับข้าวหอมเลย” ข้าวหอมรู้ดีว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เขาไม่สามารถหามีครอบครัวได้ก็คงเป็๞เพราะเธอ เขาเสียเวลามาเลี้ยงดูเธอจนไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเลย

            “แด๊ดดี้อยากดูแลข้าวหอมให้ดีที่สุดนะคะ แด๊ดดี้รักหนูเหมือนลูกแท้ ๆ” กฤตตินยกมือขึ้นไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ เวลาไปไหนมาไหนถ้ามีใครถามว่าข้าวหอมเป็๲อะไรกับเขา เขาก็จะตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่าเธอคือลูกสาว แม้นั่นจะทำให้บรรดาผู้หญิงที่เข้ามาหนีหายไปหมด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด

            “ข้าวหอมก็รักแด๊ดดี้เหมือนพ่อแท้ ๆ เหมือนกันค่ะ”

            “แล้วฌานล่ะ ข้าวหอมรักอาฌานเหมือนอะไรคะ” กฤตตินหรี่ตามองลูกสาวอย่างจับผิด

            “ก็...ก็รักเหมือนกับแด๊ดดี้ไงคะ”

            “แน่ใจเหรอคะ” เขาเลิกคิ้วถามเพื่อ๻้๵๹๠า๱ความมั่นใจในคำตอบของเธออีกครั้ง

            “งั้นข้าวหอมสามารถรักอาฌานแบบไหนได้อีกเหรอคะ มีสิทธิ์รักแบบอื่นด้วยเหรอ” ข้าวหอมสบสายตาคนตรงหน้าเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนหน้าหนีออกไปมองทางอื่น

            “แล้วทำไมข้าวหอมถึงไม่มีสิทธิ์คะ”

            “ไม่รู้สิคะ” ข้าวหอมส่ายหน้าน้อย ๆ

            เธอไม่เข้าใจความหมายที่เขาถาม และไม่รู้ว่าต้องตอบแบบไหนเขาถึงจะพอใจ แต่ถ้าตามที่เธอรู้คือมันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ผิดศีลธรรม เขาอุตส่าห์เลี้ยงดูเธอมา๻ั้๹แ๻่เด็ก แต่เธอกลับคิดไม่ซื่อกับผู้มีพระคุณที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว เธอจึงไม่มีสิทธิ์คิดไปไกลขนาดนั้น และเ๱ื่๵๹แบบนั้นคงไม่มีทางเป็๲ไปได้

             

            “นี่ข้าวหอม วันนี้เรียนแป๊บเดียวเอง เลิกคลาสแล้วไปเดินเล่นที่ห้างกันไหม” อจลาถามขณะที่ทั้งเธอและข้าวหอมกำลังนั่งรออาจารย์เข้ามาสอน

            “แด๊ดดี้มารับอะ คงไปไม่ได้”

            “เหรอ”

            แต่ก่อนที่สองสาวจะได้คุยอะไรกันต่อผู้ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง

            “สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน ผมชื่อนพนะครับ พอดีอาจารย์ที่จะสอนพวกคุณวันนี้ติดภารกิจด่วน ไม่สามารถมาสอนได้ ผมจึงรับหน้าที่มาสอนแทนครับ” อาจารย์หนุ่มคนใหม่ที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียนเอ่ยแนะนำตัว

            “หล่อมากแก” อจลาสะกิดข้าวหอม พร้อมพยักพเยิดไปยังอาจารย์ตรงหน้าเช่นเดียวกับสาว ๆ ในคลาสที่อมยิ้มและเริ่มซุบซิบกัน

            “อืม” ข้าวหอมพยักหน้าโดยไม่มีท่าทีเคอะเขินหรือยิ้มแย้มอะไร เพราะคนที่หล่อที่สุดของเธอก็คือกฤตตินกับฌาน ซึ่งสำหรับข้าวหอมแล้วในโลกนี้ไม่มีใครหล่อเท่าสองคนนี้ได้อีก

            “ไม่หล่อเหรอ ดูแกไม่สนใจเลย” อจลาเห็นเพื่อนสาวก้มหน้าก้มตาจดเลกเชอร์ก็อดสงสัยไม่ได้

            “อืม หล่อสู้อาฌานไม่ได้เลย”

            “โห นี่อาฌานแกหล่อขนาดนั้นเลยเหรอ” คำตอบของเพื่อนทำเอาอจลาถึงกับตาโต

            “ใช่ หล่อมาก ๆ” ข้าวหอมตอบกลับเพื่อนแล้วหันมองอาจารย์หนุ่มคนใหม่อีกรอบ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าความหล่อไม่ได้สูสีกันเลยด้วยซ้ำ

            “จ้า ๆ ผู้ชายในโลกนี้คงไม่มีใครหล่อสู้อาฌานของข้าวหอมได้แล้วจ้า” อจลาส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเพื่อเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองอาจารย์ด้านหน้าต่อ เขาทั้งหล่อ ตี๋ และผิวขาวกระแทกตาจนเธอแทบไม่มีสมาธิเรียนเลยด้วยซ้ำ

            “วันนี้พอไว้ที่ตรงนี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมจะมาต่อ” นพที่สอนมาแล้วเกือบชั่วโมงครึ่งพูดทิ้งท้ายเพราะตอนนี้หมดเวลาเรียนแล้ว เขาเป็๲คนตรงต่อเวลา แม้จะอยากสอนให้จบบทแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาเลิกคลาสแล้วเขาก็จำต้องรักษาเวลาตามมาตรฐาน

            “ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ” นักศึกษาขอบคุณก่อนจะลุกออกจากห้องกันในทันที

            “นักศึกษาสองคนครับ”

            ในระหว่างที่อจลากับข้าวหอมซึ่งเป็๞สองคนสุดท้ายกำลังจะเดินออกจากห้องก็ได้ยินเสียงอาจารย์คนใหม่เรียกไว้

            “คะ? เรียกเราสองคนเหรอคะ” อจลาหันไปถามอย่างตื่นเต้น

            “ครับ พอดีผมจะให้ช่วยถือของหน่อยน่ะครับ จะได้ไหม” นพถามทั้งสองคนยิ้ม ๆ

            “ได้เลยค่า” อจลารีบตอบรับอย่างไวแล้วหันไปมองเพื่อนที่ยืนข้าง ๆ

            “ได้ค่ะ” ข้าวหอมจึงตอบตกลง

            “ครับ งั้นรบกวนนักศึกษาช่วยถือให้หน่อยนะครับ” นพส่งหนังสือสามสี่เล่มให้กับอจลา และหันไปหยิบเอาแฟ้มให้กับข้าวหอมถือ

            “เอาไปไว้ที่ไหนคะ” ข้าวหอมเอ่ยถาม

            “ที่รถครับ จอดอยู่ใต้ตึกนี้ เดินไม่ไกลหรอก” นพหยิบเอาของที่เหลือขึ้นมาถือ และเดินนำไปยังลิฟต์

            “นั่นแด๊ดดี้แกมารอรับหรือเปล่า” ระหว่างทางที่เดินไปยังลานจอดรถอจลาก็หันถามข้าวหอมเมื่อเห็นรถสีแดงคันหรูที่ดูคุ้นตา

            “อือ”

            “ขอบใจมากนะ เดี๋ยวผมซื้อน้ำเลี้ยงตอบแทนครับ” เมื่อนำของใส่รถจนครบแล้วนพก็หันไปพูดกับหญิงสาวทั้งสองคน

            “ไม่เป็๲ไรค่ะ” ข้าวหอมยิ้มพร้อมกับปฏิเสธไป ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าแด๊ดดี้ของเธอออกจากรถมายืนกอดอกรอแล้ว

            “เอยเองก็ไม่เป็๞ไรเหมือนกันค่ะ” อจลาปฏิเสธตามเพื่อนทั้งที่ในใจอยากให้อาจารย์สุดหล่อเลี้ยง แต่ก็กลัวเพื่อนจะว่าทีหลัง

            “งั้นก็ขอบคุณนักศึกษาทั้งสองมากครับ” นพยิ้มก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง

            “พี่กฤต!” นพ๻ะโ๷๞ทักทายคนที่ยืนกอดอกและมองมาทางเขาอยู่

            กฤตตินจำต้องเดินเข้าไปหาตามมารยาท แล้วก็พบว่าคนที่เรียกเขาคือรุ่นน้องในคณะที่ห่างกันสามปี

            “นพ?”

            “ครับ นี่พี่มาทำอะไรที่นี่ครับเนี่ย”

            “มารับลูกสาว” กฤตตินพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองข้าวหอม

            “นักศึกษาคนนี้เหรอครับ” นพมองตามอย่างแปลกใจพลางเลิกคิ้วถาม ไม่คาดคิดว่ากฤตตินจะมีลูกที่โตขนาดนี้

            “อืม แล้วนี่มีอะไรกันหรือเปล่า”

            “เปล่าครับ ผมแค่ขอให้นักศึกษาสองคนนี้ช่วยถือของครับ”

            “ว่าง ๆ ก็เข้าไปหาพี่ที่บริษัทได้นะ” กฤตตินควักกระเป๋าตังค์แล้วยื่นนามบัตรไปให้รุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน ทั้งที่สมัยเรียนเจอกันในร้านเหล้าบ่อย ๆ

            “ครับพี่กฤต ว่าแต่ลูกสาวพี่สวยนะเนี่ย” นพหันไปมองข้าวหอม ๻ั้๹แ๻่ที่เข้าห้องเรียนไปสอนเธอทำให้เขาต้องเผลอแอบมองอย่างลืมตัวตั้งหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็๲ลูกของคนใกล้ตัวแบบนี้

            “แน่นอนอยู่แล้ว ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” กฤตตินยกยิ้มเมื่อข้าวหอมได้รับคำชมพร้อมกับบอกลา

            “บายจ้ะ” ข้าวหอมหันไปโบกมือลาเพื่อน ก่อนจะเดินตามแด๊ดดี้ของเธอไปขึ้นรถ

            “ทำไมนพมันถึงอยู่ที่คณะของข้าวหอมคะ” เมื่อขับรถออกมากฤตตินก็เอ่ยถามทันที

            “เขาเป็๲อาจารย์มาสอนชั่วคราวแทนอาจารย์คนเดิมที่ไม่ว่างค่ะ เพิ่งมาสอนวันนี้วันแรกเลย”

            “อยู่ห่างมันไว้ก็ดีนะคะ ถึงจะเป็๞อาจารย์ก็เถอะ ถ้าไม่จำเป็๞ก็ไม่ต้องไปอยู่ใกล้หรืออาสาช่วยอะไรอีก” กฤตตินบอกกับลูกสาวด้วยความเป็๞ห่วงเพราะรู้นิสัยอีกฝ่ายสมัยเรียนดี

            “ได้ค่ะ” ข้าวหอมพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

            “เดี๋ยววันนี้อาฌานจะมาทานข้าวเย็นที่บ้าน แถมยังมานอนค้างด้วยนะคะ” เขาแจ้งข่าวสำคัญให้เธอฟัง

            “ทานข้าวเย็นและค้างที่นี่เหรอคะ!” ข้าวหอมหันไปร้องถามเสียงดัง

            “ค่ะ พอดีแด๊ดดี้กับอาฌานมีงานที่ต้องคุยกัน แด๊ดดี้เลยให้มันมาค้างที่นี่เลย” เขามีโพรเจกต์ใหม่ที่ต้องทำกับฌานจึงต้องคุยรายละเอียดกันก่อน

            “ข่าวดีจังเลยค่ะ” ข้าวหอมฉีกยิ้มกว้าง

            “สำหรับข้าวหอมข่าวอะไรที่เกี่ยวกับอาฌานก็ดูจะมีความสุขกว่าครั้งไหน ๆ เลยนะคะ” กฤตินหันมองลูกสาวแวบหนึ่งแล้วกลับไปมองถนนเบื้องหน้าต่อ เขาเลี้ยงเธอมา๻ั้๫แ๻่ยังไม่รู้ความ ไม่ว่าเธอจะคิดหรือรู้สึกยังไงทำไมเขาจะไม่รู้

            “ก็ข้าวหอมดีใจนี่นา ข้าวหอมรักอาฌานพอ ๆ รักแด๊ดดี้เลยนะคะ”

            “ค่ะ แด๊ดดี้รู้” กฤตตินพยักหน้ารับรู้ เขาไม่ได้น้อยใจอะไรที่เธอรักและให้ความสำคัญกับฌานเท่าเขา

            “แด๊ดดี้คะ” ทั้งสองเงียบกันไปชั่วครู่ ก่อนที่ข้าวหอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “คะ ว่าไงคะคนสวย” กฤตตินเลิกคิ้วเพราะรู้สึกได้ว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

            “แด๊ดดี้รู้ไหมคะว่าอาฌานมีแฟนหรือมีคนคุยยัง” ข้าวหอมลังเลว่าจะถามดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามออกไป

            “ทำไมข้าวหอมไม่ถามเองล่ะคะ”

            “ข้าวหอมเคยถามแล้ว อาฌานบอกว่าไม่มีค่ะ”

            “แล้วข้าวหอมไม่เชื่อมันเหรอว่าไม่มี ทำไมถึงมาถามแด๊ดดี้”

            “เชื่อค่ะ แต่ก็กลัวว่าอาฌานอาจจะมีคนที่รู้สึกดีด้วยแต่ไม่อยากบอกให้ข้าวหอมรู้อะไรแบบนั้น”

            “ในเมื่อมันบอกข้าวหอมว่าไม่มีก็คงไม่มีค่ะ เพราะแด๊ดดี้เองก็ไม่เห็นว่ามันจะควงใครเลย” กฤตตินหันตอบลูกสาวตามความจริงเท่าที่ตัวเองรู้

            “ค่ะ ขอบคุณนะคะแด๊ดดี้”

            “แล้วที่ถามนี่อยากให้มันมีแฟนแบบที่ข้าวหอมอยากให้แด๊ดดี้มีเหรอคะ”

            “คะ?”

            “ก็ข้าวหอมอยากให้แด๊ดดี้มีครอบครัว แล้วมาถามว่าอาฌานมีแฟนหรือยัง ที่ข้าวหอมถามเพราะอยากให้อาฌานของข้าวหอมมีครอบครัวแล้วใช่ไหมคะ” กฤตตินถามหยั่งเชิงพร้อมรอยยิ้ม

            “....”

            “หืม” เขาหันไปมองลูกสาวเมื่อไม่ได้รับคำตอบ

            “ก็ประมาณนั้นค่ะ ข้าวหอมอยากรู้ว่าอาฌานจะมีครอบครัวหรือยัง” ข้าวหอมตอบอ้อมแอ้มแล้วเม้มปากเข้าหากันอย่างใช้ความคิด

            แน่นอนว่าเธออยากให้แด๊ดดี้ของเธอมีครอบครัว แต่พอถูกถามว่าอยากให้ฌานมีครอบครัวเหมือนกันใช่ไหม ทั้งที่ต้องตอบว่าใช่ แต่ทำไมเธอกลับไม่สามารถพูดออกไปได้เต็มปากเต็มคำว่าอยากให้เขามีครอบครัวเหมือนกัน เธอไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่สามารถรู้สึกยินดีได้