“วันนี้ข้าวหอมมีเรียนแค่ตอนเช้าเหรอคะ” ระหว่างที่รับประทานอาหารเช้ากฤตตินก็เงยหน้าไปถามลูกเลี้ยงที่ยิ่งโตใบหน้าก็ยิ่งคล้ายกับพี่ชายของเขามาก
“ค่ะ แด๊ดดี้จะไปรับข้าวหอมไหมคะ”
“ไปค่ะ แล้วอาทิตย์หน้าจะถึงวันแล้วนะคะ ข้าวหอมจะไปทำบุญที่วัดไหน วัดเดิมดีไหมคะ”
“วัดเดิมค่ะแด๊ดดี้ แป๊บเดียวก็ครบรอบสิบห้าปีที่ป๊าม้าของข้าวหอมเสียแล้วเนอะ” ข้าวหอมก้มหน้าและเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาเมื่อคิดถึงท่านทั้งสอง
“ไม่เศร้าสิคะ ตอนนี้ป๊ากับม้าของข้าวหอมกำลังมองอยู่นะคะ ถ้าหนูเศร้าพวกท่านก็ต้องเศร้าตามแน่เลย”
“ไม่เศร้าแล้วค่ะ ข้าวหอมดีใจนะคะที่มีแด๊ดดี้คอยดูแล ข้าวหอมรักแด๊ดดี้ที่สุดเลย” ข้าวหอมเงยหน้าไปส่งยิ้มกว้างให้คนที่นั่งตรงข้าม
“แด๊ดดี้ก็รักข้าวหอมที่สุดค่ะ” กฤตตินส่งยิ้มกลับให้หญิงสาว
ข้าวหอมเปรียบเสมือนสิ่งที่คอยเติมพลังให้กับเขา ตอนที่รู้ข่าวว่าได้เสียพี่ชายไปแล้วกฤตตินแทบทำใจไม่ได้ เขาเอาแต่จมกับความเศร้าไปหลายวัน ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตตัวเองและชีวิตข้าวหอมจะอยู่กันยังไง เพราะตอนนั้นเขาเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ระหว่างที่เรียนก็เอาแต่เกาะพี่ชายมาตลอด พอเสาหลักหายไปเขาก็เคว้งและมองไม่เห็นทางออก ยังดีก็มีฌานคอยแวะเวียนมาช่วยเลี้ยงดูข้าวหอมบ่อย ๆ ไม่งั้นเขาคงหัวหมุนจนทำอะไรไม่ได้แน่ ๆ
เมื่อหันไปมองหลานสาวที่เปลี่ยนสถานะมาเป็ลูกสาวก็ทำให้กฤตตินเกิดแรงฮึดและมีแรงทำงานอย่างเต็มที่ทุกครั้ง เธอเป็สิ่งมีค่าที่สุดที่พี่ชายของเขาหลงเหลือไว้ให้
“แล้วแด๊ดดี้ไม่มีใครในใจบ้างเหรอคะ แด๊ดดี้อายุสามสิบกว่าแล้วนะ ยังไม่มีใครถูกใจอีกเหรอ” ข้าวหอมถามในสิ่งที่สงสัยมานาน แด๊ดดี้ของเธอทั้งหล่อทั้งรวย น่าจะมีคนมากมายเข้ามาในชีวิตและพร้อมจะอยู่ดูแลเขา แต่แปลกที่จนป่านนี้เขาก็ยังไม่มีใคร
“ยังค่ะ ยังอยู่ดูแลข้าวหอมต่อได้อีกนาน” เขายังไม่คิดเื่สร้างครอบครัวด้วยซ้ำ คิดเพียงแค่ว่าจะอยู่ดูแลข้าวหอมไปจนถึงวันที่เธอได้เจอคนที่เธอรักและเป็คนที่สามารถดูแลเธอได้ เมื่อหมดห่วงแล้วเขาถึงจะกล้าคิดถึงเื่ของตัวเอง
“แต่ข้าวหอมอยากอุ้มน้องแล้วสิคะ อยากเจอหน้าแฟนของแด๊ดดี้ด้วย แด๊ดดี้น่าจะแต่งงานได้แล้วนะคะ อย่าจมอยู่กับข้าวหอมเลย” ข้าวหอมรู้ดีว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เขาไม่สามารถหามีครอบครัวได้ก็คงเป็เพราะเธอ เขาเสียเวลามาเลี้ยงดูเธอจนไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเลย
“แด๊ดดี้อยากดูแลข้าวหอมให้ดีที่สุดนะคะ แด๊ดดี้รักหนูเหมือนลูกแท้ ๆ” กฤตตินยกมือขึ้นไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ เวลาไปไหนมาไหนถ้ามีใครถามว่าข้าวหอมเป็อะไรกับเขา เขาก็จะตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่าเธอคือลูกสาว แม้นั่นจะทำให้บรรดาผู้หญิงที่เข้ามาหนีหายไปหมด แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด
“ข้าวหอมก็รักแด๊ดดี้เหมือนพ่อแท้ ๆ เหมือนกันค่ะ”
“แล้วฌานล่ะ ข้าวหอมรักอาฌานเหมือนอะไรคะ” กฤตตินหรี่ตามองลูกสาวอย่างจับผิด
“ก็...ก็รักเหมือนกับแด๊ดดี้ไงคะ”
“แน่ใจเหรอคะ” เขาเลิกคิ้วถามเพื่อ้าความมั่นใจในคำตอบของเธออีกครั้ง
“งั้นข้าวหอมสามารถรักอาฌานแบบไหนได้อีกเหรอคะ มีสิทธิ์รักแบบอื่นด้วยเหรอ” ข้าวหอมสบสายตาคนตรงหน้าเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนหน้าหนีออกไปมองทางอื่น
“แล้วทำไมข้าวหอมถึงไม่มีสิทธิ์คะ”
“ไม่รู้สิคะ” ข้าวหอมส่ายหน้าน้อย ๆ
เธอไม่เข้าใจความหมายที่เขาถาม และไม่รู้ว่าต้องตอบแบบไหนเขาถึงจะพอใจ แต่ถ้าตามที่เธอรู้คือมันเป็เื่ที่ผิดศีลธรรม เขาอุตส่าห์เลี้ยงดูเธอมาั้แ่เด็ก แต่เธอกลับคิดไม่ซื่อกับผู้มีพระคุณที่เปรียบเสมือนคนในครอบครัว เธอจึงไม่มีสิทธิ์คิดไปไกลขนาดนั้น และเื่แบบนั้นคงไม่มีทางเป็ไปได้
“นี่ข้าวหอม วันนี้เรียนแป๊บเดียวเอง เลิกคลาสแล้วไปเดินเล่นที่ห้างกันไหม” อจลาถามขณะที่ทั้งเธอและข้าวหอมกำลังนั่งรออาจารย์เข้ามาสอน
“แด๊ดดี้มารับอะ คงไปไม่ได้”
“เหรอ”
แต่ก่อนที่สองสาวจะได้คุยอะไรกันต่อผู้ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง
“สวัสดีครับนักศึกษาทุกคน ผมชื่อนพนะครับ พอดีอาจารย์ที่จะสอนพวกคุณวันนี้ติดภารกิจด่วน ไม่สามารถมาสอนได้ ผมจึงรับหน้าที่มาสอนแทนครับ” อาจารย์หนุ่มคนใหม่ที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียนเอ่ยแนะนำตัว
“หล่อมากแก” อจลาสะกิดข้าวหอม พร้อมพยักพเยิดไปยังอาจารย์ตรงหน้าเช่นเดียวกับสาว ๆ ในคลาสที่อมยิ้มและเริ่มซุบซิบกัน
“อืม” ข้าวหอมพยักหน้าโดยไม่มีท่าทีเคอะเขินหรือยิ้มแย้มอะไร เพราะคนที่หล่อที่สุดของเธอก็คือกฤตตินกับฌาน ซึ่งสำหรับข้าวหอมแล้วในโลกนี้ไม่มีใครหล่อเท่าสองคนนี้ได้อีก
“ไม่หล่อเหรอ ดูแกไม่สนใจเลย” อจลาเห็นเพื่อนสาวก้มหน้าก้มตาจดเลกเชอร์ก็อดสงสัยไม่ได้
“อืม หล่อสู้อาฌานไม่ได้เลย”
“โห นี่อาฌานแกหล่อขนาดนั้นเลยเหรอ” คำตอบของเพื่อนทำเอาอจลาถึงกับตาโต
“ใช่ หล่อมาก ๆ” ข้าวหอมตอบกลับเพื่อนแล้วหันมองอาจารย์หนุ่มคนใหม่อีกรอบ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าความหล่อไม่ได้สูสีกันเลยด้วยซ้ำ
“จ้า ๆ ผู้ชายในโลกนี้คงไม่มีใครหล่อสู้อาฌานของข้าวหอมได้แล้วจ้า” อจลาส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเพื่อเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองอาจารย์ด้านหน้าต่อ เขาทั้งหล่อ ตี๋ และผิวขาวกระแทกตาจนเธอแทบไม่มีสมาธิเรียนเลยด้วยซ้ำ
“วันนี้พอไว้ที่ตรงนี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมจะมาต่อ” นพที่สอนมาแล้วเกือบชั่วโมงครึ่งพูดทิ้งท้ายเพราะตอนนี้หมดเวลาเรียนแล้ว เขาเป็คนตรงต่อเวลา แม้จะอยากสอนให้จบบทแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาเลิกคลาสแล้วเขาก็จำต้องรักษาเวลาตามมาตรฐาน
“ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ” นักศึกษาขอบคุณก่อนจะลุกออกจากห้องกันในทันที
“นักศึกษาสองคนครับ”
ในระหว่างที่อจลากับข้าวหอมซึ่งเป็สองคนสุดท้ายกำลังจะเดินออกจากห้องก็ได้ยินเสียงอาจารย์คนใหม่เรียกไว้
“คะ? เรียกเราสองคนเหรอคะ” อจลาหันไปถามอย่างตื่นเต้น
“ครับ พอดีผมจะให้ช่วยถือของหน่อยน่ะครับ จะได้ไหม” นพถามทั้งสองคนยิ้ม ๆ
“ได้เลยค่า” อจลารีบตอบรับอย่างไวแล้วหันไปมองเพื่อนที่ยืนข้าง ๆ
“ได้ค่ะ” ข้าวหอมจึงตอบตกลง
“ครับ งั้นรบกวนนักศึกษาช่วยถือให้หน่อยนะครับ” นพส่งหนังสือสามสี่เล่มให้กับอจลา และหันไปหยิบเอาแฟ้มให้กับข้าวหอมถือ
“เอาไปไว้ที่ไหนคะ” ข้าวหอมเอ่ยถาม
“ที่รถครับ จอดอยู่ใต้ตึกนี้ เดินไม่ไกลหรอก” นพหยิบเอาของที่เหลือขึ้นมาถือ และเดินนำไปยังลิฟต์
“นั่นแด๊ดดี้แกมารอรับหรือเปล่า” ระหว่างทางที่เดินไปยังลานจอดรถอจลาก็หันถามข้าวหอมเมื่อเห็นรถสีแดงคันหรูที่ดูคุ้นตา
“อือ”
“ขอบใจมากนะ เดี๋ยวผมซื้อน้ำเลี้ยงตอบแทนครับ” เมื่อนำของใส่รถจนครบแล้วนพก็หันไปพูดกับหญิงสาวทั้งสองคน
“ไม่เป็ไรค่ะ” ข้าวหอมยิ้มพร้อมกับปฏิเสธไป ก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าแด๊ดดี้ของเธอออกจากรถมายืนกอดอกรอแล้ว
“เอยเองก็ไม่เป็ไรเหมือนกันค่ะ” อจลาปฏิเสธตามเพื่อนทั้งที่ในใจอยากให้อาจารย์สุดหล่อเลี้ยง แต่ก็กลัวเพื่อนจะว่าทีหลัง
“งั้นก็ขอบคุณนักศึกษาทั้งสองมากครับ” นพยิ้มก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง
“พี่กฤต!” นพะโทักทายคนที่ยืนกอดอกและมองมาทางเขาอยู่
กฤตตินจำต้องเดินเข้าไปหาตามมารยาท แล้วก็พบว่าคนที่เรียกเขาคือรุ่นน้องในคณะที่ห่างกันสามปี
“นพ?”
“ครับ นี่พี่มาทำอะไรที่นี่ครับเนี่ย”
“มารับลูกสาว” กฤตตินพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองข้าวหอม
“นักศึกษาคนนี้เหรอครับ” นพมองตามอย่างแปลกใจพลางเลิกคิ้วถาม ไม่คาดคิดว่ากฤตตินจะมีลูกที่โตขนาดนี้
“อืม แล้วนี่มีอะไรกันหรือเปล่า”
“เปล่าครับ ผมแค่ขอให้นักศึกษาสองคนนี้ช่วยถือของครับ”
“ว่าง ๆ ก็เข้าไปหาพี่ที่บริษัทได้นะ” กฤตตินควักกระเป๋าตังค์แล้วยื่นนามบัตรไปให้รุ่นน้องที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน ทั้งที่สมัยเรียนเจอกันในร้านเหล้าบ่อย ๆ
“ครับพี่กฤต ว่าแต่ลูกสาวพี่สวยนะเนี่ย” นพหันไปมองข้าวหอม ั้แ่ที่เข้าห้องเรียนไปสอนเธอทำให้เขาต้องเผลอแอบมองอย่างลืมตัวตั้งหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ลูกของคนใกล้ตัวแบบนี้
“แน่นอนอยู่แล้ว ไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” กฤตตินยกยิ้มเมื่อข้าวหอมได้รับคำชมพร้อมกับบอกลา
“บายจ้ะ” ข้าวหอมหันไปโบกมือลาเพื่อน ก่อนจะเดินตามแด๊ดดี้ของเธอไปขึ้นรถ
“ทำไมนพมันถึงอยู่ที่คณะของข้าวหอมคะ” เมื่อขับรถออกมากฤตตินก็เอ่ยถามทันที
“เขาเป็อาจารย์มาสอนชั่วคราวแทนอาจารย์คนเดิมที่ไม่ว่างค่ะ เพิ่งมาสอนวันนี้วันแรกเลย”
“อยู่ห่างมันไว้ก็ดีนะคะ ถึงจะเป็อาจารย์ก็เถอะ ถ้าไม่จำเป็ก็ไม่ต้องไปอยู่ใกล้หรืออาสาช่วยอะไรอีก” กฤตตินบอกกับลูกสาวด้วยความเป็ห่วงเพราะรู้นิสัยอีกฝ่ายสมัยเรียนดี
“ได้ค่ะ” ข้าวหอมพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง
“เดี๋ยววันนี้อาฌานจะมาทานข้าวเย็นที่บ้าน แถมยังมานอนค้างด้วยนะคะ” เขาแจ้งข่าวสำคัญให้เธอฟัง
“ทานข้าวเย็นและค้างที่นี่เหรอคะ!” ข้าวหอมหันไปร้องถามเสียงดัง
“ค่ะ พอดีแด๊ดดี้กับอาฌานมีงานที่ต้องคุยกัน แด๊ดดี้เลยให้มันมาค้างที่นี่เลย” เขามีโพรเจกต์ใหม่ที่ต้องทำกับฌานจึงต้องคุยรายละเอียดกันก่อน
“ข่าวดีจังเลยค่ะ” ข้าวหอมฉีกยิ้มกว้าง
“สำหรับข้าวหอมข่าวอะไรที่เกี่ยวกับอาฌานก็ดูจะมีความสุขกว่าครั้งไหน ๆ เลยนะคะ” กฤตินหันมองลูกสาวแวบหนึ่งแล้วกลับไปมองถนนเบื้องหน้าต่อ เขาเลี้ยงเธอมาั้แ่ยังไม่รู้ความ ไม่ว่าเธอจะคิดหรือรู้สึกยังไงทำไมเขาจะไม่รู้
“ก็ข้าวหอมดีใจนี่นา ข้าวหอมรักอาฌานพอ ๆ รักแด๊ดดี้เลยนะคะ”
“ค่ะ แด๊ดดี้รู้” กฤตตินพยักหน้ารับรู้ เขาไม่ได้น้อยใจอะไรที่เธอรักและให้ความสำคัญกับฌานเท่าเขา
“แด๊ดดี้คะ” ทั้งสองเงียบกันไปชั่วครู่ ก่อนที่ข้าวหอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คะ ว่าไงคะคนสวย” กฤตตินเลิกคิ้วเพราะรู้สึกได้ว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“แด๊ดดี้รู้ไหมคะว่าอาฌานมีแฟนหรือมีคนคุยยัง” ข้าวหอมลังเลว่าจะถามดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถามออกไป
“ทำไมข้าวหอมไม่ถามเองล่ะคะ”
“ข้าวหอมเคยถามแล้ว อาฌานบอกว่าไม่มีค่ะ”
“แล้วข้าวหอมไม่เชื่อมันเหรอว่าไม่มี ทำไมถึงมาถามแด๊ดดี้”
“เชื่อค่ะ แต่ก็กลัวว่าอาฌานอาจจะมีคนที่รู้สึกดีด้วยแต่ไม่อยากบอกให้ข้าวหอมรู้อะไรแบบนั้น”
“ในเมื่อมันบอกข้าวหอมว่าไม่มีก็คงไม่มีค่ะ เพราะแด๊ดดี้เองก็ไม่เห็นว่ามันจะควงใครเลย” กฤตตินหันตอบลูกสาวตามความจริงเท่าที่ตัวเองรู้
“ค่ะ ขอบคุณนะคะแด๊ดดี้”
“แล้วที่ถามนี่อยากให้มันมีแฟนแบบที่ข้าวหอมอยากให้แด๊ดดี้มีเหรอคะ”
“คะ?”
“ก็ข้าวหอมอยากให้แด๊ดดี้มีครอบครัว แล้วมาถามว่าอาฌานมีแฟนหรือยัง ที่ข้าวหอมถามเพราะอยากให้อาฌานของข้าวหอมมีครอบครัวแล้วใช่ไหมคะ” กฤตตินถามหยั่งเชิงพร้อมรอยยิ้ม
“....”
“หืม” เขาหันไปมองลูกสาวเมื่อไม่ได้รับคำตอบ
“ก็ประมาณนั้นค่ะ ข้าวหอมอยากรู้ว่าอาฌานจะมีครอบครัวหรือยัง” ข้าวหอมตอบอ้อมแอ้มแล้วเม้มปากเข้าหากันอย่างใช้ความคิด
แน่นอนว่าเธออยากให้แด๊ดดี้ของเธอมีครอบครัว แต่พอถูกถามว่าอยากให้ฌานมีครอบครัวเหมือนกันใช่ไหม ทั้งที่ต้องตอบว่าใช่ แต่ทำไมเธอกลับไม่สามารถพูดออกไปได้เต็มปากเต็มคำว่าอยากให้เขามีครอบครัวเหมือนกัน เธอไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรถึงไม่สามารถรู้สึกยินดีได้