บทที่ 3 พบเจอคู่หมาย
“เอ่อ คุณหนูเ้าคะ อีกไม่ถึง 1 ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ก็จะถึงยามอู่แล้ว คุณหนูควรจะไปเตรียมตัวได้แล้วนะเ้าคะ”
อี้ถิงบีบมือของตนเองไปมาด้วยความกระวนกระวายใจ แม้ว่านางเห็นคุณหนูได้พักผ่อนอย่างสบายใจแล้วก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยก็เถอะ ทว่า...วันนี้คุณหนูมีนัดหมายที่สำคัญจริงๆ หากคุณหนูไม่เตรียมตัวั้แ่ตอนนี้ก็คงจะไม่ทันการแล้ว
“อ้อ รู้แล้ว” หลิวหร่วนอี้อยากจะบอกว่าตนเองไม่ต้องเตรียมตัวนานขนาดนั้นก็ได้ อย่างไรก็เป็แค่การ “พบเจอคู่หมั้น” เท่านั้นไม่ใช่หรือ?
แถมเมื่อ 3 ครั้งก่อน นางก็ยังไม่เคยต้องเตรียมพร้อมอะไรเลยด้วยซ้ำ จำได้ว่าวันนัดพบเจอเช่นนี้ย่อมต้องไม่ยินยอมด้วยดีแน่ เจตนาตอนนั้นมีแค่การหลีกหนีพ่อพระเอกคนนี้ให้ได้ ยิ่งไกลเท่าไรยิ่งดี สุดท้ายไม่รู้ว่าเื่ที่จวนเป็อย่างไร ถึงนางกลับมาแล้วจะถูกบ่นอยู่หลายคำ แต่ก็แค่ฟังหูซ้ายทะลุผ่านหูขวาไปเท่านั้น
มาครานี้ถือว่าดีกว่าทุกครั้งแล้ว ถึงอย่างไรนางก็นางยังอยู่ที่จวน ไม่ได้หนีการนัดหมายไปเที่ยวเล่นเหมือนครั้งก่อนๆเสียหน่อย แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่ไม่ทำให้บิดา “สรรเสริญ” ถึงโคตรเหง้าที่รวมตนเองด้วยแล้วใช่หรือไม่?
แม้อยากจะพูดอะไรทำนองนั้นออกมา แต่เมื่อได้เห็นสายตาของอี้ถิงซึ่งอีกนิดเดียวก็น่าจะร่ำไห้ออกมาอยู่แล้ว หร่วนอี้กลับเลือกที่จะกลืนก้อนใหญ่ลงคอ แล้วทำเพียงพยักหน้าเบาๆเท่านั้น แววตาของอี้ถิงที่มองอยู่จึงเปลี่ยนไป ... ประกายความยินดีเปล่งออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง
“เช่นนั้นเชิญคุณหนูลุกก่อนเถิดเ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้คุณหนูแล้ว ทั้งยังให้คนคอยตรวจสอบความเหมาะสมของน้ำอยู่ตลอด ขอเพียงคุณหนูผลัดเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็สามารถลงอาบได้เลยเ้าค่ะ”
“วันนี้บ่าวเติมสมุนไพรพิเศษลงไปหลายชนิด ทั้งสมุนไพรที่จะช่วยเพิ่มกลิ่นหอม สมุนไพรช่วยให้ผิวนุ่มลื่น ผงไข่มุกที่จะช่วยให้ผิวของคุณหนูมีประกายเปล่งปลั่งราวกับอัญมณีล้ำค่า ด้วยวัสดุทั้งหมดเ่าั้...คุณหนูของบ่าวจะต้องคว้าหัวใจคุณชายหลี่ได้อยู่หมัดแน่นอน!!”
สาวน้อยอธิบายความพยายามทั้งหมดของตนเองด้วยความตื่นเต้น หลิวหร่วนอี้แทบจะไม่ได้ฟังเลยด้วยซ้ำว่าสรรพคุณทั้งหมดที่กล่าวมามีอะไรดีบ้าง นางไม่ได้ตื่นเต้นไปกับสาวใช้ที่หมายมั่นว่าการพบเจอหน้ากันอย่างเป็ทางการครั้งแรกนี้จะต้องสร้างความประทับใจที่ดีให้ได้
ก็นะ....พ่อพระเอกหลี่จื่อหยวนผู้นี้เป็ผู้มีความซื่อสัตย์และรับผิดชอบอย่างดียิ่ง เมื่อเขาหมั้นหมายกับนางแล้ว ไม่ว่าจะชอบพอกันหรือไม่ เขาก็จะไม่ทำให้ผู้อื่นต้องเสียหน้า ไม่ทำให้ตระกูลหลี่เป็ฝ่ายตระบัดสัตย์
อีกประการหนึ่ง...คงต้องบอกว่าข้อดีของพระเอกก่อนเจอนางเอกคือ...ตัวเขาจะไม่ “รัก” สตรีอื่นใดมาก่อน ดังนั้นหัวใจของพ่อพระเอกคนดีตอนนี้จึงไม่มีใครอยู่เลย เมื่อต้องแต่งงานกับสตรีสักคน ก็ดูแค่ความเหมาะสมเท่านั้น ไหนเลยจะมีเื่ดื้อรั้นอยากจะแต่งกับสตรีในดวงใจเหมือนนิยายเื่อื่น
จวบจนกระทั่งรองแม่ทัพแดนเหนือผู้นี้ได้รู้จักนางเอกมากขึ้น ตอนนั้นเขาจึงได้รู้จัก่เวลาหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้ตื่นเต้นเมื่ออยู่ใกล้ ได้รู้สึกโหยหาเมื่อห่างไกล “ครั้งแรก” แบบนั้นจะต้องเกิดขึ้นกับนางเอกเพียงคนเดียว
หลิวหร่วนอี้แต่งงานกับเขาไป แม้จวนหลังของเขาจะมีสตรีอยู่แล้ว 3 คน กระนั้นก็มั่นใจได้ว่านางจะยังเป็ “ฮูหยินใหญ่” ที่มีฐานะมั่นคงที่สุด โดยไม่จำเป็ต้องไปแก่งแย่งความรักกับใคร!
สาวใช้ตัวน้อยเห็นเ้านายของตนยอมแต่โดยดีก็เข้ามาจับนั่นทำนี่ให้คุณหนูของตนเอง พริบตาเดียวก็เปลี่ยนจากสตรีผู้มีบรรยากาศสบายๆ กลายเป็สตรีที่มีความงดงามเหนือโลก
ปากอวบอิ่มของนางที่แต่เดิมเป็สีชมพูระเรื่อ เวลานี้แต่งแต้มให้มีสีสันเพิ่มอีกเล็กน้อยด้วยชาดราคาแพงซึ่งกำลังเป็ที่นิยมของสตรีสมัยนี้ ใบหน้าถูกทาด้วยแป้งขาวนวล ดีที่นิยายตั้งค่าเอาไว้ให้การแต่งหน้ายังเหมือนยุคสมัยใหม่ แม้จะนิยมตาหน้าให้ขาวกว่าเล็กน้อย ทว่าตัวละครในนิยายทั้งหมดล้วนมีผิวขาว โดยเฉพาะสาวงามอย่างหลิวหร่วนอี้ที่ต่อให้ไม่ทาแป้งขาวก็ยังขาวใสน่ามองอยู่ดี
การทาแป้งกลับเป็แค่การช่วยปกปิดรอยฝาดที่แก้มของนางเท่านั้น เปลี่ยนจากสาวน้อยวัยใสให้กลายเป็สาวแรกแย้มที่หลอกหล่อฝูงแมลงได้เป็อย่างดี
“คุณหนูงดงามมากเ้าค่ะ คุณชายหลี่จะต้องชมชอบคุณหนูจนไม่อาจปันใจมองสตรีที่ไหนได้อีกแล้ว!”
อี้ถิงปรบมือด้วยความชอบใจ นางช่วยเกล้าผมให้คุณหนูของตนเอง เปลี่ยนจากการปล่อยผมยาวสยายทั่วแผ่นหลังเป็การบิดเกลียวไปมา จากนั้นประดับด้วยไข่มุกจำนวนหนึ่ง จบด้วยปิ่นปักผมที่จ้าวสกุลหลิวและภรรยามอบให้ในพิธีปักปิ่น
นี่แสดงให้เห็นว่าการพบเจอกันครานี้เป็การพบเจออย่างเป็ทางการ สองฝ่ายไม่ได้นัดหมายอย่างตั้งใจว่าจะมาดูตัวคู่หมั้น หากแต่วันนี้บิดาของหลิวหร่วนอี้ลาราชการเอาไว้ พร้อมกับแม่ทัพใหญ่หลี่ที่กลับมาจากาใหญ่ ทั้งยังขอลาราชการจากการเป็ที่ปรึกษาข้างพระองค์เอาไว้ด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็การเตรียมการที่พร้อมสรรพแล้วจริงๆ
หลิวหร่วนอี้คิดย้อนกลับไปทั้ง 3 ชีวิตก่อน นางก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนั้นนางใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้นได้อย่างไร อีกฝั่งเป็ใครกันถึงกล้าหลบหนีไปโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการดูิ่เกียรติของอีกฝ่ายเลย โชคดีแค่ไหนแล้วที่ฝั่งแม่ทัพใหญ่ไม่เอาเื่ ช่างเป็เด็กอวดดีเสียจริง! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ต่อให้พยายามแค่ไหน สามชีวิตที่ผ่านมาก็ยังจบลงด้วยความตายอยู่ดี
“เอาล่ะ ไม่ต้องชื่นชมกันฝ่ายเดียวอีกแล้ว พาข้าไปเถอะ” หญิงงามโบกมือด้วยความท้อใจ ตอนนั้นอี้ถิงจึงนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรปล่อยให้แขกรอไปมากกว่านี้
ทางหลิวหร่วนอี้นั้น แม้ว่าชีวิตนี้จะบอกกับตนเองว่าต้องใช้ชีวิตให้ดี เสพความสุขให้มากก่อนตาย ทว่า...ท่าทางที่ถูกฝึกฝนมาตลอด 15 ปี 3 ชีวิตนั้นซึมซับเข้ากระดูกไปแล้ว ถึงจะไม่ได้ตั้งใจ ทว่าไหล่ที่ตั้งตรง ท่วงท่าเดินเหมือนเทพเซียนนั้นก็อดที่จะทำให้บ่าวรับใช้โดยรอบต้องรีบหลุบตาต่ำ ราวกับกลัวว่าการมองของตนเองจะทำให้เกิดมลทินแก่เทพเซียนเทพยดา!
หญิงสาวมาถึงห้องรับรองแขกจนได้ เสียงหัวเราะของผู้มาเยือนประสานเข้ากับเสียงของบิดาทำให้บรรยากาศดูครื้นเครงมาก หลิวหร่วนอี้ผู้ไม่เคยเผชิญหน้ากับบทนี้ด้วยตนเองกลับเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นบ้างแล้ว
เนื่องจากชีวิตก่อนๆไม่เคยพบเจอครอบครัวคู่หมั้นตัวจริงมาก่อน หลังจากที่นางดื้อรั้นเช่นนั้นจนได้ถอนหมั้นสมใจอยาก ครอบครัวคู่หมั้นนี้ก็ไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลย
ถึงอย่างนั้น...ชื่อเสียงของพวกเขาก็เลื่องลือไปไกลเช่นกัน ขนาดนางอยู่ในตำหนัก ในบ้าน หรือในเรือนของตนเอง ไม่ได้ออกไปข้างนอกแม้เพียงก้าวเดียว ก็ยังเคยได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับความโเี้ของสองพ่อลูกฝ่ายบู๊นี้ไม่น้อยเลย
แม่ทัพใหญ่ก่อนวางมือก็ถล่มฏแดนเหนือจนราบคาบ หลังจากมอบตำแหน่งให้บุตรชายหรือก็คือพระเอก เขายังรับไม้ต่อกวาดล้างโจรร้าย ไม่ว่าจะเป็กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง กลุ่มโจรเสือูเา หรือกลุ่มโจรเขี้ยวเสือ ซึ่งเป็วีรกรรมที่แค่ทำให้ผู้คนได้ยินก็ต้องเสียวสันหลังวาบ
ไม่มีใครคิดจะเป็ศัตรูกับพวกเขา แม้จะเป็ขุนนางฝั่งบุ๋นเองก็ตาม ขนาดขุนนางที่อยู่ฝั่งคุณชายสี่และคุณชายคนอื่นๆ รู้ทั้งรู้ว่าตระกูลหลี่สนับสนุนการตัดสินใจขององค์จักรพรรดิ เข้าร่วมกับองค์รัชทายาทที่ได้ฝากฝังเอาไว้ ทางนั้นก็ยังไม่คิดลงมือกับฝั่งตระกูลหลี่ก่อนเลย เอาแต่ไปกดดันกับขุนนางคนอื่นๆ หรือไม่ก็ตัวขององค์รัชทายาทแทน
สาเหตุที่เป็เช่นนั้นก็เพราะ...พวกเขาไม่้าให้ตระกูลหลี่หันคมดาบมาหาตนเองนั่นเอง!
เพราะเื่ราวเช่นนั้นยังวนเวียนอยู่ในความคิด เมื่ออี้ถิงสะกิดให้หลิวหร่วนอี้รีบเข้าไปข้างใน นางยังสะดุ้งเล็กน้อย ดีที่มีประสบการณ์ชีวิตมามาก ดังนั้นจึงควบคุมอารมณ์ไม่ให้แสดงออกจนเกินไปได้
สองมือจับกันแน่น นิ้วชี้ถูกันไปมาตามนิสัยเดิม เมื่อควบคุมจิตใจของตนเองได้แล้ว นางก็ก้าวออกไปอย่างมั่นคง ทำให้ภาพที่ผู้อื่นเห็นก็คือสตรีผู้เพียบพร้อมคนหนึ่ง หาใช่เด็กสาวที่ยังคิดสะระตะวุ่นวายเมื่อครู่!
“คารวะท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง และท่านพี่...เ้าค่ะ”
น้ำเสียงหวานใสราวระฆังแก้วของหลิวหร่วนอี้ดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกสายตาไปที่นางได้อย่างเบ็ดเสร็จ อ่า...ถ้าพูดให้ถูก ทุกคนกลับถูกนางดึงดูดไปั้แ่ก้าวเท้าเล็กๆนั่นเข้ามาในห้องรับรองแล้วต่างหาก ดังนั้นหลังจากสาวงามทำความเคารพพวกเขาตามมารยาทไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกคนก็ได้แต่หัวเราะออกมา
“หลานสาวของลุงเติบโตแล้วงดงามจริงๆ เหมาะสมแล้วที่ถูกเรียกว่าสาวงามอันดับหนึ่ง” แม่ทัพใหญ่สกุลหลี่ชื่นชมจากใจจริง
“จื่อหยวน มองน้องเขม็งเช่นนั้น กลัวน้องไม่รู้หรือว่ามีเจตนาร้ายน่ะ! แม้หลานสาวผู้นี้จะเลยวัยปักปิ่นจนสามารถแต่งงานกันตามประเพณีได้แล้ว กระนั้นก็ยังไม่ได้แลกฤกษ์มงคลสมรสกันเลย เ้าอย่าร้อนใจมากเกินไปนัก!!”
ไม่ใช่แค่พูดกับหร่วนอี้เท่านั้น คนเป็แม่ทัพใหญ่ก็ยังหยอกล้อบุตรชายของตนเองไปด้วย คำพูดของเขานี้ไม่มั่นใจว่า้าสร้างบรรยากาศให้ทั้งคู่ผ่อนคลายลง หรือว่า้า “เร่งรัด” การแต่งงานของสองตระกูลกันแน่ คำว่า “เลยวัยปักปิ่น” ไม่ต่างอะไรกับการเตือนทางบ้านหลิวให้มอบฤกษ์วันเดือนปีเกิด รวมทั้งยอมรับฤกษ์ที่พวกเขาจะไปหาดูมาให้ได้แล้ว
อันที่จริงฤกษ์คู่ครองนั้นแลกกันไว้ั้แ่เกิดพร้อมกับสัญญาหมั้นหมายแล้ว ทว่าตามธรรมเนียม...เพื่อให้คู่หญิงชายได้รู้ด้วยว่ามีการแลกดวงกันเช่นนี้ ย่อมต้องขอเอาไปอีกครั้ง ซึ่งก็เหมือนกับการยอมรับการแต่งงานอย่างแท้จริงนั่นแหละ
แต่นานแล้วตระกูลหลิวก็ยังเงียบ บุตรีของพวกเขาเป็สาวงามอันดับหนึ่งจึงมีบุรุษมากหน้าหลายตามาทาบทามเอาไว้ หากพลาดแต่งกับตระกูลหลี่แล้ว คงจะมีตระกูลน้อยใหญ่มากมายมาสู่ขอนางเป็แน่
ถึงตระกูลหลี่พวกเขาจะไม่ได้สนใจอำนาจของตระกูลหลิว ทว่า...บุตรชายของพวกเขาผู้นี้ไม่ชายตามองสตรีผู้ไหนเลย ขนาดสตรีที่พวกเขาแต่งเข้าจวนให้ หวังว่าระหว่างรอรับฮูหยินตัวจริง ก็หาเด็กเล็กๆสักสองสามคนมาวิ่งเล่นอยู่ในจวน แต่เ้าหลี่จื่อหยวนของพวกเขากลับไม่ชายตามองสตรีเ่าั้เลยสักนิด
พอเอ่ยถามก็บอกว่า้าให้เกียรติฮูหยินเอกก่อน หากคนอื่นมีบุตรก่อนฮูหยินเอก บ้านเรือนคงจะวุ่นวายไม่น้อย สุดท้ายบิดามารดารับฟังเหตุผลที่เข้าใจได้ของเขาก็ต้องยอมแพ้ วันนี้เพียงรอโอกาสให้เขาได้แต่งฮูหยินเข้าบ้านดั่งที่วางแผนไว้ เช่นนั้นคงไม่มีปัญหาอีก
ก็นะ...รอมาได้จนถึงตอนนี้ จะรออีกสักหน่อยจะเป็กระไรไป หรือต่อให้รอไม่ได้...พวกเขาพ่อแม่ก็เป็ได้แค่ “ผู้ให้กำเนิด” ไม่อาจทำหน้าที่สร้างบุตรแทนเขาได้หรอก!
ทางหร่วนอี้เมื่อได้ยินคำพูดแปลกๆของท่านแม่ทัพใหญ่ผู้ได้ชื่อว่า “เทพาร้อยหัว” เวลานี้มาพูดเล่นสองแง่สองงามกับดรุณีน้อยที่เพิ่งเลยวัยปักปิ่นมาไม่เท่าไรก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
สายตาของหญิงสาวเหลือบมองบุรุษที่นั่งอยู่ข้างกัน ใบหน้าคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยของเขาทำให้หญิงสาวต้องลอบถอนหายใจยาว
ไม่น่าแปลกใจที่คนผู้นี้ได้กลายเป็ “พระเอก” ที่ผู้อ่านชื่นชอบมากที่สุดอีกคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สมกับเป็ยอดบุรุษแห่งปี รวมกับร่างกายของนักรบ ส่วนไหนควรจะเป็กล้ามเนื้อก็ไร้ไขมันโดยสิ้นเชิง แม้เขาจะอยู่ในชุดคลุมตัวโคร่ง แต่กลับไม่อาจบดบังความหล่อเหลาที่สมบูรณ์แบบนี้ได้เลย
สาเหตุที่หร่วนอี้รู้สึกว่าไม่คุ้นเคยอยู่บ้างก็เป็เพราะว่า...บุรุษตรงหน้านี้ ั้แ่ต้นจนจบนางไม่เคยพบเขาก่อนที่จะขึ้นเป็แม่ทัพใหญ่เลย ครั้นเมื่อกลายเป็แม่ทัพใหญ่แล้ว เจอกันอีกครั้งก็ก่อนนางตกตายไม่เท่าไร หนวดเครารกรุงรังบดบังใบหน้าหล่อเหลาของเขาเสียหมด ไหนเลยจะยังมีใบหน้าสะอาดเอี่ยมอ่อง เห็นความหล่อเหลาชัดเจนเช่นนี้อยู่เล่า!
คนมองนางอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน เมื่อหร่วนอี้มองเขาก็บังเอิญสบสายตากันเข้าอย่างจัง สาวงามแม้มีประสบการณ์ใช้ชีวิตคู่มาก่อนแล้ว ทว่ากับคนที่มีออร่าเช่นพ่อพระเอกคนนี้กลับไม่เคยััมาก่อน สุดท้ายก็เป็นางที่หลบสายตาไป ส่วนอีกฝ่ายจะยังมองดูหรือหันไปมองทางอื่นแล้วก็ไม่อาจทราบได้
เห็นว่าบุตรีไม่อาจทนความเขินอายเช่นนั้นได้ คนเป็บิดาก็เอ่ยปากพูดแทรกขึ้นมาก่อน กลัวว่ากระต่ายตัวน้อยของพวกเขาจะะโหนีไปจนไล่ตามกลับมาไม่ทัน
“อย่าได้รังแกกันเกินไปนัก ขนาดพวกข้าที่เป็บิดามารดายังอยู่ตรงนี้ พวกเ้าสองพ่อลูกก็คิดกลั่นแกล้งบุตรีของข้าให้ต้องอายม้วนเช่นนั้นแล้ว หากส่งไปที่จวนสกุลหลี่เร็วเกินไป มิวายจะทำให้หร่วนอี้ของพวกเราต้องพยายามอย่างหนักในการรับมือกับสองปีศาจร้ายหรือ?”
“อะไรกัน! นี่ก็พูดเกินไปหน่อยแล้วหรือไม่? พวกเราหรือจะเป็ปีศาจร้าย ข้าเป็ว่าที่บิดาคนใหม่ ส่วนนั้นก็เป็ว่าที่สามีของนาง มีแต่จะช่วยกันดูแลปกป้องให้ดีเท่านั้น เอาความจริงเข้ามาพูดแล้ว...อยู่สกุลหลี่ของพวกเรา ดีไม่ดีอาจจะมีความสุขยิ่งกว่าสกุลหลิวก็ได้”
“เฮ เฮ เฮ สาบานว่าวันนี้ไม่ได้มาหาเื่ทะเลาะกับข้าใช่ไหม? หาก้ามาวิวาทเช่นนั้นก็เชิญกลับไปได้แล้ว” จ้าวแห่งสกุลหลิวฟังไปฟังมายิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล คล้ายว่าทางนั้นกำลังด่าทอตนเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น
กล้าพูดว่าแม่หนูน้อยของพวกเขาไปสกุลหลี่แล้วจะอยู่ดีกว่าสกุลหลิวงั้นหรือ? แบบนี้จะไม่เกินไปหน่อยหรือไร!
“เอ๊ะ พวกเราก็ยังไม่ได้พูดอะไรกันเลย เ้านี่ช่างใจร้อน..”
“ท่านพ่อ” ก่อนที่บทสนทนาของสองผู้นำตระกูลใหญ่จะเละเทะไปมากกว่านี้ น้ำเสียงทุ้มลึกของบุรุษรุ่นราวประมาณ 23-24 ปีก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน
หร่วนอี้เพิ่งได้ยินเสียงที่ไม่ติดร้อนใจของเขาเป็ครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองคนตรงหน้า ซึ่งก็เหมือนกับครั้งก่อนที่แววตาสุขุมของเขายังจับจ้องมาที่ตนเอง
นิ้วเล็กของหญิงสาวถูกันไปมาใต้อาภรณ์อีกครั้งเพื่อลดความประหม่าและตื่นตระหนก นางจะคิดได้อย่างไรว่าเ้าพ่อพระเอกผู้เ็าเยือกเย็นผู้นี้ ท้ายที่สุดแล้วกำลังจับจ้องตนเองด้วยตาไม่กระพริบ
เพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ นางจึงรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียมากๆ ... กับคนผู้นี้ หร่วนอี้พยายามหนีมาตลอด ครั้นพอได้พบเจอกลับรู้สึกหวาดกลัวราวกับมีชนักติดหลัง ทว่า...สิ่งที่ทำให้นางใมากกว่าเดิมกลับเป็ความหมายของคำพูดที่เขากำลังพูดออกมานี้!
“ท่านพ่อโปรดอย่ากล่าววาจาเหลวไหลอีกเลย วันนี้พวกเรามาก็เพื่อดำเนินการตามสัญญาหมั้นหมาย แม่สื่อก็เชิญมาพร้อมด้วยแล้ว เช่นนั้นก็อย่าทำให้เสียฤกษ์เลยขอรับ”
……………………………….