หลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า

    บทที่ 119 กล่อม

    บทที่ 119 กล่อม

     

    “ข้ายังมีชาที่เจ้าเตรียมเอาไว้ให้ครั้งก่อนเหลืออยู่นิดหน่อย และมีขนมสองสามอย่างที่เจ้าชอบในกระโจมของข้า พวกเราไปคุยกันที่นั่นเถอะ” 

                

    หวงซีเฉิงรู้ดีว่าอะไรที่จะล่อลวงเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ...หลี่ชิงหมินไม่ได้คิดอะไรมาก เขาพยักหน้ารับคำเชิญนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยลืมไปว่าสถานที่ที่หวงซีเฉิงเชิญไปนั้น มันเป็น “กระโจมส่วนตัวของแม่ทัพ” หากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ต่อให้มีทหารเป็นพันเป็นหมื่นด้านนอก พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะบุกรุกเข้าพื้นที่ส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือเขาออกมา

                

    รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปากของซีเฉิง เขาเดินตามหลังของหลี่ชิงหมิน คอยสูดเอากลิ่นหอมติดกายของเจ้าเด็กตัวแสบผู้นี้ไปด้วย

                

    หากเป็นไปได้ เขาก็อยากให้หลี่ชิงหมินทิ้งร่องรอยของตนเองเอาไว้ทุกที่ในกระโจมของเขาเลย กลิ่นหอมอ่อนๆของเจ้าตัวทำให้เขาผ่อนคลายมาก หลายวันมานี้เขาเอาแต่คิดถึงกลิ่นหอมๆนี้จนแทบอยากจะเร่งรัดงานแต่งงานของพวกเขามาวันพรุ่งนี้เลย

                

    น่าเสียดายที่เขายังจัดการตระกูลหวงได้ไม่เสร็จสิ้นดี นอกจากนี้...เรือนหอของพวกเขาก็ยังต้องปรับปรุงอีกมาก จะปล่อยให้ชิงหมินมาเห็นสภาพที่น่ารังเกียจในจวนสกุลหวงได้อย่างไร

                

    เจ้าสิงโตน้อยไม่ได้ตามไปด้วย แม้ว่ามันจะคิดถึงเจ้านายของตนเองมาก ทว่าเวลานี้ยังเป็นเวลาที่มันควรจะได้รับรางวัลชิ้นใหญ่ หวงซีเฉิงสั่งให้คนนำอาหารที่มันชอบกินไปเตรียมเอาไว้ให้ในบ่อน้ำที่พักส่วนตัวของมันแล้ว ดังนั้นเจ้าสิงโตน้อยจึงรีบกระโดดออกไป ไม่งอแงที่จะตามเจ้านายของตนเองไปออีก

                

    ดังนั้นตอนนี้จึงมีเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่ในกระโจมขนาดกลาง ในฐานะแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรแล้ว หวงซีเฉิงไม่ใช่พวกรักสบายอะไร เขาไม่ได้เรียกร้องที่พักที่ยอดเยี่ยม หากไม่ใช่เพราะกระโจมของเขามักจะมีคนของกองทัพเข้าออกเพื่อรายงานสถานการณ์บ่อยๆ เขาคงจะใช้กระโจมที่พักเหมือนกับพวกหัวหน้านายกองทหาร ที่แม้จะมีกระโจมส่วนตัว แต่ก็ขนาดไม่ใหญ่โตอะไร

                

    ในกระโจมมีเพียงเตียงนอนและโต๊ะนั่งประชุมหรือทำงานของเขา ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร หวงซีเฉิงก็ใช้งานมันอยู่แค่นั้นเหมือนเดิม โชคดีที่ผู้มารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ต่อจากบิดาของเขาก่อนหน้านี้เป็นพวกที่ไม่ได้สนใจกองทัพอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงไม่ได้เข้ามาวุ่นวายอะไรกับกระโจมของท่านแม่ทัพ พวกเขาแทบจะไม่เคยได้มานอนค้างที่ค่ายทหารนี้เลยด้วยซ้ำ

     

    “นั่งเถอะ” หวงซีเฉิงบอกชายหนุ่ม หลี่ชิงหมินทำตามอย่างว่าง่าย เขามองไปยังที่พักที่เรียบง่ายนี้แล้วรู้สึกชื่นชมแม่ทัพปีศาจผู้นี้มากขึ้นอีกเล็กน้อย

     

    “ท่านบอกว่ามีขนมดีๆ...” หลี่ชิงหมินทักท้วง เขามองไม่เห็นเลยว่าที่กระโจมเล็กๆนี้จะมีขนมอะไรได้ อย่างไรก็ตาม หวงซีเฉิงไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง คนตัวโตแตะไปที่แหวนมิติของตนเอง 

                

    ตั้งแต่ที่รู้ว่าชิงหมินจะมาพบเขาวันนี้ เขาก็รีบออกไปตั้งแต่เช้าเพื่อหาซื้อขนมในเมืองมารอ โดยปกติแล้วในค่ายทหารของพวกเขา บุรุษส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบกินขนมหวานมากนัก ดังนั้นในห้องครัวจึงไม่ได้เตรียมทำเอาไว้ หวงซีเฉิงไม่คิดรบกวนผู้อื่น เขาเพียงกว้านซื้อขนมหวานที่พวกวิญญาณพูดถึงมาทั้งหมด ถ้าอย่างแรกชิงหมินไม่ชอบ เช่นนั้นเขาก็จะเอาชิ้นที่สองที่สามออกมาจนกว่าเจ้าตัวเล็กจะพอใจ

     

    “ขนมดอกจันหรือ?” หลี่ชิงหมินมองดูขนมรูปร่างดอกไม้ด้วยความสงสัย

                

    หวงซีเฉิง  ไม่สิ! แม้แต่ทหารในกองทัพนี้ก็ไม่เหมาะสมกับขนมหวานรูปร่างงดงามเช่นนี้ เขาใช้ทักษะตรวจสอบก็พบว่าขนมหวานนี้ไม่ได้ทำขึ้นในกองทัพแต่เป็นขนมหวานที่ซื้อมาจากร้านในเมืองหลวงต่างหาก

     

    “ถึงกับเตรียมขนมเอาไว้เช่นนี้ ข้าคงไม่ต้องพูดเรื่องที่ตนเองอยากจะรู้แล้วกระมัง”

     

    “อืม ข้าเตรียมเอกสารเอาไว้ให้เจ้าแล้ว....” หวงซีเฉิงรู้ว่าเจ้าคนตัวเล็กกำลังประชดประชันตนเอง แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธคำต่อว่าต่อขานนั้น เพียงยอมรับอย่างว่าง่าย และส่งเอกสาร 1 แผ่นให้แก่เขา

                

    ระหว่างนั้น คนตัวใหญ่ก็ให้ความสนใจกับการชงชาเพื่อชิงหมินแทน ราวกับว่าเรื่องที่อีกฝ่ายเดือดร้อนจนต้องมาหาเขานั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ แต่เรื่องใหญ่กว่าก็คือการที่จะได้ร่วมโต๊ะน้ำชาด้วยกันสองคน

                

    ถึงหลี่ชิงหมินจะหงุดหงิด แต่เขาก็รับเอาเอกสารแผ่นนั้นมาถือไว้ เนื้อหาเรียงลำดับอย่างละเอียด ปรากฏว่าองค์ชายสามเรียกตระกูลกุยเข้าพบก่อนวันที่อันลี่ถิงจะส่งจดหมายมา 2 วันเท่านั้น ถึงจะไม่รู้เนื้อหาที่องค์ชายสามและผู้นำตระกูลกุยพูดกัน แต่คำขอในครั้งแรกนี้มาจากผู้นำตระกูลกุยโดยตรง

                

    ต่อให้อันลี่ถิงไม่อยากเขียนจดหมาย นางก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ นอกจากนี้...ก่อนที่จดหมายจะถูกส่งออกมา ผู้นำตระกูลกุยก็ยังต้องอ่านให้ละเอียดอีกรอบด้วย อันลี่ถิงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยกับการที่ถูกบังคับเช่นนี้ นางไม่เข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร และไม่รู้ด้วยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับองค์ชายสาม

                

    จนกระทั่งเมื่อวันก่อน นางได้ยินสามีของตนเองเอ่ยถามบิดาว่าต้องทำเรื่องใจร้ายกับอันลี่ถิงเช่นนี้ด้วยหรือ? ผู้นำตระกูลกุยจึงสารภาพออกมาว่าตัวเขาก็ไม่อยากล่วงเกินว่าที่ฮูหยินของท่านแม่ทัพใหญ่เช่นกัน แต่นี่เป็นคำสั่งขององค์ชายสาม พวกเขาไม่ได้สนับสนุนฝ่ายใดเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้น...คำสั่งเชื้อพระวงศ์จะปฏิเสธได้อย่างไร

                

    คำสั่งนี้ไม่อาจจะทักท้วงได้ พระองค์เพียงบอกว่าจะเข้าร่วมสนับสนุนให้ตระกูลกุยได้รับสิทธิในการซื้อหอยหยกม่วง แต่เพื่อการนั้นจำเป็นต้องมีคุณชายหลี่เข้ามาร่วมเจรจาด้วย องค์ชายสามแสดงความเมตตาให้ขนาดนี้ ถ้าตระกูลกุยกล้าสงสัยหรือปฏิเสธ ไม่เท่ากับต้องการวางตนเองเป็นปรปักษ์กับเขาหรือ?

                

    อันลี่ถิงอ่านใจผู้คนออก นางรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีตั้งแต่แรก ทว่าเพิ่งจะรู้ความจริงอย่างละเอียดจึงเป็นห่วงพี่ชายต่างมารดาขึ้นมา ดังนั้นจึงได้แอบส่งคนของตนเองออกมาจากจวนและมอบจดหมายเตือนให้หลี่ชิงหมิน 

                

    ทั้งหมดมีเพียงเรื่องราวเท่านี้ ส่วนแผนการขององค์ชายสามเป็นอย่างไร พวกวิญญาณไม่อาจจะเข้าไปวุ่นวายได้ องค์ชายสามเป็นคนฉลาด เขารู้วิธีการป้องกันตนเองเป็นอย่างดี ดังนั้นหวงซีเฉิงจึงต้องใช้ความพยายามเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อส่งคนของเขาลอบเข้าจวนองค์ชายสามไป

                

    แต่สิ่งที่คนของเขาได้ความมากลับไม่ได้มีอะไรมากนัก ไม่รู้ว่านี่เป็นการแสดงลวงตาขององค์ชายสามหรือไม่ สุดท้ายแล้วผู้สืบข่าวของเขาก็ไม่ได้มีทักษะในการอ่านใจ ดังนั้นสิ่งที่รู้จึงมีแค่ เรื่องที่องค์ชายสามต้องการตรวจสอบหลี่ชิงหมินเพิ่มเติม และอาจจะใช้โอกาสนี้แสดงให้กลุ่มการค้าสกุลทงได้เห็นว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเท่านั้น

     

    องค์ชายสามเองก็ต้องการกลุ่มการค้าสกุลทงด้วย หากมีความร่วมมือเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา คงจะเสริมอำนาจให้กับฝ่ายตนอย่างมาก เขาได้เห็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างหัวเรือใหญ่แห่งสกุลทงและคุณชายหลี่แล้ว ดังนั้นจึงได้ถือโอกาสนี้เพื่อทำงานเพียงครั้งเดียว แต่ได้ประโยชน์อย่างครบถ้วน

     

    คนตัวเล็กขมวดคิ้ว องค์ชายสามตัวร้ายผู้นี้คิดจะยื่นมือเข้ามาวุ่นวายกับเขาแล้วหรือ? ก่อนหน้านี้ในเนื้อเรื่องเดิม องค์ชายสามก็ต้องการตัวของนางเอกซือซือเหมือนกัน ทั้งความชั่วร้ายของเขาก็อยู่ในระดับสูงมาก เขาเคยกล่าวเอาไว้ว่าถ้าเขาไม่ได้คนมาเป็นฝ่ายตนเอง เช่นนั้นก็จะไม่ปล่อยให้ซือซือสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น

     

    และใช่! องค์ชายสามผู้นี้ยังวางแผนที่จะสังหารซือซือทิ้งหลังจากรู้ว่านางสนับสนุนองค์รัชทายาทมากกว่าที่จะสนับสนุนตนเอง

     

    หลี่ชิงหมินผู้ไม่ต้องการเข้าไปแทนที่ตำแหน่งนางเอกของเรื่องก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ องค์ชายสามผู้นี้เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว เขากับสกุลทงสนิทสนมกันหรือ? คิดจะใช้เขาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อตระกูลทงหรือ? นั่นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดแล้ว

     

    คนหนึ่งชื่นชอบชาและกลายเป็นคนคลั่งชา คนผู้นี้กำลังจะมาเป็นสามีของเขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สตรีมากมายรีบมาสร้างปัญหาให้เขาทันทีราวกับกลัวว่าเขาจะได้รับความรักจากหวงซีเฉิงคนนี้ทั้งหมด ผู้คนทั้งกระหายในอำนาจและตัวของแม่ทัพใหญ่ หลี่ชิงหมินนึกอยากพูดออกมาหลายครั้งแล้วว่าความจริงเป็นเช่นไร

     

    ยังไม่ทันที่จะรับมือกับสตรีมากหน้าหลายตาจบ ตอนนี้องค์ชายสามก็เข้าใจเขาผิดอีก คนผู้นั้นกำลังต้องการสร้างกำไรจากถุงหอมของเขา ที่มาวนเวียนอยู่รอบๆก็แค่พวกพ่อค้าหน้าเลือดผู้หนึ่งเท่านั้น ถามว่าพวกเขาเคยช่วยเหลืออะไรกันนอกจากสร้างผลประโยชน์ต่อกันหรือไม่? คำตอบก็คือไม่มี!

     

    เช่นนั้น ต่อให้องค์ชายสามจะพยายามขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่จะหาผลประโยชน์จากการแสดงความสัมพันธ์เหล่านี้

     

    แน่นอนว่าชิงหมินสามารถไปตามประสงค์ได้ เขาเองก็ไม่ได้มีงานยุ่งยากอยู่แล้ว ทั้งยังได้เข้าไปเห็นเรื่องสนุกน่าสนใจด้วย เพียงแต่...เขาไม่ชอบที่จะถูกใช้งานเช่นนี้

     

    “ดื่มชาร้อนๆเถอะ อาจจะไม่ยอดเยี่ยมเท่าที่เจ้าชง แต่ข้าจะพยายามฝึกมันให้มากขึ้นในอนาคต” 

     

    “โอ้...” 

     

    หลี่ชิงหมินรับชามาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก ถึงหวงซีเฉิงจะบอกว่าตนเองต้องการเอาอกเอาใจชิงหมินในอนาคต และยังต้องการพยายามฝึกฝนทำชาเพื่อเขา แต่ชิงหมินกลับไม่คิดเช่นนั้น ในเมื่อเขายังเข้าใจได้ว่าหวงซีเฉิงเป็นพวกคลั่งชา เช่นนั้นเขาจะเข้าใจว่าซีเฉิงต้องการฝึกชงชาให้ตนเองดื่มไม่ได้หรือ?

     

    “เจ้าอยากไปช่วยตระกูลกุยหรือไม่?” เมื่อเห็นหลี่ชิงหมินกินขนมที่เขาซื้อมาอย่างพอใจ หวงซีเฉิงก็ชวนเขาพูดคุยอย่างเป็นงานเป็นการ

     

    “ถ้าข้าไม่ไป สกุลกุยก็อาจจะเดือดร้อน ดีไม่ดี...อาจจะทำให้อันลี่ถิงลำบากใจอีกก็ได้ แต่ข้าก็ไม่อยากไปเป็นเหยื่อของผู้อื่น” หลี่ชิงหมินถอนหายใจ ถ้าครั้งนี้เขาเดินตามเส้นทางที่องค์ชายสามวางไว้ ในอนาคตก็จะถูกเล่นงานเช่นนี้อีก

     

    “อืม งั้นก็ไปกับข้าสิ”

     

    “หือ? ไปกับท่าน”

     

    “ใช่ ข้าได้รับมอบหมายงานให้นำคนไปติดตั้งแท่งเตือนภัยสองจุด อาจจะใช้เวลา 4-5 วัน พร้อมกันนั้นยังต้องนำข้าวและอาหารไปแจกจ่ายด้วย ถ้าเจ้าไม่มีงานอะไรรออยู่...อย่างนั้นก็ออกจากเมืองหลวงไปเที่ยวเล่นกับข้า ดีกว่าหรือไม่?”

     

    “ใช้เวลา 4-5 วันหรือ? บิดามารดาของข้าน่าจะไม่พอใจถ้าข้าออกไปกับท่าน ช่วงนี้ทั้งสองควบคุมข้ามากเกินไป ทำราวกับว่าข้าเป็นบุตรีของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น” หลี่ชิงหมินบ่น 

     

    แม้ว่าข้อเสนอนี้จะค่อนข้างดี ถ้าลำพังตัวเขาตัดสินใจ เขาก็คิดว่ามันไม่ได้มีปัญหา เขายังใช้เวลาอยู่กับสิงโตน้อยระหว่างเดินทางได้ด้วย เชื่อเถอะว่าการเดินทางคงจะไม่ลำบากเหมือนตอนร่วมขบวนไปกับองค์รัชทายาท

                

    ขนเจ้าสิงโตน้อยนุ่มนิ่ม เขายังนอนหลับหรืออ่านตำราอยู่บนหลังของมันได้ด้วยซ้ำ เหลือแค่เอาโต๊ะชงชาขึ้นไปกินเท่านั้น

     

    “ขอแค่เจ้าตกลงเท่านั้น” หวงซีเฉิงส่ายหน้า ปัญหาพวกนี้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย ตอนนี้เขากำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อให้ทางราชการอนุมัติ หากระบุตัวคนเข้าร่วมขบวนแล้ว ต่อให้เป็นผู้นำตระกูลหลี่ก็ปฏิเสธไม่ได้

                

    อีกอย่าง ขบวนนี้ไม่ได้มีแค่เขากับชิงหมินเท่านั้น ยังมีผู้คนที่ต้องเข้าร่วม และคนของทางการอีกจำนวนหนึ่งด้วย ไม่ถือว่าเป็นการทำให้ชื่อเสียงของคนเสียหายแต่อย่างใด

     

    “ว่าอย่างไร เจ้าอยากจะไปกับข้าหรือไม่” หวงซีเฉิงถามย้ำอีกครั้ง

     

    ใจเขาอยากจะให้ชิงหมินตกลงไปด้วยกันจะแย่ สถานที่ที่เขาอยากพาชิงหมินไปด้วยนั้นเป็นสถานที่ที่เขาเคยเดินทางไปแล้วสองสามครั้ง จำได้ว่าระหว่างทางที่เดินทางไป มีจุดแวะพักที่งดงามอยู่ สิ่งนี้เองที่ทำให้ซีเฉิงอยากจะพาคนตัวเล็กไปด้วยกัน

                

    อีกอย่าง เขาก็ไม่ไว้ใจองค์ชายสามด้วย ปล่อยให้คนของเขาอยู่ใกล้เสือร้าย กลัวว่าเสือตัวนั้นจะรีบกลืนคนของเขาเปลี่ยนให้เป็นของตนเองไปเสียก่อนน่ะสิ

                

    องค์ชายสามผู้นี้ฉลาดมากกว่าองค์รัชทายาทในเรื่องแผนการเล่นเล่ห์กลมากมาย เพราะเขาเป็นเช่นนี้...หวงซีเฉิงจึงมีอคติต่อเขามากกว่าองค์ชายคนอื่นๆ

     

    “หากท่านสามารถทำให้บิดามารดาของข้าไม่บ่นได้ล่ะก็...ข้าก็อยากจะออกจากเมืองหลวงที่น่าเบื่อนี้เหมือนกัน” ถ้าเป็นไปได้ ชิงหมินอยากกลับไปอยู่เมืองเดิมของสกุลหลี่เสียด้วยซ้ำ เมืองหลวงนั้นวุ่นวายและมีปัญหามากเกินไป ทำเอาเขาอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้เลย

                

    คนนั้นจ้องเล่นงานคนนี้ คนนี้จ้องหาผลประโยชน์จากคนนั้น น่ารำคาญใจเสียจริง

     

    “ดี” 

     

    หวงซีเฉิงลูบหัวคนตัวเล็กอย่างเบามือ หลี่ชิงหมินไม่ได้ปฏิเสธ อันที่จริงต้องบอกว่าเขาเริ่มชินชากับการสัมผัสใกล้ชิดกันเช่นนี้โดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้ว หากย้อนกลับไปในครั้งแรกๆ ทุกครั้งที่คนตัวโตพยายามจะเข้าใกล้ หลี่ชิงหมินต้องถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเสมอ

                

    ดูเหมือนว่าแผนการค่อยเป็นค่อยไปนั้นทำให้กระต่ายตัวนี้เชื่องได้แล้วจริงๆ

     

    ……………………………………….

    คล้ายกับเรื่องหลี่ชิงหมิน : โปรดคืนบทพระรองให้ข้า ที่คุณอ่าน