“คัต”
เสียงใครคนหนึ่งสั่งให้หยุดการถ่ายทำ ทุกคนหยุดตามคำสั่งของเขา
“ขอโทษค่ะผู้กำกับพวกเขาเล่นไม่ดีหรอคะ”
“เปล่าไม่ใช่อย่างนั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อน”
“แต่ผู้กำกับเรายังถ่ายได้ไม่ถึงไหนเลย”
“แต่ถ้านักแสดงไม่สบายผมคงจะให้ถ่ายต่อไม่ได้หรอกนะ”
“แต่พวกเรายังไหวนะคะคุณเฟยหลง"
“ถึงคุณไหว แต่ผมไม่โอเคด้วยหรอกนะ ถ้าการที่คุณไม่สบายแล้วไม่รู้จักพักผ่อน เวลาถ่ายทำถ้าหากคุณเป็หนักขึ้นมาจนไม่สามารถถ่ายได้ การถ่ายมันจะไม่ยืดเยื้อไปกว่านี้หรอ วันนี้เอาแค่นี้แหละไปพักผ่อนกันเถอะ อีก 2-3 วัน ค่อยมาถ่ายทำกันใหม่” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาลุกขึ้นจากโต๊ะผู้กำกับแล้วเดินออกไปทันที
“พี่เฟยหลง จะดีหรอคะ เรายังถ่ายไปไม่ถึงไหนเลย"
“จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ก็ในเมื่อนักแสดงร่างกายไม่พร้อม แล้วจะให้ถ่ายต่อได้ยังไงกัน”
“นักแสดงคนนั้นก็ไม่ได้เป็อะไรนะคะ”
“ผมรู้ว่าเขาไม่ได้เจ็บป่วยอะไร แต่ถ้ามีอาการเมาค้างแล้วมาทำงานมันก็ไม่ดีสำหรับงานของเรานะ”
“แล้วพี่จะปล่อยไปอย่างนี้หรอคะ”
“ไม่หรอกถ้าหาก 2-3 วันนี้ เขายังไม่เลิกทำตัวแบบนี้อีก ผมจะเปลี่ยนตัวนักแสดง” ผู้กำกับหนุ่มพูดกับผู้ช่วยของเขาและแสดงสีหน้าเอือมระอากับนักแสดงคนนั้น
ชายหนุ่มเดินออกจากสตูดิโอ ในขณะที่กำลังเดิน เขาคิดอยู่ว่าจะหานักแสดงคนใดมาเปลี่ยน หญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านชายหนุ่มไป ชายหนุ่มเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีใครคนหนึ่งเดินสวนกับเขา เขาจึงหยุดยืนแล้วหันหลังกลับไปมองเธอคนนั้น ผมสีดำยาวสลวย รูปร่างผอมเพรียว ตัวเล็กท่าทางทะมัดทะแมง หน้าตางดงาม ชายหนุ่มเผลอเรียกหญิงสาวให้หยุด
“ขอโทษครับคุณ” ชายหนุ่มหยุดเรียกหญิงสาวพร้อมกับยื่นมือไปเพื่อจะให้เธอหยุดเดิิน หญิงสาวหันหน้ากลับมาทางชายหนุ่มตามเสียงเรียก
“คะ คุณเรียกฉันหรอคะ?" หญิงสาวขานรับ ชายหนุ่มที่เรียกเธอเมื่อสักครู่ เขาตะลึงกับใบหน้าของหญิงสาวที่หันมามองทางเขา เขารู้สึกเหมือนเคยพบหญิงสาวที่ไหน ความคุ้นเคยครั้งแรกหลังจากที่สบตา เขารู้สึกว่าคุ้นหน้าคุ้นตาของเธอมาก ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะบรรยายให้ใครฟังได้ ดวงตาของหญิงสาวช่างกลมโตเหลือเกิน ปากได้รูปเป็กระจับเล็กๆ ซึ่งเหมาะกับคาแรคเตอร์สาวจีนโบราณ ชายหนุ่มอยากเห็นหญิงสาวใส่ชุดจีนสักครั้งมันคงเหมาะกับเธอน่าดู ถ้าเป็ไปได้ เขาอยากให้หญิงสาวมาแสดงละครที่เขากำกับอยู่ในตอนนี้
“ขอโทษค่ะ เมื่อกี้คุณได้เรียกฉันหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวถามชายหนุ่มที่กำลังยืนมองเธออยู่
“อ้อ..ครับพอดีผมอยากขอถามอะไรคุณหน่อย” ชายหนุ่มได้สติหลังจากได้ยินเสียงของหญิงสาวเรียกเขา
“ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณจะถามอะไรฉันเหรอคะ?”
“ผมอยากทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ?”
“อ๋อฉันชื่อ…”
“นี่เดี๋ยว คุณสวี่ คุณจะไม่ถ่ายละครเื่นี้จริงๆหรอครับ?” ผู้จัดการส่วนตัวของเธอถาม
“ไม่มีทาง คนที่ไม่เข้าใจถึงอารมณ์ของตัวละคร ฉันร่วมงานด้วยไม่ได้หรอกค่ะพี่” เธอพูดกับผู้จัดการของเธอพร้อมกับหันมามองหน้าของชายหนุ่มที่เรียกเธอไว้เมื่อสักครู่
“ขอโทษนะคะ ฉันขอตัวก่อนแล้วกันค่ะ พอดีฉันมีธุระ” หญิงสาวพูดกับเฟยหลงที่ยืนรอคำตอบเธออยู่ หลังจากพูดจบหญิงสาวก็เดินไปทันที ทำเอาชายหนุ่มที่ยืนรอคำตอบนั้นรู้สึกเสียดาย แต่ชายหนุ่มได้ยืนคิดอะไรบางอย่าง ทำไมความรู้สึกของเขานั้นเหมือนเคยเจอกับหญิงสาวมาก่อน ไม่ใช่ความรู้สึกที่เจอในการทำงาน แต่เป็ความรู้สึกเหมือนเคยเจอมานานแสนนานแล้ว ความรู้สึกผูกพันธ์กับหญิงสาวมันคืออะไร ชายหนุ่มไม่เข้าใจตัวเอง แต่ก็ไม่ได้คิดจะตัดใจทีเดียวในเื่หญิงสาว
“พี่ เป็อะไร?” ผู้ช่วยของเขาถาม
“เธอรู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือป่าว?” ชายหนุ่มชี้ไปที่หญิงสาวให้ผู้ช่วยดู
“รู้จักค่ะ”
“เธอเป็ใคร?”
“อ้าว นี่พี่อย่าบอกนะว่าพี่ไม่รู้จัก คุณสวี่จางลี่น่ะ”
“สวี่จางลี่?” ชายหนุ่มทวนชื่อของหญิงสาว
“ใช่พี่อย่าไปยุ่งกับเธอดีกว่านะ”
“ทำไมล่ะ?”
“ก็สวี่จางลี่นะ ไม่เหมือนใคร เธอไม่ใช่พวกที่ยอมอ่อนข้อให้กับคนอื่น ต่อให้ใหญ่แค่ไหน เธอก็ไม่เคยเกรงกลัวแม้แต่น้อย แต่เวลาแสดงนะ ดูเป็คนละคนเลยหล่ะะ เรียกว่า เธอกลายเป็ตัวละครตัวนั้นเลยก็ว่าได้”
“อัจฉริยะหรอ??”
“ป่าวหรอกพี่ เธอเป็คนที่ตั้งใจมากน่ะ ตัวละครบางตัวที่อยู่ในบท เวลาคนอื่นแสดงมักจะไม่ค่อยเข้าถึงอารมณ์สักเท่าไหร่ แต่สวี่จางลี่ อ่านบทแล้วก็จะเปลี่ยนอารมณ์ของตัวละครเองทันที ทำให้มีปัญหากับผู้กำกับคนอื่นบ่อยๆ”
“งั้นก็เป็ตัวปัญหางั้นเหรอ ถึงว่าฉันถึงไม่รู้จัก”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกพี่ การที่เธอทำแบบนั้น มันอาจจะทำให้ผู้กำกับบางคนไม่ชอบเธอ ที่เธอมีความคิดของตัวเอง แต่ก็นะ บทที่เธอเปลี่ยนทุกบทน่ะ กระแสการตอบรับของคนดูพุ่งสูงมาก ทำให้ได้ยอดดีจนเกินคาดเลยหล่ะ”
“ก็น่าสนใจดีนี่”
“ฉันว่าพี่อย่าไปยุ่งกับเธอเลยดีกว่านะ”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เดี่ยวพี่จะทะเลาะกับเธอนะสิ เพราะเธอเป็คนที่ดื้อเลยทีเดียว ไม่ใช่หยิ่งอะไรนะ อะไรที่คนอย่าง สวี่จางลี่ คิดว่าไม่ใช่หรือไม่ถูกต้อง เธอก็จะไม่ยอมเป็อันขาด” เฟยหลงฟังผู้ช่วยของเขาพูดจบ แต่สายตาของเขาก็ยังคงมองไปที่สวี่จางลี่เช่นเดิมที่กำลังค่อย ๆ เดินจากไป
“พี่คะ ผู้ชายที่เข้ามาทักฉันเมื่อครู่คือใครคะ?” จางลี่ถามผู้จัดการส่วนตัวของเธอ
“อ๋อ… ผู้ชายคนเมื่อกี้ คือ หวังเฟยหลง ผู้กำกับหนุ่มที่ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม 3 ปี ซ้อนไงล่ะ” หญิงสาวรีบหันกลับไปมองเฟยหลงทันที และเห็นชายหนุ่มกำลังมองมาที่เธอ เฟยหลงที่กำลังยืนมองหญิงสาวอยู่นั้น เขาใกับปฏิกิริยาของเธอเมื่อมองมาที่เขา ดวงตาของหญิงสาวที่มีความอ่อนโยนและอนอุ่น ผิดกับคนเมื่อสักครู่ที่มีท่าทีเ็าตอนพูดเื่งาน ทางด้านหญิงสาวรู้สึกใที่คนที่เธอแอบปลื้มมาตลอด จะอยู่ตรงหน้าเธอ หญิงสาวดีใจจนบอกไม่ถูก เธอแสดงออกมาให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอชอบเขา จู่ๆ หวังเฟยหลง ก็เดินเข้ามาหาหญิงสาว ทำให้หญิงสาวใที่อยู่ๆ เขาก็เดินเข้ามา หรือเขาจะรู้่ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวมากขึ้นทุกที จางลี่เห็นท่าไม่ดี เธอกำลังจะเดินหนีจากเขาไป แต่แล้วชายหนุ่มที่เดินเข้ามาจนถึงตัวของหญิงสาวนั้น เฟยหลงก็ได้คว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ เหมือนมีกระแสไฟไหลเข้ามาที่ร่างกายของคนทั้งสองคน ดวงตาของหญิงสาวเมื่อมองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มเธอกลับเห็นอะไรบางอย่างสะท้อนอยู่ในแววตา ภาพของเด็กชายคนหนึ่งกำลังถูกคนร้ายลักพาตัว ในขณะนั้นก็มีเด็กสาวเข้ามาช่วยไว้ เสียงเรียกของเฟยหลงที่เรียกชื่อสวี่จางลี่ทำให้ภาพเ่าั้ได้หายไป หญิงสาวกระพริบตา 2-3 ครั้งแล้วส่ายหน้าไปมา ภาพเมื่อสักครู่หายไปแล้ว เธอมองดูที่มือของเธอที่ถูกชายหนุ่มจับเอาไว้ หญิงสาวมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย แต่ก็แอบเก็บอาการไม่แสดงออก
“รบกวนช่วยปล่อยมือด้วยค่ะ” หญิงสาวกล่าวขึ้นพร้อมกับมองหน้้าชายหนุ่ม ทำให้ชายหนุ่มถึงกับชะงัก เพราะเขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาเผลอไปจับข้อมือของเธอเพื่อรั้งเธอเอาไว้ั้แ่เมื่อไหร่่
“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มกล่าวขอโทษหญิงสาว แต่เขาก็แอบสังเกตุว่าหญิงสาวมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย
“ไม่ทราบว่า คุณมีธุระอะไรกับคุณสวี่หรอครับ?” ผู้จัดการส่วนตัวถามเฟยหลง
“คือว่า สนใจมาถ่ายละครกับผมไหมครับ?”