เมื่อซูอี้หว่านกล่าวบทกวีออกมาโดยพลันผู้คนรอบข้างก็อดมิได้ที่จะหันมามองด้วยความสนใจใคร่รู้
ซูอี้หว่านมิได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยกลับอธิบายต่ออย่างใจเย็น
"ปี้ไห่ชิงเทียน หรือที่เรียกกันว่า 'โศกาอาดูร'หาใช่สมุนไพรที่ดีไม่ แต่กลับแฝงพิษร้ายทว่าด้วยเงื่อนไขการปลูกที่แสนเข้มงวด นานครั้งจึงจะถูกนำมาใช้รักษาโรคบางชนิดนับเป็นของหายากยิ่ง"
"สิ่งที่ร้ายกาจที่สุดของสมุนไพรชนิดนี้คือเมื่อตากแห้งแล้วแทบจะแยกไม่ออกว่าต่างจากชะเอมเทศอย่างไร"
"ทว่าโดยปกติ สมุนไพรชนิดนี้มิได้วางขายทั่วไปเนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้ต้องได้รับการปลูกและดูแลอย่างพิถีพิถันมิใช่ร้านขายยาหรือสถานพยาบาลทั่วไปที่จะสามารถจำหน่ายได้"
ซูอี้หว่านคิดว่าสมุนไพรชนิดนี้ควรต้องได้รับการอนุญาตจากทางการเสียก่อนจึงจะสามารถเพาะปลูกได้ มิเช่นนั้นหากไหลเข้าสู่ท้องตลาดก็จะเป็นดั่งยาพิษที่จะคร่าชีวิตผู้คนมากมาย
แต่นางก็มิได้กระจ่างแจ้งในกฎหมายของแคว้นเยว่มากนักจึงมิกล้าตัดสินใจโดยพลการ กลับหันไปมองท่านหมอเฉียนที่อยู่ด้านข้าง
ท่านหมอเฉียนก็ทราบดีว่าเรื่องเช่นนี้มิใช่สิ่งที่เด็กสาวอย่างซูอี้หว่านจะสามารถรู้ได้เขาพยักหน้าแล้วรับช่วงต่อ
"ปี้ไห่ชิงเทียนเป็นสมุนไพรที่ขาดมิได้ในการรักษาบางอาการป่วยพิเศษดังนั้นราชสำนักจึงให้กรมเสินหนง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักหมอหลวงรับผิดชอบในการเพาะปลูกมาโดยตลอด กรมเสินหนงมีสาขาอยู่ทั่วแคว้นเยว่ทำหน้าที่เพาะปลูกสมุนไพรที่ราชวงศ์ต้องการโดยเฉพาะ"
เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้ซูอี้หว่านก็พอจะคาดเดาได้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่สามารถหาสมุนไพรปี้ไห่ชิงเทียนมาได้มากมายเช่นนี้อาจมีความสัมพันธ์กับกรมเสินหนง
แต่กระนั้นก็ทำให้นางเกิดความสับสนขึ้นมาเหตุใดฝ่ายตรงข้ามจึงต้องใช้อำนาจเช่นนี้มาจัดการกับฉินหยวนหยวนสตรีอ่อนแอคนหนึ่ง?
เพียงเพื่อจะทำลายเจ้าเมืองฉิน?
หากเป็นเช่นนั้นความสำคัญของเจ้าเมืองฉินก็คงจะมากกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียแล้ว
"เช่นนั้น สมุนไพรชนิดนี้ที่หาได้ยากเหตุใดร้านขายยาเหอเสียงจึงมีมากมายถึงเพียงนี้?"
บรรดาเถ้าแก่ร้านขายยาที่ไม่สามารถจำแนกสมุนไพรชนิดนี้ได้เมื่อได้ยินก็อดมิได้ที่จะเกิดความสงสัยในใจ จนเกิดการคาดเดาขึ้นมา
ตามความหมายของท่านหมอเฉียนสมุนไพรชนิดนี้มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะมาจากกรมเสินหนงและการที่ร้านขายยาเหอเสียงสามารถครอบครองสมุนไพรชนิดนี้ได้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับกรมเสินหนง!
มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดร้านขายยาเหอเสียงจึงสามารถใช้สมุนไพรที่ดีมากมายได้มาโดยตลอดที่แท้ก็มีเบื้องหลังเช่นนี้นี่เอง!
แต่กรมเสินหนงมิใช่หน่วยงานที่จัดหาสมุนไพรให้กับราชวงศ์โดยเฉพาะหรอกหรือเหตุใดจึงมีสมุนไพรหลุดรอดออกมาได้?
ผู้คนเหล่านี้ต่างเชื่อมโยงถึงจุดนี้ในเวลาอันรวดเร็วในทันทีก็มีคนคิดถึงเรื่องนี้แล้วเอ่ยปากถามว่า "ท่านหมอเฉียน สมุนไพรของกรมเสินหนงสามารถจำหน่ายให้ภายนอกได้ด้วยหรือ?"
"เรื่องนี้มิใช่ปัญหาใหญ่อันใดถึงแม้ว่าสมุนไพรของกรมเสินหนงจะจัดหาไว้ให้ราชวงศ์ใช้โดยเฉพาะแต่เนื่องจากขุนนางผู้สูงศักดิ์สามารถใช้สมุนไพรได้ในจำนวนที่จำกัดในแต่ละปีดังนั้นหากมีเหลือ ปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่ดี การจำหน่ายให้ภายนอกก็มีอยู่บ้าง"
เว้นเสียแต่จะเป็นสมุนไพรหายากอย่างโสมพันปีหรือบัวหิมะเทียนซานสมุนไพรทั่วไปส่วนมากไม่ได้ยิ่งเก็บไว้นานแล้วยิ่งดีเสมอไป
ทว่าในทางกลับกันฤทธิ์ยาของสมุนไพรแต่ละชนิดจะแสดงอานุภาพสูงสุดได้นั้นย่อมขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสมตามคุณสมบัติของตัวยาเอง
ในเมื่อเหล่าขุนนางไม่สามารถใช้สมุนไพรได้มากขนาดนั้นการกองเก็บไว้ในคลังมิเพียงแต่จะเปลืองพื้นที่เท่านั้นแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะสูญเปล่าด้วย
กรมเสินหนงจะจำหน่ายสมุนไพรที่ด้อยคุณภาพลงไปในปีถัดไปเงินที่ได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำวันของกรมเสินหนงอีกส่วนหนึ่งก็จะนำส่งคืนเข้าคลังหลวง
ดังนั้นการที่กรมเสินหนงจำหน่ายสมุนไพรจึงมิใช่เรื่องผิดกลับกล่าวได้ว่าเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติ
ทว่าสมุนไพรบางชนิดมิได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยเด็ดขาดเช่นเดียวกับปี้ไห่ชิงเทียนในครั้งนี้
ถึงแม้ว่าบางครั้งหมอจะใช้ประโยชน์จากความเป็นพิษเฉพาะตัวของสมุนไพรในการรักษาโรคที่รักษายากบางชนิดแต่กระนั้น ยาพิษต้องมิอาจแพร่หลายในตลาด เพื่อป้องกันมิให้เกิดอันตราย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปี้ไห่ชิงเทียนที่เมื่อตากแห้งแล้วจะคล้ายกับชะเอมเทศมากหากรั่วไหลสู่ท้องตลาดก็จะก่อให้เกิดความวุ่นวายนี่คือเรื่องใหญ่ที่จะสั่นคลอนจิตใจของประชาชนแคว้นเยว่ ทำให้ผู้คนหวาดผวา!
อันที่จริงก่อนหน้านี้ราชวงศ์ก็เคยคิดที่จะกำจัดทำลายสมุนไพรชนิดนี้ไปเสียให้สิ้นซากแต่ราชวงศ์ก็ยังต้องการสมุนไพรชนิดนี้ในการรักษาโรคอยู่ดี จึงได้ระงับไว้
ท่านหมอเฉียนนึกถึงเรื่องลับของราชวงศ์เรื่องนี้แววตาจึงวูบไหวเล็กน้อย
"กล่าวโดยสรุปถึงแม้ว่าการที่กรมเสินหนงจำหน่ายสมุนไพรให้ภายนอกจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรแต่หากปี้ไห่ชิงเทียนเป็นสิ่งที่กรมเสินหนงขายให้ร้านยาเหอเสียงจริงเรื่องนี้ย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!!"
"ท่านทั้งหลาย โปรดรักษาความลับ อย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาด"
"ขอรับ!"
เมื่อทุกคนได้ยินท่านหมอเฉียนกล่าวเช่นนั้นต่างก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะปิดปากมิเอ่ยถึง
พวกเขาหาใช่คนโง่เขลาทราบถึงความหนักเบาของเรื่องนี้ว่าเกี่ยวพันกับกรมเสินหนง เกี่ยวพันกับราชวงศ์หากแพร่กระจายออกไป แล้วถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ในตอนนั้นอาจก่อให้เกิดภัยแก่ตนเองได้
ในช่วงเวลาที่บ้านเมืองระส่ำระสายเช่นนี้พวกเขาก็เพียงต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มิได้ต้องการที่จะก่อเรื่อง
"ข้าไม่สนเรื่องเหล่านั้นข้าเพียงอยากจะรู้ว่าเหตุใดสมุนไพรของพี่สาวถึงได้ปนเปื้อนสิ่งนี้!"
ในทันใดนั้นฉินเจ๋อซวนก็เอ่ยขัดจังหวะการสนทนาของผู้คนเขาต้องการที่จะจับตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษอย่างหนัก เพื่อระบายความแค้นให้พี่สาว
หากไม่ใช่เพราะตัวการสำคัญนี้โรคของพี่สาวก็คงจะไม่ยืดเยื้อมานานถึงเพียงนี้กระทั่งอยู่ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย!
ในความคิดของฉินเจ๋อซวนผู้นี้มีเจตนาร้ายแอบซ่อนอยู่ ต้องการปลิดชีวิตพี่สาวอย่างเห็นได้ชัดในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจะไม่มีวันปล่อยไว้ จะต้องจับตัวมาลงโทษให้สาสม!
เมื่อซูอี้หว่านได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยเมื่อคาดเดาถึงเจตนาของฝ่ายตรงข้ามนางก็ต้องการที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วเช่นกัน
"ชะเอมเทศเป็นยาสมุนไพรที่ใช้กันทั่วไป สามารถบรรเทาความเป็นพิษของยาอื่นปรับสมดุลของรสชาติ ดังนั้นโดยปกติแล้วหมอมักจะใช้ในการสั่งยาชะเอมเทศมีฤทธิ์เป็นกลาง รสหวาน มีสรรพคุณในการบำรุงม้าม บำรุงปอด ขับพิษปรับสมดุล แต่ปี้ไห่ชิงเทียนในพระราชวังนั้น แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง"
"กล่าวในทางกลับกัน หากเป็นการผสมปนเปื้อนโดยไม่ได้ตั้งใจก็ยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักการกินเข้าไปสองสามครั้งก็คงไม่เป็นไร พิษนั้นเบาบางจนไม่ถึงแก่ชีวิตแต่การที่ทุกครั้งที่มีการปรุงยา ก็มีสิ่งนี้ผสมปนเปื้อนเข้าไปด้วย นั่นคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว!"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ซูอี้หว่านก็หยุดลง ช้อนสายตาขึ้นมองไปยังเจ้าเมืองฉิน
"ท่านเจ้าเมือง ก่อนหน้านี้ข้าเคยตรวจคนไข้คนหนึ่ง นางก็มีแซ่ฉินนางป่วยเพราะหลังจากเป็นหวัดแล้วใช้ยาผิด ทำให้มีอาการหนักขึ้นต่อมาเมื่อไปรักษาที่อื่นอาการกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด"
"นี่... อาการป่วยของเด็กสาวคนนั้น จะเกี่ยวข้องกับโรคของบุตรีข้าหรือไม่?"
เจ้าเมืองฉินคือขุนนางผู้ใหญ่ผู้หนึ่งมีความคิดที่ถี่ถ้วน เมื่อได้ยินซูอี้หว่านกล่าวเช่นนั้นก็เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งสองเข้าด้วยกันในทันที
มิอาจโทษว่าเขาคิดมากเกินไปแต่หลังจากที่แน่ใจว่าตัวยาอาจมีคนจงใจกระทำ เขาก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้นแล้วพลันเกิดความคิดที่ไม่ดีขึ้นมา
"ใช่แล้ว!"
ซูอี้หว่านตอบอย่างหนักแน่นและเด็ดขาดคำพูดของนางทำให้เจ้าเมืองฉินสีหน้าซีดเผือด เกือบจะหายใจไม่ออก