ทางด้านตำหนักเทพเจ้าสวรรค์แน่นอนพวกเขาย่อมเห็นปรากฏการณ์นั้นอย่างชัดเจน และแน่นอนพวกเขาเองก็ไม่รอช้าแต่อย่างใดและรีบส่งเหล่าผู้อาวุโสระดับเทพนิรันทร์ตรงมาที่ตระกูลวิหคเพลิงที่เป็นต้นตอของเรื่องในทันที
ด้วยปรากฏการณ์นี้พวกเขาไม่อาจที่จะนิ่งเฉยได้ ในใจของพวกคิดอยู่เพียงสองอย่างเท่านั้นหนึ่งคือกำเนิดอัจฉริยะฟ้าประทานและสองคือการกำเนิดของสมบัติสวรรค์ที่หายาก ดังนั้นจึงไม่อาจนิ่งนอนใจได้
ตัดกลับมาที่เฟิงหยาลี่ในเวลานี้นางเริ่มตื่นกลัวขึ้นมา หากเป็นอย่างที่มารดาเล่าไม่ใช่ว่านางจะตกเป็นเป้าหมายของตำหนักเทพเจ้าสวรรค์หรอกหรือ ถ้าหากเป็นเช่นนี้จริงเกรงว่าแม้แต่บิดาของนางเองก็ยังไม่สามารถจะปกป้องนางได้
ในขณะที่นางกำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียดจากสิ่งที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว เกล็ดสีรุ้งที่นางพกติดตัวเอาไว้ก็พลันลอยขึ้นมาพร้อมกับเปร่งแสงเปร่งแสงไม่ขาดสาย หญิงงามที่เห็นดวงตาพลันสั่นไหว ผิดกับครอบครัวของนางในตอนนี้ที่เหมือนว่ากำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นไปเสียหมด
"เกิดอะไรขึ้น!!"เฟิงหยางเซียนและเฟิงหยินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เกล็ดสีรุ้งนี่คืออะไรกันแน่เหตุใดจึงได้ทอแสงประกายเจิดจ้าถึงเพียงนี้
"มาแล้ว"เฟิงหยาลี่กล่าวอย่างตื้นตันใจ และพุ่งตัวออกมาจากคฤหาสน์ในทันที ภาพที่นางเห็นในเวลานี้คือเหล่าวิหคเพลิงไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสหรือสมาชิกในตระกูลกำลังเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้มอย่างเหม่อลอย ทำให้นางเองต้องเงยมองไปด้านบนเช่นกันสายตาของหญิงงามพลันประสบเข้าเกล็ดสีรุ้งขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนที่อยู่บนฟากฟ้าทำให้จิตใจของหญิงงามพลันสั่นสะท้านเต้นไม่เป็นจังหวะ เกล็ดเช่นนี้ ทั้งยังมีห้ากรงเล็บ คงไม่สามารถเป็นคนอื่นไปได้อย่างแน่นอน ใช่! นี่คือสามีของนางจริงๆ
เฟิงหยาลี่โผล่บินขึ้นไปในทันที ภาพนี้ทำให้เหล่าวิหคเพลิงทั้งหลายพลันตื่นตระหนกอย่างช่วยไม่ได้ นั่นเทพมังกรเชียวนะคุณหนูเล็กกำลังจะทำอะไรกัน ถ้าหากไปยั่วยุมันเข้าเกรงว่าทุกขุมกำลังในจักรวาลจะต้องพากันโจมตีตระกูลวิหคเพลิงอย่างแน่นอนเนื่องด้วยสนธิสัญญาที่พระเจ้าทำเอาไว้ว่าห้ามโจมตีเทพมังกรเป็นเด็ดขาด หากขัดขืนดับทำลายขุมกำลังสถานเดียว แล้วจะไม่ให้พวกเขาหวาดกลัวได้อย่างไร
ในเวลานี้ขุมกำลังวิหคเพลิงต่างพากันหนักอึ้งไปทั้งใจ แม้เทพมังกรตนที่พวกเขาเห็นจะไม่ได้ดูใหญ่โตและยิ่งใหญ่อะไรเมื่อเทียบกับตัวที่เห็นเมื่อหลายสิบล้านปีที่แล้วแต่ทว่าถึงอย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นเทพมังกร เป็นตัวตนที่ไม่อาจจะเข้าไปยั่วยุได้
ในขณะที่เฟิงหยาลี่พุ่งไปหาเทพมังกร เฟิงหยางเซียน เฟิงหยิน และเฟิงเยว่ฉานที่ออกมาเห็นสายตาของพวกเขาก็ไม่ได้ต่างจากเหล่าผู้อาวุโสและคนอื่นๆเท่าไรนัก ใบหน้าของพวกเขาเหม่อลอยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ทว่าภาพต่อจากนี้ที่พวกเขาจะได้เห็นมันก็ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นโครมคามอย่างไม่เป็นจังหวะ
เทพมังกรขนาดมหึมาเมื่อเหลือบสายตาเห็นหญิงงามที่กำลังบินมาทางตนก็เปล่งแสงสีรุ้งออกมาในทันทีก่อนที่ตัวตนขนาดมหึมาจะหายไปเหลือไว้เพียงชายหนุ่มผมสีฟ้าครามที่บัดนี้ลอยอยู่กลางท้องฟ้าพร้อมกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เต้มไปด้วยความยินดี คนๆนั้นหาใช่ใครอื่นนอกจากเฟยหรง
"หยาลี่ ข้ามาหาแล้ว"น้ำเสียงของดูอ่อนโยนดังกังวาลไปทั่วทั้งสารทิศ เฟิงหยาลี่ที่มาถึงกระโจนเข้าไปกอดชายหนุ่มเอาไว้ทันทีพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากออกมา ภาพนี้ทำให้ผู้นำตระกูลรวมไปถึงผู้อาวุโสต่างก็พลันพรึงในทันทีในจะคิดกันว่า สามีที่เฟิงหยาลี่เฝ้ามองมาโดยตลอดจะคือเทพมังกรตนนี้งั้นหรือ
"ฮือ ฮือ สามี!!"หญิงงามในอ้อมกอดของชายหนุ่มพลันร้องไห้โฮออกมาด้วยความตื้นตันใจ แต่ทว่ายังไม่ทันที่สองสามีภรรยาจะได้หวนคำนึงถึงกัน บนท้องฟ้าของขุมกำลังวิหคเพลิงนั้นบัดนี้มีเหล่าผู้คนที่สวมชุดสีอำพันมากมายปรากฏขึ้นมารายล้อมขุมกำลังวิหคเพลิงเอาไว้จนทำให้เฟยหรงถึงกับต้องคิ้วขมวด
"ตำหนักเทพเจ้าสวรรค์มาล้อมขุมกำลังข้ามีเป้าหมายอันใด"ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นมาน้ำเสียงที่ทรงพลังของเฟิงหยางเซียนพลันดังกังวาลขึ้นทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีตบะระดับเทพนิรันทร์ขั้นต้นซึ่งมากที่สุดในที่คนกลุ่มนี้ถึงกับต้องลอยออกมา ชายคนนี้มีนามว่าหยางฮ่าว
"ขออภัยที่เสียมารยาท ท่านเจ้าตำหนักให้ข้าน้อยมาเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของปรากฏการณ์ที่มีต้นตอเกิดขึ้น ณ ที่นี่ และหวังอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่านเทพวิหคเพลิงอมตะ"
"ไม่จำเป็น!! นี่คือขุมกำลังของข้า ปรากฏการณ์เมื่อครู่ก็เกิดขึ้นจากการทะลวงระดับของบุตรสาวข้า ดังนั้นกลับไปเสีย"เฟิงหยางเซียนกล่าวออกมาตามตรง เนื่องจากลูกเขยของเขามาแล้วดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรในไม่ช้าเฟิงหยาลี่ก็จะออกไปจากที่นี่อยู่ดี
"โอ้ เป็นแบบนั้นก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว ข้าน้อยขอเป็นตัวแทนของท่านเจ้าตำหนักเชิญชวนท่านเทพวิหคเพลิงอมตะและครอบครัวไปร่วมพูดคุยกับท่านเจ้าตำหนักของข้าเลยก็แล้วกัน"หยางฮ่าวเอ๋ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์อย่างถึงที่สุด ทำให้เฟิงหยางเซียนถึงกับคิ้วขมวดเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ
"ไม่จำเป็นเพราะข้ากำลังจะพานางไปแล้ว"ในขณะที่เสียงของทุกคนเงียบไป เสียงของเฟยหรงก็ดังขึ้นมาในทันทีทำให้ทุกคนต่างมองไปที่ชายหนุ่มเป็นตาเดียว
"เจ้าหนุ่ม ถึงจะเป็นผู้ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ของมังกรก็ควรจะรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่เสียหน่อย การแปลงกายเป็นเทพมังกรได้หาใช่ว่าเจ้าจะเป็นเทพมังกร ดังนั้นเจ้าไม่ได้รับการคุ้มครองจากสนธิสัญญาพระเจ้า การที่ข้าไม่ฆ่าเจ้านี่ก็ถือว่าเป็นการไว้หน้าท่านเทพวิหคเพลิงอมตะแล้ว"เมื่อถูกชายหนุ่มกล่าวขัด หยางฮ่าวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยิ่งทนง
ใช่! หลายคนอาจจะเข้าใจผิดไปเรื่องสนธิสัญญา ในสัญญานั้นต้องเป็นเทพมังกรหรือเชื้อสายของเทพมังกรเท่านั้นแต่เห็นได้ชัดเลยว่าชายคนนี้เป็นมนุษย์ที่มีกายศักดิ์สิทธิ์ของมังกร
ในคราแรกหยางฮ่าวคิดจะจับตัวเฟยหรงไปเช่นกัน แต่ด้วยที่มีเทพวิหคอมตะอย่างเฟิงหยางเซียน ทำให้เขาต้องไว้หน้าอีกฝ่ายและลงมาเจรจาด้วย แต่สำหรับตอนนี้เฟยหรงกลับกล่าวขัดคำพูดของเขาทำให้หยางฮ่าวไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"โอ้ เช่นนั้นก็ลองดูหน่อยไหมละ"ชายหนุ่มดึงเฟิงหยาลี่เอาไว้ด้านมาไว้ด้านหลังพลังของเขาปะทุขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย หยางเซียนเห็นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่เฟยหรงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ตบะระดับเทพอมตะขั้นต้นเพียงเท่านั้นแต่กลับหาญกล้ามาท้าทายตนที่อยู่ถึงระดับเทพนิรันทร์ขั้นต้น
"สะ สามีเจ้า!!"หญิงงามยังไม่ทันได้กล่าวจบเฟิงใช้พลังส่งนางกลับไปหาเฟิงหยางเซียนในทันที ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะมาขโมยภรรยาของเขาอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ เฟยหรงจะปล่อยมันไปได้อย่างไร
"ไม่เจียมตัว"หยางฮ่าวกล่าวเปลวเพลิงสีแดงฉานปกคุมไปทั่วร่างกาย เฟยหรงเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันแม้ตบะของเขาจะอยู่เพียงเทพอมตะแต่ต้องไม่ลืมว่าชายหนุ่มไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น เขายังคงมีลูกเล่นมากมายที่จะใช้งาน และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใช้เปลวเพลิงสวรรค์เขาอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มในใจออกมา
"เจียมตัว?? ขอโทษทีคำนั้นข้ามัให้เพียงบางคน"เฟยหรงกล่าวขึ้นมาวงแหวนเทพประทานพรทั้งเจ็ดวงปรากฏอยู่ด้านหลัง แสดงให้เห็นว่าเขาจะต้องเอาจริงตั้งแต่เริ่ม
"หึ"
"บูม!!!"
"จองหอง!! หมัดเพลิงสวรรค์คลั่ง"หยางฮ่าวเริ่มจู่โจมในทันที หมัดปราณสีแดงเพลิงแผ่พุ่งมาจากเฟยหรงหมายจะสยบชายหนุ่มในหมัดเดียว
เฟยหรงหรี่ตามองหมัดปราณที่แผ่พุ่งเข้ามา พร้อมกับง้างหมัดที่ประสานเพลิงอัสนีเหวียงไปสุดแรงเช่นเดียวกัน การปะทะกันระหว่างเพลิงสวรรค์ทั้งสองทำให้ชั้นบรรยากาศถึงเผาไหม้ในทันใด เฟิงหยางเซียนที่เห็นจึงได้กางม่านพลังป้องกันทั่วทั้งอาณาเขตในทันที
"ท่านพ่อ ช่วยสามีข้าด้วย"เฟิงหยาลี่กล่าวอย่างอ้อนวอน เฟิงหยินที่เห็นความร้อนรนของบุตรสาวก็อดไม่ได้ที่จะมาประคองร่างของนางเอาไว้ "เด็กน้อยพ่อของลูกกำลังใช้โอกาสนี้ทดสอบสามีของเจ้า เขาไม่มีทางปล่อยให้คนที่ลูกรักเป็นอันตรายต่อหน้าต่อตาหรอก ที่เจ้าทำได้ในตอนนี้ก็เพียงแค่เชื่อใจในสามีของเจ้าเท่านั้น"
คำกล่าวของเฟิงหยินทำให้เฟิงหยาลี่สบายใจขึ้นมาบ้างแต่ทว่านางก็อดกังวลไม่ได้เช่นกัน ในเวลานี้ทำได้เพียงเฝ้ามองการต่อสู้ของหนึ่งเทพนิรันทร์และหนึ่งเทพอมตะเท่านั้นไม่มีสิ่งใดที่นางจะทำได้อีกต่อไป
"ที่แท้ก็เป็นผู้ใช้เปลวเพลิงสวรรค์เช่นเดียวกัน เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรขอเพียงเข้าร่วมกับตำหนักเทพเจ้าสวรรค์ ปัญหาครานี้จะนับว่าไม่เคยเกิดขึ้น"
"เหอะ ชนะข้าได้ก่อนเถอะ"เฟยหรงกล่าวอย่างเมินเฉย หมัดเปลวเพลิงสวรรค์ทั้งสองพลันปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง ในเวลานี้หยางฮ่าวคิ้วขมวดเข้าหากัน เป็นไปได้อย่างไรที่เทพอมตะจะรับมือเขาได้โดยไม่พลาดพลั้งเช่นนี้
"เปลวเพลิงทองคำผลาญพิภพ"เฟยหรงเค้นเสียงเย็นมืออีกข้างหนึ่งของเขาปรากฏเพลิงสวรรค์สีทองขึ้นมาอีกหนึ่งเปลวเพลิง
"สองเปลวเพลิงสวรรค์"หยางฮ่าวอุทานออกมา เปลวเพลิงสีสวรรค์สีแดงโลหิตเริ่มก่อตัวกลายเป็นงูขนาดใหญ่มหึมาและพุ่งไปหาเฟยหรงในทันที "อสพิษเพลิงโลหิต"
เฟยหรงเมื่อเห็นภาพนี้พลันยกยิ้มอย่างเหี้ยมหาญ เปลวเพลิงสวรรค์ในมือทั้งสองพลันถูกประสานเข้าหากันทำให้ฟ้าดินต้องสั่นสะเทือน
"ปีศาจน้อยข้าจะช่วยเพิ่มพลังให้เจ้าในการโจมตีครั้งนี้เอง"เสียงของกู่เทียนหลงพลันดังขึ้น พลังวิญญานแผ่พุ่งออกมามาจากตัวของเฟยหรงในทันที เวลานี้เปลวเพลิงของเฟยหรงถูกหลอมรวมกันกลายเป็นมังกรเปลวเพลิงสีทองขนาดใหญ่และไม่ด้อยไปกว่าอสรพิษเพลิงโลหิตของอีกฝ่ายบริเวณรอบข้างของมันถูกห้อมล้อมไปด้วยเปลวเพลิงอัสนีทำให้ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่ได้
"เพลิงมังกรทองเก้าอัสนี"เฟยหรงคำรามลั่น มังกรเปลวเพลิงพุ่งเข้าไปปะทะกับอสรพิษเพลิงโลหิตของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ นี่คือการปะทะกันของผู้ฝึกตนเปลวเพลิงสวรรค์ที่น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง และมีเพียงคำว่าล้ำเลิศเท่านั้นที่ใช้ในสถานการณ์นี้ได้