“อื้อ เพลียจังเลย” เกวลินบ่นเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาตอนสองทุ่ม เธอหันไปมองข้างๆ ยังเห็นเอริคนอนหลับตาพริ้มอยู่
“เป็นไงล่ะคะคนแก่ ตอนกลางวันรังแกคนอื่นไม่ยอมหยุด ทีตอนนี้หลับเป็นตายเลยนะ คิคิ” เกวลินถือโอกาสบ่นเขาตอนเขาหลับอยู่และบีบจมูกเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
หมับ!!
เอริคดึงเกวลินเข้าไปกอดทันทีที่เธอพูดจบ
“ว่าใครแก่ ยัยเด็กแสบถือโอกาสว่าพี่ตอนหลับหรอ”
“ป่าวนะ เกลไม่ได้ว่าอะไรเลย” เธอยังคงโกหกเขาตาใส
“ป่าวหรอ”
…ฟอด…เขาหอมแก้มเธอซ้ายทีขวาทีไม่ยอมหยุดจนเกวลินต้องยอมแพ้เขา
“ยอมแล้ว เกลยอมแล้ว จะไม่ว่าพี่แก่อีกแล้ว แต่ถึงจะแก่เกลก็รักนะ” เธอได้ทีอ้อนเขาใหญ่
“หึ หึ แพ้ทางจนได้สินะ” เอริคบ่นให้ตัวเองที่แพ้ลูกอ้อนของเธอตลอด
“รักแล้วจะแต่งงานกันได้ยัง”
“เกลยังไม่พร้อม”
“จะพร้อมตอนไหนเดี๋ยวท้องป่องก่อนใส่ชุดเจ้าสาวไม่สวยไม่รู้ด้วยนะ” ทุกครั้งเวลาร่วมรักกันเอริคไม่เคยป้องกันตัวเองเลยแถมยังตั้งใจทำให้เธอท้องด้วยซ้ำ แต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ยอมมาเกิดซักที
“เกลอายุแค่ 23 เองนะคะจะให้แต่งงานแล้วหรอ”
“ทำไมหรือเกลไม่อยากแต่งกับพี่ ได้พี่แล้วจะไม่รับผิดชอบหรอ”
“คนบ้าพูดยังกะตัวเองเป็นคนเสียหาย”
“พี่เสียหายสิหมดแรงไปตั้งเยอะ”
“ทะลึ่งอีกแล้วนะคะ”
“พี่พูดจริง ใจก็ให้ไปหมดแล้วไม่เหลือเผื่อไว้ให้เจ็บด้วย เพราะฉะนั้นพี่ไม่อนุญาตให้เกลปฏิเสธพี่”
“แล้วจะให้ทำไง”
“แต่งงานให้เร็วที่สุด เดือนหน้าเลยยิ่งดี”
“เร็วไปมั้ยคะ”
“ช้าไปด้วยซ้ำ เดี๋ยวให้แม่หาฤกษ์ให้เลย”
“ชิ คนแก่เอาแต่ใจ”
“ก็เอา…กับเกลคนเดียว”
“พอเลยไม่คุยเรื่องนี้แล้วลุกขึ้นเลยค่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนก่อนเลอะหมดแล้ว” เกวลินไล่เขาลุกไปนั่งเล่นที่อื่นและเอาผ้าปูที่นอนผืนใหม่มาเปลี่ยน
...ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด…
“ครับแม่”
“เจ้าเอริคไหนบอกจะพาน้องกลับเย็นวันนี้ไงนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วทำไมไม่พาน้องกลับบ้าน โทรไปเป็นสิบสายก็ไม่ยอมรับ” ทันทีที่เขากดรับโทรศัพท์คุณนายแอนนาก็บ่นเขาเป็นชุด
“พรุ่งนี้แล้วกันนะครับ วันนี้ดึกแล้ว”
“ไม่ได้แกอยู่ไหน ทำอะไร ทำไมไม่ใส่เสื้อ”
“อยู่คอนโด พึ่งตื่นกำลังจะไปอาบน้ำหาข้าวกิน”
“แล้วน้องอยู่ไหน”
เอริคไม่ตอบแต่หันไปมองหน้าเกวลินที่กำลังเปลี่ยนชุดผ้าปูที่นอนอยู่โดยมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันตัวเอาไว้ เกวลินรีบทำไม้ทำมือบอกเขาว่าเธออาบน้ำอยู่
“อาบน้ำอยู่ครับ”
“แกไม่ได้ทำอะไรน้องใช่มั้ย”
“แม่ครับ นั่นเมียผมนะ แม่ขโมยเมียผมไปตั้งหลายวันยังจะมาห้ามผมทำนั่นทำนี่อีก นี่ผมเป็นลูกแม่จริงมั้ยเนี่ย” เขาได้ทีบ่นแม่คืนบ้าง
“เจ้าลูกบ้า พรุ่งนี้พาน้องกลับมาคุยเรื่องแต่งงานเลยนะ แม่ไปหาฤกษ์ไว้แล้วช้ากว่านี้มีหวังจะไม่ทันการณ์”
“ครับ แค่นี้ก่อนนะผมไปอาบน้ำก่อน” เอริครีบกดวางสายเดินเข้าไปโอบกอดและจูบเกวลินทันที
“คนบ้าคิดจะจูบก็จูบ”
“พรุ่งนี้เราไปคุยกับผู้ใหญ่เรื่องงานแต่งนะ พี่ไม่อยากรอแล้ว นะครับ” เขาบอกเธอด้วยสีหน้า ท่าทางและแววตาจริงจัง
“มาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยแล้วล่ะ เกลจะไปขัดอะไรได้” เมื่อได้ฟังคำตอบรับจากคู่หมั้นเอริคก็โอบกอดเกวลินแน่นด้วยความดีใจ
“พี่สัญญาว่าพี่จะเป็นสามีที่ดีของเกลและเป็นพ่อที่ดีของลูกเรา”
“ดะ..เดี๋ยวค่ะ เกลยังไม่ได้ท้องนะคะ”
“เอาทุกวันขนาดนี้ไม่ท้องให้มันรู้ไป”
“คนทะลึ่ง ไม่คุยด้วยแล้วไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ”
..วันถัดมา..
เอริคและเกวลินเข้ามากราบแม่และพูดคุยเรื่องงานแต่งงานของพวกเขา แอนนาและมาลาดีใจมากที่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ลูกๆ ตกลงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันด้วยความรัก ไม่ใช่เพราะสัญญาของผู้ใหญ่
“แม่ดีใจกับทั้งสองคนด้วยนะ ต่อจากนี้ชีวิตไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว มีอะไรก็ต้องพูดคุยกัน หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันนะลูก ที่สำคัญรีบมีหลานให้แม่อุ้มไวๆ” แอนนาบอกลูกทั้งสองคน
“ค่ะคุณป้า”
แอนนาตีมือเกวลินเบาๆ ทันทีที่เกวลินเรียกเธอว่าป้า
“แม่ตีเมียผมทำไม เจ็บมั้ยไหนขอพี่ดูหน่อย”
“ดูมันทำ ไอ้ลูกคนนี้ บทจะรักก็รักเกิ๊นแตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย”
“ไม่ได้ครับผมหวง” แอนนาและมาลามองหน้ากันด้วยรอยยิ้มดีใจและมีความสุขที่เห็นเอริครักและหวงเกวลิน
“จ่ะ พ่อคนคลั่งรักที่แม่ตีมือหนูเกลเพราะว่าต่อจากนี้ไปไม่ให้เรียกป้าแล้วให้เรียกแม่แทน เข้าใจมั้ยจ๊ะ”
“เข้าใจค่ะ”
“เอริคเองก็เลิกเรียกน้าว่าน้าได้แล้วนะ ต่อไปให้เรียกแม่ เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้วนะลูก”
“ครับ”
ฤกษ์แต่งงานของทั้งคู่คืออีกสองเดือนข้างหน้า เมื่อมีเวลาค่อนข้างน้อยเอริคจึงทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อจะเตรียมงานทุกอย่างให้ทันเวลา เอริคตามใจเกวลิน ทุกอย่างเธออยากได้อะไรเขาพร้อมตามใจเสมอขอแค่บอก ช่วงนี้พี่เกตุกลับมาทำงานแล้วเกวลินจึงมีเวลาเตรียมงานแต่งของตัวเองเต็มที่
“เหนื่อยมั้ยครับที่รัก” เอริคเดินเข้ามากอดและหอมเกวลินหลังกลับมาบ้านแล้วเห็นหญิงสาวกำลังง่วนกับการเลือกของชำร่วยอยู่
“อะแฮ่ม” เจนแกล้งกระแอมเสียงดังใส่ทั้งคู่
“จะทำอะไรก็เกรงใจคนโสดบ้างนะคะ”
“โสดจริงหรอยัยเจน”
“นายอาหารที่สั่งได้แล้วครับ” เกวลินยังพูดไม่ทันขาดคำเจมส์ก็เดินถือของกินพะรุงพะรังเข้ามา ทุกคนหันมองเขาเป็นตาเดียว
“มีอะไรรึป่าวครับ ทำไมมองผมแบบนั้น”
“ไม่มีอะไรแค่เมื่อกี้น้องเจนเขาบอกว่ายังโสดอยู่ก็เลยว่าจะหาแฟนให้”
“ก็ยืนอยู่ตรงนี้ไงครับแฟน จะมาโสดอะไร นี่ไม่เจอกันแป๊บเดียวลืมแล้วหรอว่าตัวเองมีแฟน” เจมส์หันไปบ่นเจน
“ก็เรายังไม่ได้แต่งงานกันก็แปลว่าโสดสิคะ”
“งั้นก็แต่งเลย เสร็จงานแต่งนายแล้วเราจัดงานแต่งของเราต่อเลยมั้ย”
“บ้า ไม่ใช่เรื่องจะมาพูดเล่นนะคะ”
“เอ๊า พี่พูดจริง นายเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ”
“เกลเป็นพยานให้ด้วยคนค่ะ”
“ไว้ค่อยคุยกันค่ะ เกลหิวยังเราไปกินข้าวกันดีกว่า ดูสิมีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย” เจนรีบเปลี่ยนเรื่องชวนเพื่อนรักไม่ทานข้าวแทน
“เฮ้อ ผมดูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรอครับนาย ขนาดพูดจริงก็โดนหาว่าพูดเล่น” เจมส์ถอนหายใจเฮือกใหญ่บ่นกับเอริค
“ใจเย็นๆ ทุกอย่างมันมีเวลาและจังหวะของมัน” เอริคเดินมาตบไหล่ให้กำลังใจลูกน้องคนสนิทและเดินตามสองสาวไปทานข้าว