“เฮ้อ…เอาล่ะ พ่อ…ไม่สิ ข้าขอร้อง ให้เ้าบอกข้ามาตามตรงว่า เ้า…เป็ใครกัน?”
หัวใจเต้นแรงราวกับฟ้าร้อง จะตอบอย่างไรดี จะโกหกออกไปหรือจะบอกความจริงกันดี หากถูกกล่าวหาว่าเป็ภูตผีแล้วถูกฆ่าทิ้งเล่า แล้วถ้าหากท่านพ่อท่านแม่ไม่รักเรา เกลียดเรา จะทำเช่นไรดี
“เหตุใดพวกท่านถึงพูดเยี่ยงนั้นเ้าคะ? ลูกน่ะ…”
“เพราะว่าเ้า…ตายไปแล้วยังไงล่ะ!”
“เอ๋?”
ข้าคิดว่าเราสองคนแค่เข้าร่างเดิม แต่ไม่คิดว่าจะความแตกเพราะนางตายไปแล้วจริงๆ
“เ้าน่ะ ตายไปแล้ว…ตั้งสามวันแล้วนะ” น้ำตาของผู้เป็พ่อไหลรินแต่ก็ไม่ละสายตาไปจากนาง
“เ้าไม่แข็งแรงมาั้แ่เกิด ตัวข้าก็มีน้ำนมไม่มากพอจะเลี้ยงเ้า จนกระทั่งเ้าจากไป…ในอ้อมแขนข้า อึกๆ” หลี่จินเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นซบลงที่อกของผู้เป็สามี
“แบบนี้…ข้าก็หนีคำถามของพวกท่านไม่พ้นแล้วน่ะสิ” หนิงเอ๋อร์มองกลับด้วยดวงตายอมแพ้ต่อคำถาม ลอยยิ้มอย่างปลงตกสะท้อนในตาของทั้งสองสามีและภรรยา
“ข้าจะรับฟังทุกถ้อยคำของเ้า แล้วพวกเราจะตัดสินใจเอง” ตงหยางพูดขึ้นด้วยสายตาที่แน่วแน่
และสุดท้าย…หนิงเอ๋อร์ก็เล่าออกไปอย่างจนใจ
(-)
เปียะ!!ๆ
เสียงไฟที่ไหม้ฟืนแตกเล็กน้อย เื่ราวถูกเรียบเรียงและเล่าออกไปจากปากเล็กๆ ของหนิงเอ๋อร์ ทั้งเื่ราวที่มีิญญาจากอีกคนอีก่เวลา มาพบกับิญญาของเด็กน้อยที่แสนจะอ่อนแอและผสานเข้าด้วยกัน แต่นางไม่ได้เล่าเื่ที่นางมาจากอีกมิติอื่นและเื่ของเทพผู้สร้าง เพราะคิดว่ามันจะทำให้การตัดสินใจของทั้งสองผิดเพี้ยนไปจนกลายเป็บูชาลูกสาวของตนในภายหลัง
“นั่นคือเื่ที่สามารถเล่าได้เ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ…เป็อย่างนั้นหรือ…ลูกของข้ายังอยู่ในตัวเ้าจริงๆ ใช่หรือไม่?” ผู้เป็พ่อร้องไห้ออกมาในท้ายที่สุด
“เ้าค่ะ ความรู้สึกที่มีอยู่เต็มอก ทำให้รู้สึกอยู่เสมอว่านางไม่ได้จากไปไหนเ้าค่ะ”
“ท่านพี่…” หลี่จินค่อยๆ เรียกสามีเบาอย่างอ่อนใจ สายตาสื่อความหมายว่าตนเบาใจลงหลายส่วน
“แล้วพวกท่าน…จะว่าอย่างไรเ้าคะ? จะเอาข้าไปเผาไฟ หรือถ่วงน้ำหรือไม่เ้าคะ?”
“ข้าจะทำแบบนั้นได้อย่างไร! ถึงดวงิญญาครึ่งหนึ่งจะเป็ผู้อื่น แต่ในตัวเ้าก็ยังมีอีกครึ่งหนึ่งที่เป็หนิงเอ๋อร์ของข้า”
“ใช้แล้วละ พวกเราไม่ทำอย่างนั้นแน่”
“แล้วข้า…” หนิงเอ๋อร์สะกิตใจคำว่า “ผู้อื่น” ที่ตงหยางเอ่อออกมา ลูกตนก็รักแล้วอีกครึ่งหนึ่งเล่า
“แล้วเ้า…เออ เ้าก็อย่าได้กังวล ข้าไม่มีทางที่จะไม่รักเ้าแน่ๆ ไหนๆ ก็ไหนๆ มาเป็ลูกสาวของข้าก็แล้วกัน”
“ใช่ๆ พวกเราทั้งคู่ จะขอรับดวงิญญานี้มาเป็ลูกของเราแล้วกัน มาเป็ลูกคนที่สองของพวกเรา”
‘มาเป็ลูกของพวกเรา’ คำนี้ทำให้หัวใจของเด็กสาวได้ถูกปลดเปลื้องซึ่งแรงกดดันก่อนหน้านี้ ราวกับคำอนุญาตให้มีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความเมตตา
“หือๆ ท่านพ่อ!! ท่านแม่!!!”
ทั้งสามก็เข้าสวมกอดกันร้องไห้กันอย่างมีความสุข อาจเป็เพราะดวงิญญาครึ่งหนึ่งของสาวน้อยหนิงเอ๋อร์ ทำให้หนิงเอ๋อร์ผู้นี้รักพ่อแม่อย่างสุดหัวใจ จนไม่สนใจว่าความรักนี้จะจริงหรือปลอม แต่วันนี้ตนมีพ่อแม่แล้ว…แม้จะรู้จักกันได้เพียงวันเดียวก็ตาม
(-)
หลังจากที่ทุกคนเริ่มสงบสติอารมณ์แล้ว ก็นั่งคุยกันในท่าสวมกอดกันแบบตงหยางกอดหลี่จิน แล้วหลี่จินก็กอดหนิงเอ๋อร์
“ท่านพ่อ พี่สาวหนิงเอ๋อร์ตายเพราะเหตุใดหรือเ้าคะ?” หนิงเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย
“นางไม่แข็งแรงมานานแล้ว เมื่อเจออากาศหนาว ร่างกายอาจจะทนไม่ไหว”
“แล้วพวกท่านก็ไม่ได้เอานางไปฝังหรือเ้าคะ?” นี่เป็เื่ที่สงสัยมากที่สุด หากหนิงเอ๋อร์ตาย การที่พวกเขานอนกอดศพอยู่สามวันนั้นก็ไม่ใช่เื่ปกติแน่
“มันเป็เื่เมื่อวันแต่งงานของพ่อและแม่ ในวันนั้นมีการจัดงานเล็กๆ มีพี่น้องมาอวยพรและดื่มน้ำชาเท่านั้น” ผู้เป็แม่เริ่มเล่าเื่พลาง นึกไปพลาง
“ใช่ๆ ข้าลืมไปแล้วนะเนี่ย วันนั้นมีนักพรตที่ไม่เคยเห็นหน้า เดินเข้ามาในบ้านพร้อมทั้งขอน้ำชาดื่มใช่ไหม?” ตงหยางหันไปถามหลี่จิน
“วันนั้นแม่เอาน้ำชาไปให้เขาดื่ม พอเขายกน้ำชาขึ้น ก็จับมือแม่ไปดู พ่อเ้าก็โมโหใหญ่เลย แล้วก็เกิดการต่อสู้ขึ้น”
“น่าอายๆ ข้าโดนเตะ แถมยังโดนดัดแขนกดลงพื้นด้วย”
“ไม่ใช่นะท่านพี่ ท่านนักพรตเขาก็ดูมือท่านพี่เช่นกัน…ในท่าดัดแขนนั่นแหละ”
“จริงหรือ?! วันนั้นข้าโกรธตัวเองมาก ที่ไม่อาจปกป้องเ้าได้ ทำให้เ้าถูกล่วงเกิน”
“ลูกว่าท่านพ่อสู้ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ ท่านนักพรตนั่นน่าจะมีฝีมือร้ายกาจอยู่แล้ว ท่านคงเมตตาท่านพ่อมากแล้วแน่ๆ” หนิงเอ๋อร์พูดไปยิ้มไปราวกับกำลังฟังเื่สนุก
“แหมๆ ลูกพ่อ เอาละข้าจะเล่าต่อแล้วนะ หลังจากที่นักพรตนั่นปล่อยมือพ่อ นักพรตนั่นก็พูดเื่ไม่ดีเอามากๆ”
“ใช่ แม่เองก็โมโหมากเช่นกัน”
“นักพรตเขาบอกว่า ‘พวกเ้าช่างอาภัพ บุตรคนแรกของเ้าจะอายุไม่ยืน’ ข้าถึงกับเืขึ้นหน้า แต่ก็โดนญาติๆ ห้ามไว้ เพราะทุกคนต่างก็เริ่มเกรงกลัวนักพรตคนนั้นแล้ว”
“แล้วท่านนักพรตก็กล่าวต่อว่า ‘เก็บศพไว้สามวัน ถ้าโชคดี์คงเมตตา’ แม่ก็นึกขึ้นมาได้ในวันที่เสียเ้าไปแล้ว”
“พวกเรานั้นเ็ปเหลือเกิน พอชาวบ้านก็เข้ามาถามไถ่อาการ พ่อก็บอกได้เพียงแต่ เ้าป่วยหนักเท่านั้น แต่ก็แปลกอยู่”
“แปลกอย่างไรหรือเ้าคะ?”
“ก็ร่างของเ้าไม่ส่งกลิ่นเน่าออกมาเลย ตอนแรกพ่อก็คิดว่าเป็เพราะอากาศเย็น แต่มันก็แปลกอยู่ดี” ตงหยางทำหน้านิ่วไม่เข้าใจ พลางคิดถึง่เวลานั้น
“และเมื่อคืนก่อน วันที่สามหลังจากเ้าจากไป แม่กับพ่อของเ้าเลยตัดสินใจ…จะตามเ้าไป”
“รมควันไฟให้หลับใหล และ…ตายไปกับเ้าไงลูกพ่อ”
“ถึงจะโชคดีที่หน้าต่างเปิดเสียก่อน แต่ที่โชคดีกว่าคือ…เ้าตื่นขึ้นมาปลุกแม่”
“ตอนแรกพ่อก็คิดว่าได้มาอยู่ในภพภูมิที่เ้าอยู่แล้วเสียอีก แต่ก็ใที่หน้าต่างพัดลมหนาวเข้ามาเสียก่อน”
“ท่านพ่อ…ท่านแม่ อย่าทำเช่นนี้อีกนะเ้าคะ หากพวกท่านทำเช่นนี้อีก พี่สาวจะเป็ห่วงนะเ้าคะ”
ทั้งสามต่างพูดคุยกันในเื่ต่าง ๆ มากมายในคืนนั้น หนิงเอ๋อร์ก็เล่าในสิ่งที่หนิงเอ๋อร์เ้าของร่างได้พูดคุยกับตนในดินแดนที่น่าจะเป็ดินแดนแห่งิญญา พร้อมทั้งตัดสินใจเล่าเื่อดีตที่ตนเคยเป็ใคร แต่ก็หลีกเลี่ยงการบอกอายุ ถึงกระนั้นก็ยังถูกจับได้ในที่สุด เพราะวิธีการพูดนั้นราวกับผู้ใหญ่คนนึง ทั้งสองจึงเดาได้ว่าหนิงเอ๋อร์คนนี้ต้องเป็ผู้าุโแน่ๆ
แต่จับได้แล้วอย่างไร ทั้งสองจะยังคงรักหนิงเอ๋อร์อยู่ดี