ผู้าุโใหญ่ในคุกใต้ดินได้ยินเสียงของพวกเขา จึงเลิกม่านยันต์สีเหลืองขนาดมหึมาที่แขวนอยู่รอบนอกห้องขังขึ้น เมื่อเห็นเด็กทั้งสามคน ผู้าุโใหญ่ก็เผยสีหน้ายินดี "เยี่ยนเอ๋อร์ หลินเฟิง พวกเ้ามาได้อย่างไร? แล้วทำไมถึงพาซินซินตัวน้อยมาที่นี่ด้วย?"
ผู้าุโใหญ่ผู้ถูกช่วยเหลือมีท่าทีเปิดเผย ตรงกันข้ามกับหลินเยี่ยนผู้มาช่วยที่กลับรู้สึกประหม่าและพูดตะกุกตะกักว่า "ใต้เท้าข่งพบพวกเราที่หน้าประตูวัง จึงแจ้งให้ทราบว่าท่านถูกคุมขังอยู่ที่นี่เนื่องจากต้องสงสัยว่านำพาพาหนะเดินทางอย่างประมาทเลินเล่อขอรับ"
เื่ที่เรือเหาะิญญา 'เค่อซื่ออวิ๋นไหล' ถูกโจมตีนั้น อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของกรมอาญา ซึ่งในระหว่างการตรวจสอบ ข่งซวินได้รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกฉู่หลินเฟิงทั้งสามคนจากผู้ดูแล
ผู้าุโใหญ่เข้าใจในทันที จึงปลอบหลินเยี่ยนว่า "ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร ที่นี่ข้าอยากมาก็มา อยากไปก็ไป พวกเ้าไปร่วมงานเลี้ยงก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าจะตามไป"
หลินเยี่ยนนึกถึงคำพูดเื่การแหกคุกเมื่อครู่ก็รู้สึกใจหาย "ท่านร่วมเดินทางไปกับพวกเราเถิดขอรับส่วนเื่ระเบียบการ..."
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกผู้าุโใหญ่โบกมือขัดจังหวะ "มาที่นี่ข้ารู้สึกเหมือนกลับบ้าน ไม่ต้องกังวลไป พอฟ้ามืดข้าก็จะไปเอง"
ข่งซวินแค่นหัวเราะ "ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เ้าก็ไปสิ"
ท่าทางกัดฟันกรอดนั้น ทำให้หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงสงสัยว่า ความโกรธแค้นที่เขามีต่อสำนักเทียนสุ่ยนั้น ครึ่งหนึ่งน่าจะมาจากผู้าุโใหญ่ พอข่งซวินบอกให้ไป ผู้าุโใหญ่กลับไม่ไปเสียอย่างนั้น "เ้าจับข้ามา ตอนนี้อยากให้ข้าไป ข้าก็ต้องไปทันทีเลยหรือ? เช่นนั้นข้าจะไม่เสียเกียรติหรืออย่างไร?"
เจียงซินนึกถึงศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อนที่หลินเยี่ยนจ่ายไป จึงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
[อื้อ ๆ ๆ ! จะปล่อยให้เขาได้สมปรารถนาง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้]
ผู้าุโใหญ่ได้ยินเสียงเด็กเล็ก ๆ ดังขึ้นอย่างกะทันหัน จึงชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รอให้เขาหาต้นตอของเสียง ข่งซวินก็พูดขึ้นว่า "เช่นนั้นเ้าก็จงหมอบอยู่ในคุกต่อไปเถิด งานเลี้ยงในวังคืนนี้ก็ไม่ต้องเข้าร่วมแล้ว"
งานเลี้ยงคืนพระจันทร์เต็มดวงนี้ ผู้าุโใหญ่ต้องเข้าร่วมในฐานะตัวแทนของสำนัก การมาร่วมงานครั้งนี้เขาตั้งใจจะยักยอกเงินค่าเดินทางจึงจงใจออกเดินทางให้กระชั้นชิดกับเวลาที่สุด หากให้เจียงอีเฉินรู้ว่าเขาทำให้เื่สำคัญของสำนักต้องล่าช้าเพียงเพราะศิลาิญญาจำนวนเล็กน้อยนี้ ในอนาคตงานสบาย ๆ แบบนี้คงไม่มีทางตกถึงมือเขาอีกแน่นอน
แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
ผู้าุโใหญ่สะบัดแขนเสื้อ "ไปก็ไป เ้าคืนของให้ข้ามา"
ข่งซวินหยิบพู่กันหยกขาวออกมาเล่มหนึ่ง แล้วใช้พลังิญญาโยนให้ผู้าุโใหญ่ ผู้าุโใหญ่เป็ผู้บำเพ็ญสายวาดภาพ อาวุธวิเศษประจำตัวคือชุดพู่กันหยกขาว ตอนที่เขาถูกข่งซวินจับได้ เขากำลังคิดจะใช้คาถาเพื่อหลบหนี ข่งซวินจึงจับเขาได้พร้อมหลักฐาน และยึดพู่กันหยกขาวซึ่งเป็เครื่องมือในการก่อเหตุไว้
"ท่านผู้าุโ พวกเราไปกันเถิดขอรับ" ฉู่หลินเฟิงก้าวเข้าไปรับตัว แต่พบว่าประตูห้องขังยังไม่ได้เปิด
"ศิษย์หลานคนดี ดูข้าแสดงฝีมือให้พวกเ้าดู"
ผู้าุโใหญ่ยิ้ม แล้วหันไปวาดประตูบานหนึ่งที่มีความสูงเท่าตัวคนลงบนกำแพง เื้ัประตูนั้นคือทัศนียภาพภายนอกคุกใต้ดิน
ฉู่หลินเฟิงถามหลินเยี่ยนเบา ๆ ด้วยความประหลาดใจ "ค่ายกลที่นี่ไม่ใช่ว่าต้องสะกดพลังบำเพ็ญหรอกหรือ? ทำไมผู้าุโใหญ่ยังใช้คาถาได้อีก?"
หลินเยี่ยนเองก็ไม่เข้าใจ จึงมองไปยังข่งซวินด้วยความสงสัย ข่งซวินไม่อยากจะตอบนัก แต่ไม่อยากปล่อยโอกาสในการตอบนี้ให้ผู้าุโใหญ่ จึงจำต้องกล่าวว่า "เขามีของวิเศษติดตัว จึงสามารถต้านทานค่ายกลของที่นี่ได้"
ระหว่างขอบเขตผสานกายากับขอบเขตผสานกายาก็มีความแตกต่างกัน คนอย่างผู้าุโใหญ่นั้น คือผู้โดดเด่นในบรรดาผู้มีขอบเขตผสานกายา อีกทั้งยังมีสำนักเทียนสุ่ยที่เป็สำนักั์ใหญ่หนุนหลัง ยิ่งส่งเสริมให้ความแข็งแกร่งที่มีอยู่เดิมนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
มิเช่นนั้น ด้วยนิสัยของผู้าุโใหญ่ คงถูกคนตีตายไปนานแล้ว ข่งซวินสามารถยึดพู่กันหยกขาวที่กำลังใช้งานอยู่ได้ แต่ไม่สามารถบังคับตรวจค้นตัวผู้าุโใหญ่เพื่อยึดสิ่งของทั้งหมดได้
เจียงซินยิ่งมองจนตาค้าง
[ว้าว พู่กันวิเศษหม่าเหลียง! ท่านผู้าุโใหญ่ช่วยวาดูเาศิลาิญญาให้ซินซินได้หรือไม่เ้าคะ? แบบที่มีศิลาิญญาระดับสูงเยอะ ๆ มากมายเลยนะ!]
เสียงเด็กเล็ก ๆ นั้นเบาและนุ่มนวล ฟังดูไม่ชัดเจนนัก แต่ครั้งนี้ผู้าุโใหญ่ได้ยินชัดเจน จึงมองไปยังเจียงซินด้วยความประหลาดใจ
เด็กคนนี้พูดได้ด้วยหรือ? ไม่ใช่... ซินซินไม่ได้อ้าปาก มิใช่การพูดแต่เป็เสียงในใจของนางอย่างนั้นหรือ?
ครั้งก่อนตอนที่ฉีหลานชิงและสามีพาเจียงซินกลับสำนักเทียนสุ่ย ผู้าุโหลายท่านเคยเห็นเจียงซินมาแล้ว ตอนนั้นเจียงซินกำลังหลับ เหล่าผู้าุโเกรงว่าจะทำให้เด็กตื่น หลังจากมอบของขวัญแล้วจึงแยกย้ายไปหารือเื่สำคัญก่อน วันนี้จึงถือเป็การพบกันอย่างเป็ทางการครั้งแรกของทั้งสองฝ่าย
เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยน ฉู่หลินเฟิง และข่งซวินไม่มีปฏิกิริยาพิเศษใด ๆ ผู้าุโใหญ่จึงคาดเดาว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน
‘หึ ๆ เด็กคนนี้ช่างเป็อัจฉริยะในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรโดยแท้! พร์ล้ำเลิศยิ่งนัก!’
ผู้าุโใหญ่เก็บซ่อนความประหลาดใจในดวงตาและความภูมิใจในใจ แล้วพูดกับข่งซวินว่า "ข้าไปแล้วนะ?"
ข่งซวินสะบัดมืออย่างรำคาญ "รีบไปเลย!"
ผู้าุโใหญ่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูที่วาดขึ้นมิยอมก้าวเท้าออกไปเสียที กลับเป็ยามที่ลาดตระเวนอยู่ด้านนอกที่พบประตูบานนี้ และยืนมองด้วยความตื่นตระหนก ผู้าุโใหญ่ชำเลืองมองพวกเขา แล้วะโใส่ข่งซวินเสียงดัง "ข้าจะไปจริง ๆ แล้วนะ?"
"รีบ ๆ ไป!" ข่งซวินไม่อยากเห็นหน้าเขาแม้แต่นิดเดียว
ในอดีตเขากับผู้าุโใหญ่ต่างก็อยู่ในขอบเขตหลอมความว่างเปล่า ถือเป็คู่ต่อสู้ที่ฝีมือสูสีกัน ตกลงกันว่าจะเป็คู่ต่อสู้กันไปตลอดชีวิต แต่ผลคือเ้าหลวี่เฉิงเจ๋อตัวแสบนี่กลับเลื่อนระดับเป็ขอบเขตผสานกายาไปโดยไม่บอกไม่กล่าว! ด้วยเหตุนี้ข่งซวินจึงอยากจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตผสานกายาเช่นกัน
แต่ทว่าเบื้องบนไม่เคยอนุญาตให้เขาปลีกตัวไปพักผ่อนได้เลย เขาไม่มีเวลาปลีกวิเวกเพื่อบำเพ็ญเพียร ถูกเื่จุกจิกในกรมอาญาเหนี่ยวรั้งไว้ตลอดเวลา จนถึงตอนนี้ยังคงอยู่ในขอบเขตหลอมความว่างเปล่า
เพราะเหตุนี้จึงถูกผู้าุโใหญ่หัวเราะเยาะอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ใช่เพราะยังมีพลังแห่งโชคชะตาของบ้านเมืองให้เรียกใช้ ซึ่งช่วยยกระดับพลังบำเพ็ญของเขาให้เทียบเท่าขอบเขตผสานกายาได้ชั่วคราว เขาก็คงจับผู้าุโใหญ่ไม่ได้
ข่งซวินยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ไม่อยากเห็นหน้าผู้าุโใหญ่เลยแม้แต่นิดเดียว
"พวกเ้าได้ยินแล้วนะ เขาเป็คนบอกให้ข้าไป" ผู้าุโใหญ่ชี้ไปยังข่งซวินพร้อมกำชับกับยามที่อยู่หน้าประตู
เหล่ายามมีพลังเพียงขอบเขตแก่นทองคำ ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเื่ของยอดฝีมือขอบเขตผสานกายาและหลอมความว่างเปล่า จึงได้แต่พยักหน้าอย่างมึนงง จากนั้นผู้าุโใหญ่ก็ก้าวเท้าออกจากประตูบานนั้น
หลินเยี่ยนกำลังจะกล่าวลาข่งซวิน ทันใดนั้นก็ได้ยินผู้าุโใหญ่ะโก้องจากด้านนอกว่า "มีคนแหกคุกแล้ว! มีคนแหกคุกแล้ว!"
เหล่ายามขอบเขตแก่นทองคำที่ยืนงงอยู่หน้าประตูยิ่งงงหนักกว่าเดิม "ใคร? ใครแหกคุก?"
"ข้านี่ไง" ผู้าุโใหญ่ชี้เข้าหาตัวเอง พร้อมยิ้มเหะ ๆ "ข้าแหกคุก โดยมีท่านรองเสนาบดีเป็ผู้ช่วยเหลือ! ดูสิหลักฐานการก่อเหตุเขาก็เป็คนมอบให้ข้ากับมือเลยมิใช่หรือ"
เขาหมุนพู่กันหยกขาวในมืออย่างชำนาญ แล้วถามข่งซวินด้วยรอยยิ้มว่า "ใต้เท้าข่ง ช่วยเหลือการแหกคุกต้องโทษจำคุกกี่ปีหรือขอรับ?"
หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงรู้สึกว่าพวกเขาประเมินผู้าุโใหญ่ต่ำเกินไป
ความโกรธแค้นที่ข่งซวินมีต่อสำนักเทียนสุ่ย ไม่ใช่แค่ครึ่งหนึ่งที่มาจากผู้าุโใหญ่ แต่ความโกรธแค้นทั้งหมดของข่งซวิน น่าจะมาจากผู้าุโใหญ่เพียงคนเดียว
แม้แต่เจียงซินยังตกตะลึงกับการกระทำสุดแสบของผู้าุโใหญ่
[นี่มันสังหารศัตรูหนึ่งพัน ตนเองสูญเสียหนึ่งพัน แลกชีวิตหนึ่งต่อหนึ่งถึงที่สุดอย่างแท้จริง! ท่านลุงใหญ่เป็วีรบุรุษตัวจริง! ท่านลุงใหญ่สู้ ๆ ! จะปล่อยให้พวกขุนนางเหล่านี้ได้ใจไม่ได้!! ลุยเลย!!]
หลินเยี่ยนมองเจียงซินที่กำลังโบกไม้โบกมือให้กำลังใจผู้าุโใหญ่ด้วยความกังวล เขาจึงรีบปิดหูนางเบา ๆ ด้วยเกรงว่าผู้าุโใหญ่จะชักนำให้นางเสียคน
เหล่ายามขอบเขตแก่นทองคำด้านนอกต่างทำตัวไม่ถูก พวกเขาเห็นกับตาจริง ๆ ว่าข่งซวินช่วยเหลือผู้าุโใหญ่ให้แหกคุก แต่ด้วยพลังบำเพ็ญเพียงเท่านี้ พวกเขาจะกล้าไปจับข่งซวินผู้มีขอบเขตหลอมความว่างเปล่าได้อย่างไร?
เมื่อมองไปยังข่งซวินที่มีใบหน้าเขียวคล้ำ หัวหน้ายามจึงรวบรวมความกล้าเสนอว่า "ใต้เท้า ท่านยอมมอบตัวเถิดขอรับ? มอบตัวจะได้รับลดโทษ"
ผู้าุโใหญ่ส่งเสียงหัวเราะอย่างผู้ชนะและโอหัง "ฮ่าฮ่าฮ่า..."
ข่งซวินกลับยิ้มอย่างผู้เหนือกว่ายิ่งกว่า "หลวี่เฉิงเจ๋อ ลืมบอกเ้าไป เด็กสองคนนี้ได้จัดการเื่การประกันตัวเ้าเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ต่อให้เ้าออกไป ก็ไม่ถือว่าเป็การแหกคุก เมื่อไม่มีการแหกคุก ก็ไม่มีการช่วยเหลือการแหกคุก"
เสียงหัวเราะของผู้าุโใหญ่พลันชะงักค้าง เขาถามหลินเยี่ยนด้วยความเ็ปรวดร้าว "พวกเ้าจ่ายศิลาิญญาไปแล้วหรือ?"
หลินเยี่ยนพยักหน้าอย่างว่าง่าย "ขอรับ สามารถขอคืน..."
ผู้าุโใหญ่ปวดใจเหลือเกิน จนไม่มีความกล้าที่จะฟังหลินเยี่ยนพูดจนจบ "ศิลาิญญาของข้า! ศิลาิญญา!!"
ถูกหลอกมาตั้งนานวันนี้ในที่สุดก็โต้กลับได้สำเร็จ ข่งซวินรู้สึกสบายใจเป็ที่สุด รอยยิ้มไม่ได้หายไป เพียงแต่ย้ายจากใบหน้าของผู้าุโใหญ่ มาอยู่บนใบหน้าของเขาแทน
สะใจนัก!