เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 139 ไม่ทันตั้งตัว

            “บทเพลงที่กล่าวถึงเรื่องราวของพวกเราจะต้องให้เหมยอี่เหลียนเป็นผู้ขับขานเท่านั้น”

            “ท่านพี่ท่านต้องสัญญาก่อน หากมิให้เหมยอี่เหลียนร้องเพลงของเรา ข้าจะไม่แต่งงานกับท่าน”

            เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้นดวงตาของเว่ยฉีหรานพลันวาววับเพราะม่านน้ำตา ทรมานใจอย่างแสนสาหัสประหนึ่งถูกคมมีดกรีดแทง

            เหมยอี่เหลียนพลันตื่นตระหนกกับสายตาของเขาหญิงสาวกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พลางเค้นเสียงถามเบาๆ “แม่ทัพเว่ย เหตุใดท่านถึงมองข้าเช่นนั้น?”

            พอฟื้นจากความทรงจำสุดทุกข์ระทมมาได้เว่ยฉีหรานก็เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความผ่อนคลาย แต่สีหน้าก็ยังคงไร้อารมณ์ขณะเอ่ยถามเสียงราบเรียบ “เจ้าเกี่ยวข้องอันใดกับมือสังหารผู้นั้น?”

            เหมยอี่เหลียนก้มหน้าก่อนตอบ “ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้ายผู้นั้นเพียงแค่ไม่อยากเห็นเขาทำร้ายท่าน เลยเผลอลงมือไป”

            เว่ยฉีหรานพยักหน้ารับฟังแล้วถามต่อ “เช่นนั้นการที่คนร้ายซ่อนตัวอยู่ใต้เวทีของเจ้าเล่า จะอธิบายอย่างไร?”

            เขาแสดงท่าทีประหนึ่งกำลังพูดคุยกับสหายเก่าหว่างคิ้วดูผ่อนคลาย ไม่เหมือนคนที่ตกเป็นเป้าสังหารในครานี้เลย

            พอมองดูเว่ยฉีหรานแล้วทุกคนต่างก็คิดไปในทางเดียวกัน ว่าคนผู้นี้ทำตัวอย่างกับคนบ้า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเดาใจไม่ถูก!

            เหมยอี่เหลียนผ่อนอารมณ์ทำใจให้สงบ และตอบออกไปอย่างไม่รีบร้อน “ข้าก็ไม่ทราบ...”

            ทันใดนั้นผู้อาวุโสเว่ยเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง จึงเอ่ยตัดบท “แม่ทัพเว่ย จุดที่เราวางข้าวของเอาไว้ถูกวางเพลิงมือสังหารคงจะอาศัยจังหวะชุลมุนในช่วงนั้น เข้าไปซ่อนใต้เวที”

            เหมยอี่เหลียนเสริม “เขาคงตั้งใจจะทำให้เกิดความวุ่นวายในคณะของเรา”

            “อืม...”

            หลังส่งเสียงตอบ เว่ยฉีหรานก็มิได้เอ่ยอันใดอีกจึงไม่รู้ว่าเชื่อหรือไม่ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้น และเดินจากไปโดยมีบรรดาผู้ติดตามเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ

            เหมยอี่เหลียนและผู้อาวุโสเว่ยสบตากันด้วยความงุนงงไม่อาจคาดเดาได้ ว่าเว่ยฉีหรานกำลังคิดสิ่งใด

            หนีเจียเอ๋อร์ซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งนอกจวนกระทั่งเว่ยฉีหรานกับพวกจากไปแล้ว นางก็ยังซุ่มรอต่อจนเห็นคนของคณะงิ้วสกุลเหมยทยอยกันออกมา นางถึงมั่นใจมารวมกลุ่มกับพวกเขาซึ่งกำลังเดินทางกลับไปยังจวนสกุลเหมย

            แล้วก็เป็นไปคาดผู้อาวุโสเว่ยกับเหมยอี่เหลียน รอนางอยู่ในห้องของโจวชิงหวาแล้ว

            โจวชิงหวาเอนตัวพิงบานประตูพลางจับจ้องความเคลื่อนไหวที่ด้านนอก เมื่อร่างของหนีเจียเอ๋อร์เข้ามาในสายตาเขาก็รีบสาวเท้าไปกอดนางแน่น พลางกระซิบข้างหูเสียงพร่า “ข้าไม่อยากให้เจ้าไปเสี่ยงเพื่อข้าอีกแล้ว!”

            อ้อมกอดของเขารัดแน่นจนนางเกือบหายใจไม่ออก ราวกับว่าได้สิ่งสำคัญกลับคืนมา และจะไม่ปล่อยมันไปอีก

            พอสัมผัสได้ถึงความร้อนในร่างกายของเขาซึ่งต่ำกว่าคนทั่วไปหนีเจียเอ๋อร์ก็ยิ่งปวดใจ “ไม่เป็นไร เจ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าข้ากลับมาอย่างปลอดภัย”

            คนทั้งสองที่กอดกันอย่างแน่นแฟ้นพลันต้องแยกออกจากกัน เมื่อเห็นสัมภาระของตัวเองถูกโยนลงกับพื้น

            หนีเจียเอ๋อร์กับโจวชิงหวารีบไปคว้าข้าวของมา

            ผู้อาวุโสเว่ยพูดเสียงขุ่นเคือง“พวกเจ้าจงออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

            เหมยอี่เหลียนก้าวออกไปพูดเสียงอ่อน“ท่านปู่เว่ย เราทำอันใดไม่ได้แล้วในเมื่อผิดพลาดไปแล้ว ไม่ว่าจะไปทางซ้ายหรือขวาก็ไม่ต่างกัน ตอนนี้ที่ข้างนอกนั่นคนของเว่ยฉีหรานคงจะตระเวนไปทั่ว ให้พวกเขาซ่อนตัวสักสองวันมิได้หรือ?”

            ผู้อาวุโสเว่ยถลึงตาด้วยความโกรธใบหน้าของเขาแดงก่ำ ขณะคำรามลั่น “แค่ผิดพลาดหรือ? เท่านี้ยังไม่พอใช่หรือไม่?ในฐานะหัวหน้าคณะงิ้วสกุลเหมย เจ้ายื่นมือช่วยเหลือผู้อื่นแล้วเคยคิดถึงคนของตนหรือไม่? หากเกิดอะไรขึ้นกับคณะงิ้วสกุลเหมยเจ้าจะให้ข้าไปสู้หน้าปู่กับพ่อของเจ้าได้อย่างไร!”

            เมื่อนึกถึงคนในคณะงิ้วเหมยอี่เหลียนก็พูดไม่ออก

            หนีเจียเอ๋อร์หยิบสัมภาระทั้งสองขึ้นมาจากพื้นตบฝุ่นออก และเข้าไปจับมือชายหนุ่มเอาไว้ พลางกล่าว “พี่เหมย พวกเราขอขอบคุณ และจะไม่มีวันลืมบุญคุณที่ท่านช่วยชีวิตเราสองพี่น้องเอาไว้”

            โจวชิงหวาพยักหน้าให้เหมยอี่เหลียนและทุกคนเป็นการบอกลา

            ในที่สุดใบหน้าเคร่งเครียดของผู้อาวุโสเว่ยก็คลายลง “ตามข้าไปประตูหลัง”

            ขณะที่คนทั้งสามกำลังจะเดินไปยังประตูหลังจู่ๆ ก็มีชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง บุกเข้ามาชักกระบี่ชี้หน้าโดยไม่พูดจาสักคำ

            ทุกคนตื่นตระหนกหลังหลบการโจมตีครั้งแรกได้ ก็พร้อมใจกันคว้าอาวุธที่อยู่ใกล้ๆ มาป้องกันตัวเตรียมสู้ตาย!

            ผู้อาวุโสเว่ยตกใจที่มีคนบุกรุกเข้ามากะทันหันจึงตวาดลั่น “พวกเจ้าเป็นใคร?”

            ทว่า ไม่มีผู้ใดตอบ

            บุรุษสวมชุดดำสามคนถือกระบี่วิ่งเข้าใส่หนีเจียเอ๋อร์แต่โจวชิงหวาผลักร่างของนางออกไป และพยายามต่อสู้กับคนเหล่านั้นด้วยมือเปล่า

            หนีเจียเอ๋อร์ดึงมีดสั้นในแขนเสื้อออกมาเตรียมจะเข้าไปช่วย

            เหมยอี่เหลียนรีบเข้ามาขวางนางใช้กระบี่ฟาดฟันกลุ่มชายชุดดำ และช่วยโจวชิงหวาได้อย่างทันท่วงที

            ชายชุดดำไม่คาดคิดว่าคนในคณะงิ้วจะมีฝีมือการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมยอี่เหลียนและผู้อาวุโสเว่ยที่แทบจะเทียบเคียงคนในสำนักฝูเซิงได้เลยทีเดียว

            นอกจากนี้คนในคณะงิ้วสกุลเหมยก็มีมากเกินไป เมื่อชายชุดดำเห็นว่าพวกตนเสียเปรียบทั้งยังไม่อาจจับตัวหนีเจียเอ๋อร์ที่เป็นเป้าหมายได้ จึงถอยร่นออกไป

            สถานการณ์กลับมาเงียบสงบดังเดิม

            โชคดีที่มีเพียงสามคนเท่านั้น...

            หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้วคนกลุ่มนี้หวงแหนคำพูดเสียยิ่งกว่าทองคำคล้ายกับกลุ่มคนที่มาลอบสังหารนางในเรือนพักร้อนเมื่อคราวก่อนพอหันไปสบตาโจวชิงหวา นางก็ได้คำตอบว่าเขาคิดแบบเดียวกันทั้งยังพยักหน้าให้เป็นการยืนยัน

            เหมยอี่เหลียนเก็บกระบี่เข้าฝักและมองไปยังทิศทางที่มือสังหารเหล่านั้นหายไป “คนของสำนักฝูเซิงจะไปมาไร้ร่องรอยเช่นนี้หรือ? สวมหน้ากากมิดชิดในยามกลางวันแบบนี้ ดูไม่เข้ากับวิถีทางของเว่ยฉีหราน”

            ผู้อาวุโสเว่ยโยนดาบให้คนที่อยู่ด้านขวาของตัวเองสบตาหญิงสาว และกล่าวว่า “คนเหล่านี้มิใช่ศิษย์สำนักฝูเซิง อีกทั้งวิธีการต่อสู้ก็แตกต่างจากคนในสำนักโดยสิ้นเชิง”

            โจวชิงหวาจึงเอ่ยถาม “แล้วผู้อาวุโสเว่ยพอจะทราบหรือไม่ ว่าพวกเขามาจากสำนักใด?”

            ผู้อาวุโสเว่ยส่ายศีรษะ “ไม่รู้! ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”

            หนีเจียเอ๋อร์กับโจวชิงหวาสบตากันคิดว่าคงจะไม่ได้อะไรจากปากของชายชราผู้ดื้อดึงคนนี้เป็นแน่ จึงหยุดถาม

            คนที่ออกไปช่วยปฐมพยาบาลคนเจ็บวิ่งกลับมาหน้าตาตื่น

            “พี่เหมย ผู้อาวุโสเว่ยแย่แล้ว... คนของสำนักฝูเซิงบุกมาที่จวนของเราแล้วขอรับ!”

            ใบหน้าของผู้อาวุโสเว่ยเปลี่ยนไปรีบพุ่งมาหาโจวชิงหวา “ไปเร็ว!”

            หนีเจียเอ๋อร์หยิบกระเป๋าสองใบขึ้นมาจากพื้นและรีบตามไป

            เหมยอี่เหลียนพาคนออกไปขวางเอาไว้

            แต่อิ้นฮู่เว่ยทำตัวหยิ่งผยองไม่สนใจผู้ใดเขาผลุนผลันบุกฝ่าเข้ามา พลางสั่ง “ค้นหาทุกซอกทุกมุมอย่าให้พลาด!”

            เหล่าศิษย์ในสำนักทำตามคำสั่งทันที

            ผู้อาวุโสเว่ยเป็นห่วงความปลอดภัยของคนในคณะงิ้วสกุลเหมยยิ่งนักหลังส่งหนีเจียเอ๋อร์ออกไปทางประตูหลังแล้ว ก็รีบรุดกลับมา

            หนีเจียเอ๋อร์ช่วยพยุงโจวชิงหวาหลบหนีออกมาด้วยความสิ้นหวัง ทั้งสองออกจากคณะงิ้วสกุลเหมยได้สำเร็จและหวังว่าจะหนีไปได้อีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าพอเข้ามาในซอยเล็กๆกลับเจอไป๋หานดักทางเสียได้

            นางลั่นวาจาเอาไว้ว่าหากเห็นพวกเขาอีกครั้ง จะนำศีรษะของคนทั้งสองกลับไปยังสำนัก...

            “ข้าเคยให้โอกาสเจ้าแล้ว...จับตัวพวกมันไว้!” ใบหน้าของไป๋หานราบเรียบขณะสั่งการผู้ติดตามเสียงเยือกเย็น

            บรรดาศิษย์ทั้งหลายจึงค่อยๆ เดินเข้ามาหาพวกเขา...

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730