ตอนที่ 9 ฝึกวิชา (1)
เขาเดินย่องเข้าไปข้างเตียงฉือม่อด้วยฝีเท้าเบากริบด้วยกลัวจะทำเสียงดังจนปลุกอีกฝ่ายตื่น
เวลานี้ฉือม่อได้พลิกตัวทำให้ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนร่างตกลงบนพื้นหลินเฉินยิ้มบาง...ท่านอนหลับของเด็กน้อยชัดๆ เลยโน้มตัวเข้าไปเก็บผ้าห่มที่พื้นขึ้นมา
คาดไม่ถึงว่าพอเขาก้มตัวลงเก็บและเงยหน้าขึ้นมานั้นจะพบเข้ากับใบหน้าที่กำลังร้องไห้น้ำตาไหลพรากของฉือม่อ ปลายจมูกแดงระเรื่อบนแพขนตายังมีหยาดน้ำตาใสบริสุทธิ์อยู่ เหมือนว่าเพิ่งร้องไห้ไป
หลินเฉินชะงักไปเล็กน้อย เมื่อครู่นี้ฉือม่อหันหลังให้เขาอยู่เลยเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัด พอตอนนี้ฉือม่อพลิกตัวกลับมาเขาเลยมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายผ่านแสงจันทร์สลัวได้
นี่ฉือม่อร้องไห้เพราะอาจารย์ไม่ได้เื่อย่างเขาคนนี้เหรอ...
หลินเฉินหัวเราะขมขื่น พลางหยิบผ้าห่มไปคลุมตัวให้ฉือม่อดูท่าทางอีกฝ่ายจะหลับไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก พลิกตัวไปมาไม่หยุดทำเอาหลินเฉินคิดว่าฉือม่อตื่นนอนแล้วด้วยซ้ำ
เขาเช็ดเหงื่อบนใบหน้าและขยับผ้าห่มให้ฉือม่อหลังจากยืนยันกับตัวเองแล้วว่าอีกฝ่ายไม่เป็อะไร ในขณะที่เตรียมจะกลับออกมาฉือม่อที่อยู่ด้านหลังก็ส่งเสียงเรียกขึ้นอย่างกะทันหัน “อาจารย์”
หลินเฉินใหยุดฝีเท้าลงพลางคิดว่าจะอธิบายเหตุผลที่ตนมาเยี่ยมหาอีกฝ่ายกลางค่ำกลางคืนแบบนี้อย่างไรดี...ในที่สุดเมื่อคิดข้ออ้างได้แล้วและเตรียมจะหันหน้าไปตอบ ก็เห็นว่าฉือม่อยังนอนหลับนิ่งอยู่ตรงนั้นเช่นเดิม
เขาเลยทำได้เพียงกลืนคำพูดที่กำลังจะโพล่งออกมากลับลงไปหลินเฉินหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ เ้าเด็กคนนี้ละเมอกลางดึกด้วยหรือนี่
ผลสุดท้ายเขายังไม่ทันได้ก้าวออกไปฉือม่อก็ส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่เป็เสียงที่เบามากถึงขนาดที่เขาคิดว่าตนเองหูฝาด เขาต้องประชิดตัวเข้าไปใกล้ ถึงจะพอได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย
“อาจารย์...ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ...เป็ความผิดของข้าเอง”ฉือม่อที่นอนอยู่บนเตียงกอดผ้าห่มไว้แน่น น้ำตาปริ่มจะไหลออกมาทางหางตาใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นแสดงสีหน้าเศร้าเสียใจ
หลินเฉินเห็นแบบนั้นก็ลนลานขึ้นมา ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาให้ฉือม่ออย่างเก้ๆกังๆ พลางตบหลังเขาเบาๆ และเอ่ยเสียงอ่อนโยนในแบบที่ไม่เคยใช้ปลอบโยนเขาสมัยเด็กๆ“เด็กดี ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก ไม่ต้องร้องนะ”
ไม่รู้ว่าเป็ผลจากวิธีการนี้ของเขาหรือไม่หลังจากที่ฉือม่อได้ยิน อีกฝ่ายก็หยุดร้องไห้ เหลือเพียงขอบตาที่แดงก่ำเท่านั้น
เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งเหลือบมองฉือม่อแล้วกลับออกไปอีกครั้ง หลังจากแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่เป็อะไรแล้วจริงๆถึงปิดประตูลงและเดินทางกลับไปอย่างวางใจ ท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน
ฉือม่อที่กำลังดื่มด่ำอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความฝันรับรู้ว่ามีมืออบอุ่นคู่หนึ่งตบหลังเขาเบาๆความรู้สึกนั้นอบอุ่นมากเหลือเกิน เหมือนเวลาที่แม่นมโอ๋เขาเข้านอนตอนเด็กๆทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะโหยหามากกว่าเดิม
วันรุ่งขึ้น ตอนที่หลินเฉินตื่นนอนเขาก็ยังพบว่าร่างกายตัวเองไม่ค่อยดีสักเท่าไร ทั้งยังวิงเวียนศีรษะอยู่นิดหน่อยด้วย
นี่มันเื่อะไรกันตกลงกันดิบดีแล้วนี่ว่าจะลงโทษแค่วันเดียว ทำไมวันนี้เขายังไม่สบายตัวอยู่อีกล่ะ
สิ่งแรกที่เขานึกก็คือปัญหาของระบบ
เขาะโเรียกในใจ ‘ระบบ! ระบบ นายออกมาเดี๋ยวนี้นะ!’
[ติ๊ดๆ! นายท่านเรียกกระผมมีธุระอะไรหรือขอรับ]
หลินเฉินวางมือลงบนศีรษะ ‘ไหนบอกว่าแค่วันเดียวไง ทำไมวันนี้ฉันยังไม่ค่อยสบายตัวอยู่ล่ะ’
[ระยะเวลาทำโทษแค่วันเดียวขอรับแต่เมื่อคืนนายท่านทำอะไรลงไป นายท่านไม่รู้ตัวเลยหรือขอรับ]
หลินเฉินใขึ้นมาทันทีหรือเป็เพราะเมื่อคืนเขาไปเยี่ยมหาเ้าฉือม่อ เลยหลุดคาแรกเตอร์ ทำให้ระยะเวลาในการทำโทษของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายวันงั้นเหรอ
แค่ไปเยี่ยมเ้าฉือม่อเองนะ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย
[ก็เป็เพราะเมื่อคืนนายท่านตากลมเย็นเลยทำให้เป็หวัดไปจริงๆ ไงเล่าขอรับ]
คนอย่างหลินเฉินผู้นี้วรยุทธ์สูงส่ง จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขาก็คือร่างกายที่อ่อนแอกว่าคนธรรมดาทั่วไป
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือนี่เป็ผลข้างเคียงจากการที่เขากลืนยาลูกกลอนลงไป
เขาหัวเราะแห้งๆ ‘เ้าระบบที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง ขอโทษทีนะ ฉันเข้าใจนายผิดไป’
[เฮอะ! พอมีเื่นายท่านก็เรียกข้าว่าระบบเฉยๆพอไม่มีเื่อะไรแล้วก็มาเรียกข้าว่าเ้าระบบ นายท่านคนเลว QAQ]
พูดจบก็มองเขาด้วยสีหน้าน้อยอกน้อยใจ
หลินเฉินหน้ามุ่ยเหงื่อตก ‘ถ้านายมีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเหมือนฉือม่อ ฉันก็ยังพอเอ็นดูนายอยู่บ้างแต่นาย...ช่างมันเถอะ!’
แม้เขาจะปวดศีรษะเล็กน้อยแต่ด้านร่างกายก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวานมากแล้ว
พูดถึงเมื่อคืนหลินเฉินก็นึกถึงใบหน้าน่าสงสารของฉือม่อขึ้นมาอีกครั้งสีหน้านั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกเสียใจและไม่ยินยอม
ระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูก็เห็นฉือม่อกำลังยืนอยู่เงียบๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ฉือม่อส่งเสียงเรียก “อาจารย์”
เ้าเด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงได้อยู่ตรงประตูทุกครั้งเลย
ไม่ทันรอให้หลินเฉินได้อ้าปากพูด อยู่ๆฉือม่อก็คุกเข่าลงไปแล้ว
สายตาหลินเฉินมีแต่ความสงสัย ที่ยิ่งกว่านั้นคือตื่นตะลึง
‘ท่านตัวเอกขอรับ รีบลุกขึ้นมาเถอะคนเลวอย่างกระผมผู้นี้ไม่สมควรที่จะได้รับการคุกเข่าจากท่านหรอกนะ!’
เขามองฉือม่อที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์และเอ่ยเสียงเ็า “นี่เ้ากำลังทำอะไร ทำไมยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก”
ฉือม่อเบ้ปาก ยังคงคุกเข่าอย่างดื้อรั้นอยู่แบบนั้นไม่ยอมลุก
“ขอโทษขอรับอาจารย์ ครั้งนี้เป็ความผิดของข้าคนเดียว...”
หลินเฉินงงงวยในหัวได้แต่คิดว่านี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ยเป็หมื่นครั้ง ‘แม่งเอ๊ย! มันเกี่ยวกับนายที่ไหนกัน’
บางครั้งเขาก็นับถือความนึกคิดของฉือม่อจริงๆแม้สาเหตุจะเป็เพราะตัวเขาเองก็เถอะ (¬_¬) แต่เื่นี้มันไม่เกี่ยวข้องกับเขาสักหน่อยนี่
ยิ่งไปกว่านั้น มันก็เป็เื่ที่เขายินดีทำเองแล้วเกี่ยวข้องกับเ้าหมอนี่ตรงไหนเนี่ย
ฉือม่อคุกเข่าอยู่บนพื้น เขารู้เพียงว่าตัวเองกระทำผิดหากเขารู้ั้แ่แรก อาจารย์ก็คงไม่ต้องทรมานขนาดนี้
หลินเฉินก้มตัวลงไปประคองอีกฝ่ายขึ้นมาตาเรียวหงส์คู่นั้นมองจ้องฉือม่อเขม็ง
ฉือม่อเห็นสายตาคู่นั้นก็ใจนรีบก้มศีรษะลง
“ขอโทษขอรับ...อาจารย์...” เขาก้มหน้ายอมรับผิดน้อมเอาความผิดที่ผ่านมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8